- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่ผู้ยิ่งใหญ่แดนโต้วหลัว
- บทที่ 26: หวนคืนสู่ดินแดนทางเหนือสุดขั้ว
บทที่ 26: หวนคืนสู่ดินแดนทางเหนือสุดขั้ว
บทที่ 26: หวนคืนสู่ดินแดนทางเหนือสุดขั้ว
บทที่ 26: หวนคืนสู่ดินแดนทางเหนือสุดขั้ว
"อวิ๋นปิง ช่วงปิดเทอมนี้เจ้าวางแผนจะไปไหนหรือ? จะให้อาจารย์ที่โรงเรียนช่วยหาหาวงแหวนวิญญาณให้หรือเปล่า?"
หวงเหยียนเอ่ยถามขณะกำลังเก็บข้าวของ
ตลอดระยะเวลาแปดเดือนที่ผ่านมานี้ หลินหานได้ทะลวงเข้าสู่ระดับ 20 แล้ว
และในช่วงเวลานั้น ฮั่วอวี่เฮ่าก็เคยมาขอแลกเปลี่ยนกระดูกวิญญาณแขนซ้ายทักษะลับ หวังตงเองก็มาด้วยเช่นกัน ทว่าพวกเขากลับมาช้าไปก้าวหนึ่ง หวงเหยียนได้มอบกระดูกวิญญาณชิ้นนั้นให้แก่หลินหานไปเรียบร้อยแล้ว และหลังจากที่หลินหานรับไว้ นางก็ไม่ได้รั้งรอแต่อย่างใด จัดการดูดซับมันในวันนั้นทันที ทำเอาฮั่วอวี่เฮ่าผิดหวังไปพักใหญ่เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของอวิ๋นปิง นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย มันก็แค่ทำให้ความเจ็บปวดตอนผสานรวมกับกระดูกวิญญาณส่วนลำตัวของจักรพรรดินีน้ำแข็งเพิ่มขึ้นอีกร้อยละยี่สิบเท่านั้น เขาเชื่อมั่นว่าต่อให้เป็นเช่นนั้น ฮั่วอวี่เฮ่าก็สามารถทนรับมันได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ พลังวิญญาณของฮั่วอวี่เฮ่าก็ยังคงบรรลุถึงระดับ 20 อยู่ดี
ส่วนตัวเขาเองนั้นก็มาถึงคอขวดของระดับ 30 แล้ว แต่เขายังไม่ได้วงแหวนวิญญาณมาครอบครอง และยังคงรั้งอยู่ในเชร็ค
"ข้าจะกลับไปบ้านเก่าสักรอบนึงก่อน จากนั้นก็จะไปเยี่ยมบ้านอีกหลัง แล้วค่อยกลับมา เวลาน่าจะเหลือเฟือเลยล่ะ"
เขาต้องการกลับไปยังดินแดนทางเหนือสุดขั้ว ต้องรู้ก่อนนะว่าถ้ำน้ำแข็งที่เขาใช้เป็นสถานที่จำแลงกายในตอนแรกนั้น ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยถาวรของอวิ๋นปิงในยามที่เขายังเป็นสัตว์วิญญาณ
ในตอนนั้น เขาเกรงว่าจะถูกศัตรูค้นพบในระหว่างการจำแลงกาย จึงได้ดั้นด้นเสาะหาสถานที่อื่นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
และเพียงแค่นึกถึงศัตรูคู่อาฆาตของตน โทสะก็ลุกฮือขึ้นมาในใจทันที!
"ราชาปีศาจหิมะไททัน ไอ้ลูกเต่าเอ๊ย... ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่ที่เจ้าเป็นหนึ่งในสามมหาอำนาจแห่งแดนเหนือสุดขั้ว แถมจักรพรรดินีน้ำแข็งก็กำลังจะกลายเป็นวิญญาณยุทธของฮั่วอวี่เฮ่า ส่วนจักรพรรดินีหิมะก็กำลังจะกลายสภาพเป็นตัวอ่อนอยู่รอมร่อ—ขืนฆ่าเจ้าไป พลังรบของดินแดนทางเหนือสุดขั้วก็ยิ่งตกต่ำลงไปอีก—ไม่อย่างนั้นล่ะก็ รอให้ข้ากลายเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์เมื่อไหร่ ข้าจะกลับมาอัดเจ้าให้ยับไปเลยคอยดู!"
"เหอะ! ยังคิดจะให้ข้ายอมสยบต่อเจ้าอยู่อีกงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!"
"หืม? อวิ๋นปิง เจ้าบ่นพึมพำอะไรอยู่น่ะ? อัดใครให้ยับนะ?" หวงเหยียนเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินเสียงบ่นพึมพำของอวิ๋นปิง
"อ้อ ไม่มีอะไรหรอก อ้อ แล้วก็มีคนช่วยข้าล่าวงแหวนวิญญาณวงที่สามแล้วล่ะ เพราะงั้นรางวัลจากทางสถาบัน ข้าขอเก็บไว้ใช้คราวหลังก็แล้วกัน!" อวิ๋นปิงตอบ
"ใครกัน? อวิ๋นปิง เจ้ายังมีญาติเหลืออยู่อีกงั้นหรือ?"
หวงเหยียนถามไถ่ไปตามประสา
"มีสิ พี่สาวสองคนกับพี่ชายอีกสองคนน่ะ ถึงจะเป็นแค่พี่น้องร่วมสาบานก็เถอะ แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ไม่ธรรมดาเลยนะ"
สิ่งที่อวิ๋นปิงพูดถึงย่อมหมายถึงพี่โยวโยวและคนอื่นๆ นั่นเอง
"อย่างนี้นี่เอง... ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้เจ้าปลอดภัยนะตอนที่ไปหาวงแหวนวิญญาณ" หวงเหยียนเอ่ยด้วยความห่วงใย
"อืม ข้ารู้แล้วน่า"
ผ่านไปครู่หนึ่ง หวงเหยียนก็เก็บของเสร็จเรียบร้อย "อวิ๋นปิง งั้นข้าไปก่อนนะ แล้วเจอกันเดือนหน้า"
"โอเค ไว้เจอกันเดือนหน้า"
"อวิ๋นปิง ห้ามมาสายเด็ดขาดเลยนะ"
"...รู้แล้วน่า รีบๆ ไปได้แล้ว"
ในที่สุด หวงเหยียนก็จากไป
ส่วนอวิ๋นปิงก็ลูบคลำจี้หยกหมอกอมตะประณีต พลางนึกถึงที่พักอาศัยถาวรของตนในดินแดนทางเหนือสุดขั้ว
ในช่วงที่จำแลงกาย เขาได้นำสิ่งของสำคัญติดตัวมาด้วยหมดแล้ว แต่ก็ยังมีของบางอย่างหลงเหลืออยู่ในที่พักอาศัยถาวรแห่งนั้น ซึ่งเขาก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ามันสำคัญหรือไม่
มันก็แค่คริสตัลธาตุน้ำแข็งและของจุกจิกอีกนิดหน่อย อวิ๋นปิงประเมินดูแล้วว่าน่าจะนำมาใช้สร้างอุปกรณ์วิญญาณได้ เขาจึงอยากจะนำของพวกนั้นออกมาเพื่อใช้สร้างชุดเกราะให้ตัวเองในภายหลัง
คิดไปคิดมา ไม่รู้อีท่าไหนอวิ๋นปิงก็นึกถึงราชาปีศาจหิมะไททันขึ้นมาอีก ทำเอาเขาคันเขี้ยวด้วยความโมโห
แม้ว่าเขาจะไม่ได้เผชิญหน้ากับราชาปีศาจหิมะไททันบ่อยนัก แต่เจ้านั่นก็มักจะส่งเผ่าพันธุ์ของมันมาตามล่าเขาอยู่เสมอ ซึ่งในบรรดานั้นก็มีสัตว์วิญญาณระดับแสนปีรวมอยู่ด้วยไม่ใช่น้อย หลายครั้งหลายคราที่เขาต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็เป็นฝีมือของพวกเผ่าพันธุ์ปีศาจหิมะไททันนี่แหละ
เขาส่ายหน้าพลางบ่นอุบ "ไม่คิดแล้ว ยิ่งคิดยิ่งโมโห ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะกลับไปเอาของพวกนั้น ก็ออกเดินทางเลยดีกว่า"
หลังจากออกจากสถาบัน อวิ๋นปิงก็มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือตลอดทาง เมื่อพ้นเขตเมือง อวิ๋นปิงก็ให้วิญญาณยุทธสถิตร่างและเริ่มบินมุ่งหน้าสู่ดินแดนทางเหนือสุดขั้ว
ฮั่วอวี่เฮ่าออกเดินทางไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน อวิ๋นปิงก็เร็วกว่าฮั่วอวี่เฮ่าอยู่ดี
เขาไม่มีความตั้งใจที่จะไปดูตอนที่จักรพรรดินีน้ำแข็งกลายเป็นวิญญาณยุทธที่สองของฮั่วอวี่เฮ่าแต่อย่างใด อีกอย่าง เขาประเมินแล้วว่าก่อนที่เขาจะเข้าไปใกล้ เทียนเมิ่งคงจะค้นพบตัวเขาเสียก่อน
ในคืนแรก อวิ๋นปิงพักค้างแรมในสถานที่ลับตาคน และจัดการเรื่องวงแหวนวิญญาณวงที่สามของตนจนเสร็จสิ้น
ความแข็งแกร่งของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ความเร็วในการเดินทางในวันที่สองรวดเร็วกว่าเดิมมาก
ตลอดเส้นทาง อวิ๋นปิงไม่ได้บังเอิญพบกับฮั่วอวี่เฮ่าเลย บางทีเส้นทางของพวกเขาอาจจะแตกต่างกันก็เป็นได้
ในวันที่เจ็ด ช่วงใกล้เที่ยง อวิ๋นปิงก็เดินทางมาถึงดินแดนทางเหนือสุดขั้ว
แม้เขาจะจำไม่ได้ว่าฮั่วอวี่เฮ่าใช้เวลาเดินทางกี่วันกว่าจะมาถึง แต่เขามั่นใจว่าตนเองมาถึงก่อนอย่างแน่นอน ความเร็วของเขานั้นเหนือกว่าฮั่วอวี่เฮ่าอย่างเทียบไม่ติด
ยิ่งไปกว่านั้น เวลาที่เขาบินผ่านเมืองต่างๆ ระหว่างทาง เขาก็มักจะแวะพักเพื่อหาของอร่อยๆ กินอยู่เสมอ
เขาอาศัยอยู่ในดินแดนทางเหนือสุดขั้วมานานนับแสนปี ย่อมคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี เขารู้ดีว่าสถานที่ใดมีสัตว์วิญญาณชนิดใดอาศัยอยู่ชุกชุม หรือบริเวณใดเป็นแหล่งหากินของสัตว์วิญญาณส่วนใหญ่
เขาเดินทางมาถึงเขตแกนกลางของดินแดนทางเหนือสุดขั้วได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
"...ที่นี่มันที่ไหนกันวะเนี่ย?"
เสียงลมหนาวพัดกรรโชกแรง หิมะและเกล็ดน้ำแข็งปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า เบื้องหน้ามีเพียงผืนผ้าใบสีขาวโพลนทอดยาวสุดลูกหูลูกตา อวิ๋นปิงเดินฝ่าพายุไปตามสัญชาตญาณ ทว่ากลับจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยว่าตอนนี้ตนเองกำลังมุ่งหน้าไปทิศทางใด
"รังนกของข้าอยู่ไหนเนี่ย? ไอ้ลูกเต่าเอ๊ย... ทำไมข้าถึงไม่เคยมาที่นี่เลยวะ?"
"เอ่อ... เอาไงดีล่ะเนี่ย? ค่อยๆ เดินสำรวจไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน! เผื่อจะเจอภูมิประเทศที่คุ้นตาบ้าง"
สิบวันต่อมา...
ใบหน้าของอวิ๋นปิงอาบชุ่มไปด้วยน้ำตา ที่นี่มันบ้าอะไรกันวะเนี่ย! ทำไมข้าถึงไม่เคยมาที่นี่เลยล่ะ???
ในวันที่สิบสอง...
ในที่สุดอวิ๋นปิงก็เผยรอยยิ้มออกมาได้เสียที เขาในที่สุดก็ได้เห็นภูเขาน้ำแข็งที่คุ้นตา—มันคือภูเขาน้ำแข็งลูกเดียวกับที่เขาใช้เป็นสถานที่จำแลงกายนั่นเอง
เมื่อมาถึงบริเวณถ้ำน้ำแข็งในตอนนั้น เขาก็พบว่ามันถูกน้ำแข็งและหิมะปกคลุมไปจนมิดเสียแล้ว หลังจากหยุดพักเหนื่อยเพียงครู่เดียว เขาก็รีบมุ่งหน้าไปยังรังนกของตนทันที
รังนกของเขาไม่ได้อยู่ใกล้ๆ แถวนี้หรอกนะ ต้องใช้เวลาเดินทางอีกราวๆ สองวันกว่าจะถึง
ใบหน้าของอวิ๋นปิงเต็มไปด้วยความขมขื่น ทำไมเขาถึงต้องหาเรื่องใส่ตัวด้วยการดั้นด้นกลับมาเอาไอ้คริสตัลธาตุน้ำแข็งที่กินไม่ได้พวกนี้ด้วยนะ! นี่มันแกว่งเท้าหาเสี้ยนชัดๆ
วันที่สิบห้า
อวิ๋นปิงเดินลากขาอย่างอ่อนแรงมุ่งหน้าไปยังถ้ำน้ำแข็งอันเป็นที่ตั้งของรังนก ถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้มีขนาดกว้างใหญ่ไพศาล ภายในมีรังนกขนาดมหึมาที่สลักเสลาขึ้นจากน้ำแข็ง รูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับรังนกบนต้นไม้ในชาติภพก่อนของเขา เดิมทีเขาตั้งใจจะสร้างบ้านเป็นหลังๆ แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการสร้างรังนกแทน
ทำไมถึงไม่สร้างบ้านน่ะหรือ? ก็เพราะเขาขี้เกียจวุ่นวายน่ะสิ อย่างไรเสีย แม้ว่าขนาดตัวของเขาในตอนนั้นจะไม่ได้ใหญ่โตมหึมาถึงห้าสิบเมตรเหมือนพวกเผ่าปีศาจหิมะไททันตัวโตเต็มวัย แต่มันก็ยังใหญ่กว่าพวกปีศาจหิมะไททันวัยเยาว์อยู่มากโข ท้ายที่สุด เขาก็นึกถึงรังนกขึ้นมาได้ จึงจัดการสร้างรังนกขนาดมหึมาไว้ในถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้เสียเลย
"เฮ้อ~ นึกว่าจะใช้เวลาแค่สองวัน ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอพวกสัตว์วิญญาณเข้ากลางทาง โชคดีนะที่เป็นแค่ระดับพันปี ข้าเลยหลบเลี่ยงมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ... นี่มัน... เสียเวลาชะมัดเลย! ป่านนี้ไอ้หนูฮั่วอวี่เฮ่าคงจะผสานวิญญาณยุทธเสร็จแล้วกลับไปถึงไหนต่อไหนแล้วมั้ง ทำไมข้าถึงได้ซวยซับซวยซ้อนขนาดนี้นะ..."
ในเขตแกนกลางของแดนเหนือสุดขั้วนั้นมีสัตว์วิญญาณระดับพันปีอยู่ไม่มากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย ถือว่าเขายังดวงดีอยู่พอสมควร
จังหวะที่อวิ๋นปิงกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปในถ้ำน้ำแข็ง รูม่านตาของเขาก็หดเกร็งขึ้นมากะทันหัน
จากนั้นเขาก็รีบซ่อนตัวทันที
ในสายตาของอวิ๋นปิง ปรากฏร่างของคนผู้หนึ่งสวมชุดเกราะสีดำ ผิวคล้ำเข้ม ในมือถือวัตถุทรงกระบอกสีดำ ท่าทางดูระแวดระวังตัวเป็นอย่างยิ่ง
อวิ๋นปิงขมวดคิ้วมุ่น ในเวลานี้ คนผู้นั้นกำลังเดินตรงดิ่งไปยังรังนกของเขาจากทางด้านข้าง
เขารู้สึกฉงนใจเป็นอย่างมาก เพราะในรังนกของเขาไม่ได้มีของมีค่าอะไรเลย หากเป้าหมายคือคริสตัลธาตุน้ำแข็งพวกนั้น ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ ขนาดนี้
เขาขยับตัวเล็กน้อยอย่างระมัดระวัง ในที่สุดก็มองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในรังนก และเมื่อเห็นสิ่งนั้นชัดเจนเต็มสองตา รูม่านตาของอวิ๋นปิงก็เบิกโพลงขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรง