เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 10: ตู้เย็น

Chapter 10: ตู้เย็น

Chapter 10: ตู้เย็น


หานเฟยละอายต่อคำชื่นชมใหญ่โตของผู้กำกับเจียง เขาคิดว่าจะบอกความจริงออกไปแต่ก็พบว่ามันดูไม่น่าเชื่อมากขนาดไหน

“นายเป็นอัญมณีชิ้นหนึ่งเลย มีนายอยู่ในหนังเรื่องนี้ ฉากนี้ในหนังก็ไม่ต้องกังวลแล้ว” ผู้กำกับเจียงยิ้มกว้างให้หานเฟย “ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมนายถึงไม่ดังเสียทีในเมื่อนายแสดงเก่งขนาดนี้ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเป็นเพราะนายไปอยู่ผิดที่ผิดทางมาตลอด ต่อไปนายควรจะถ่ายหนังสยองขวัญให้มากขึ้น”

“เป็นนักแสดงตลกเป็นความฝันของผมครับ ผมชอบให้คนหัวเราะ ผมมีความสุขกับความรู้สึกแบบนั้น”

“ถนนสู่กรุงโรมมีหลายสาย นายสามารถสร้างชื่อให้กับตัวเองในฐานะนักแสดงหนังสยองขวัญที่เก่งกาจและจากนั้นนายก็จะมีอิสระในการเลือกบทที่นายต้องการ” ผู้กำกับเจียงพอใจในตัวหานเฟยมาก “ไม่ต้องพูดถึงว่า นายผ่านการทดสอบบท กลับบ้านไปพักผ่อนนะ นายค่อยเข้าร่วมกองถ่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันพรุ่งนี้”

“ผม...” หานเฟยไม่รู้ว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ถึงวันถัดไปหรือเปล่า ตามกฏของเกม เขาต้องเข้าเกมทุกวัน

“ฉันจะจัดการเรื่องค่าตัวของนายให้ดีที่สุด ดังนั้นนายไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น” ผู้กำกับเจียงทำหน้าเข้าใจและบอกว่าหานเฟยทำให้เขาได้มีเวลาพักกอง ตั้งแต่หานเฟยมาถึงกองถ่ายเพิ่งผ่านไปแค่สิบนาทีเท่านั้น หานเฟยคว้ากล่องอาหารกลางวันของกองถ่ายมากล่องหนึ่งและกำลังจะกลับออกไปตอนที่โทรศัพท์ของเขาสั่น คราวนี้เป็นหลี่เซว่โทรมา “คุณเจออะไรไหม?”

“เมืองเก่า ถนนเหนือ เขตยี่สิบเอ็ด ฉันจะรอนายอยู่ที่นี่ ฉันเจอเมิ่งซื่อแล้ว”

“ครับ ผมจะไปที่นั่นทันที!” กองถ่ายบุปผาบาปนั้นตั้งอยู่ที่เขตสิบห้า ไม่ไกลจากเขตยี่สิบเอ็ดนัก หานเฟยดูจีพีเอสแล้วก็วิ่งไปที่นั่นทันที หลังจากผ่านตึกเก่า ๆ หลายแห่ง ในที่สุดหานเฟยก็ไปถึงทางเข้าเขตที่พักอาศัยที่ดูเก่ามากทีเดียว

“ทางนี้!” เสียงหลี่เซว่ก้องมาจากในเขตที่พัก เธอดูเหมือนเดิมเมื่อตอนเช้า มีฮอนด้าเรปโซลคันหนึ่งจอดอยู่ข้าง ๆ เธอ

“เมิ่งซื่ออยู่ที่นี่?”

“ในเมืองนี้มีเมิ่งซื่อสิบสองคน ฉันตรวจดูทั้งหมดแล้วแต่ไม่มีใครตรงกับคำอธิบายของนาย แต่ว่า นายดูไม่เหมือนว่าจะโกหกฉันโดยไม่มีเหตุผล ดังนั้นจึงขยายการค้นหาออกไปและในที่สุดฉันก็เจอเมิ่งซื่อของนาย” ถึงตอนนี้ หลี่เซว่ก็หยุดแล้วมองหานเฟยอยู่เป็นนาน

“อ้อ หยุดทำไมครับ? แล้วทำไมถึงมองผมแบบนั้น?”

“ตามฉันมา” หลี่เซว่นำหานเฟยเข้าไปในเขตที่พักอาศัยและพวกเขาก็มุ่งหน้าไปที่ชั้นสาม มีกระปุกขี้เถ้าตั้งอยู่ที่ประตูบ้านทางขวา มีกระดาษเงินกระดาษทองที่เผาทิ้งเอาไว้อยู่ใกล้ ๆ กัน มองเข้าไปในบ้าน มีโต๊ะพิธีทาสีดำ วางรูปขาวดำบานหนึ่งเอาไว้

“เมิ่งซื่อที่นายบรรยายให้ฉันฟังในห้องขังเข้าได้กับหญิงชราที่ตายไปเมื่อสิบปีก่อน”

“เธอตายไปสิบปีแล้ว?” หานเฟยยืนอยู่ตรงประตูและไม่แม้แต่จะก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน บอสของร้านสะดวกซื้อตายไปเมื่อหลายวันก่อนและเมิ่งซื่อผู้นี้ก็ตายไปสิบปีแล้ว หานเฟยพบว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเกมนี้ นอกจากตัวเขาเอง ล้วนตายหมดแล้ว

‘ไม่ เดี๋ยวก่อน ยังมีอีกตัวละครหนึ่งในเรื่องนี้’ ด้วยความหวังริบหรี่ หานเฟยหันไปหาหลี่เซว่ ก่อนที่เขาจะทันพูดออกมา หลี่เซว่ก็ดูเหมือนจะรู้ว่าเขากำลังจะถามอะไร

“เฉินเฉินเป็นหลานของเมิ่งซื่อจริง ๆ ชื่อจริงของเขาคือเมิ่งเฉิน เขาเองก็ตายไปสิบปีแล้ว”

‘งั้นพวกเขาล้วนเป็นคนตาย?’ หานเฟยรู้สึกสันหลังเย็นวาบ เขาไม่คิดเลยว่า NPC แต่ละตัวที่เขาเจอในเกมกลับเป็นคนตายจากโลกจริง เขาคิดว่าเขาได้พบความอบอุ่นและความสบายใจกับ ‘คน’ ในเกมเหล่านั้น พอคิดกลับไปถึงสิ่งที่เขาเจอ เขาก็ขนลุก ‘นี่ฉันเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในเกมนรกอะไรกันเนี่ย?’

“ขอโทษนะ แต่ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปเถอะ ฉันไม่อยากถูกรบกวนไปมากกว่านี้แล้ว” ชายวัยกลางคนที่มีผมขาวโพลนเดินออกมาจากบ้านหลังเล็ก เขาดูอายุราวสี่สิบปีแต่ดูแก่กว่าอายุจริงมาก

“คุณลุง พวกเราไม่ได้ต้องการรบกวนคุณลุงแต่ว่าคดีมีจุดน่าสงสัยหลายจุด ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปมาก หลายคดีที่ค้างอยู่ก็สามารถคลี่คลายไปได้แล้ว คุณลุงไม่อยากเห็นคนร้ายตัวจริงถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายเหรอคะ?” หลี่เซว่ที่ดูหยิ่งและทระนงตัวต่อหน้าคนอื่น ตอนนี้กลับดูใจเย็นและอดทนกับครอบครัวของเหยื่อ

“มันผ่านมาสิบปีแล้วและไม่มีร่องรอยของฆาตกรเลยสักนิด ร่างกายของฉันเองก็อ่อนแอลงทุกที ฉันทนรับความผิดหวังไม่ไหวแล้ว” ชายวัยกลางคนเดินเข้าไปในครัวและยกชามติ่มซำที่ทำเอาไว้มาวางไว้บนโต๊ะพิธี จากนั้นเขาก็จุดธูป โค้งตัวสามครั้งไปที่รูปขาวดำ

“คุณยายชอบทำติ่มซำในวันแรกของทุกปีใช่ไหมครับ?” หานเฟยมองรูปของหญิงชราที่บนโต๊ะขณะเดินเข้าไปในห้อง “ผมจำได้ว่าเธอดูเหมือนจะบอกว่าติ่มซำหมายถึงเป็นหนึ่งเดียวและยังหมายถึงการเข้าสู่ปีใหม่ กินติ่มซำในวันที่หนึ่งมกราคมจะช่วยขับไล่พลังด้านลบจากปีก่อนหน้าออกไป” ถ้อยคำของหานเฟยดูเหมือนจะปลุกความทรงจำบางอย่างในใจของชายคนนั้น เพราะว่าเขาหันไปมองหานเฟยอย่างไม่อยากเชื่อ “คุณยายทำอาหารเก่ง น้ำซุปปลาของเธอยังเป็นที่ชื่นชอบมาก น้ำซุปเป็นสีขาวน้ำนม และคุณก็จะได้กลิ่นอาหารที่เธอทำจากไกล ๆ เลย...”

“คุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?” ชายวัยกลางคนเดินโซเซเข้าไปหาหานเฟย “คุณเคยเจอแม่ของฉันมาก่อน? แต่ว่าคุณน่าจะอายุแค่สิบปีเท่านั้นตอนที่แม่ฉันตาย”

“ผมเคยเจอเธอมาก่อนจริง ๆ เธอยังเคยเลี้ยงติ่มซำผมถ้วยหนึ่ง” หานเฟยไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้ให้ดูไม่เหมือนคนเสียสติได้อย่างไรดังนั้นจึงเปลี่ยนเรื่องอย่างฉลาด “คุณลุง คุณเล่าเรื่องคุณยายให้พวกเราฟังมากกว่านี้ได้ไหม?”

ความทรงจำบางอย่างก็เจ็บปวดอย่างคาดไม่ถึง ชายวัยกลางคนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะต้อนรับหานเฟยและหลี่เซว่เข้าไปในห้องนั่งเล่น

“แม่เป็นคนใจดีมาก เธอไม่ได้แต่งงานแต่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าสามคน เงินทุกเหรียญที่หามาได้ล้วนใช้ในการเลี้ยงดูเด็ก ๆ ทั้งสามคน” ชายวัยกลางคนนั่งลงหมิ่น ๆ บนโซฟา “ฉันอายุมากที่สุด แต่ว่าเกิดมาร่างกายอ่อนแอ แม่ตั้งชื่อฉันว่าเมิ่งฉางโชว ฉันยังมีพรสวรรค์น้อยที่สุดในหมู่พวกเราสามพี่น้อง”

“น้องชายคนแรกของฉันชื่อเมิ่งฉางซี เขาเป็นเด็กถูกทิ้งเพราะใบหน้าพิการผิดรูป แต่ว่าเขามีจิตใจดีงาม และยังเรียนเก่ง แต่ว่า เพราะรูปลักษณ์ของเขา เขาจึงไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง เขาขี้อายและเก็บตัว

“น้องชายคนที่สองของฉันชื่อเมิ่งฉางอัน เขาเก่งที่สุดในหมู่พวกเราสามพี่น้อง เขาเรียนเก่งและมีเพื่อนเยอะ รางวัลที่เขาได้รับติดเรียงรายเต็มผนังบ้าน เขาได้ทำงานที่อาฟเตอร์ไลฟ์ฟาร์มาซูติคอล และตอนนี้ฉันได้ยินว่าเขาเป็นหัวหน้าฝ่ายแล้ว”

พูดถึงเมิ่งฉางอัน ดวงตาของชายวัยกลางคนก็เป็นประกายขึ้นมา แต่ไม่ช้าก็ดับไป “เขายังส่งเงินรายเดือนให้ฉันอยู่แต่ว่าพวกเราไม่ได้พบกันเลยตั้งแต่เกิดเรื่องกับแม่ของเรา”

“เมื่อสิบปีก่อนเกิดอะไรขึ้นกับคุณยายกันแน่?” หานเฟยสงสัยเรื่องนี้ที่สุด

“อันที่จริง ตอนแรกฉันก็ไม่ค่อยรู้อะไรนัก จนกระทั่งฉางซีหายตัวไปและตำรวจมาฉันถึงได้รู้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง” ดวงตาของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิด “หลังจากแม่เกษียนจากงาน เธอก็เปิดร้านขายขนม ตำรวจพบซากสัตว์มากมายและศพคนอยู่ในตู้เย็นที่ร้านของเธอ”

“อะไรนะ? เธอเกี่ยวข้องกับคดีศพแช่แข็งที่โด่งดังนั่นเหรอ?”

“แพทย์นิติเวชประมาณเวลาเสียชีวิตของเหยื่อว่าเป็นหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่แม่จะไม่รู้ว่ามีศพอยู่ในตู้เย็นของเธอตั้งเจ็ดวัน แต่ว่าไม่มีรายงานว่าเธอเรียกตำรวจเพราะเรื่องนั้น” ชายวัยกลางคนยกแขนขึ้นกอดอก

“คุณยายไม่ได้เป็นคนฆ่าใช่ไหม?” นิสัยของหญิงชราสำคัญกับหานเฟย นี่อาจจะเป็นจุดที่ทำให้เขามีชีวิตรอดในเกม

จบบทที่ Chapter 10: ตู้เย็น

คัดลอกลิงก์แล้ว