เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - ตัวประหลาด

บทที่ 16 - ตัวประหลาด

บทที่ 16 - ตัวประหลาด


บทที่ 16 - ตัวประหลาด

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

แสงไฟที่ส่ายไหว สาดส่องใบหน้าซีกหนึ่งของหานเซ่าให้ดูเดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืด

หานเซ่ากำลังมองกองไฟ

ส่วนคุณหนูใหญ่กงซุนกำลังมองเขา

แม้ทั้งสองจะอยู่ห่างกันเพียงแค่หนึ่งจั้ง แต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่ห่างไกลกันมาก

ด้วยชาติกำเนิดที่สูงส่งของนาง ตั้งแต่เล็กจนโตนางเคยเห็นลูกหลานตระกูลใหญ่มานับไม่ถ้วน

แต่ไม่เคยมีใครทำให้นางมองไม่ออกได้ขนาดนี้มาก่อนเลย

วรยุทธ์อันแข็งแกร่งที่อธิบายไม่ได้ แต่กลับทัดเทียมกับยอดฝีมือในตระกูลใหญ่รุ่นราวคราวเดียวกัน

คำพูดที่ปลุกปั่นอารมณ์ ทว่าสามารถปลุกขวัญกำลังใจทหารในยามหน้าสิ่วหน้าขวานได้อย่างรวดเร็ว

รวมไปถึงความเย่อหยิ่งจองหองที่แผ่ออกมาจากตัวเขาโดยไม่ทราบสาเหตุ

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ทหารเลวธรรมดาคนหนึ่งจะมีได้เลย

มีอยู่แวบหนึ่งที่คุณหนูใหญ่กงซุนถึงกับคิดไปว่า หรือหมอนี่จะเป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าที่สังขารร่วงโรยใกล้ดับสูญ แล้วมาสิงร่างเกิดใหม่ในร่างของหมอนี่

แต่ไม่นานนางก็ปฏิเสธความคิดนี้ในใจ

เพราะคนแก่ใกล้ลงโลงพวกนั้น นางเคยเห็นมาแล้ว

กลิ่นอายแห่งความตายที่ฝังรากลึกไปถึงจิตวิญญาณ แค่มองตาก็รู้ได้ทันที

มันปกปิดกันไม่ได้หรอก

คุณหนูใหญ่กงซุนลอบถอนหายใจอยู่ในใจ รู้สึกเพียงว่าผู้ชายตรงหน้านี้เต็มไปด้วยปริศนา

ถึงขั้นทำให้นางเกิดความรู้สึกอยากจะค้นหาความจริงขึ้นมา

แต่พอคิดถึงการกระทำที่ปั่นหัวคนเล่นอย่างสนุกสนานเมื่อครู่นี้ของคุณชายท่านนี้แล้ว คุณหนูใหญ่กงซุนก็แอบรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ลึกๆ

'ที่แท้การฆ่าคนก็ไม่จำเป็นต้องใช้ดาบเสมอไป...'

ตระกูลกงซุนแห่งเหลียวตง เป็นผู้สืบทอดสายเลือดนักรบ

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ก็ให้กำเนิดขุนพลผู้เก่งกล้าและแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่ห้ำหั่นกันในสนามรบมาโดยตลอด

การปะทะกันของกองทัพ รุนแรงดุจสายฟ้าฟาด

กลศึกและตำราพิชัยสงคราม ไร้เทียมทานทั่วหล้า

ต่อให้ต้องใช้อุบายทางการทหาร มันก็เป็นเพียงแค่การประลองกำลังระหว่างผู้เข้มแข็งและผู้อ่อนแอเท่านั้น

ไม่เคยเห็นใครที่ใช้คำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้ศัตรูเข่นฆ่ากันเองจนตายตกไปตามกันหมดแบบนี้มาก่อนเลย

"ทำไมถึงไม่ฆ่าพวกมันไปตรงๆ เลยล่ะ"

เมื่อได้ยินคำถามที่เจือไปด้วยความลังเลของคุณหนูใหญ่กงซุน

หานเซ่าก็ค่อยๆ ละสายตากลับมา แล้วหันไปมองนาง

"หมาจนตรอกสู้ยิบตา ปลาตายตาข่ายขาด ไม่เคยได้ยินหรือไง"

สำนวนสองประโยคติดๆ กันนี้ ดูเหมือนจะสร้างความตกตะลึงให้กับคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลกงซุนผู้นี้ไม่น้อย

เมื่อมองดูแววตาสับสนที่เต็มไปด้วยความฉลาดหลักแหลมของคุณหนูใหญ่กงซุน หานเซ่าก็เผยรอยยิ้มแฝงความนัยออกมา

"คุณหนูใหญ่กำลังขอคำชี้แนะจากซือหม่าอย่างฉันอยู่เหรอ"

พอคุณหนูใหญ่กงซุนได้ยินเช่นนั้น ใบหน้างดงามที่เคยเย็นชาและเย่อหยิ่ง ก็พลันดำทะมึนลงทันที

หน้าตาของพวกคนต่ำต้อยที่ได้ดี นางเคยเห็นมาเยอะแล้ว

แต่คนที่กล้าทำหน้าตาแบบนี้ใส่นางต่อหน้า ยังไม่เคยมีเลยสักคน

นี่หมอนี่ไม่รู้เลยใช่ไหมว่าคำว่า 'ตาย' มันสะกดว่ายังไง

คุณหนูใหญ่กงซุนปรายตามองเขาอย่างเย็นชา

และในขณะที่หานเซ่าคิดว่านางจะยอมแพ้ไม่ถามต่อ ใบหน้างดงามที่เย็นชาและเย่อหยิ่งของนางก็หันหนีไปทางอื่นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ

"ถึงจะใช่... แล้วมันทำไมล่ะ"

เมื่อหานเซ่าเห็นดังนั้นก็แอบขำ

ท่าทางปากแข็งแบบนี้ เขาเคยเห็นในการ์ตูนมาเยอะแล้ว

แต่ในชีวิตจริง นี่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

"ก็ไม่ทำไมหรอก แค่จู่ๆ ก็ไม่อยากพูดแล้ว"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ คุณหนูใหญ่กงซุนที่รอให้หานเซ่า 'ยอมสารภาพ' อย่างใจจดใจจ่อ ก็ดูเหมือนจะสติแตกไปเลย

ดวงตากลมโตตามธรรมชาตินางจ้องเขม็งไปที่หานเซ่า

เมื่อต้องเผชิญกับสายตาที่พร้อมจะฆ่าคนของอีกฝ่าย หานเซ่ากลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขายังคงพูดจายั่วโมโหต่อไปอย่างไม่กลัวตาย

"เอาไหมล่ะ พวกเรามาทำข้อตกลงกัน"

"ฉันตอบคำถามเธอข้อหนึ่ง เธอก็ต้องตอบคำถามฉันข้อหนึ่ง ดีไหม"

หมอนี่... กำลังขู่ฉันอยู่เหรอ

ดวงตาที่เย็นชาของคุณหนูใหญ่กงซุนฉายแววตกตะลึง ราวกับไม่อยากจะเชื่อ

จากนั้นความตกตะลึงและความไม่อยากจะเชื่อนั้น ก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นในเวลาอันรวดเร็ว

'เป็นทหารเลวที่น่ารังเกียจจริงๆ'

คุณหนูใหญ่กงซุนแปะป้ายประทับตราให้หานเซ่าในใจเรียบร้อยโรงเรียนจีน

"ไม่เอา"

เมื่อเห็นว่ายายจอมหยิ่งไม่ยอมก้มหัวให้ หานเซ่าก็ทำหน้าไม่ยี่หระ

"งั้นก็ช่างมันเถอะ"

ชัดเจน ตรงไปตรงมา

เหมือนกับตอนที่เขาชักดาบฟันคนไม่มีผิด

ช่างมันเถอะงั้นเหรอ

ดวงตากลมโตของคุณหนูใหญ่กงซุนที่ซ่อนอยู่ในความมืด เปล่งประกายรังสีอำมหิตออกมา

แต่หานเซ่ากลับไม่เปิดโอกาสให้นางได้อาละวาดเลย เขาใช้ส้นเท้ากระตุ้นม้าให้เดินเข้าไปหาเหล่าทหาร

"เรียนท่านซือหม่า โจรภูเขาในหุบเขาถูกจัดการไปเกือบหมดแล้วขอรับ"

เมื่อเห็นว่าจากทหารม้าสามกองที่แยกย้ายกันไปปราบโจรภูเขาก่อนหน้านี้ มีเพียงกองเดียวที่กลับมารวมตัวกัน

ส่วนอีกสองกองยังไม่กลับมา หานเซ่าก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

"แล้วคนอื่นๆ ล่ะ"

ทหารม้านายหนึ่งที่ควบม้านำหน้าประสานมือตอบว่า

"เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครเล็ดลอดหนีออกไปปล่อยข่าวของพวกเรา คุณหนูใหญ่จึงสั่งให้นายกองหลี่นำคนไปเฝ้าที่ปากหุบเขาไว้ขอรับ"

"ส่วนอีกกองกำลังตามล้างตอพวกที่เหลืออยู่ในหุบเขาขอรับ"

ทหารเดนตายหลายร้อยนายกลุ่มนี้ ล้วนเป็นทหารที่แตกทัพแล้วมารวมตัวกันอย่างทุลักทุเล

จึงมีที่มาที่ไปซับซ้อนมาก

แค่พูดถึงนายกองหลี่คนนี้ ในฐานะที่เป็นขุนพลผู้คุมกำลังห้าร้อยนาย ก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นแม่ทัพได้แล้ว

ตำแหน่งที่สูงกว่านี้ก็คือเซี่ยวเว่ยผู้คุมหนึ่งกองพลนั่นเอง

เมื่อหานเซ่าได้ยินเช่นนั้น ตอนแรกเขาก็อึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกละอายใจขึ้นมา

เมื่อครู่นี้เขาถูกความโกรธแค้นครอบงำจนหน้ามืดตามัว เอาแต่บุกทะลวงไปข้างหน้า โดยไม่ได้สนใจเลยว่าข้างหลังจะเกิดอะไรขึ้น

หานเซ่าเตือนสติตัวเองในใจว่า 'การทหารคือความเป็นความตายของชาติ คือหนทางแห่งความอยู่รอดหรือล่มสลาย ไม่อาจไม่พิจารณาให้ถ่องแท้'

พลางหันไปมองคุณหนูใหญ่กงซุนที่อยู่ข้างๆ

เมื่อเผชิญกับสายตาของหานเซ่า คุณหนูใหญ่กงซุนก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณ สายตาเย่อหยิ่ง

ชิ

ยายคนปากแข็งเอ๊ย

หานเซ่าเบ้ปาก แล้วก็เลิกสนใจนาง

"มีใครเจ็บตายบ้างไหม"

เมื่อเห็นว่าสิ่งที่หานเซ่าเป็นห่วงมากที่สุดคือเรื่องนี้ เหล่าทหารที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา

"วางใจเถอะขอรับท่านซือหม่า"

"พวกโจรภูเขากระจอกๆ ก็แค่พวกโจรปลายแถวมารวมหัวกัน การจะกวาดล้างพวกมันก็เหมือนเอามีดฆ่าวัวมาเชือดไก่"

"นอกจากบาดเจ็บเล็กน้อยสองนายแล้ว ไม่มีใครตายเลยขอรับ"

ในสนามรบ ความเป็นความตายถือเป็นเรื่องปกติ

โชคร้ายโดนฟันมาแผลหนึ่ง ก็ไม่จำเป็นต้องตกใจอะไรมากมาย

เมื่อหานเซ่าได้ยินเช่นนั้น เขาก็โล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง

เขาไม่อยากจะเป็นอย่างหลี่อวิ๋นหลง ที่ทหารในสังกัดไม่ตายในสมรภูมิรบอันโหดร้าย แต่กลับมาตายด้วยน้ำมือของพวกโจร

ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงน่าปวดใจเกินไปหน่อย

...

พายุหิมะในหุบเขาที่ล้อมรอบด้วยภูเขาทั้งสี่ด้านแห่งนี้ ดูเหมือนจะเบาบางลงบ้างแล้ว

เหล่าทหารที่รอดชีวิตมาจากสนามรบอันโหดร้าย ในที่สุดก็มีโอกาสได้พักหายใจเสียที

กองไฟสีแดงฉานที่ยังไม่ดับมอด เมื่อเติมมูลวัวลงไป ก็ยิ่งลุกโชนสว่างไสวมากขึ้น

หานเซ่าไม่ค่อยชินกับการนั่งคุกเข่าแบบคนยุคนี้สักเท่าไหร่ เขาเลยนั่งตามสบาย

"หยาบคาย"

จู่ๆ ก็โดนด่าเข้าให้ หานเซ่าก็รู้สึกฉุนขึ้นมาบ้าง

แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าในสมัยโบราณช่วงเวลาหนึ่ง กางเกงมันไม่มีเป้า

การนั่งงอเข่าเหยียดขาแบบนี้ มันทำให้เห็นของสงวนได้ง่าย

ดังนั้นท่านั่งเหยียดขาที่เรียกว่า 'จีจวี้' แบบนี้ จึงถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ไร้มารยาทอย่างยิ่ง

หานเซ่าถึงกับพูดไม่ออก

ที่นี่กับยุคโบราณในอีกโลกหนึ่ง มันเหมือนกันขนาดนี้เลยเหรอ

หานเซ่าเอามือลูบกางเกงด้วยความสงสัย ไม่ใช่นี่นา

มันมีเป้านี่

หานเซ่ารู้สึกว่าผู้หญิงที่เอาแต่ทำหน้าเย็นชาใส่เขาทั้งวันคนนี้ ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

แต่ใครจะไปคิดว่าใบหน้าขาวผ่องราวกับหยกของนาง จู่ๆ ก็แดงเถือกขึ้นมา

"หน้าด้าน"

เอาเถอะ ด่าอีกละ

หานเซ่าชักมือกลับจากเป้ากางเกง พลางกลอกตาบน

ด้วยความหิวจัด เขาจึงกัดเนื้อแกะในมือคำโต

แต่พอกัดเข้าไปคำแรก เขาก็แทบจะอ้วกออกมาด้วยความสะอิดสะเอียน

ทั้งมัน ทั้งเลี่ยน ทั้งจืดชืด แถมยังมีกลิ่นสาบแปลกๆ อีก ใครมันจะกลืนลงไปได้

แต่พอเงยหน้าขึ้นมา ทุกคนกลับกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

แถมยังกินไป มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ ไปด้วย

"มองอะไร"

หานเซ่าทำหน้างง

วินาทีต่อมา เขาก็เห็นคุณหนูใหญ่กงซุนหยิบมีดสั้นประดับทองคำและหยกออกมาจากอกเสื้อ เฉือนเนื้อส่วนที่เขายังไม่ได้กัด แล้วยกมือบังหน้าเอาเนื้อเข้าปาก

หลังจากเคี้ยวอย่างช้าๆ

คุณหนูใหญ่กงซุนก็ถอนหายใจออกมา "ตอนนี้นายยังกล้าพูดอีกไหมว่าตัวเองไม่มีความผิดปกติอะไร"

หานเซ่ายังคงทำหน้างง "หมายความว่ายังไง"

"เนื้อย่างนี่ ถึงจะไม่ประณีตนัก แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นกลืนไม่ลง"

คุณหนูใหญ่กงซุนจ้องมองเขาเขม็ง สายตานั้นราวกับกำลังมองดูตัวประหลาด

"ฉันยังกินได้ แต่นายกลับกินไม่ได้..."

"นายยังกล้าพูดอีกเหรอว่าตัวเองไม่ได้ผิดปกติอะไร"

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 16 - ตัวประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว