- หน้าแรก
- ผีตัวประกอบ
- บทที่ 8 - ผูกมัดฉันสิ
บทที่ 8 - ผูกมัดฉันสิ
บทที่ 8 - ผูกมัดฉันสิ
【 ติ๊ง! ค่าความสยองขวัญ +1 】
ฟู่เหยียนลดไฟฉายที่ส่องแสงสีเขียวอื๋อเสยปลายคางลง แล้วใช้ด้ามไฟฉายจิ้มแก้มเฮ่อซูเยว่ "นี่! นี่! ไม่เอาน่า สลบไปจริงๆ ดิ? มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไง? ออกจะหล่อเหลาปานนี้..."
พอเห็นว่าเฮ่อซูเยว่สลบเหมือดไปแล้วจริงๆ ฟู่เหยียนก็ไม่อยากปล่อยให้แม่หนูน้อยต้องนอนหมดสติอยู่ในห้องใต้ดินที่ทั้งหนาวและมืดมิดไปตลอดทั้งคืน แบบนั้นมันออกจะผิดวิสัยสุภาพบุรุษไปหน่อย
เขาจึงจัดการเปิดโคมไฟติดผนังในห้องเก็บไวน์ แล้วไปลากเก้าอี้นวมตัวใหญ่หนานุ่มจากห้องนั่งเล่นลงมา
ฟู่เหยียนจัดแจงวางเก้าอี้ไว้ตรงข้ามกับเด็กสาวพอดิบพอดี ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างเสียเอง "สว่างขึ้นตั้งเยอะ"
"อืม... แค่กๆ..." เสียงครางต่ำๆ ดังขึ้น ชายหนุ่มที่อยู่ในอ้อมแขนของเฮ่อซูเยว่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง และทันทีที่เห็นฟู่เหยียน เขาก็ผุดลุกขึ้นพรวดพราด แววตาเต็มไปด้วยความระแวดระวังภัย หากสภาพร่างกายเอื้ออำนวย เขาคงพุ่งเข้าไปบิดคอฟู่เหยียนแล้ว
"บุกรุกบ้านคนอื่นแถมยังมีเจตนาทำร้ายร่างกายเนี่ย ไม่ใช่พฤติกรรมที่ดีเลยนะ" ฟู่เหยียนนั่งไขว่ห้าง พลางจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความสนใจใคร่รู้
"นายคือฟู่เหยียน" ชายหนุ่มจำเขาได้แล้ว เขาเองก็เคยดูไลฟ์สดของฟู่เหยียนเหมือนกัน "นี่บ้านนายเหรอ? นายคือเจ้าของปราสาทโบราณหลังนี้งั้นสิ?"
ชายหนุ่มตระหนักได้ทันทีว่าน้องสาวคงเป็นคนพาเขามาซ่อนที่นี่ เขาหันไปมองน้องสาวที่ยังคงหมดสติด้วยแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย
ฟู่เหยียน: "ก็แกมันตัวหนักอย่างกับควาย หล่อนก็เลยเหนื่อยจนสลบไปไง"
ชายหนุ่มลูบผมที่ยุ่งเหยิงของเฮ่อซูเยว่อย่างอ่อนโยน "เป็นความผิดของพี่เองที่ดูแลเธอไม่ดี"
"เลิกเล่นบทโศกพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวได้แล้ว เอาจริงดิ พวกแกเป็นใคร แล้วต้องการอะไรถึงได้บุกรุกเข้ามาในบ้านฉันตอนดึกดื่นป่านนี้?"
ชายหนุ่มค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณต่อฟู่เหยียน "ฉันชื่อเฮ่อซูหยาง ส่วนนี่เฮ่อซูเยว่น้องสาวของฉัน เราสองพี่น้องหนีหมอกดำเข้ามาหลบในนี้ ต้องขอโทษด้วยที่มารบกวน พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้แหละ จะไม่ทำความลำบากใจให้นายอีก"
เฮ่อซูหยางพยุงร่างอันโอนเอนลุกขึ้นยืน ดึงตัวเฮ่อซูเยว่ขึ้นมาและเตรียมตัวจะจากไป ก่อนหน้านี้เขาหมดสติ น้องสาวตัวคนเดียวคงรับมือกับสิ่งลี้ลับในหมอกนั่นไม่ไหว แต่ตอนนี้เขาฟื้นแล้ว จึงไม่อยากทำให้ฟู่เหยียนต้องมาเดือดร้อนไปด้วย
แต่ฟู่เหยียนกลับพุ่งพรวดเข้าไป กระชากคอเสื้อเฮ่อซูเยว่แล้วเหวี่ยงร่างของเธอลงบนเก้าอี้ด้านหลังอย่างไม่ออมแรง "นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป คิดว่าที่นี่เป็นบ้านพวกแกหรือไง?!"
การจู่โจมกะทันหันของฟู่เหยียนทำให้เฮ่อซูหยางตั้งตัวไม่ติด น้องสาวถูกแย่งไปต่อหน้าต่อตา "เอาน้องสาวฉันคืนมานะ!"
เฮ่อซูหยางชักมีดสั้นที่เอวออกมาแล้วตวัดไปด้านหลัง เล็งจุดตายของฟู่เหยียนอย่างแม่นยำ
ฟู่เหยียนคว้าข้อมือของเขาไว้หมับ "เด็กสาวบอบบางผิวพรรณนุ่มนิ่มแบบนี้ เอาไปนึ่งมะนาวราดซอสกระเทียมน่าจะอร่อยสุดๆ ไปเลยว่าไหม"
เขาจงใจยั่วโมโหเฮ่อซูหยาง เพียงพริบตาเดียว ทั้งสองก็แลกหมัดกันไปแล้วสองสามกระบวนท่า
แม้เฮ่อซูหยางจะแข็งแกร่ง แต่เขากำลังบาดเจ็บจากผลกระทบย้อนกลับ ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฟู่เหยียน ชายหนุ่มถูกปลดอาวุธอย่างรวดเร็วและถูกบีบคอยกขึ้นจนตัวลอย
ฟู่เหยียนบีบคอเฮ่อซูหยางแน่น ยกเขาขึ้นสูงจนตีนลอยจากพื้น "ไอ้หนุ่ม ฝีมือใช้ได้นี่หว่า"
ใบหน้าของเฮ่อซูหยางแดงก่ำจนแทบปริแตก "ปล่อย... น้องสาวฉัน... จะทำอะไรฉัน... ก็เชิญ"
【 ติ๊ด! ห้ามผู้เล่นฆ่ากันเองนอกดันเจี้ยนโดยเด็ดขาด! 】
【 ติ๊ด! ห้ามผู้เล่นฆ่ากันเองนอกดันเจี้ยนโดยเด็ดขาด! 】
【 ติ๊ด! ห้ามผู้เล่นฆ่ากันเองนอกดันเจี้ยนโดยเด็ดขาด! 】
เสียงเตือนสังเคราะห์ดังก้องกังวานในหัวของฟู่เหยียนอย่างเร่งด่วน
เออๆ รู้แล้วน่า
ก็แค่หยอกไอ้หนุ่มนี่เล่นนิดเดียวเอง จะเข้มงวดอะไรนักหนาวะ?
ฟู่เหยียนยอมปล่อยมืออย่างเสียไม่ได้ เฮ่อซูหยางร่วงตุ้บลงไปกองกับพื้นทันที
ถึงเมื่อกี้ฟู่เหยียนจะจงใจออมมือให้ก็เถอะ แต่การที่เฮ่อซูหยางรับมือเขาได้ตั้งสามกระบวนท่าก็แสดงว่ามีฝีมือไม่เบา
อย่างน้อยก็ไม่ใช่ไก่อ่อนหัดบิน ถือว่าเป็นรุกกี้ที่พอใช้ได้
แน่นอนว่าฟู่เหยียนไม่รู้ระดับฝีมือโดยทั่วไปของผู้เล่นในดันเจี้ยนนี้ เขาเลยลองหยั่งเชิงถามดู
"นายเป็นผู้ทรยศงั้นเหรอ?"
เฮ่อซูหยางกุมลำคอตัวเองแล้วไออย่างรุนแรง "แค่กๆ... มัน... ไม่ใช่กงการอะไรของนาย"
"แนะนำให้ตอบมาตามตรงดีกว่านะ" ฟู่เหยียนเดินไปหลังเก้าอี้ วางมือแหมะลงบนพนักพิงของเฮ่อซูเยว่ "ไม่งั้นฉันก็รับประกันไม่ได้หรอกว่าจะทำอะไรกับยัยนี่บ้าง"
"เออ ฉันเป็นผู้ทรยศ แต่อย่าแตะต้องเธอนะเว้ย!" เฮ่อซูหยางถลึงตาใส่ฟู่เหยียน ถ้าสายตาฆ่าคนได้ ฟู่เหยียนคงตายห่าไปเป็นร้อยรอบแล้ว
"ไปแหกกฎเหล็กข้อไหนมาล่ะ?"
คนที่จะกลายเป็นผู้ทรยศได้ ต้องเป็นคนที่ทำผิดกฎร้ายแรงของกิลด์และถูกทุกกิลด์คว่ำบาตรร่วมกันเท่านั้น
ฟู่เหยียนต้องรู้ก่อนว่าหมอนี่ไปทำวีรกรรมอะไรไว้ ถึงจะตัดสินใจได้ว่าจะเก็บไว้ใช้ประโยชน์ดีไหม
เฮ่อซูหยาง: "ฆ่าคนนอกดันเจี้ยน..."
ผู้เล่นสามารถฆ่ากันเองในดันเจี้ยนได้ แต่ห้ามลงมือข้างนอกเด็ดขาด นี่คือกฎเหล็กของเกม
"โอ้โห รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ แฮะ" ฟู่เหยียนมักจะชื่นชมไอ้หนุ่มสายโหดแบบนี้อยู่เสมอ
"...แต่พลาด"
ฟู่เหยียน: "..."
ยกเว้นไอ้พวกที่ชอบเว้นจังหวะการพูดซะนานสองนานน่ะนะ
"เข้ามาอยู่ในเกมนี้นานแค่ไหนแล้ว?"
เฮ่อซูหยาง: "สามเดือน"
ฟู่เหยียนรอจังหวะครู่หนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าหมอนี่จะไม่เว้นช่วงพูดนานๆ อีก ก่อนจะเอ่ยถาม "นายรู้วิธีลงดันเจี้ยนซ้ำๆ ในเวลาสั้นๆ ไหม?"
ตัวตนของเขาคือบั๊กของเกม เขาไม่รู้เลยว่าจะอยู่ที่นี่ได้อีกนานแค่ไหน
ดังนั้น เขาจึงอยากเคลียร์ดันเจี้ยนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อฟาร์มค่าความสยองขวัญและอัปเกรดตัวเอง ความถี่แค่เดือนละสองดันเจี้ยนมันน้อยเกินไปสำหรับคนอย่างเขา
เฮ่อซูหยางมองเขาด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ คนอื่นเขามีแต่จะหลีกหนีการลงดันเจี้ยน แต่ไอ้หมอนี่กลับอยากวิ่งเข้าใส่เนี่ยนะ?!
"ทุกคนจะถูกบังคับให้ลงดันเจี้ยนเดือนละสองครั้ง ถ้าอยากลงมากกว่านั้น ก็ต้องใช้ 《 การ์ดผูกมัด 》 ไม่ก็ 《 การ์ดตัวแทน 》"
ฟู่เหยียน: "แล้วมันต่างกันยังไงวะ?"
"มันก็เขียนบอกไว้ในคำอธิบายแล้วไง นายก็อ่านเองสิ" การ์ดสกิลทุกใบในร้านค้ามีคู่มือการใช้งานบอกไว้หมด แค่ปรายตามองแวบเดียวก็รู้เรื่องแล้ว จะมาถามเขาทำไม?
เฮ่อซูหยางคิดว่าฟู่เหยียนกำลังปั่นหัวเขาเล่นเลยแอบฉุนนิดๆ แต่ก็ไม่กล้าแสดงออก เพราะน้องสาวยังตกอยู่ในกำมือของอีกฝ่าย
ฟู่เหยียน: "..."
ฟู่เหยียน: "ฉันอ่านไม่ออกโว้ย"
ถ้ามีคำอธิบายให้อ่าน เขาจะมานั่งถามหาพระแสงอะไรล่ะ?! หน้าตาเขาดูว่างงานนักหรือไง?!
ไอ้เกมเวรนี่มันลำเอียงกับเขาสุดๆ นอกจากจะไม่มีคู่มือสำหรับมือใหม่ให้แล้ว ยังไม่มีแม้แต่คำอธิบายไอเทมอีกต่างหาก
ต่อให้ซื้อไอเทมประเภทสกิลพวกนั้นมาได้ เขาก็ใช้ไม่เป็นอยู่ดี
เฮ่อซูหยาง: "..."
อ่านหนังสือไม่ออกแท้ๆ ยังจะมาทำตัวกร่างอีก!
"《 การ์ดผูกมัด 》 ใช้สำหรับผูกมัดใครก็ได้มาเป็นเพื่อนร่วมทีม พอคนคนนั้นเข้าดันเจี้ยน นายก็จะเข้าไปพร้อมกับเขาได้"
"ส่วน 《 การ์ดตัวแทน 》 คือการลงดันเจี้ยนแทนคนอื่น สมมติว่าพรุ่งนี้ฉันต้องลงดันเจี้ยน ถ้านายใช้การ์ดตัวแทน นายก็จะเข้าไปในดันเจี้ยนแทนฉันได้ และแต้มที่ได้ตอนเคลียร์จบก็จะเป็นของนาย แต่เพราะมันถือเป็นการเคลียร์ดันเจี้ยนแทนคนอื่น ระบบจึงมองว่าเป็นการโกง ดังนั้นหลังจากดันเจี้ยนจบลง ผู้ใช้จะได้รับผลกระทบย้อนกลับ"
"การ์ดสองใบนี้ใช้พร้อมกันไม่ได้"
ฟู่เหยียน: "ที่นายล้มพับไปก็เพราะลงดันเจี้ยนแทนน้องสาวจนโดนผลกระทบย้อนกลับสินะ?"
"ใช่ ปฏิกิริยาตอบสนองต่อผลกระทบย้อนกลับของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ของฉันคือการถูกหักค่าพลังชีวิต" เฮ่อซูหยางไม่สนหรอกว่าฟู่เหยียนจะรู้ความลับนี้ ถึงยังไงเขาก็สู้ฟู่เหยียนไม่ได้อยู่ดี ถ้าฟู่เหยียนอยากจะฆ่าเขาจริงๆ แค่นาทีเดียวก็ตายแล้ว
"รอบต่อไปนายต้องลงดันเจี้ยนเมื่อไหร่?"
"พรุ่งนี้"
"..."
ฟู่เหยียนสั่งหน้าตาเฉย "งั้นก็ซื้อ 《 การ์ดผูกมัด 》 มาผูกมัดฉันซะ พรุ่งนี้ฉันจะลงดันเจี้ยนไปกับนายด้วย"
"เสียใจด้วย ฉันต้องเก็บแต้มไว้ซื้อ 《 การ์ดตัวแทน 》"
เฮ่อซูหยางดูออกว่าฟู่เหยียนไม่ได้กะจะเอาชีวิตพวกตนหรอก เมื่อกี้ก็แค่ทดสอบฝีมือเท่านั้น การที่ฟู่เหยียนยอมให้พวกเขาสองพี่น้องหลบภัยที่นี่ เขาเองก็ควรจะตอบแทน
ทว่า 《 การ์ดผูกมัด 》 ราคาตั้งหนึ่งร้อยแต้ม และเขาเหลือแต้มอยู่แค่ร้อยห้าแต้มเท่านั้น ถ้าซื้อ 《 การ์ดผูกมัด 》 เขาก็จะไม่มีแต้มพอซื้อ 《 การ์ดตัวแทน 》
ถึงเขาจะเสี่ยงชีวิตในดันเจี้ยนรอบนี้ อย่างมากก็ได้แต้มกลับมาแค่ห้าสิบหกสิบแต้ม ซึ่งก็ยังไม่พอซื้อ 《 การ์ดตัวแทน 》 อยู่ดี
ถ้าไม่มี 《 การ์ดตัวแทน 》 น้องสาวของเขาก็ต้องตาย
ฟู่เหยียนเห็นท่าทีหนักใจของอีกฝ่าย จึงพูดขึ้นอย่างไม่ยี่หระ "ดูจากสภาพร่างกายนายตอนนี้ ค่าพลังชีวิตคงใกล้จะหมดหลอดแล้วสิท่า ถ้านายไม่ผูกมัดฉัน พรุ่งนี้นายอาจจะไปตายโหงในเกมก็ได้ แล้วน้องสาวนายจะเป็นยังไงล่ะ?"
"ยัยนี่ไม่มีประโยชน์อะไรกับฉันเลยสักนิด ขืนนายตายขึ้นมา ฉันอาจจะหน้ามืดจับหล่อนไปจิ้มซอสกระเทียมกินจริงๆ ก็ได้นะ"
พูดจบ ฟู่เหยียนก็เดาะลิ้นแผล็บ ทำหน้าตาราวกับกำลังตั้งตารอคอยมื้ออร่อยอยู่จริงๆ
เฮ่อซูหยางรู้สภาพร่างกายตัวเองดี เขาเหลือค่าพลังชีวิตแค่ห้าแต้ม ขืนฝืนลงดันเจี้ยนไปก็มีแต่ตายกับตาย
เดิมทีเขาวางแผนจะไปรีดไถแต้มคนอื่นในดันเจี้ยนพรุ่งนี้ แต่การถูกหักค่าพลังชีวิตมันส่งผลกระทบต่อร่างกายมากเกินไป สภาพเขาตอนนี้เผลอๆ สู้พวกมือใหม่ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ
เฮ่อซูหยางลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็กัดฟันซื้อ 《 การ์ดผูกมัด 》 มาจนได้
ฟู่เหยียนพึงพอใจกับผลลัพธ์นี้สุดๆ
แค่ประโยคเดียว ก็หลอกล่อให้พี่ชายของยัยนี่เปย์แต้มตั้งหนึ่งร้อยแต้มให้เขาได้แล้ว
"พรุ่งนี้ฉันจะพานายรอดกลับมาให้ได้ก็แล้วกัน คืนนี้พวกนายสองคนก็พักอยู่ที่นี่แหละ"
เขาจัดแจงให้สองพี่น้องไปพักที่ห้องแขก ส่วนตัวเองก็กลับไปนอนเอาแรงที่ห้อง
หกโมงเช้า ความรู้สึกไร้น้ำหนักอย่างรุนแรงพุ่งจู่โจม ฟู่เหยียนลืมตาขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองมายืนอยู่หน้าอาคารเรียนหลังหนึ่งเสียแล้ว