เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียน (3)

บทที่ 11 - เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียน (3)

บทที่ 11 - เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียน (3)


ในขณะเดียวกัน ชายหัวโล้นที่ยืนอยู่บนโพเดียมก็ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านแผนการสอนต่อไป ทว่ายิ่งเสียงของเขาแผ่วเบาลงเท่าไหร่ บรรยากาศภายในห้องเรียนก็ยิ่งเงียบงันลงเรื่อยๆ... เงียบสงัดเสียจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตกกระทบพื้น

ชายหัวโล้นเงยหน้าขึ้นมาด้วยความมึนงง ก่อนจะพบว่าเหล่านักเรียนที่เมื่อครู่ยังหัวเราะร่าและหยอกล้อกัน บัดนี้นั่งหลังตรงแหน่ว สายตาทุกคู่ประสานจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาหิวหกระหาย

ราวกับฝูงสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโซจ้องมองเนื้อสดๆ ชิ้นโต ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วร่างของชายหัวโล้นในฉับพลัน

ไม่... เขาจะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว... กฎบ้าบอคอแตกอะไรกัน เขาไม่สนมันอีกต่อไปแล้ว เขาต้องไป เขาต้องหนีออกไปจากที่นี่!

ชายหัวโล้นกัดฟันกรอด ตัดสินใจวิ่งพรวดพราดตรงดิ่งไปยังประตูโดยไม่คิดชีวิต

ทว่า ทันทีที่เขากำลังจะเอื้อมมือถึงบานประตู เหล่านักเรียนที่นั่งเงียบกริบอยู่กับที่ก็ลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกัน พวกมันพุ่งทะยานเข้าใส่ชายหัวโล้นด้วยความเร็วที่พิลึกพิลั่นจนน่าขนลุก

ร่างใหญ่โตถูกฝูงนักเรียนกระโจนตะครุบจนล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น ก่อนจะถูกล้อมกรอบรุมทึ้งซ้อนกันเป็นชั้นๆ

ภาพตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับฝูงซอมบี้ที่กำลังคลุ้มคลั่งรุมฉีกทึ้งเหยื่อ

"อ๊ากกก—!"

สิ้นเสียงกรีดร้องโหยหวน ทุกอย่างก็เงียบกริบ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยแตะจมูก เสียงเคี้ยวกระดูกกร้วมๆ ดังก้องสะท้อนกระแทกโสตประสาทของผู้เล่นทุกคนที่อยู่ด้านนอก พวกเขาจินตนาการถึงจุดจบของชายหัวโล้นได้อย่างง่ายดาย

หญิงชุดเบสบอลยกมือขึ้นปิดปากด้วยความหวาดผวา ซุกตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอดแฟนหนุ่ม

แม้แต่เฉินเซิงและไอ้หัวทองก็ยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ชายหัวโล้นตายตกไปดื้อๆ แบบนี้ โดยที่พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอนั่นไปละเมิดเงื่อนไขการตายข้อไหนเข้า

ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดของฟู่เหยียนต่างก็สะดุ้งเฮือกกับฝูงนักเรียนที่จู่ๆ ก็เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา แต่หลังจากผ่านการชำระล้างจิตใจจากเหตุการณ์ 'ฟู่เหยียนควักสมอง' มาแล้ว ความสยดสยองระดับนี้ก็ไม่อาจทำให้ผู้ชมเกิดอาการคลื่นเหียนทางสรีรวิทยาได้อีกต่อไป

พวกเขากลับให้ความสนใจกับเงื่อนไขการตายที่ฟู่เหยียนพูดถึงเมื่อครู่นี้มากกว่า

"มีใครเคยเล่นดันเจี้ยนนี้บ้างป่าววะ? สรุปเงื่อนไขการตายมันคืออะไรกันแน่?"

"ไม่รู้ว่ะ จากประสบการณ์การดูสตรีมมาอย่างโชกโชน ฉันว่านี่น่าจะเป็นดันเจี้ยนใหม่ถอดด้ามเลย"

"เดี๋ยวนี้อัตราการรีเฟรชดันเจี้ยนในเกมมันชักจะเร็วขึ้นทุกที กะจะเอาให้ตายกันไปข้างเลยใช่มั้ยเนี่ย!"

"สหายเม้นบนระวังคำพูดหน่อยก็ดีนะ เดี๋ยวตาหน้าก็โดนระบบเตะส่งไปเขตชายแดนหรอก"

ตัดภาพมาที่ในเกม เหอซูหยางมองหน้าฟู่เหยียนด้วยแววตาสับสนงุนงง "เงื่อนไขการตายคืออะไรเหรอ?"

ฟู่เหยียนเอ่ยถาม "นายไม่คิดว่าสโลแกนของโรงเรียนนี้มันแปลกๆ บ้างเหรอ?"

เหอซูหยางส่ายหน้า "ไม่อะ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย?"

ฟู่เหยียนมองเขาด้วยความประหลาดใจอย่างสุดซึ้ง "การที่นายรอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้นี่... ถือเป็นปาฏิหาริย์อย่างแท้จริงเลยนะ"

เหอซูหยางเกาหัวแกรกๆ เขารู้แหละว่าฟู่เหยียนกำลังหลอกด่า แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ? ก็เขาไม่ได้ฉลาดหลักแหลมอะไรขนาดนั้นนี่นา ปกติก็อาศัยแต่พละกำลังเข้าบดขยี้ล้วนๆ

ฟู่เหยียนนับนิ้วอธิบายให้เหอซูหยางฟัง "สโลแกนที่สลักไว้หน้าอาคารเรียนคือ 'คุณธรรมคือครู ความซื่อสัตย์คือแบบอย่าง' ส่วนในห้องพักครูก็คือ 'รักในอาชีพ ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์'"

"ในห้องเรียนก็เขียนไว้ว่า 'ครูที่ดีเลิศย่อมกำหนดนโยบายการสอนด้วยตนเอง' และ 'ความรู้กว้างขวาง ความอดทน และความมีน้ำอดน้ำทน คือคุณสมบัติพื้นฐานที่สุดของความเป็นครู' แม้แต่ตามระเบียงทางเดินก็ยังติดป้าย 'ครูคือแม่พิมพ์ของชาติ' อะไรทำนองนี้เต็มไปหมด"

"นายไม่คิดว่าสโลแกนพวกนี้มันมีอะไรทะแม่งๆ บ้างเลยเหรอ?"

เหอซูหยางพยักหน้าหงึกๆ "มีอะไรทะแม่งๆ จริงด้วย"

ฟู่เหยียนมองเขาด้วยสายตาชื่นชม รอคอยให้หมอนี่พูดประโยคต่อไป

เหอซูหยางโพล่งขึ้น "ก็ไหนนายบอกว่าตัวเองอ่านหนังสือไม่ออกไง?!"

ฟู่เหยียน: "..."

ฟู่เหยียนสูดหายใจลึก "ฉันขอถอนคำพูดเมื่อกี้ การที่นายรอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้ ถือเป็นความเมตตาปรานีจากพระผู้เป็นเจ้าโดยแท้"

เหอซูหยางทำปากยื่น "นอกจากเรื่องนั้น ฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรผิดปกตินี่นา"

ฟู่เหยียนแทบจะหลุดหัวเราะออกมาด้วยความหงุดหงิด "สรุปคือสัญชาตญาณอันเฉียบแหลมของนาย มีไว้จับผิดฉันคนเดียวสินะ"

เขาชี้มือไปยังสโลแกนบนผนังอย่างอ่อนใจ "ดูให้ดีๆ สิ นายไม่สังเกตเหรอว่าสโลแกนพวกนี้ล้วนแต่เป็นคำตักเตือนและควบคุมความประพฤติของครูทั้งนั้น?"

"ถ้าติดไว้ในห้องพักครูมันก็พอเข้าใจได้ แต่ในห้องเรียนน่ะ มันควรจะเป็นสโลแกนที่กระตุ้นให้นักเรียนตั้งใจเรียนไม่ใช่หรือไง อย่างพวก 'สวรรค์ประทานรางวัลแด่ผู้หยาดเหงื่อ' 'การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด' หรือ 'ตั้งใจเรียน เพื่ออนาคตที่ก้าวหน้า' อะไรพวกนั้นน่ะ?"

เหอซูหยางพยักหน้ารับ แต่ก็ยังไม่รู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติอยู่ดี

ฟู่เหยียนถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วอธิบายต่อ "มองไปที่หน้าชั้นเรียนสิ นอกจากโต๊ะครู กระดานดำ แล้วก็นาฬิกา ก็ไม่มีป้ายอะไรติดอยู่เลย แต่บนผนังด้านหลังห้องกลับมีสโลแกนติดหราอยู่ตั้งสองบรรทัด"

"เวลาที่เด็กนักเรียนปกติเรียนหนังสือ พวกเขาก็ต้องหันหน้าเข้าหากระดานดำกันทั้งนั้น แล้วไอ้สโลแกนบนผนังด้านหลังนั่น... มันติดไว้ให้ใครอ่านล่ะ?"

"ครู! สโลแกนด้านหลังติดไว้ให้ครูอ่าน!" ในที่สุดเหอซูหยางก็ตาสว่าง

เขาเผลอขึ้นเสียงดังราวกับเพิ่งค้นพบทวีปใหม่ พลางจ้องมองฟู่เหยียนด้วยดวงตาเป็นประกาย "สโลแกนพวกนี้มีไว้เพื่อตักเตือนครู เพราะงั้นเงื่อนไขการตายก็คือ... ใครก็ตามที่ทำหน้าที่ครูได้ไม่สมบูรณ์ จะต้องตาย!"

ฟู่เหยียน: "..."

ฟู่เหยียนเอ่ยเสียงเรียบ "นายนี่มันฉลาดล้ำเลิศจริงๆ"

เหอซูหยางมักจะพึ่งพาแต่กำลังกายในการตะลุยดันเจี้ยนมาตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้สติปัญญาของตัวเองไขเงื่อนไขการตายได้สำเร็จ

เขารีบพูดต่อด้วยความตื่นเต้น "ที่ไอ้หัวโล้นนั่นโดนกิน ก็เพราะว่าเขาทำหน้าที่ครูได้ไม่ดีพอ ไม่ยอมควบคุมความประพฤติของเด็กในชั้นเรียน ใช่ปะ?"

ฟู่เหยียนปรบมือแปะๆ ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ "ว้าว นายเดาเรื่องนี้ออกด้วยแฮะ สุดยอดไปเลย"

เหอซูหยาง: "..."

หมอนี่มันหลอกด่าเขาอีกแล้ว

ภายในห้องเรียน หลังจากเสียงเคี้ยวกร้วมๆ เงียบลง ฝูงนักเรียนก็แยกย้ายกันไป ทิ้งไว้เพียงสภาพอันเละเทะ... ไม่สิ ไม่ใช่แบบนั้นด้วยซ้ำ... ชายหัวโล้นร่างยักษ์ถูกแทะกินจนเหี้ยนเตียน ไม่เหลือแม้แต่คราบเลือดหยดเดียวทิ้งไว้บนพื้น

เหล่านักเรียนที่อิ่มหนำสำราญพากันกลับไปนั่งที่ของตนและเริ่มหยอกล้อกันต่อ ทว่าหางตาของพวกมันกลับจับจ้องไปที่บานประตูอย่างไม่วางตา ราวกับกำลังรอคอยอาหารจานต่อไปให้ก้าวเข้ามา

'หากเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นกับคุณครูท่านใด กรุณาให้คุณครูท่านอื่นมาสอนแทนด้วยค่ะ'

คำพูดของ NPC หญิงดังก้องกังวานอยู่ในหัวของผู้เล่นทุกคน

เฉินเซิง ไอ้หัวทอง ชายชุดเบสบอล และหญิงชุดเบสบอลที่ยืนอยู่หน้าประตูต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครอยากก้าวเท้าเข้าไปรับความตายในห้องนั้นเลยสักคน

พวกเขาได้ยินบทสนทนาระหว่างฟู่เหยียนกับเหอซูหยางอย่างชัดเจน

ถึงแม้ว่ามันจะฟังดูมีเหตุผล แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าอีกฝ่ายไม่ได้กำลังหลอกใช้พวกเขาเป็นหนูทดลองกฎของเกมอยู่น่ะ?

ในเกมจับคนกินสุดอำมหิตแบบนี้ ต่อให้เป็นแม่แท้ๆ ก็ยังไว้ใจไม่ได้เลย

เฉินเซิงสบตากับไอ้หัวทอง ก่อนที่สายตาของเขาจะไปหยุดอยู่ที่หญิงชุดเบสบอล

ไอ้หัวทองเข้าใจความหมายได้ในทันที เฉินเซิงต้องการให้เขาผลักผู้หญิงคนนี้เข้าไปข้างใน เหมือนกับที่ NPC ทำก่อนหน้านี้

ถึงหญิงชุดเบสบอลจะหน้าตาสะสวยจนน่าเสียดายที่จะต้องมาตายแบบนี้ แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน การรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ย่อมสำคัญที่สุด

ไอ้หัวทองค่อยๆ ขยับไปยืนซ้อนด้านหลังหญิงชุดเบสบอลอย่างแนบเนียน ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือออกไปเพื่อผลักหล่อนเข้าไปในห้องเรียน ประตูหลังของห้องก็ถูกถีบเปิดออกเสียงดัง "ปัง"

ฟู่เหยียนล้วงกระเป๋าสองข้าง เดินทอดน่องเข้าไปในห้องเรียนอย่างสบายอารมณ์

พวกนักเรียนในห้องต่างพากันสะดุ้งโหยงกับเสียงถีบประตูที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

พวกมันหันขวับมามองจิกฟู่เหยียนด้วยสายตาดุร้ายอาฆาต

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ

ตอนนี้เวลา 8:45 น. แล้ว ยังเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะหมดคาบเรียนแรก

ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบที่แฝงไปด้วยเจตนาร้ายของเหล่านักเรียน ฟู่เหยียนเดินสาวเท้าขึ้นไปบนโพเดียมอย่างไม่รีบร้อน

เขาหยิบไม้บรรทัดชี้กระดานขึ้นมาเคาะลงบนกระดานดำดังป๊อกๆ "ขอแนะนำตัวหน่อยก็แล้วกัน ฉันชื่อฟู่เหยียน เป็นครูสอนวิชาพลศึกษาของพวกแก นโยบายการสอนของฉันก็คือ... กฎของฉันคือกฎ"

จบบทที่ บทที่ 11 - เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียน (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว