เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียน (4)

บทที่ 12 - เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียน (4)

บทที่ 12 - เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียน (4)


"ขอแนะนำตัวนะ ฉันชื่อฟู่เหยียน เป็นครูพละของพวกเธอ ปรัชญาการสอนของฉันคือ กฎของฉันคือกฎ"

เมื่อฟู่เหยียนกล่าวจบ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

เหล่านักเรียนยังคงเล่นหัวกันตามปกติ ทั้งปาจดหมายน้อยและส่งสายตาหยอกล้อกันไปมา

พวกมันเมินเฉยต่อการมีอยู่ของฟู่เหยียนอย่างสิ้นเชิง

ฟู่เหยียนไม่ได้เอ่ยห้าม เขาระบายยิ้มบางๆ แล้วค่อยๆ เดินลงมาจากโพเดียม ตรงดิ่งไปยังนักเรียนหัวเขียวคนหนึ่ง

นักเรียนหัวเขียวคนนั้นกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนยุกยิกอย่างเมามัน เพื่อจะส่งจดหมายน้อยให้เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างหลัง

ฟู่เหยียนปรายตามองเนื้อความในกระดาษแผ่นนั้น

'ไอ้หน้าจืดนี่น่ารำคาญชะมัด เดี๋ยวพ่อก็จับกินซะหรอก หึหึ!!!'

ท้ายประโยคยังวาดรูปหัวกะโหลกต่อท้ายไว้อีกหลายหัว

"วาดหัวกะโหลกได้สวยดีนะ แต่ใช้คำยังไม่เป๊ะเท่าไหร่ ซึ่งก็พอเข้าใจได้ ก็ครูสอนภาษาจีนดันยอมให้พวกเธอจับกินไปแล้วนี่นะ"

พูดจบ ฟู่เหยียนก็ดึงจดหมายน้อยที่สอดอยู่ใต้แขนของนักเรียนหัวเขียวออกมา แล้วอ่านออกเสียงด้วยอินเนอร์จัดเต็ม ไม่ยอมข้ามแม้กระทั่งคำอุทานสองคำสุดท้าย

นักเรียนหัวเขียวเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย "หึ! แล้วจะทำไม! อยากจะกินแกแล้วมันผิดตรงไหนฮะ! ไอ้หน้าจืด!"

ฟู่เหยียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ก่อกวนความสงบในชั้นเรียน แถมยังลบหลู่ครูบาอาจารย์ โทษฐานคือต้องถูกลงโทษ"

วินาทีต่อมา นักเรียนหัวเขียวก็ถูกฟู่เหยียนกระชากคอเสื้อแล้วหิ้วปีกขึ้นมา

ฟู่เหยียนยกตัวนักเรียนหัวเขียวขึ้นด้วยมือเพียงข้างเดียว

ขาทั้งสองข้างของนักเรียนหัวเขียวลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ เตะสลับไปมาอย่างสะเปะสะปะ มันแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ เผยให้เห็นเศษเนื้อและเลือดของชายหัวโล้นที่ยังคงติดอยู่ตามซอกฟันหยักแหลมคมสีขาวโพลน

"ไอ้หน้าจืด! ฉันจะกินแก! จะกินแกให้ได้!"

"ทำผิดซ้ำซาก ไม่รู้จักหลาบจำ ถือเป็นการเพิ่มโทษทวีคูณ" ฟู่เหยียนหิ้วคอเสื้อนักเรียนหัวเขียวเดินตรงไปที่หน้าต่าง

เขาเปิดหน้าต่างออก แล้วจับหมอนั่นยัดหัวทิ่มออกไปข้างนอก

【 ติ๊ง! ค่าความหวาดผวา +10 】

นักเรียนหัวเขียวเริ่มลนลาน ถึงตกลงไปจะไม่ตาย แต่มันก็เจ็บโคตรๆ เลยนะโว้ย!

"แก... แกกำลังก่อฆาตกรรมนะเว้ย! แกกำลังทำผิดจรรยาบรรณความเป็นครู" แม้ปากจะเก่ง แต่นักเรียนหัวเขียวกลับรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงอยู่ในใจ มันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจนป่านนี้แล้ว ไอ้หน้าจืดนี่ถึงยังไม่ไปกระตุ้นเงื่อนไขการตายอีก

"ฉันบอกไปแล้วไง ว่ากฎของฉันคือกฎ" ฟู่เหยียนพูดทิ้งท้าย ก่อนจะปล่อยมืออย่างกะทันหัน

"อ๊ากกก—!"

"แผละ!"

นักเรียนหัวเขียวร่วงหัวทิ่มลงมาจากชั้นสิบสาม หัวทั้งหัวถูกกระแทกยุบเข้าไปในช่องอก เลือดและเศษเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ

ตากล้องในห้องถ่ายทอดสดก็รู้หน้าที่เป็นอย่างดี ซูมภาพโคลสอัพสภาพศพของนักเรียนหัวเขียวให้เห็นกันแบบเต็มตา

"สไตล์แบบนี้ ต้องเป็นเทพฟู่ชัวร์ป้าบ"

"ดีนะที่เมื่อเช้าฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้ามา"

"เทพฟู่: ไอ้เด็กเปรต เดี๋ยวพ่อจะทำให้แกขยะแขยงจนตายไปเลย"

ฟู่เหยียนเท้าแขนกับขอบหน้าต่าง ชะโงกหน้าออกไปมองพลางตะโกนถาม "เฮ้ย! ตายยังวะ?"

"แค่กๆ..." นักเรียนหัวเขียวสำลักสองที เอื้อมมือไปดึงหัวตัวเองออกมา "ยัง... ยังไม่ตาย"

ฟู่เหยียนสั่งเสียงเหี้ยม "ถ้ายืนยันว่ายังไม่ตาย ก็รีบคลานขึ้นมายืนรับโทษซะ"

นักเรียนหัวเขียว: "..."

บางทีมันน่าจะแกล้งตายไปเลยซะดีกว่า

การกระทำของฟู่เหยียนทำเอาผู้เล่นที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับอ้าปากค้าง

เฉินเซิงเป็นคนแรกที่ได้สติกลับมา สรุปว่าที่พวกเขาพูดกันน่ะเป็นเรื่องจริง ชายหัวโล้นตายเพราะไม่ยอมทำหน้าที่ครูให้สมบูรณ์สินะ

แต่พอดูจากสิ่งที่ฟู่เหยียนทำ หมอนี่เล่นโยนนักเรียนออกไปนอกหน้าต่างดื้อๆ เลยนี่หว่า แล้วสรุปว่าขอบเขตของคำว่า 'หน้าที่ครู' มันวัดจากอะไรกันแน่เนี่ย?

หรือว่ามันจะเกี่ยวกับปรัชญาการสอนประหลาดๆ นั่น?

ในขณะเดียวกัน นักเรียนหัวเขียวก็หอบแฮ่กๆ คลานกลับขึ้นมาถึงห้องเรียนเป็นที่เรียบร้อย คราวนี้มันได้บทเรียนแล้ว จึงเคาะประตูอย่างมีมารยาทก่อนจะเดินเข้ามา "คุณครูครับ"

ฟู่เหยียนถาม "คิดคำมาบรรยายสรรพคุณครูของเธอได้หรือยัง?"

ไอ้หน้าจืดนี่มันช่างเจ้าคิดเจ้าแค้นซะจริง นักเรียนหัวเขียวสบถด่าในใจ แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกทางสีหน้า มันไม่อยากปีนบันไดขึ้นมาอีกรอบแล้ว

"ครูฟู่เป็นผู้มีพรสวรรค์เป็นเลิศ ทุ่มเทให้กับการทำงาน ขยันขันแข็ง และเป็นแบบอย่างที่ดีของครูบาอาจารย์ครับ"

ฟู่เหยียนเอามือเท้าโต๊ะ มองหน้ามันด้วยความเสียดายสุดซึ้ง "โดดลงไปใหม่"

นักเรียนหัวเขียว: "..."

เมื่อนักเรียนหัวเขียวปีนกลับขึ้นมาจากชั้นล่างอีกครั้ง มันก็ชิงตอบก่อนที่ฟู่เหยียนจะทันได้อ้าปากพูดซะอีก "ครูฟู่หล่อเหลาเอาการ เสน่ห์แรงเกินต้านทาน เป็นที่รักของทุกคน และเป็นที่ชื่นชอบของมวลหมู่ดอกไม้ครับ"

พูดจบ นักเรียนหัวเขียวก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอ รอรับคำพิพากษาจากฟู่เหยียนด้วยสีหน้าสลดหดหู่

ฟู่เหยียนเดินเข้าไปหานักเรียนหัวเขียวด้วยสีหน้าจริงจัง ยื่นมือไปลูบหัวมันเบาๆ แล้วฉีกยิ้มละมุน "ถ้าเธอทำตัวว่าง่ายแบบนี้ตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง ไปยืนรับโทษอยู่หลังห้องไป"

นักเรียนหัวเขียวลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกโล่งอกราวกับรอดตายหวุดหวิด

แต่มันเป็นสัตว์ประหลาดนะโว้ย!

นักเรียนในห้องถึงกับไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ

เพราะไม่มีใครอยากเป็นรายต่อไปที่ต้องไปสัมผัสประสบการณ์ดิ่งพสุธาหรอกนะ

"นักเรียนหัวเขียว แกไม่มีทางรู้หรอกว่าตัวเองโชคดีแค่ไหน"

"ยังจำ NPC ตัวล่าสุดที่โดนเทพฟู่ลูบหัวได้ปะ? ป่านนี้หญ้าบนหลุมศพคงสูงปรี๊ดไปสองเมตรแล้วมั้ง"

"รอบนี้เทพฟู่มือเบาลงเยอะเลยนะเนี่ย"

ในดันเจี้ยน ฟู่เหยียนยืนอยู่บนโพเดียม ทอดสายตามองเหล่านักเรียนที่นั่งตัวตรงแหน่วอยู่เบื้องล่างด้วยความพึงพอใจ

"ในเมื่อครูสอนภาษาจีนโดนพวกเธอจับกินไปแล้ว งั้นเวลาที่เหลือเรามาเรียนวิชาพละกันดีกว่า"

ฟู่เหยียนเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกา "เหลือเวลาอีกแค่สิบห้านาที งั้นเรามาเล่นเกมง่ายๆ กันดีกว่า"

เหล่านักเรียนต่างพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินดังนั้น

ฟู่เหยียนดึงผ้าปูโต๊ะจากใต้โต๊ะครูออกมาอย่างลวกๆ แล้วโยนไปให้เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด

"ส่งดอกไม้ไปเรื่อยๆ ดอกไม้หยุดอยู่ที่ใคร คนนั้นต้องกระโดดลงไปจากตรงนี้" ฟู่เหยียนพยักพเยิดหน้าไปทางหน้าต่าง "เล่นเกมเดียว ได้ประสบการณ์คูณสอง คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มอีกนะพวกเธอ"

เหล่านักเรียน: "..."

พรประเสริฐแบบนี้ ครูรับไว้เองเถอะครับ!

ฟู่เหยียนไม่ปล่อยให้พวกมันมีเวลาได้โต้แย้ง เขาหยิบไม้ชี้ขึ้นมาแล้วเริ่มเคาะจังหวะ

"ต๊อก!"

ฟู่เหยียนเคาะไปแค่ทีเดียวก็หยุดชะงัก

ผ้าปูโต๊ะในมือเด็กผู้ชายคนแรกยังไม่ทันได้ถูกส่งต่อให้ใครเลยด้วยซ้ำ

มันนั่งถือผ้าปูโต๊ะนิ่งอึ้งอยู่บนเก้าอี้ "แค่นี้... จบแล้วเหรอครับ?"

"มา พวกเรามาแสดงความยินดีกับนักเรียนชายคนนี้กันเถอะ"

"..."

ทุกคนกระดากปากเกินกว่าจะเอ่ยคำยินดีออกมาได้จริงๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ใครจะไปรู้ล่ะว่าคิวต่อไปที่ต้องลงไปกองกับพื้นจะเป็นพวกเขาหรือเปล่า

ในที่สุด เด็กผู้ชายคนนั้นก็กระโดดลงไป ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนของทุกคน

ฟู่เหยียนรีบชะโงกหน้าออกไปตะโกนไล่หลัง "ถ้าภายในสามนาทีเธอยังไม่กลับขึ้นมา เธอจะต้องกระโดดลงไปใหม่อีกรอบนะ!"

เดิมทีเด็กผู้ชายคนนั้นคำนวณองศาและท่าลงจอดไว้ดิบดีแล้ว

แต่เสียงตะโกนของฟู่เหยียนทำเอามันลืมสคริปต์ไปซะสนิท

มันกางแขนโอบกอดสายลม โอบกอดสายรุ้ง แล้วดิ่งพสุธากระแทกพื้นดัง 'แผล็บ' อย่างกล้าหาญ

ลำไส้ กระเพาะอาหาร และปอดของมันสาดกระจายไปทั่วบริเวณ

มันไม่กล้าแม้แต่จะมัวเสียเวลาเก็บกวาดให้เรียบร้อย ทำได้แค่โกยเศษซากเครื่องในขึ้นมาลวกๆ แล้วยัดกลับเข้าไปในท้อง ก่อนจะหันหลังวิ่งตึกตักขึ้นบันไดไป

มันวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาถึงห้องเรียนได้ทันเวลาเฉียดฉิวในนาทีที่สองกับอีกห้าสิบเก้าวินาทีพอดีเป๊ะ

เกมส่งดอกไม้ยังคงดำเนินต่อไป และในระหว่างที่มันกำลังปีนบันไดอยู่นั้น ก็มีนักเรียนอีกสิบสองคนถูกส่งตัวลงไปดิ่งพสุธาตามระเบียบ

【 ติ๊ง! ค่าความหวาดผวา +10 】

【 ติ๊ง! ค่าความหวาดผวา +10 】

【 ติ๊ง! ค่าความหวาดผวา +10 】

...นับรวมแสงสีแดงและสีเขียวพวกนั้นด้วย

เมื่อจบคาบเรียนแรก ฟู่เหยียนก็สะสมค่าความหวาดผวาไปได้ถึง 485 หน่วย

นักเรียนในห้องทุกคนต่างก็โดนแจ็คพอตกันถ้วนหน้า ไม่มีใครรอดพ้นเงื้อมมือไปได้เลยแม้แต่คนเดียว

พวกที่ดวงซวยหน่อยก็โดนจัดหนักไปสองสามรอบติด

พื้นปูนของสนามเด็กเล่นถูกฉาบไปด้วยเลือดสีแดงคล้ำหลายชั้น ทับถมด้วยอวัยวะภายในที่ระบุตัวตนไม่ได้ และไม่มีใครยอมรับเป็นเจ้าของ

ทันทีที่เสียงกริ่งหมดเวลาเรียนดังขึ้น เหล่านักเรียนก็พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ราวกับยกภูเขาออกจากอก

พวกมันไม่เคยโหยหาการเลิกเรียนขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต

"เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ งั้นคาบนี้เราพอแค่นี้ละกันนะ เลิกเรียนได้"

ฟู่เหยียนเดินออกจากห้องเรียนไปด้วยความรู้สึกเสียดาย

น่าเสียดายที่แต่ละคนสามารถมอบค่าความหวาดผวาจากการกระโดดตึกได้แค่ครั้งเดียว ไม่งั้นเขาก็อยากจะฟาร์มแต้มต่ออีกสักหน่อย

เหล่านักเรียนฟุบหน้าลงกับโต๊ะ มองตามแผ่นหลังของฟู่เหยียนที่เดินจากไป ไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะเอ่ยคำว่า 'ขอบคุณครับ/ค่ะ คุณครู'

พวกมันไม่อยากเจอหน้าเขาอีกแล้วจริงๆ

เมื่อฟู่เหยียนเดินออกมาจากห้องเรียน ก็มีเพียงเหอซูหยางที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตู

ตอนนี้อารมณ์ของเหอซูหยางนั้นอธิบายไม่ถูกจริงๆ

ถึงแม้ว่าเขาจะเคยเห็นฟู่เหยียนฆ่าคนมาแล้ว แต่นั่นมันก็แค่ในจอภาพยนตร์

พอตอนนี้ได้มาเห็นหมอนี่ลงมือจัดการกับ NPC ด้วยตาตัวเอง เขาถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าเมื่อคืนฟู่เหยียนเมตตาเขามากขนาดไหน

ฟู่เหยียนไม่รู้หรอกว่าเหอซูหยางกำลังคิดอะไรอยู่

ถ้าเขารู้ล่ะก็ เขาคงจะบอกหมอนั่นไปตรงๆ ว่า

"สหาย นายคิดมากไปแล้ว ฉันก็แค่อยากจะได้การ์ดผูกมัดจากนายก็เท่านั้นแหละ"

จบบทที่ บทที่ 12 - เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียน (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว