- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญอะไรกัน นี่มันบุฟเฟ่ต์วิญญาณของข้าชัดๆ
- บทที่ 01 - ผู้บำเพ็ญเพียรมารกับคำเชิญสุดพิศวง
บทที่ 01 - ผู้บำเพ็ญเพียรมารกับคำเชิญสุดพิศวง
บทที่ 01 - ผู้บำเพ็ญเพียรมารกับคำเชิญสุดพิศวง
บทที่ 01 - ผู้บำเพ็ญเพียรมารกับคำเชิญสุดพิศวง
บันทึกการบำเพ็ญเพียรของถานซูฉาง ฉบับที่หนึ่ง:
วันนี้ศิษย์พี่ทั้งสองของข้าทะเลาะกัน ทว่าไม่ว่าข้าจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรพวกเขาก็ไม่ยอมลงมือฆ่ากันเสียที ผู้บำเพ็ญเพียรมารช่างจอมปลอมเสียจริง
บันทึกการบำเพ็ญเพียรของถานซูฉาง ฉบับที่สอง:
ศิษย์น้องหญิงจากยอดเขาข้างเคียงร้องห่มร้องไห้ไม่หยุดหย่อน เพราะคู่หมั้นคู่หมายที่หมั้นหมายกันมาตั้งแต่ในครรภ์ดันไปแต่งงานกับคุณหนูผู้มั่งคั่งในเมืองหลังจากที่นางขึ้นเขามาบำเพ็ญเพียร พอข้ารู้เรื่องนี้เข้าจึงไปปลอบใจนางว่าชาตินี้ถึงจะไม่ได้โด่งดังเป็นพลุแตก แต่อย่างน้อยการที่เคยถูกสวมเขาก็น่าจะทำให้พอใจได้บ้างแล้ว ทว่าศิษย์น้องหญิงผู้นี้ไม่เพียงแต่จะไม่ฟัง ซ้ำยังชักกระบี่ออกมาฟันข้าอีก ผู้บำเพ็ญเพียรมารช่างไร้เยื่อใยและอารมณ์แปรปรวนยิ่งนัก
บันทึกการบำเพ็ญเพียรของถานซูฉาง ฉบับที่สาม:
ยังคงเป็นศิษย์น้องหญิงจากยอดเขาข้างเคียงคนเดิม นางวิ่งร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายขึ้นไปบนหน้าผาสำนึกตน ข้าจึงรีบไปบอกนางว่ากระโดดลงจากหน้าผาสำนึกตนไปก็ไม่ตายหรอก ยิ่งเป็นผู้บำเพ็ญเพียรมารยิ่งไม่มีทางตายเด็ดขาด ผลคือนนางไม่เชื่อก็แล้วไปเถอะ ดันชักกระบี่ออกมาฟันข้าอีกแล้ว ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ ผู้บำเพ็ญเพียรมารช่างโหดเหี้ยมอำมหิตเสียจริง
...
ถานซูฉางโยนบันทึกการบำเพ็ญเพียรที่เพิ่งเก็บขึ้นมาทิ้งไป เขาไม่ค่อยใส่ใจนักหรอกว่าบันทึกของเขาถูกไอ้บ้าที่ไหนคัดลอกไปเป็นร้อยๆ ชุดแล้วนำไปเผยแพร่จนทั่วเขาเฮยซิน เพราะตอนนี้มีเรื่องอื่นที่ทำให้เขาปวดหัวยิ่งกว่า
จากการเฝ้าสังเกตและทดสอบหลายต่อหลายครั้งของถานซูฉาง ผนวกกับข้อความ 'แดนสุขาวดี' ที่ศิษย์พี่รองส่งผ่านของวิเศษมาให้เขาก่อนตาย ตอนนี้ถานซูฉางมั่นใจในเรื่องหนึ่งแล้วว่า ตัวเขานั้นคือ 'วัตถุดิบ'
และไม่ได้มีเพียงแค่เขาเท่านั้น ศิษย์พี่ศิษย์น้องหลายสิบคนที่ฝากตัวเป็นศิษย์พร้อมกันในตอนนั้นล้วนเป็นวัตถุดิบทั้งสิ้น
เพียงแต่ในบรรดาศิษย์ร่วมสำนักทั้งหมด ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาโดดเด่นที่สุด เขาจึงกลายเป็นวัตถุดิบชิ้นที่สามที่จะถูกท่านอาจารย์ผู้เฒ่าเฮยซินนำไปใช้งาน!
สองคนแรก คนหนึ่งคือศิษย์พี่หญิงใหญ่ผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศและงดงามหาตัวจับยาก รั้งตำแหน่งอัจฉริยะในรอบพันปี ส่วนอีกคนคือศิษย์พี่รองผู้มีพรสวรรค์ระดับกลางค่อนไปทางสูง ทว่าขยันขันแข็งในการบำเพ็ญเพียรอย่างยิ่งยวด ซ้ำยังเหี้ยมโหดเด็ดขาดสุดๆ
ทั้งสองท่านนี้ถูกท่านอาจารย์ผู้เฒ่าเฮยซินนำไปหลอมเสียแล้ว
จะบอกว่าเฒ่ามารผู้นี้เชิดชูความเท่าเทียมและปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาคโดยไม่เลือกปฏิบัติก็คงไม่ผิดนัก
สำนักเฮยซินแห่งนี้เป็นเพียงสาขาย่อยของพรรคมาร ดังนั้นศิษย์บนเขาจึงจัดลำดับความอาวุโสตามระดับการบำเพ็ญเพียร
สองคนที่อยู่เหนือถานซูฉางขึ้นไป คนหนึ่งมีพรสวรรค์เป็นเลิศชนิดที่คนรุ่นเยาว์ในแคว้นเจี่ยอู่ยุคนี้ไม่มีใครเทียบติด ส่วนอีกคนก็ขยันขันแข็งจนถานซูฉางยังรู้สึกขนลุก ผนวกกับการที่ถานซูฉางไม่สามารถลงมือฆ่าคนบริสุทธิ์แบบส่งเดชได้ ก็ในเมื่อพวกเขาไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกันนี่นา ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงบำเพ็ญเพียรแบบถูๆไถๆ ไปวันๆ จนรั้งอันดับสามของสำนักมาได้
"ข้าควรทำอย่างไรดี ถึงจะจัดการส่งท่านอาจารย์ผู้เฒ่าเฮยซินลงนรกไปได้"
ถานซูฉางมีสีหน้ากลัดกลุ้ม
เพราะด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ หากต้องปะทะกับผู้เฒ่าเฮยซิน โอกาสชนะมีไม่ถึงห้าส่วน
"น่าเสียดายที่ข้าหาผีร้ายที่เต็มไปด้วยจิตอาฆาตแค้นไม่ได้เสียที..." ถานซูฉางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
แม้ว่าผีร้ายประเภทนี้จะสามารถสร้างขึ้นมาได้ในภายหลัง แต่การกระทำเช่นนั้นช่างขัดต่อลิขิตสวรรค์ยิ่งนัก อีกทั้งต่อให้ลงมือทำจริงๆ โอกาสสำเร็จก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน สู้รอให้ศิษย์ร่วมสำนักเป็นคนทำเสียยังจะดีกว่า...
น่าเสียดายที่ยังไม่ทันจะได้พึ่งพาศิษย์ร่วมสำนัก เขาก็ต้องมาเจอกับเหตุการณ์ที่ผู้เฒ่าเฮยซินเตรียมจะลงมือกับเขาเสียก่อน
ในตอนนั้นเอง หน้าต่างสถานะอันแปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าถานซูฉาง ทำให้เขาถึงกับชะงักไป เพราะตั้งแต่ทะลุมิติมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นของพรรค์นี้
ผู้เล่น: ถานซูฉาง ระดับ: ติงจิ่ว (ระดับเริ่มต้นมาตรฐาน) ต้านทานความมุ่งร้าย: เจี่ยอี (ระดับสูงสุดของผู้เล่น) ต้านทานการปนเปื้อน: เจี่ยอี ต้านทานการทำลายล้าง: เจี่ยอี ต้านทานพลังเหนือธรรมชาติ: เจี่ยอี การประเมินโดยรวม: ??? เกิดข้อผิดพลาดในการโหลด... กำลังเพิ่มแพตช์... เพิ่มแพตช์ล้มเหลว... การรายงานข้อผิดพลาดล้มเหลว... เริ่มมาตรการฉุกเฉิน...
ยกเลิกช่วงปรับตัว เข้าสู่เกมทันที!
"ขอแสดงความยินดี คุณได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นในเกมพิศวงครั้งนี้" หลังจากกระแสข้อมูลสับสนวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง เสียงเย็นชาที่แยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิงก็ดังขึ้น ถานซูฉางพบว่าฉากตรงหน้าบิดเบี้ยวไปครู่หนึ่งก่อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ที่นี่ไม่ใช่เขาเฮยซินที่มืดมิดและมีลมดำพัดกระหน่ำตลอดทั้งปีอีกต่อไป แม้ว่าบรรยากาศโดยรอบจะยังคงดูอึมครึมอยู่บ้าง แต่ก็ยังดูสบายตากว่าเขาเฮยซินที่เต็มไปด้วยโขดหินรูปทรงประหลาดและกองกระดูกเกลื่อนกลาดอย่างแน่นอน
และที่สำคัญที่สุดคือ ถานซูฉางมองเห็นอาคารหอพักตึกหนึ่ง!
แถมยังเป็นหอพักหญิงอีกด้วย
ถานซูฉางมองไปรอบๆ และพบว่าที่นี่น่าจะเป็นโรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่ที่น่าแปลกก็คือมีหมอกดำปกคลุมอยู่รอบด้าน หมอกเหล่านี้มีพลังปิดกั้นบางอย่าง แม้แต่ถานซูฉางก็ทำได้เพียงฝืนใช้สายตาเพ่งทะลวงม่านหมอกเข้าไปเพื่อมองโครงสร้างอาคารลางๆ ด้านในเท่านั้น
ในตอนนั้นเอง ถานซูฉางอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาเห็นคนหลายคนปรากฏตัวขึ้นมากลางอากาศ
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ เลยแม้แต่น้อย!
ถานซูฉางตั้งท่าระแวดระวังตัวทันที
ทว่าเมื่อเขามองเห็นการแต่งกายของคนเหล่านี้ชัดๆ สีหน้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความแปลกใจ
เพราะเสื้อผ้าของคนพวกนี้เป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคยและห่างเหินในเวลาเดียวกัน มีทั้งเสื้อแขนสั้น กางเกงสามส่วน รองเท้าแตะ รองเท้าผ้าใบ ชุดสูท กระโปรงยาว รองเท้าส้นสูง...
เมื่อนำมาเชื่อมโยงกับเสียงที่เขาได้ยินในตอนแรก ถานซูฉางก็มั่นใจแล้ว หากไม่มีอะไรผิดพลาด เขาน่าจะถูกเกมพิศวงนี้ดึงข้ามมิติมาเนื่องจากข้อผิดพลาดบางอย่างของข้อมูล...
เมื่อคิดตกแล้ว ถานซูฉางก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
"ในเกมพิศวงนี้ น่าจะมีผีร้ายที่ดุมากๆ อยู่ใช่หรือไม่"
ความคิดของถานซูฉางแล่นปลาบ
และในขณะที่ถานซูฉางกำลังพิจารณาคนเหล่านี้อยู่นั้น คนที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมาต่างก็กำลังมองไปรอบๆ เช่นกัน เมื่อพวกเขามองเห็นถานซูฉาง ทุกคนก็พากันชะงักไปโดยไม่ได้นัดหมาย
ชายหนุ่มในชุดหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยก คิ้วเข้มดุจกระบี่ นัยน์ตาสุกสกาว แผ่กลิ่นอายความสูงศักดิ์และเฉียบขาดออกมาอย่างชัดเจน
ในบรรดาคนเหล่านี้ก็มีคนที่หน้าที่การงานดีเยี่ยมในโลกแห่งความเป็นจริงเช่นกัน แต่พวกเขาเคยเห็นคนแต่งตัวเช่นนี้แถมยังมีรัศมีน่าเกรงขามขนาดนี้เสียที่ไหนล่ะ!
ขณะนั้นเอง ตัวอักษรสีเลือดหลายบรรทัดก็ผุดขึ้นบนพื้นตรงหน้าพวกเขา
[พวกคุณมายังสถานที่ที่ไม่ควรมา นี่คือหอพักหญิงร้าง แต่ก็เป็นเขตหวงห้ามสำหรับคนเป็นเช่นกัน ที่นี่เคยเกิดเรื่องโหดร้ายทารุณขึ้น จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่าสลดใจยิ่งกว่าในภายหลัง]
[จงค้นหาความจริงของเหตุการณ์ ปลุกความเป็นมนุษย์เสี้ยวสุดท้ายของเธอขึ้นมา แล้วพวกคุณจะได้รับหนทางรอดเพียงหนึ่งเดียว]
[ระวังให้ดี ที่นี่มีผี!]
[มีผีจริงๆ นะ!!!]
เมื่อตัวอักษรสีเลือดเหล่านี้ปรากฏขึ้น คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา แม้ว่าพวกเขาจะเตรียมใจมาล่วงหน้าแล้ว และได้ฝึกฝนมาอย่างยาวนานในช่วงปรับตัว แต่เมื่อมาถึงจริงๆ ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความหวาดกลัวได้ ซ้ำยังถึงขั้นขาอ่อนจนอยากจะวิ่งไปเข้าห้องน้ำเลยทีเดียว
ก็แน่ล่ะ นั่นมันผีเชียวนะ!
"พวกเรา..." ในที่สุดชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมซึ่งดูออกเลยว่ามีฐานะดีในโลกแห่งความเป็นจริงก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน เขาต้องการปรึกษาหารือกับเพื่อนร่วมทีมเหล่านี้
ทว่าเขาเพิ่งจะอ้าปาก หญิงสาวที่สวมกระโปรงยาวและรองเท้าส้นสูงก็ชี้มือออกไปพร้อมกับกล่าวด้วยความตกตะลึงว่า "เขา... เขาเข้าไปแล้ว!"
สิ่งที่เธอชี้ไปก็คือหอพักหญิงที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานั่นเอง
คนอื่นๆ ที่เดิมทีถูกชายหนุ่มในชุดสูทดึงความสนใจไป เมื่อได้ยินดังนั้นจึงรีบหันไปมอง และสิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือประตูหอพักหญิงที่ถูกพังเปิดออก
ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มืดสลัว ประตูหอพักหญิงเปรียบเสมือนปากอันใหญ่โตของสัตว์ร้ายที่ชวนให้รู้สึกขนพองสยองเกล้า
ทว่ารอยเท้าที่ประทับอยู่บนประตูหอพักในเวลานี้กลับทำลายบรรยากาศน่ากลัวนั้นไปเสียสิ้น
คนเหล่านั้นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพื่อนร่วมทีมที่สวมชุดโบราณผู้นี้ดูไม่เหมือนคนกำลังคอสเพลย์เลยสักนิด แต่กลับเหมือนบุคคลสำคัญผู้ทรงอำนาจในยุคโบราณมากกว่า
ทำไมเขาถึงได้ใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้ ถึงขั้นเตะประตูห้องผีร้ายเลยงั้นหรือ
และในตอนนั้นเอง ตัวอักษรสีเลือดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาอีกครั้ง
[จบเกม]
[ตรวจพบว่าผีร้ายหายไป ดันเจี้ยนจะถูกปิดอย่างถาวรในไม่ช้า โปรดทราบว่าผู้เล่นอาจมีอาการไม่พึงประสงค์ขณะออกจากเกม แนะนำให้ดื่มน้ำอุ่นมากๆ เพื่อฟื้นฟูร่างกาย]
หืม?
จบแล้วงั้นหรือ
คนเหล่านี้ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่าหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็พากันตื่นเต้นดีใจ
นั่นคือความยินดีที่รอดพ้นจากความตายมาได้
และในเวลานี้ถานซูฉางก็กำลังอารมณ์ดีมากเช่นกัน
[จบแล้ว]