เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 9: เหมือนเขามาอยู่ที่นี่เองเลย

Chapter 9: เหมือนเขามาอยู่ที่นี่เองเลย

Chapter 9: เหมือนเขามาอยู่ที่นี่เองเลย


เมื่อเดินมาถึงอพาร์ทเม้นท์หลังนั้น หานเฟยก็เคาะประตูเบา ๆ ไม่ช้าก็มีคนในกองถ่ายคนหนึ่งมาหาเขา “ผู้กำกับเจียงอี้บอกให้ผมมาทดสอบบท แต่ว่าตอนนี้ผมกำลังมีปัญหา ผมอาจจะไม่สามารถ...”

แต่ก่อนที่หานเฟยจะทันพูดจบ เขาก็ถูกคนในกองถ่ายคนนั้นลากเข้าไปในอพาร์ทเม้นท์ “ในที่สุดนายก็มา นายไม่รู้หรอกว่าพวกเรากำลังเจอกับอะไร ผู้กำกับเจียงหายใจรดต้นคอทุกคน เขาด่านักแสดงหน้าใหม่ทุกคนว่าไม่สามารถแสดงอารมณ์แบบที่เขาต้องการ เขาไล่ออกไปหลายคนแล้วด้วยซ้ำ”

“แต่ว่าผมก็ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ และผมยังมีเรื่องสำคัญต้องทำคืนนี้...”

“ผู้กำกับเจียง! นักแสดงคนใหม่มาแล้ว!” สมาชิกกองถ่ายยัดบทละครเข้าไปในมือหานเฟย “ปกติแล้วพวกเราจะมีห้องทดสอบบทแยกไป แต่ว่าพวกเรากำลังขาดเงินนิดหน่อยดังนั้นอย่าใส่ใจมากเลยนะ รีบไปตรงนั้น ผู้กำกับเจียงรอนายอยู่นานแล้ว” หานเฟยที่ถือบทเอาไว้แล้วถูกผลักเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง นักแสดงหกคนอายุไล่เลี่ยกับเขายืนอยู่ริมกำแพง ไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคำ

“พวกนายเรียกมันว่าการแสดงงั้นเรอะ? พวกนายเคารพในอาชีพอยู่จริง ๆ ใช่ไหม? ขายขี้หน้า!” ที่กลางห้อง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งชี้นิ้วใส่เหล่านักแสดงอย่างขุ่นเคือง พูดด้วยน้ำเสียงไม่ดี นักแสดงสาวคนหนึ่งน้ำตาจะไหลแล้ว

“เธอคิดว่าน้ำตาจะช่วยให้เธอแสดงดีขึ้นงั้นเหรอ? ทำไมไม่ใช่เลือดปลอมบนเสื้อผ้าของเธอล่ะ? แล้วยังหน้ากับมือของเธออีก? เธอคิดว่าฆาตกรจะคิดถึงการถ่ายรูปสวย ๆ ของเธอตอนที่ไล่ตามเธออยู่หรือไง? ให้ฉันบอกเธอตอนนี้เลยนะ ถ้าเธอกลัวสกปรก กลัวเหนื่อย ก็อย่ามาเป็นนักแสดง! ฉันไม่สนใจว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้เพราะสปอนเซอร์ ถ้าเธอเข้ามาในกองถ่ายของฉันแล้ว เธอก็ต้องทำให้ได้ตามมาตรฐานของฉัน” ผู้กำกับเจียงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เขาเคยเป็นครูสอนอยู่ที่สถาบันโทรทัศน์และสื่อภาพยนตร์เมืองซินลู่ หานเฟยเคยเรียนกับเขามาก่อน หลังจากสั่งสอนอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดผู้กำกับเจียงก็หันมาทางหานเฟย “ฉันได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นกับนายแล้ว ฉันมีตัวละครหนึ่งที่อยากให้นายลองดู”

หานเฟยมองไปในห้องแล้วก็รู้ว่าการปฏิเสธออกไปตรง ๆ นั้นเป็นเรื่องไม่ฉลาดจึงได้แต่พึมพำอย่างนอบน้อม “แต่ว่าผู้กำกับเจียงครับ ผมไม่เคยเล่นหนังสยองขวัญมาก่อน”

“เป็นอำนาจของผู้ชมที่จะแบ่งหมวดหมู่นักแสดง แต่ว่าเป็นหน้าที่ของนักแสดงมืออาชีพในการทลายหมวดหมู่ที่ถูกจัดไว้นั่นออกมา เข้าใจไหม? นายเป็นนักแสดงมืออาชีพหรือเปล่า?” ผู้กำกับเจียงเดินมาหาหานเฟยพร้อมกับบทละคร “บทละครของเรานั้นอ้างอิงตามคดีที่เกิดขึ้นจริงเมื่อหลายปีก่อน คดีจิ๊กซอว์มนุษย์ จนถึงตอนนี้ ฆาตกรก็ยังลอยนวล เพื่อให้เข้าถึงตัวละคร ฉันแนะนำให้พวกนายไปอ่านข่าวตอนนั้นซะ จะได้เข้าใจตัวละครได้ดีขึ้น”

“เอิ่ม ผู้กำกับเจียงครับ แล้วจะให้ผมแสดงเป็นใคร?”

“ตำรวจเปิดเผยสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการว่ามีเหยื่อทั้งหมดเจ็ดราย แต่ว่าอันที่จริงแล้ว มีเหยื่อทั้งหมดแปดราย เพราะว่าฆาตกรใช้ชิ้นส่วนจากเหยื่อทั้งเจ็ดรายก่อนหน้ามาประกอบเป็นศพที่แปด นายจะเล่นเป็นเหยื่อรายที่สอง เว่ยโหยวฝู” ผู้กำกับเจียงพูดอย่างรวดเร็วขณะพลิกบทละครไปมา “ฉันจะสรุปส่วนของนายให้ฟัง เว่ยโหยวฝูเป็นพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาทั่วไป คืนหนึ่งเขากลับบ้านดึกเพราะทำโอทีต่อกันหลายชั่วโมง เขากลับมาพบว่าภรรยาของเขาหายตัวไป เขาส่งข้อความหาภรรยาหลายครั้งและฝ่ายหลังตอบกลับมาว่าเธอกลับไปอยู่ที่บ้านแม่ชั่วคราว เขาเหนื่อยเกินกว่าจะคิดอะไรมากนักและเดินเข้าไปในห้องนอน เรื่องน่าตกใจอยู่ตรงนี้ ภรรยาของเขาไม่ได้กลับไปบ้านแม่เพราะว่าเธอตายแล้ว ฆาตกรซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ กำลังตัดเธอออกเป็นชิ้น ๆ ข้อความที่ส่งถึงเว่ยโหยวฝูเป็นฆาตกรส่งมา”

“ผู้กำกับเจียง เว่ยโหยวฝูมีบุคลิกแบบไหนครับ?”

“อย่าเพิ่งขัดฉัน ส่วนที่ยากที่สุดของบทของนายเป็นส่วนด้านหลังนี่ ตอนที่เว่ยโหยวฝูกำลังจะหลับ เขาได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดออก ศีรษะของภรรยาของเขาถูกใครบางคนวางเอาไว้ที่หน้าประตู ความกลัวของเขาพุ่งขึ้นทันที ความหวาดกลัวกลืนกินเขา! ฆาตกรเดินออกมาจากห้องน้ำและเขากลายเป็นเหยื่อคนที่สองในคืนนั้น” ผู้กำกับเจียงวงรอบจุดสำคัญสองสามจุดในบท “ทางการไม่เคยอนุญาตให้เราถ่ายทำภาพน่ากลัวอย่างการแยกชิ้นส่วนดังนั้นนายจะต้องใช้สีหน้าของตัวเองทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวสุดขีด นายต้องดึงเอาความกลัวจากก้นบึ้งของนายออกมาทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกแบบเดียวกัน! นายทำได้ไหม?”

“ผมจะพยายามถึงจะไม่เคยเล่นบทแบบนี้มาก่อนก็ตาม” ความฝันของหานเฟยคือการเป็นนักแสดงตลก เขาไม่รู้เลยว่าเขาจะมาจบลงที่การนั่งอ่านบทในหนังสยองขวัญ

“เอาละ! พวกเราจะเข้าฉากทันทีที่นายทำอารมณ์ได้” ผู้กำกับเจียงโบกมือเรียกตากล้องให้ขึ้นไปที่ชั้นสอง “เดิมทีพวกเราต้องการใช้สถานที่เกิดเหตุเดิมเป็นฉากเพื่อความสมจริงแต่ว่าติดต่อเจ้าของบ้านไม่ได้ ดังนั้นจึงมาถ่ายที่นี่” ในฉากติดม่านหนาหนัก แสงน้อย ฉากดูสมจริง

“เอาละ ทุกคน เข้าประจำที่ได้แล้ว! ขยับหน่อย! ในเมื่อตัวเอกไม่อยู่ ผู้ดูแลฉากชั้นสอง นายสวมหน้ากากแล้วเล่นบทฆาตกรที่กำลังทำงานอยู่ในห้องน้ำตอนนี้ จำเอาไว้ว่าคำนวณเวลาโยนหัวคนออกมาให้ดี จากนั้นนายก็กระโจนออกมาจากในห้องน้ำ” ห้านาทีให้หลัง ทุกคนเตรียมพร้อม ห้องเงียบลง

เมื่อมีผู้กำกับเจียงชี้แนะ หานเฟยก็ค่อย ๆ เข้าสู่บทบาท นอนอยู่บนเตียงมืดสลัว ร่างกายของเขาค่อย ๆ ถูกความมืดกลืนกิน หานเฟยหลับตาลง เขาไม่จำเป็นต้องแสดงอะไรในเมื่อความทรงจำน่าสยดสยองจากเมื่อคืนยังสดใหม่อยู่ในใจเขา... ความเย็นที่วาบไปตามสันหลังและความสิ้นหวังที่สลัดไม่ออก

แอ็ด... เสียงหอบหายใจเบา ๆ ดังแผ่วในห้องเงียบ หานเฟยลืมตาพร่ามัวขึ้น ดวงตาของเขากลอกไปมาก่อนที่จะไปหยุดที่ประตูห้องน้ำ ม่านตาที่ไหวไปมาของเขาในที่สุดก็เพ่งไปยังลูกบิดประตู มันเหมือนกับเขาซ้อมฉากนี้มาหลายครั้ง ก่อนที่หานเฟยจะตื่นเต็มตา ลูกบิดประตูห้องน้ำก็เริ่มขยับด้วยตัวมันเอง บางทีอาจจะเป็นแสงสะท้อน แต่ว่ากล้องจับภาพประตูห้องน้ำที่เปิดออกเป็นช่องเล็ก ๆ ไว้ได้

ความมืดด้านหลังช่องเล็ก ๆ นั่นดูเหมือนจะซ่อนโลกหลังความตายเอาไว้

ตอนที่นิ้วทั้งห้าเอื้อมออกมาจากจากช่องว่าง ความน่ากลัวที่หานเฟยจดจำได้ก็ราวกับจะถูกปลุกขึ้นมา! ม่านตาของเขาหรี่ลง หัวใจเต้นเร็วขึ้น เขารู้สึกถึงความเย็นสายหนึ่งไล้ผ่านใบหน้า เลือดสูบฉีดไปตามร่างกาย ระดับอะดรีนาลินเพิ่มสูงขึ้น ใบหน้าของหานเฟยซีดเผือด และร่างกายของเขาก็เข้าสู่กระบวนการป้องกันตัวเอง จิตใจหวาดกลัวของเขาสะท้อนปฏิกริยาทางกาย ศีรษะของภรรยาของเขากลิ้งออกมาจากช่องว่างเล็ก ๆ นั่น ใบหน้าคุ้นเคยเอียงไปมาอยู่บนพื้นห้องน้ำ เธอดูเหมือนกำลังยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นช่างหนาวเหน็บ เหมือนเธอกำลังถามว่าเขาจะไปอยู่กับเธอด้วยไหม

ความหวาดกลัวที่หานเฟยสะกดเอาไว้หลุดออกมาเมื่อประตูห้องน้ำถูกผลักเปิดและมีดชุ่มเลือดปรากฏแก่สายตาของเขา! ฆาตกรกำลังพุ่งมาหาเขาแล้ว!

ความมืดอันคุ้นเคยพร้อมกับความหวาดกลัวที่คุ้นเคย ความสิ้นหวังจากการหลบหนีล้มเหลวเมื่อครั้งก่อนทำให้เขาตัวแข็งอยู่กับที่!

ภาพใบหน้าซีดเผือดของมนุษย์ซ่อนอยู่ในเงาจากโคมไฟหัวเตียงซ้อนทับกับฆาตกรในชีวิตชีวิต เสี้ยววินาทีนี้ หานเฟยบอกไม่ได้แล้วว่าอะไรจริง อะไรเท็จ ความตายอันแท้จริงที่ระบบข่มขู่เอาไว้เปลี่ยนใบหน้าของเขาให้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว!

ความรู้สึกในดวงตาของหานเฟยนั้นไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำได้ กระทั่งผู้ดูแลฉากชั้นสองที่แสดงเป็นฆาตกรก็ยังต้องหยุดตัวเองแล้วหันกลับไปมองข้างหลังอย่างตื่นตัว

“คัท!” ผู้กำกับเจียงที่ถือบทละครเอาไว้พุ่งเข้ามา เขาคำรามอย่างโมโหใส่ผู้ดูแลฉากชั้นสอง “นายหันกลับไปทำไม? นายเป็นฆาตกร! ทำไมถึงชะงักหันไปมองข้างหลังตัวเองฮะ?”

“ผมขอโทษครับพี่เจียง” ผู้ดูแลฉากชั้นสองถอดหน้ากากออกใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น ๆ “ตอนที่ผมเห็นสีหน้าของหานเฟยเมื่อกี้นี้ ผมคิดจริง ๆ นะว่ามีอะไรอยู่ข้างหลังผมผมถึงได้หันกลับไปตามสัญชาตญาณ”

“นายนั่นแหละที่เป็นไอ้ฆาตกรนั่น ทำไมถึงตกใจกลัวง่ายขนาดนี้ฮะ? นายทำให้ซีนดี ๆ เสียหมดแล้ว!” ผู้กำกับเจียงวิ่งกลับไปในห้องนอนและพยุงหานเฟยขึ้นจากเตียงด้วยตัวเอง “หานเฟย การแสดงของนายพัฒนาไปมาก! นายเกิดมาเพื่อเป็นนักแสดงละครสยองขวัญ! พรสวรรค์ของนายไม่ควรเสียเปล่า!”

“การแสดงของผมดีขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” ตอนนี้หานเฟยสงบลงแล้ว สีหน้าของเขากลับเป็นปกติ

“ใช่! มันเหมือนกับนายเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน และเคยเจอกับสิ่งที่เว่ยโหยวฝูเจอด้วยตัวนายเอง!”

จบบทที่ Chapter 9: เหมือนเขามาอยู่ที่นี่เองเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว