เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - ช่าง... พิเศษซะจริงๆ

บทที่ 17 - ช่าง... พิเศษซะจริงๆ

บทที่ 17 - ช่าง... พิเศษซะจริงๆ


กู้หลิงและกู้เหยาเป็นฝาแฝดกัน คนหนึ่งมีปานบนใบหน้าและเป็นที่รังเกียจ ในขณะที่อีกคนงดงามและเป็นที่รักใคร่เอ็นดู

นานวันเข้า กู้หลิงผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ก็เริ่มริษยากู้เหยาผู้เลอโฉม

เธอได้เรียนรู้พิธีกรรมอัญเชิญเทพมารจากหนังสือเล่มหนึ่ง

ขอเพียงแค่เธอสังเวยชีวิต 49 ชีวิตให้แก่เทพมาร เทพมารก็จะดลบันดาลให้พรของเธอสมหวังหนึ่งข้อ

และพรที่เธอปรารถนาก็คือ 'การได้กลายเป็นกู้เหยา'

การบูชายัญประสบผลสำเร็จ เธอได้กลายร่างเป็นกู้เหยา ทว่าไม่ใช่ในฐานะมนุษย์... เธอกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ทำได้เพียงสวมใส่ผิวหนังของกู้เหยา ตราบใดที่เธอยังหาคนเป็นมาเป็นตัวตายตัวแทนไม่ได้ เธอก็จะต้องติดอยู่ในดันเจี้ยนนี้ไปตลอดกาล ในสภาพที่ครึ่งผีครึ่งคน...

เปลวเพลิงลุกลามแผดเผาทุกสิ่งรอบกาย แสงสีขาวซีดสว่างวาบขึ้นที่ปลายขอบฟ้า

เสียงโลหะอันคุ้นเคยดังก้องกังวานในหัวของฟู่เหยียน

【 ติ๊ง! จบเกม 】

แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ชั่ววินาทีก่อนที่จะถูกเทเลพอร์ตออกจากดันเจี้ยน เสียงแจ้งเตือนค่าความหวาดผวาก็ดังขึ้นในหัวของฟู่เหยียน

【 ติ๊ง! ค่าความหวาดผวา +100 】

มันเป็นของกู้เหยา

ค่าความหวาดผวานั้นเกิดจากความสั่นสะท้านที่หยั่งรากลึกไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ

ก่อนหน้านี้กู้เหยาและกู้หลิงได้สลับวิญญาณกัน ดังนั้นพวกเธอจึงไม่ได้มอบค่าความหวาดผวาให้แก่ฟู่เหยียนเลย

บัดนี้ทั้งคู่ได้จบชีวิตลงและวิญญาณได้หวนคืนสู่ร่างเดิมแล้ว ค่าความหวาดผวาก็ควรจะถูกโอนเข้าบัญชีพร้อมๆ กันสิ แล้วค่าความหวาดผวาของกู้หลิงมันหายหัวไปไหนล่ะ?

ฟู่เหยียนเริ่มทบทวนตัวเอง

นี่เขายังทำตัวน่ากลัวไม่พออีกงั้นเหรอ?

ในเวลาเดียวกัน เสียงโลหะบดเสียดสีกันอย่างเกรี้ยวกราดก็ดังก้องไปทั่วช่องแชทโลกอีกครั้ง

【 ผู้เล่นฟู่เหยียน และเหอซูหยาง เคลียร์ดันเจี้ยน 'เรื่องสยองขวัญในวิทยาเขต' สำเร็จ 】

【 ดันเจี้ยน 'เรื่องสยองขวัญในวิทยาเขต' ได้รับความเสียหายอย่างถาวร ดันเจี้ยนนี้จะหยุดทำการรีเฟรชชั่วคราว 】

ห้องถ่ายทอดสดระเบิดเสียงโห่ร้องยินดีขึ้นมาอีกครั้ง

"อ๊ากกกกกก! ว่าแล้วเชียว! ว่าแล้วเชียว! ระดับเทพฟู่ลงมือทั้งที ผลลัพธ์มันก็ต้องออกมาอีหรอบนี้แหละ!"

"เทพฟู่โคตรโหด เล่นซะดันเจี้ยนต้องชัตดาวน์หนีตายอีกแล้ว"

"แต่ก่อนฉันละโคตรกังวลเลยว่าถ้าดวงซวยสุ่มเจอดันเจี้ยนนี้จะทำยังไง ต่อให้รู้เบาะแสก็สู้พวกมอนสเตอร์ไม่ได้อยู่ดี! ตอนนี้ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว เทพฟู่จงเจริญ!"

"ด้วยความเร็วในการเคลียร์ดันเจี้ยนของเทพฟู่แบบนี้ ในอนาคตพวกเราจะไม่มีดันเจี้ยนให้เคลียร์หรือเปล่าเนี่ย?"

"ถ้าไม่มีดันเจี้ยนให้ลงแล้ว พวกเราจะได้กลับบ้านไหม? ฉันคิดถึงพ่อกับแม่แล้วอะ..."

"ฉันด้วย! เทพฟู่โคตรตึง! พี่แม่งโคตรเท่!!! กางเกงในของหนูปลอดภัยแล้ว!!!"

"ไอ้เม้นบนนั่นมันอะไรวะ แอบเนียนมาแปลกๆ นะ"

บทสนทนาในห้องถ่ายทอดสดดุเดือดเผ็ดมันส์มากเสียจนตอนที่ระบบประกาศในช่องแชทโลกว่า 【 เฉินเซิง เคลียร์ดันเจี้ยน 'เรื่องสยองขวัญในวิทยาเขต' สำเร็จ 】 กลับไม่มีใครให้ความสนใจเลยสักนิด

มีอะไรให้น่าพูดถึงเกี่ยวกับคนที่รอดตายมาจากดันเจี้ยนได้เพราะเกาะใบบุญฟู่เหยียนกันล่ะ?

ฟู่เหยียนและเหอซูหยางถูกเทเลพอร์ตกลับมายังปราสาทโดยตรงหลังจากเคลียร์ดันเจี้ยนเสร็จสิ้น

ฟู่เหยียนลืมตาขึ้นมาและพบว่าตัวเองยังคงนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงคิงไซส์ในปราสาท

เข็มนาฬิกาในห้องชี้บอกเวลาเจ็ดโมงตรง

เขาใช้เวลาอยู่ในดันเจี้ยนถึงหนึ่งวันหนึ่งคืน แต่เวลาในโลกภายนอกดันเจี้ยนกลับผ่านไปเพียงแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น

ฟู่เหยียนยันตัวลุกขึ้นนั่งและก้มลงมองเสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ

เขารีบพุ่งตัวไปที่หน้ากระจกและสำรวจสภาพตัวเอง

ชุดสูทที่เคยสะอาดสะอ้านและเนี๊ยบกริบ บัดนี้กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีแดงและสีเขียว ซ้ำยังเต็มไปด้วยคราบเลือดและเศษสมองของพวกสัตว์ประหลาดเหล่านั้น

เขาหันขวับกลับไปมองที่เตียงนอนของตัวเองอีกครั้ง

คำสบถ 'MMP' หลุดออกจากปาก

บัดซบเอ๊ย ไอ้เกมหมานี่มันไร้มนุษยธรรมชะมัด!

มันจะช่วยอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้เขาก่อนเทเลพอร์ตกลับมาไม่ได้หรือไง?!

พัง! พังพินาศหมด!

ทั้งเตียงนอนหนานุ่ม หมอนใบโต และฟูกสปริงซิมมอนส์ของเขา!

เกมสยองขวัญ: เหอะ! ความผิดฉันหรือไง? ทีตอนระเบิดหัวมอนสเตอร์ตู้มต้ามไม่เห็นบ่นงี้เลย! 【ภาพมีมกัดฟันกรอด】

ในขณะเดียวกัน ณ กิลด์ 'ความฝันอันบรรเจิดแห่งชีวิตที่ล่องลอย' (Floating Life's Dream Splendor)

ผู้เล่นที่มี 《พรสวรรค์》 สายฮีลลิ่งกว่าสิบคนกำลังยืนล้อมรอบเตียงของเฉินเซิง ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันใช้พลังรักษามือของเขา

ทว่าอาการบาดเจ็บของเฉินเซิงนั้นสาหัสเกินไป กระดูกและเส้นเอ็นทั่วทั้งแขนของเขาแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี

ต่อให้รักษาจนหายดี แขนข้างนี้ก็คงกลายเป็นแค่อวัยวะพิการ มีไว้ประดับบารมีเท่านั้น

เฉินเซิงนอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดอยู่บนเตียง แค้นแทบอยากจะสับฟู่เหยียนให้เป็นหมื่นๆ ชิ้น

ทั้งหมดนี่มันเป็นความผิดของฟู่เหยียนคนเดียว!

เขาต้องฆ่ามัน! ต้องฆ่ามันให้ได้!

การระดมพลฮีลลิ่งไม่ได้ผล หลินชิงอวิ๋น หัวหน้ากิลด์ความฝันอันบรรเจิดแห่งชีวิตที่ล่องลอย จึงโบกมือไล่ให้ทุกคนออกไป

เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงของเฉินเซิง พลางห่มผ้าห่มให้ "อาพร่ำสอนแกอยู่เสมอว่าให้ทำตัวโลว์โปรไฟล์เข้าไว้ แต่แกก็ไม่เคยฟัง!"

ตอนนี้เหลือเพียงพวกเขาสองคนในห้อง น้ำตาของเฉินเซิงก็ร่วงเผาะลงมาทันที เขาคว้าแขนของหลินชิงอวิ๋นเอาไว้แน่น "คุณอาครับ ผมไม่อยากกลายเป็นคนพิการ คุณอาช่วยคิดหาทางหน่อยสิครับ!"

ถึงแม้หลินชิงอวิ๋นจะโกรธเคืองในความไม่เอาไหนของหลานชาย แต่นี่ก็คือหลานแท้ๆ ของเขา "อาจะช่วยแกหาทางเอง อาจะไม่ทอดทิ้งแกหรอกน่า"

เฉินเซิงปาดน้ำตาและพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น "คุณอา! ทั้งหมดนี่มันเป็นความผิดของฟู่เหยียน เป็นเพราะมัน! มันเป็นคนทำให้ผมต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ คุณอาต้องช่วยผมแก้แค้นนะ! ฆ่ามัน ช่วยผมฆ่ามันที!"

หลินชิงอวิ๋นตอบ "เรื่องของฟู่เหยียนไม่ต้องไปสนใจมันแล้ว หน้าที่ของแกตอนนี้คือพักฟื้นรักษากายให้ดี เรื่องอื่นช่างหัวมัน! อาต้องไปจัดการธุระของกิลด์ เดี๋ยวจะให้ไอ้หัวทองเข้ามาดูแลแกก็แล้วกัน"

หลังจากที่หลินชิงอวิ๋นเดินออกไป ชายหัวทองก็เดินนวยนาดเข้ามาในห้อง

เขานั่งลงข้างๆ เฉินเซิงและยื่นแก้วน้ำให้

เฉินเซิงปัดมือของเขาออก "นายบอกว่าจะช่วยฉันนี่"

ชายหัวทองวางแก้วน้ำลง ปลายนิ้วกรีดกรายเป็นวงกลมบนแผงอกของเฉินเซิง "แน่นอนสิว่าฉันต้องช่วยนายอยู่แล้ว ศัตรูของนายก็คือศัตรูของฉัน..."

"ฮัดเช่ย!"

ฟู่เหยียนจามออกมาฟอดใหญ่ นึกสงสัยว่าใครกำลังนินทาเขาอยู่หรือเปล่า

เขาอาบน้ำชำระล้างร่างกาย จัดแจงตัวเองจนหล่อเฟี้ยวเหมือนเดิม แล้วจัดการสั่งซื้อเตียงนอนหลังใหม่จากร้านค้าพอยต์

ตอนนี้ เตียงนอนธรรมดาๆ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้อีกต่อไปแล้ว

ครั้งนี้เขาควักกระเป๋าซื้อเตียงไม้หนานมู่สีทองสไตล์เรโทรขนาดยักษ์ ปิดทึบทั้งสี่ด้าน สามารถจุคนได้ห้าถึงหกคนสบายๆ

ดูงานแกะสลักนี่สิ

ดูเท็กซ์เจอร์นี่สิ

เขาว่ากันว่านี่คือสินค้ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น มีเพียงชิ้นเดียวในเกมเลยนะ

ฟู่เหยียนหลับตาพริ้ม ลูบไล้ไปตามขอบเตียง

ช่างคู่ควรจริงๆ มีเพียงของที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง หรูหรา และอลังการงานสร้างเช่นนี้เท่านั้นแหละ ถึงจะคู่ควรกับออร่าความสูงส่งของเขา

"ซี๊ด!"

ทำไมเขารู้สึกเหมือนจับโดนแต่ฝุ่นวะ?!

เมื่อเหอซูหยางพาน้องสาวมากล่าวอำลาฟู่เหยียน เขาก็เห็นประตูห้องของฟู่เหยียนเปิดอ้าซ่าอยู่

ภายในห้องมี... โลงศพ? ขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่

แถมโลงศพนี่ก็ดูคุ้นตาพิกล... นี่มันโลงศพไร้ฝาที่ตั้งฝุ่นเกาะอยู่ในร้านค้าพอยต์มาแปดร้อยปีโดยไม่มีใครเหลียวแล จนตอนหลังต้องเอามาใส่ดินไม่ใช่เหรอ?

แถมไอ้ของชิ้นนี้ยังเพิ่งไปโผล่ในไลฟ์สตรีมอย่างเป็นทางการของร้านค้าพอยต์เมื่อไม่นานมานี้เองด้วย

ตอนนั้น NPC กำลังรีวิวปูนซีเมนต์อเนกประสงค์ และเพื่อป้องกันไม่ให้พื้นห้องถ่ายทอดสดเลอะเทอะตอนผสมปูน พวกเขาก็เลยผสมปูนมันในโลงศพนี่แหละ

แล้วพวกเพื่อนๆ ชาวเกมสยองขวัญก็ยังคอมเมนต์แซวกันขำๆ ว่า ในเมื่อโลงศพนี่มันไม่มีฝาปิดอยู่แล้ว สตรีมเมอร์ก็น่าจะโบกปูนทับทำเป็นเตียงเตาผิงไปซะเลย เผลอๆ อาจจะมีพวกเศรษฐีหน้าโง่มาขอซื้อก็ได้

ใครจะไปคิดล่ะว่าคำแซวเล่นๆ จะกลายเป็นเรื่องจริง ถึงแม้มันจะไม่ได้ถูกโบกปูนทำเป็นเตียงเตาผิง แต่มันก็ได้เจอผู้ซื้อที่เห็นคุณค่า... ผู้ซื้อที่ถูกหลอกขาย

หลังจากผ่านประสบการณ์อันโชกโชนเมื่อคืนนี้มา ไม่ว่าตอนนี้ฟู่เหยียนจะทำอะไร เหอซูหยางก็ไม่รู้สึกแปลกใจอีกต่อไปแล้ว

อย่าว่าแต่โลงศพเลย ต่อให้หมอนี่ซื้อยานอวกาศมา เหอซูหยางก็คงจะคิดแค่ว่า 'อืม... ก็สมกับเป็นฟู่เหยียนดีนะ'

ไม่สิ เขาไม่ควรไปชี้โพรงให้กระรอกแบบนั้น

เหอซูหยางสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ ออกจากสมอง แล้วเคาะประตูห้องของฟู่เหยียน

ฟู่เหยียนได้ยินเสียงเคาะประตู จึงเงยหน้าขึ้นและปีนออกมาจากโลงศพ ในมือถือเศษผ้าขี้ริ้วสีเทาคลุกฝุ่นฟุ้งกระจาย

ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะเช็ดทำความสะอาดโลงศพเสร็จหมาดๆ

"อ้อ พวกนายเองเหรอ ทำตัวตามสบายเลยนะ" ฟู่เหยียนกระโดดลงมาจากโลงศพ ปัดฝุ่นตามเนื้อตัว "เป็นไง เตียงใหม่ของฉัน เจ๋งปะล่ะ!"

เหอซูหยางตอบ "อืม... มันช่าง... พิเศษซะจริงๆ"

จบบทที่ บทที่ 17 - ช่าง... พิเศษซะจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว