- หน้าแรก
- ระบบสังหารไร้พ่าย จากพลทหารสู่ยอดขุนพลแดนใต้
- บทที่ 31 - จิตรกร
บทที่ 31 - จิตรกร
บทที่ 31 - จิตรกร
บทที่ 31 - จิตรกร
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ท่านซือหม่ายิงธนูแม่นยำดั่งเทพ!"
ลูกธนูที่ยิงเบิกฤกษ์เพียงดอกเดียวสามารถปลิดชีพผู้นำฝ่ายศัตรูได้ ทำให้ขวัญกำลังใจของกองทัพเดนตายหลายร้อยนายฮึกเหิมขึ้นมาอย่างมาก
ในทางกลับกัน ทางฝั่งค่ายศัตรูนั้น ก่อนอื่นโดนห่าฝนลูกธนูก่อกวนจากบนฟ้า ถึงแม้จะไม่ได้สร้างความสูญเสียอะไรมากมายนัก
แต่ขบวนทัพที่แต่เดิมยังพอเป็นระเบียบอยู่บ้าง ก็เริ่มปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งพอมาเห็นแม่ทัพของตัวเองถูกธนูยิงตกม้าไปต่อหน้าต่อตา ทหารม้าคนเถื่อนบางคนก็ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ รีบทิ้งแถวเข้าไปช่วยแม่ทัพโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
เพียงชั่วพริบตาเดียว ขบวนทัพทั้งหมดก็ปั่นป่วนจนดูไม่ได้
ตอนแรกหานเซ่ายังแอบเสียดายอยู่เลยที่ลูกธนูของเขาไม่สามารถปลิดชีพแม่ทัพศัตรูได้ในคราวเดียว
แต่พอมองเห็นสภาพความโกลาหลของฝั่งตรงข้าม ประกายตาก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
เขาไม่มัวมาเสียเวลาเล็งยิงดอกที่สองอีกแล้ว หานเซ่าชักดาบออกมาชี้ไปข้างหน้าทันที
"บุกเข้าไป!"
"ฆ่า!"
สิ้นเสียงตะโกนกร้าว ทหารม้าเกราะเหล็กหลายร้อยนายก็รวมใจเป็นหนึ่งเดียว ชั่วพริบตานั้นคันธนูก็ถูกเก็บเข้าที่ พร้อมกับเสียงดาบที่ถูกชักออกจากฝัก
"ฆ่า!"
ภายใต้ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ กองกำลังทหารม้าเกราะดำต่างก็แปรสภาพเป็นสายน้ำสีดำอันเชี่ยวกรากที่ส่งเสียงคำรามและพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
ทะลวงดุดันราวกับผ่าไม้ไผ่!
ไร้ผู้ต่อต้าน!
ในทางตรงกันข้าม ทหารม้าคนเถื่อนที่ยังคงตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย เมื่อมองเห็นทหารม้าเกราะดำพุ่งทะยานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ต่างก็เผยแววตาหวาดผวาออกมา
บางคนรวบรวมความกล้า กัดฟันตะโกนเสียงหลงแล้วพุ่งสวนเข้าไปปะทะ
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความกล้าบ้าบิ่นแบบนั้น
ภายใต้แรงเหยียบย่ำของกีบเท้าม้า ผืนปฐพีสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับเสียงกลองศึก
ม้าศึกเหลียวตงเหล่านั้นเห็นได้ชัดว่ามีขนาดตัวใหญ่โตกว่าม้าอูหวนอย่างเห็นได้ชัด แถมยังมีชุดเกราะสีดำอันดุดันน่าเกรงขามสวมใส่อยู่อีก
รูปลักษณ์ของพวกมันราวกับยมทูตที่ก้าวเดินลงมาบนโลกมนุษย์!
พลังทำลายล้างของพวกมันราวกับภูเขาและมหาสมุทรที่กำลังพลิกคว่ำถล่มทลายลงมาบนแผ่นดิน!
"สวรรค์เบื้องบน..."
ท่ามกลางเสียงพึมพำด้วยความหวาดกลัว
ทหารม้าคนเถื่อนจำนวนไม่น้อย หลังจากวิ่งผ่านกองหน้าของฝั่งตัวเองที่กำลังแตกแถวไปได้ ก็ไม่ได้พุ่งเข้าปะทะกับทหารม้าเผ่ายงฝั่งตรงข้ามแต่อย่างใด
แต่พวกเขากลับกระตุกสายบังเหียนหันหัวม้าหลบออกไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ
ด้วยเหตุนี้ ขบวนทัพที่กำลังปั่นป่วนอยู่แล้ว จึงเกิดช่องโหว่ขนาดมหึมาขึ้นมาทันที
ราวกับสตรีที่แก้ผ้าล่อนจ้อนอยู่ต่อหน้าชายฉกรรจ์ บนหน้าผากแปะคำสี่คำไว้ชัดเจนว่า 'เชิญย่ำยีตามสบาย'
"บัดซบ..."
นายกองร้อยชนเผ่าที่ถูกบรรดาคนในเผ่าพยายามแย่งชิงตัวช่วยชีวิตออกมาอย่างสุดกำลัง เอามือกุมหน้าอกตรงจุดที่ถูกลูกธนูทะลวงผ่าน ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ
เขามองดูเหล่านักรบผู้กล้าของเผ่าที่กระจัดกระจายวิ่งเข้าใส่ทหารม้าเกราะเหล็กเผ่ายงอย่างไม่เป็นระเบียบ
สลับกับมองไปที่ไอ้พวกสารเลวที่ควบม้า 'หลบเลี่ยงการปะทะ' ไปอยู่อีกฝั่ง ดวงตาของเขาแดงก่ำดุจสายเลือด
"กลับมานะ! ไอ้พวกสารเลว! กลับมาสิวะ!"
แต่ในเวลานี้ ต่อให้ตะโกนจนคอแตกตายแล้วมันจะได้ประโยชน์อะไร!
ในการรบของทหารม้า เมื่อม้าก้าวเท้าออกไปแล้ว ก็มีแต่ต้องพุ่งไปข้างหน้าไม่มีวันหันหลังกลับ!
เฉกเช่นเดียวกับทหารม้าเกราะดำที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
หานเซ่าที่ควบม้านำหน้าเป็นคนแรก มองลอดผ่านหน้ากากสีดำอันดุดันไปยังกองทหารม้าชนเผ่าที่พุ่งเข้ามา สีหน้าของเขาเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
เขาตวัดคมดาบในมือเบาๆ ปากก็เอ่ยออกมาเพียงแค่คำสั้นๆ
"ทะลวง!"
ชั่วพริบตาเดียว คมดาบที่สว่างวาบก็แปรเปลี่ยนเป็นพู่กันที่วิจิตรบรรจงที่สุดในโลกหล้า
โดยใช้สมรภูมิรบตรงหน้านี้เป็นผืนผ้าใบ
หานเซ่าตวัดพู่กันละเลงสีลงไป!
เพียงแค่ตวัดปลายพู่กันลงไปครั้งเดียว ก็แต่งแต้มสีแดงฉานอันน่าหลงใหลลงบนโลกอันอ้างว้างใบนี้ได้แล้ว
"พุ่งชน!"
สิ้นเสียงตะโกนสั่งการอีกครั้ง
ม้าศึกควบทะยานผ่าน ร่างของหานเซ่าพุ่งสวนทางไปอย่างรวดเร็ว ชุดเกราะสีดำที่ขาดวิ่นของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือด พู่กันในมือยังคงตวัดต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
ดอกไม้สีเลือดสีแดงสดเบ่งบานขึ้นตรงหน้าดอกแล้วดอกเล่า
ความงามอันโหดร้ายทารุณนี้ ทำให้สีหน้าของเขาเย็นชา และความรู้สึกบนใบหน้าก็ค่อยๆ ด้านชาลงไป
เพราะแท้จริงแล้ว สนามรบก็คือภาพวาดที่ไม่ต้องการความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น
ความตายคือแก่นแท้ของภาพวาดผืนนี้!
ไม่มีใครสามารถ และไม่มีใครกล้าที่จะเบี่ยงเบนไปจากแก่นแท้สูงสุดนี้ได้
มิเช่นนั้นแล้ว คนที่ต้องตายก็คือตัวจิตรกรเอง!
...
ทะลวงแตกแล้ว!
เวลาผ่านไปเพียงแค่สิบกว่าลมหายใจ ทหารม้าคนเถื่อนที่พุ่งเข้ามาอย่างกระจัดกระจาย ก็ถูกฆ่าฟันจนทะลุปรุโปร่ง
ทหารม้าคนเถื่อนที่รอดชีวิตมาได้เพียงไม่กี่คน มองดูซากศพของเพื่อนพ้องที่ล้มตายเกลื่อนกลาดอยู่รอบตัว สีหน้าของพวกเขาดูว่างเปล่าและเลื่อนลอย
ชั่วขณะนั้นพวกเขาแทบจะจำไม่ได้เลยว่าในพริบตาที่พุ่งเข้าปะทะกันเมื่อครู่นี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้
ทำไมถึงตายกันหมดเลยล่ะ
เมื่อหันไปมองแผ่นหลังสีดำที่กำลังห่างออกไปอย่างรวดเร็ว ความสับสนในดวงตาของทหารม้าคนเถื่อนที่รอดชีวิตไม่กี่คนนั้น ก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ทหารม้าเกราะดำคนสุดท้าย หันขวับกลับมามองพวกเขาก่อนจากไป
แววตานั้นช่างเหมือนกับหมาป่าที่ดุร้ายและอำมหิตที่สุดบนทุ่งหญ้าไม่มีผิด!
แต่ยังดีที่พวกมันไปแล้ว พุ่งเป้าไปที่คนในเผ่าของพวกเขาต่อ
พวกเขาไม่ต้องตายแล้ว...
ในขณะที่กำลังดีใจที่รอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าม้าดังสนั่นหวั่นไหวแว่วมาอีกครั้ง
ผู้หญิงงั้นเหรอ
ทหารม้าคนเถื่อนที่รอดชีวิตหลายคนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตกใจกลัวราวกับนกที่ตื่นธนู พากันควบม้าหนีเตลิดเปิดเปิงไปอย่างรวดเร็ว
ในตอนนั้น ภายในใจของพวกเขามีเพียงแค่ความคิดเดียวเท่านั้น
ท่านข่านหลอกพวกเรา!
ท่านผู้นำเผ่าหลอกพวกเรา!
พวกเผ่ายงไม่ได้อ่อนแอเลยสักนิด!
พวกเผ่ายงนั้นไม่อาจต่อกรได้!
และพวกเขา ก็ไม่อยากตาย!
กลุ่มหญิงสาวที่พยายามควบม้าตามหลังกองกำลังทหารม้าเกราะดำมาอย่างสุดชีวิต พอได้เห็นทหารม้าคนเถื่อนที่รอดชีวิตเหล่านั้น ความหวาดผวาในใจก็เกือบจะทำให้พวกเธอหยุดม้าที่กำลังวิ่งหนีสุดชีวิตลง
แต่วินาทีต่อมา ทหารม้าคนเถื่อนเหล่านั้นกลับทำราวกับว่าได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สุดในโลกก็ไม่ปาน พากันหนีตายจ้าละหวั่น
สีหน้าหวาดกลัวของหญิงสาวเหล่านี้ จึงเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงทันที
และในตอนนั้นเอง ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มรวบรวมความกล้าตะโกนขึ้นมา
"ผู้ชายของพวกเรากำลังต่อสู้อยู่ข้างหน้า พวกเราจะโดนทิ้งห่างไม่ได้เด็ดขาด จะไปเป็นตัวถ่วงพวกเข ไม่ได้นะ!"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ประกายแสงอันเจิดจรัสก็สว่างวาบขึ้นในดวงตาของหญิงสาวทุกคน
จริงด้วยสิ ผู้ชายของพวกเธอยังกำลังเอาชีวิตเข้าแลกอยู่ข้างหน้าเลย...
ในพริบตานั้น หญิงสาวทุกคนก็เกิดมีพลังอันมหาศาลปะทุขึ้นมา
พลังนี้ มีชื่อเรียกว่าความหวัง
และสำหรับคนที่เคยผ่านพ้นความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งมาแล้ว แสงสว่างเพียงน้อยนิดแค่นี้ ก็เพียงพอที่จะส่องสว่างให้โลกทั้งใบของพวกเธอแล้ว
...
เร็ว!
เร็วเกินไปแล้ว!
กระแสน้ำทหารม้าเกราะเหล็กสีดำ เคลื่อนไหวราวกับคลื่นยักษ์ของจริง ทุกสรรพสิ่งที่มันพัดผ่าน
จะถูกมันกลืนกินและซัดสาดจนจมมิด
จนกระทั่งเหลือทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพัง
"แย่แล้ว..."
นายกองร้อยชนเผ่าที่พยายามพยุงตัวขึ้นนั่งบนหลังม้าอย่างยากลำบาก กระอักเลือดที่คั่งค้างอยู่ในอกออกมาอีกระลอก ใบหน้าของเขายิ่งซีดเผือดลงกว่าเดิม
รูปขบวนแตกพ่าย กองหน้าถูกบดขยี้รวดเดียวจนราบคาบ
ต่อให้เขาจะไม่มีประสบการณ์ในสนามรบมาก่อน เขาก็รู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายสุดๆ
จนกระทั่งวินาทีนี้ เขาถึงได้ตระหนักอย่างลึกซึ้งว่าคำพูดของพวกเผ่ายงที่ว่า 'ในสนามรบ สถานการณ์พลิกผันได้ในชั่วพริบตา' มันหมายความว่ายังไง
แค่ฝนลูกธนูระลอกเดียว นักรบผู้กล้าของเผ่าที่เขาภาคภูมิใจมาตลอดก็แตกพ่ายไม่เป็นท่าแล้ว!
แตกพ่ายจนดูไม่จืดเลย!
ไม่สิ!
เป็นเพราะเขาที่เป็นถึงแม่ทัพบัญชาการรบ ดันไปเสียรู้โดนไอ้หมาแดนใต้ลอบกัดต่างหาก!
มิเช่นนั้นแล้ว เรื่องแบบนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด!
เขาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้!
นายกองร้อยชนเผ่าฝืนทนความเจ็บปวดจากแผลถูกธนูยิงที่หน้าอก แล้วตะโกนลั่น
"บุก! ตามข้าไปบุก!"
ทว่าทหารม้าคนเถื่อนบางคนที่อยู่ข้างกายเขา กลับเอ่ยปากห้ามปราม
"นายน้อย! บุกไม่ได้แล้วขอรับ!"
"ถอยก่อน! ถอยหลบไปก่อนเถอะขอรับ!"
ระหว่างที่พูดนั้น ทหารม้าคนเถื่อนอีกคนก็พูดเสริมขึ้นมาว่า
"ใช่แล้วขอรับ! นายน้อย ท่านบาดเจ็บหนักขนาดนี้ ต้องรีบกลับไปให้ท่านนักบวชรักษาให้ก่อน แล้วจะไปฝืนบุกทะลวงค่ายศัตรูได้ยังไง"
ขืนนายน้อยเป็นอะไรขึ้นมา มีหวังท่านผู้นำเผ่าได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แล้วเอาหัวของพวกเขาทั้งหมดไปเซ่นไหว้ธงรบแน่ๆ
กว่าพวกเขาจะตะเกียกตะกายขึ้นมาถึงตำแหน่งสูงๆ ในเผ่าได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ใครจะอยากเอาชีวิตไปเสี่ยงล่ะ
และเมื่อต้องเผชิญกับการขัดขวางจากทหารองครักษ์คนสนิทรอบกาย นายกองร้อยชนเผ่าก็ชักดาบออกมาฟันคอทหารคนหนึ่งทิ้งทันที
"ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่ง มีโทษประหาร!"
"ทุกคนจงตามข้าบุกเข้าไป!"
พูดจบ เขาก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของคนรอบข้างอีก กระตุกสายบังเหียนควบม้าพุ่งตรงเข้าใส่ทหารม้าเกราะเหล็กเผ่ายงที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วในทันที
เขาจะหนีไม่ได้! และจะแพ้ไม่ได้ด้วย!
เพราะถ้าหากเขาหนี หรือเขาแพ้ อนาคตของเขาก็จะจบสิ้นลงทันที!
เขาเป็นลูกชายของผู้นำเผ่าก็จริง!
แต่ผู้นำเผ่าไม่ได้มีเขาลูกชายแค่คนเดียวนี่!
บนทุ่งหญ้าแห่งนี้ ทุกคนล้วนมีสัญชาตญาณดั่งหมาป่า กินคนอื่นและพร้อมจะกินพวกเดียวกันเองด้วย
เมื่อใดก็ตามที่เขาพ่ายแพ้ในศึกนี้ ตำแหน่งผู้นำเผ่าในอนาคตก็จะไม่มีวันตกถึงมือเขาอีกต่อไป!
เมื่อถึงเวลานั้น พี่น้องร่วมสายเลือดของเขา คงไม่ยอมปล่อยเขาเอาไว้แน่!
เพราะฉะนั้น...
เขายอมลากทุกคนให้ลงนรกไปพร้อมกับเขาเสียยังจะดีกว่า!
"ฆ่า!"
...
[จบแล้ว]