เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - นี่มันปรมาจารย์ชัดๆ

บทที่ 34 - นี่มันปรมาจารย์ชัดๆ

บทที่ 34 - นี่มันปรมาจารย์ชัดๆ


บทที่ 34 - นี่มันปรมาจารย์ชัดๆ

"ขี้โม้ละนายน่ะ!" หนุ่มผมเกรียนเด้งตัวลุกขึ้นเป็นคนแรก "ขนาดประธานสโมสรนักศึกษาดาวมหาลัยยังไม่ไว้หน้าเลย แล้วเขาจะไปกินข้าวกับนายเนี่ยนะ?"

"นั่นสิ พี่ชาย นายมาจากสำนักไหนเนี่ย?"

เจียงเย่ขยับขาไขว่ห้างอย่างไม่ทุกข์ร้อน พลางกดเสียงต่ำ "พวกนายน่ะ ยังเด็กนัก"

เขาทำท่าทางลึกลับพลางมองไปรอบๆ "รู้ไหมว่าทำไมถึงจีบผู้หญิงแบบนี้ไม่ติด?"

นักศึกษาชายหลายคนอดไม่ได้ที่จะขยับหูเข้ามาฟังใกล้ๆ

"พวกนายเอาแต่บูชาเขาเหมือนเทพธิดา เขาก็ต้องวางตัวเย็นชาเป็นธรรมดา ใครจะไปชอบไอ้พวก 'หมาเลีย' ที่ดูซื่อบื้อและน่าเบื่อกันล่ะครับ?"

"พวกนายต้องรุกให้ตรงจุด ร้ายให้เป็น แต่ต้องมีขอบเขต ต้องทำให้เขารู้สึกว่านายน่ะเป็นไอ้คนบ้าที่ดูน่าสนใจ ไม่ใช่คนซื่อๆ ที่พร้อมจะเป็นยางอะไหล่ให้เขาตลอดเวลา!"

ทุกคนมองเขาด้วยสายตาเหมือนกำลังมองคนบ้า

จางเสี่ยวเฟิงถามอย่างเคลือบแคลง "พูดน่ะมันง่าย ถ้าเจ๋งจริงนายก็ลองทำให้ดูหน่อยสิ!"

"งั้นผมจัดให้ ดูแล้วเรียนรู้ไว้นะ!"

ในขณะนั้นเอง เฉินตูหลิงบนเวทีกำลังจัดเก็บเอกสาร รอบตัวเธอในรัศมีสามเมตรมีนักศึกษาชายยืนอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบคน แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าไปทัก

เธอพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นข้อมือที่เรียวบาง เธอกำลังตั้งใจเก็บข้อมูลเตรียมตัวลงจากเวที

เจียงเย่จัดระเบียบคอเสื้อ แล้วเดินเข้าไปหาท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองอยู่

"รุ่นพี่ครับ" น้ำเสียงของเขาดังฟังชัด "ขออนุญาตเชิญไปทานมื้อเย็นด้วยกันสักมื้อได้ไหมครับ? พอดีผมอยากจะสร้างเครื่องบินสักลำ เลยอยากจะขอคำปรึกษาจากรุ่นพี่หน่อยน่ะครับ"

จางเสี่ยวเฟิงที่แอบเดินตามหลังมาแทบจะพ่นน้ำที่เพิ่งดื่มเข้าไปออกมา

เฉินตูหลิงเงยหน้าขึ้น เห็นเจียงเย่ยืนหันหลังให้ที่นั่งผู้ชม และกำลังทำหูทำตาขยิบตาให้เธออยู่

เธอเข้าใจทันที มุมปากกระตุกเบาๆ อย่างที่คนอื่นสังเกตไม่ได้

ความรู้สึกที่แสนจะคุ้นเคยนี้......

"ตอนนี้เลยเหรอคะ?" เธอตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้

"ถ้าหากรุ่นพี่สะดวกนะครับ"

เฉินตูหลิงปิดแฟ้มเอกสารเบาๆ พลางพูดอย่างจนใจ "พอดีฉันก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน"

?????

ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันในทันที

"รุ่นพี่ครับ ดูเหมือนผมจะลืมพกบัตรกินข้าวมาด้วย รุ่นพี่ช่วยเลี้ยงผมหน่อยได้ไหมครับ?"

"ก็...... ก็ได้ค่ะ"

เฉินตูหลิงสะพายกระเป๋าเป้ขึ้น เดินตามเจียงเย่ออกจากห้องประชุมไปท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงนับไม่ถ้วน

จนกระทั่งร่างของทั้งคู่หายลับตาไป ทุกคนถึงเพิ่งจะได้สติกลับมา

"เชี่ย...... นัดได้เฉยเลยเหรอวะ?" ขวดน้ำแร่ในมือจางเสี่ยวเฟิงร่วงลงพื้นดัง 'แปะ' "ที่แท้ที่ผมเป็นโสดมาตั้งยี่สิบปี เป็นเพราะผมมีมารยาทเกินไปงั้นเหรอ??"

หนุ่มผมเกรียนจู่ๆ ก็คว้าตัวเพื่อนมาเขย่าอย่างบ้าคลั่ง "รีบหยิกฉันที! ฉันต้องฝันไปแน่ๆ! นั่นคือเฉินตูหลิงที่เอาดอกไม้ที่ประธานสโมสรส่งให้ทิ้งถังขยะเลยนะ? นั่นคือเฉินตูหลิงที่โต้วจนรุ่นพี่ร้องไห้คาเวทีนะ?"

"นั่นคือดาวมหาลัยภูเขาน้ำแข็งเฉินตูหลิงนะ? เดินตามเขาไปแบบนี้เลยเหรอ?"

ในตอนนั้นเอง เจียงเย่จู่ๆ ก็เดินวนกลับมา นักศึกษาชายหลายคนพากันถอยหลังกรูดไปครึ่งก้าวราวกับเห็นผี

เห็นเขาเดินไปหยิบกระบอกน้ำสุญญากาศที่เฉินตูหลิงลืมวางไว้ ซึ่งบนขวดมีสติกเกอร์รูป 'มาโดกะ' แปะอยู่

"พี่... พี่ชายครับ!" จางเสี่ยวเฟิงพุ่งตัวเข้าไปหา แทบจะคุกเข่ากอดขา "สอนผมเถอะครับ! เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวโรงอาหารพี่เดือนนึงเลย!"

เจียงเย่เห็นกลุ่มหมาเลียผู้เป็นโสดพวกนี้ดูน่าสงสารจริงๆ เลยอดไม่ได้ที่จะชี้แนะไปอีกสองสามประโยค

"เอาเป็นว่า ต่อไปพวกนายจะจีบผู้หญิงก็จำไว้นะ ผู้หญิงดีอย่าทอดทิ้ง ผู้หญิงร้ายอย่าปล่อยให้เสียของ!"

"เจอคนที่ทำดีด้วย ต้องรู้จักถนอม อย่าเอาแต่คิดว่าคนต่อไปต้องดีกว่า!"

"เจอพวกเลเวลสูงๆ ก็ไม่ต้องกลัว สนุกไปกับความสุขที่เขาเสนอมา ไม่ต้องไปสนว่ามันจริงหรือปลอม คิดซะว่าเป็นการอัปเลเวลเก็บประสบการณ์ฝึกทักษะให้ตัวเองก็พอ!"

"แล้วก็จำไว้ เงินน่ะมีไว้ให้ผู้หญิงดู ไม่ได้มีไว้ให้ผู้หญิงใช้!"

"ไม่ใช่ให้พวกนายไปเกาะเขากินหรือขี้งกนะ! แต่อย่าเอาแต่คิดจะเปย์โน่นเปย์นี่เพื่อหวังจะเอาชนะใจเขา เอาเงินพวกนั้นมาซื้อเสื้อผ้าดีๆ ใส่ จัดทรงผมให้ดูดี ออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตา กินของอร่อยๆ แล้วโพสต์รูปสวยๆ ลงโซเชียลสร้างบรรยากาศให้น่าดึงดูด!"

"เชื่อผมเถอะ ถึงตอนนั้นผู้หญิงจะเป็นฝ่ายตามจีบพวกนายเอง......"

?????

เชี่ย นี่เราเจอเข้ากับปรมาจารย์เข้าให้แล้ว!

ทุกคนพากันก้มกราบแทบเท้า!

...

ใบเมเปิ้ลในรั้วมหาวิทยาลัยนานกิงการบินฯ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ร่วงหล่นตามแรงลมฤดูใบไม้ร่วงที่เริ่มเย็นยะเยือกจนเต็มถนนสายหลัก

แสงสุดท้ายยามเย็นส่องผ่านช่องว่างกิ่งไม้ทอดเงาลงบนพื้น ย้อมทั้งมหาวิทยาลัยให้เป็นสีส้มอบอุ่น

ผนังกระจกของห้องสมุดที่อยู่ไกลออกไปสะท้อนแสงอาทิตย์อัสดง มีนักศึกษาเดินกอดหนังสือผ่านไปมาอย่างเร่งรีบเป็นระยะๆ

เฉินตูหลิงและเจียงเย่เดินเคียงคู่กันไป ฝีเท้าเหยียบลงบนใบไม้แห้งจนเกิดเสียงสากๆ

เธอลอบมองคนข้างตัวเป็นระยะๆ แอบสำรวจผู้ชายที่อยู่ข้างๆ

ไม่ได้เจอกันแค่สองเดือน ดูเหมือนเขาจะเปลี่ยนไปไม่น้อย

กลิ่นอายความเป็นเด็กหนุ่มจางหายไปบ้าง แต่กลับถูกแทนที่ด้วยความสุขุมและมั่นใจ ราวกับคนที่มีความคุ้มชินกับการควบคุมทุกอย่างไว้ในมือ

"ตูตู คุณจะแอบมองผมไปถึงเมื่อไหร่กันครับ?"

เจียงเย่หันหน้ามาหาพร้อมรอยยิ้มสดใสที่คุ้นเคย "เดี๋ยวจะเลี้ยงอะไรผมดีล่ะครับ?"

เฉินตูหลิงละสายตาออกมา พลางเม้มริมฝีปากอย่างเอือมระอา

ที่แท้ก็คิดไปเอง เขายังคงเป็นเจ้าเด็กนิสัยเสียคนเดิมนั่นแหละ

เธอเอามือไพล่หลัง พลางถามว่า "เมื่อกี้มัวแต่อืดอาดทำอะไรอยู่ตั้งนานน่ะ?"

เจียงเย่ประสานมือไว้ที่ท้ายทอย พลางพูดอย่างเกียจคร้าน "ก็ช่วยติวบทเรียนให้พวกผู้ชายในโรงเรียนคุณหน่อยไง สอนวิธีจีบดาวมหาลัยจอมเย็นชาน่ะ"

"พรืด!"

เฉินตูหลิงหลุดหัวเราะออกมา ดวงตาโค้งมน มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ

แสงแดดตกกระทบที่ใบหน้าด้านข้างที่งดงาม ขับผิวให้ดูนวลเนียนราวมุก แม้แต่เส้นผมก็ดูเหมือนมีรัศมีอ่อนโยนล้อมรอบ

"ขี้โม้" เธอกระซิบเบาๆ

ในโรงอาหาร เต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครม

เจียงเย่เดินไปหาที่นั่งริมหน้าต่างอย่างไม่เกรงใจ ขาวงที่ยาวเหยียดออกไปทำเอาเหล่านักศึกษาสาวรอบข้างพากันเหลียวมอง

ส่วนเฉินตูหลิงถือถาดอาหาร เดินไปรูดบัตรสั่งกับข้าวอย่างคล่องแคล่วและว่องไว

"นั่น...... เฉินตูหลิงเหรอ? พี่เขาไปซื้อข้าวให้ผู้ชายด้วยเหรอ?!"

"เชี่ย ตาไม่ฝาดใช่ไหม? ดาวมหาลัยถือถาดข้าวเองเลยเหรอ?"

"ผู้ชายคนนั้นเป็นใครน่ะ? ทำไมไม่เคยเห็นหน้าเลย?"

เสียงซุบซิบรอบข้างดังไม่ขาดสาย แต่เฉินตูหลิงกลับทำเป็นไม่ได้ยิน เธอวางถาดอาหารลงตรงหน้าเจียงเย่อย่างสงบนิ่ง

"เอ้า ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน, ปลาตุ๋นน้ำแดง, ผัดผักตามฤดูกาล แค่นี้น่าจะพอกินนะ?"

เจียงเย่เลิกคิ้ว ยิ้มร่าขณะรับตะเกียบมา "ตูตูช่างรู้ใจจริงๆ"

เฉินตูหลิงค้อนให้หนึ่งที ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้าม

"หนังถ่ายเสร็จแล้วเหรอคะ?" เธอกดคีบผักใบเขียวพลางถามไปเรื่อย

"อืม เพิ่งปิดกล้องไป กำลังทำเบื้องหลังอยู่น่ะครับ" เจียงเย่ตอบพร้อมกับตักข้าวเข้าปากคำโต

"ยุ่งขนาดนั้น แล้วยังจะถ่อมาถึงนานกิงทำไมกันล่ะ?"

เจียงเย่เงยหน้าขึ้น จ้องมองไปที่ดวงตาเธอตรงๆ แววตาแฝงไปด้วยรอยยิ้ม "ก็มาหาคุณไงครับ"

เฉินตูหลิงชะงักตะเกียบไป หัวใจเต้นแรงขึ้นมาจังหวะหนึ่งโดยไม่มีสาเหตุ

เธอก้มหน้าซดซุปเพื่อกลบเกลื่อนความไม่เป็นธรรมชาติของตัวเอง

"เลิกมามุกนี้เลย คุณต้องมีธุระอื่นแน่ๆ"

เจียงเย่ไหวไหล่ ไม่พูดถึงประเด็นนั้นต่อ แต่กลับถามขึ้นว่า "ถ่ายหนังจบแล้ว มีแผนจะเข้าวงการบันเทิงจริงๆ หรือเปล่าครับ?"

เฉินตูหลิงเงียบไปครู่หนึ่ง

"ก็มีความคิดแบบนั้นอยู่ค่ะ" เธอกระซิบ "แต่ฉันอยากเรียนให้จบก่อน"

"ก็ดีครับ ไม่ต้องรีบ"

เจียงเย่หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดปาก สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาบ้าง "พูดจริงๆ นะ ถ้าคุณคิดจะเข้าวงการนี้ การหาบริษัทเอเจนซี่ที่ไว้ใจได้น่ะสำคัญมากนะครับ"

"ตูตู บางทีคุณอาจจะมาอยู่บริษัทผมก็ได้นะ!"

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 34 - นี่มันปรมาจารย์ชัดๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว