- หน้าแรก
- ผีตัวประกอบ
- บทที่ 4 - ไว้ใจใครดี? (4)
บทที่ 4 - ไว้ใจใครดี? (4)
บทที่ 4 - ไว้ใจใครดี? (4)
ฟู่เหยียนยกสมองของเด็กชายออกมาจากห้องครัว ในขณะที่สมรภูมิรบของสองสามีภรรยาได้ย้ายจากห้องนอนมาถึงห้องนั่งเล่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เขาวางจานใส่สมองลงบนโต๊ะกระจก นั่งลงข้างๆ ฝ่ายสามี แล้วเอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดี "มากินสิ ผมตั้งใจทำมาให้คุณโดยเฉพาะเลยนะ"
หญิงสาวเห็นก้อนเนื้อโชกเลือดก็เกิดลางสังหรณ์ใจไม่ดี "นี่มันคืออะไร?"
ฟู่เหยียนยื่นตะเกียบให้เธอพร้อมกับยิ้มกริ่ม "ซาซิมิสมอง... ของลูกชายคุณไง"
รูม่านตาของชายที่นั่งอยู่ข้างๆ หดเกร็ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด
ส่วนผีสาวฝั่งตรงข้ามตาแดงก่ำ น้ำตาเลือดสองสายไหลอาบแก้ม เธอหักตะเกียบในมือดังกรอบ แผดเสียงแหลมปรี๊ดดุดัน "ฉันจะฆ่าแก!"
"ผมยังไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขการตาย เพราะงั้นคุณฆ่าผมไม่ได้หรอก"
พูดจบ ฟู่เหยียนก็ชักมีดอีโต้สับกระดูกที่เหน็บไว้ข้างเอวออกมา แล้วปาดคอชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ทันที
เลือดสีสดสาดกระเซ็น ชายคนนั้นกุมลำคอตัวเอง ดิ้นรนทุรนทุรายอยู่บนโซฟาด้วยความเจ็บปวด และสิ้นใจตายในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที
แต่ก่อนตาย เขาก็ยังไม่ลืมที่จะสมทบค่าความหวาดผวาให้ฟู่เหยียน
【 ติ๊ง! ค่าความหวาดผวา +95 】
ผีสาวฝั่งตรงข้ามที่กำลังจะพุ่งเข้ามาฉีกร่างเขาชะงักกึกทันทีที่ได้ยินคำพูดของฟู่เหยียน เธอเบิกตากว้างมองเขาด้วยความเหลือเชื่อ "แกรู้เงื่อนไขการตายได้ยังไง?"
คำถามของผีสาวตรงใจผู้ชมในห้องไลฟ์สตรีมเป๊ะ
"เชี่ย! หมอนี่รู้เงื่อนไขการตายด้วย! ฉันดูมาตั้งนานยังมืดแปดด้านอยู่เลย"
"สรุปเงื่อนไขการตายคืออะไรวะ? งงแดกบวกสอง"
"ทำไมจู่ๆ พี่แกถึงเอามีดสับคนทั้งๆ ที่ยังคุยอยู่ล่ะวะ! ฉันตั้งตัวไม่ทันโว้ย งงแดกบวกสาม!"
"เมนเทอร์เมนต์บน แกไม่ได้โดนสับสักหน่อย จะเตรียมใจหาพระแสงอะไร!"
"ตกลงเงื่อนไขการตายคืออะไรกันแน่? มีเทพบุตรคนไหนช่วยอธิบายทีได้ไหม? ลูกพี่เฉินเซิงยังอยู่รึเปล่า?"
เฉินเซิง... เขาจะไปตรัสรู้ได้ยังไง? ตอนแรกเขาก็ไม่ได้ดูให้ละเอียด แถมเพิ่งคุยโต้ตอบกับคนอื่นเสร็จก็โยนมือถือทิ้งไปแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะกิลด์มีคำสั่งบังคับให้สมาชิกระดับผู้บริหารขึ้นไปต้องเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ให้ได้ เขาคงไม่กดเข้ามาดูห้องไลฟ์สตรีมของเด็กใหม่ไก่กาแบบนี้หรอก
แต่ถึงอย่างนั้น เงื่อนไขการตายที่แม้แต่เด็กใหม่โง่ๆ ยังเดาออก ก็คงไม่น่าจะยากเย็นอะไรนักหรอกมั้ง
เฉินเซิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพิมพ์ตอบส่งๆ ไปว่า "ภายในเวลาที่กำหนด ต้องฆ่าคนโกหกและอมนุษย์ให้หมด ถึงจะไม่ตาย"
"งงแดกบวกสี่ เมนต์บนช่วยจัดแถวให้เป็นระเบียบหน่อย (ลูกพี่ ผมไม่ได้ว่าพี่นะ)"
"แล้วเวลาที่กำหนดนี่มันวัดจากอะไรล่ะ? ตั้งแต่ต้นจนจบยังไม่มีเบาะแสอะไรเกี่ยวกับเวลาเลยนะ?"
ช่องแชทในห้องไลฟ์สตรีมเดือดปุดๆ หลายคนพากันแท็กถามคำตอบจากเฉินเซิง แต่เขากลับเมินเฉยไม่สนใจ
ในเวลาเดียวกัน ภายในดันเจี้ยน ฟู่เหยียนล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ค่อยๆ เช็ดคราบเลือดบนมืออย่างเชื่องช้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ:
"เงื่อนไขการตายก็คือการโกหก ตราบใดที่ผู้เล่นโกหก ก็จะถูกฆ่า"
ผีสาวเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อ "เป็นไปไม่ได้... แกรู้เงื่อนไขการตายได้ยังไง..."
เธออยู่ในดันเจี้ยนนี้มาตั้งนาน ไม่เคยเจอผู้เล่นคนไหนที่แหกกฎเงื่อนไขการตายได้เลย ผู้เล่นทุกคนที่หลงเข้ามาล้วนกลายเป็นอาหารอันโอชะของครอบครัวเธอทั้งนั้น
ตราบใดที่สมาชิกคนใดคนหนึ่งในครอบครัวสามคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ดันเจี้ยนแห่งนี้ก็จะรีเซ็ตตัวเองใหม่ได้เรื่อยๆ ไม่มีวันจบสิ้น
ทว่าตามกฎของดันเจี้ยน หากผู้เล่นไม่ทำผิดเงื่อนไขการตาย พวกเขาก็ไม่สามารถทำอันตรายผู้เล่นได้เช่นกัน
ฟู่เหยียนพับผ้าเช็ดหน้าเก็บเข้ากระเป๋า นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาด้วยท่วงท่าสง่างาม "เดาไม่ยากหรอก ในเมื่อระบบแจ้งเตือนภารกิจว่า 【 ฆ่าคนโกหก (อมนุษย์) 】 มันก็มีความเป็นไปได้อยู่สองข้อ"
"ข้อแรก ฆ่าอมนุษย์ที่พูดโกหก"
"ข้อสอง ฆ่าทั้งคนโกหกและอมนุษย์"
ความจริงแล้วฟู่เหยียนขี้เกียจอธิบายให้ผีสาวฟัง เพราะยังไงเธอก็กำลังจะตายอยู่แล้ว พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆ
แต่เขาจำเป็นต้องอธิบายให้คนดูในไลฟ์สตรีมฟังต่างหาก แม้เขาจะมองไม่เห็นคอมเมนต์ แต่ก็มองเห็นยอดผู้ติดตามบนแผงควบคุมหน้าจอ
ตอนนี้ยอดฟอลโลว์ช่องเขาทะลุหลักหมื่นไปแล้ว เขาตั้งใจจะใช้ไลฟ์สตรีมครั้งนี้ดึงดูดผู้ติดตามให้มากขึ้น เพื่อกอบโกยค่าความหวาดผวาในอนาคตได้ง่ายๆ
ถึงค่าความหวาดผวาจากคนดูจะน้อยนิดเมื่อเทียบกับที่รีดไถจากพวก NPC แต่ยุงตัวเล็กแค่ไหนก็ยังมีเนื้อ
ฟู่เหยียนสวมวิญญาณคุณครูผู้แสนดี อธิบายอย่างใจเย็น "ลูกชายคุณบอกว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนฆ่าคุณ แต่คุณกลับบอกว่าคุณเป็นคนฆ่าเขา จากกฎที่ว่า 'คนตายไม่สามารถฆ่าฆาตกรได้' แสดงว่าต้องมีใครคนใดคนหนึ่งกำลังตอแหล"
"รอยรัดบนคอคุณมีคราบเลือดสีแดงคล้ำติดอยู่เพียบ ถ้าผู้ชายคนนี้ใช้เนคไทผูกคอคุณจริงๆ คอคุณก็ไม่ควรจะมีเลือดเปื้อนสิ แปลว่าคุณถูกลูกชายใช้ผ้าพันคอรัดคอจนตายต่างหาก"
"ลูกชายคุณใช้ผ้าพันคอปิดบังรอยเย็บที่คอตัวเอง ผ้าพันคอผืนนั้นเปื้อนเลือดของเขา แล้วเขาก็เอาผ้าผืนนั้นแหละมารัดคอคุณ เลือดบนผ้าพันคอก็เลยติดอยู่บนคอคุณยังไงล่ะ"
"อ้างอิงจากกฎที่ว่าคนตายไม่สามารถฆ่าฆาตกรได้ ลำดับเหตุการณ์ของพวกคุณสามคนควรจะเป็นแบบนี้: สามีคุณเอามีดอีโต้ฟันลูกชายจนตาย จากนั้นคุณก็เอามีดอีโต้เล่มเดียวกันฟันสามีจนตาย แล้วสุดท้ายลูกชายที่ตายไปแล้วของคุณก็โผล่มาเอาผ้าพันคอรัดคอคุณ สรุปคือพวกคุณทั้งสามคนเป็นอมนุษย์ และลูกชายคุณก็คือคนโกหก"
"ถ้าเป็นสมมติฐานข้อแรก 'ฆ่าอมนุษย์ที่พูดโกหก' เกมก็ควรจะจบลงตั้งแต่ตอนที่ผมฆ่าลูกชายคุณไปแล้ว แต่นี่มันยังไม่จบน่ะสิ"
"งั้นก็เหลือแค่ข้อสอง 'ฆ่าทั้งคนโกหกและอมนุษย์' พวกคุณทั้งสามคนเป็นอมนุษย์ แถมลูกชายคุณยังเป็นคนโกหกอีก ถ้าแค่ฆ่าพวกคุณสามคนแล้วเกมจบ ภารกิจมันก็น่าจะบอกตรงๆ ว่า 'ฆ่าอมนุษย์' ไปเลย ไม่เห็นต้องยัดคำว่า 'ฆ่าคนโกหก' เข้ามาให้วุ่นวาย"
"เว้นเสียแต่ว่าภารกิจ 'ฆ่าคนโกหก' ไม่ได้หมายถึงพวกคุณ แต่หมายถึงตัวผมเอง แบบนี้ถึงจะสมเหตุสมผล ตราบใดที่ผมพูดโกหก ผมก็จะกลายเป็นคนโกหก ซึ่งไปกระตุ้นเงื่อนไขการตาย แล้วพวกคุณก็จะได้สิทธิ์ในการฆ่าผม"
"ดังนั้น วิธีเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ก็คือ ผู้เล่นจะต้องใช้อาวุธที่ถูกต้องจัดการพวกคุณสามคนที่เป็นอมนุษย์... โดยห้ามพูดโกหกเด็ดขาด"
ผีสาวส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ "แต่แกรู้ได้ยังไงว่าสามีฉันตายเพราะมีดอีโต้? ฉันอุตส่าห์ส่งมีดปลอกผลไม้ให้แกชัดๆ..."
"คุณบอกว่าผีจะกลัวอาวุธที่ใช้ฆ่าตัวเอง แต่ตอนที่ผมเอามีดปลอกผลไม้ไปจ่อมือสามีคุณ เขากลับไม่เห็นจะกลัวเลยสักนิด" ฟู่เหยียนขัดจังหวะพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ "คุณนี่ขยันวางกับดักให้ผมทำผิดเงื่อนไขการตายซะจริงๆ นะ"
"ผีจะถูกทำลายล้างโดยสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อถูกฆ่าซ้ำด้วยอาวุธที่พรากชีวิตพวกมันไปตั้งแต่แรกเท่านั้น"
"เหตุผลที่คุณให้มีดปลอกผลไม้มา ก็เพื่อหลอกให้ผมใช้อาวุธผิดประเภทไปฆ่าสามีคุณ ถ้าผมใช้มีดปลอกผลไม้แทงเขา ผมก็จะทำผิดเงื่อนไขการตาย เพราะผมดันไปรับปากคุณไว้ว่าจะลงมือทีเดียวให้ตายชัวร์ๆ ถ้าผมฆ่าเขาในดาบเดียวไม่ได้ มันก็เท่ากับผมโกหกคุณ แล้วคุณก็จะฆ่าผมได้ หรือถ้าผมดันชิงฆ่าคุณก่อน ผมก็ทำผิดเงื่อนไขอยู่ดี เพราะผมจะไม่ได้ให้คุณ 'เบิกตาดูเขาถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา' อย่างที่ตกลงกันไว้"
ตั้งแต่ดันเจี้ยนนี้ถูกสร้างขึ้นมา ผีสาวไม่เคยเจอใครหน้าไหนที่ไขปริศนากฎเกณฑ์ได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้มาก่อน "แกไม่มีทางรู้ตั้งแต่แรกหรอกว่าการโกหกคือเงื่อนไขการตาย! แกต้องมีทริกอะไรแน่ๆ! บอกมานะ! แกโกงใช่ไหม!"
ผีสาวเคียดแค้นไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เธอไม่อยากแตกสลายหายไป
ฟู่เหยียนเลิกคิ้วขึ้น แววตาขบขันเต็มประดา "ตอนแรกก็แค่สงสัย ไม่ได้มั่นใจหรอก แต่ไอ้เรื่องแค่ไม่พูดโกหกเนี่ย สำหรับคนที่มีระดับความสามารถสูงส่งอย่างผม มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยสักนิด"
ฟู่เหยียนรู้ตั้งแต่แวบแรกที่เจอแล้วว่าไอ้สามตัวนี้เป็นอมนุษย์ เลยฉุกคิดได้ทันทีว่าการโกหกคือเงื่อนไขการตาย แบบนี้จะไปเรียกว่าโกงได้ยังไงกัน... อย่างมากก็แค่มีสกิลพระเอกติดตัวนิดหน่อยเท่านั้นเอง