- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่ผู้ยิ่งใหญ่แดนโต้วหลัว
- บทที่ 12: เริ่มเรียน
บทที่ 12: เริ่มเรียน
บทที่ 12: เริ่มเรียน
บทที่ 12: เริ่มเรียน
หลังจากพูดคุยกับหวงเหยียนได้สักพัก อวิ๋นปิงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"ข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย ประเดี๋ยวพวกเราค่อยไปกินข้าวด้วยกันนะ"
"ได้สิ เดี๋ยวข้าเลี้ยงเอง"
เมื่อเห็นว่าหวงเหยียนตกลง อวิ๋นปิงก็เดินออกจากห้องพักแล้วเลี้ยวเข้าห้อง 108
อย่างที่คิดไว้ ฮั่วอวี่เฮ่ากำลังทำความสะอาดห้องพัก และดูเหมือนว่าใกล้จะเสร็จแล้ว
"หืม? อวิ๋นปิง? เจ้ามีธุระอะไรหรือเปล่า?" ฮั่วอวี่เฮ่าเอ่ยถามเมื่อเห็นอวิ๋นปิง
อวิ๋นปิงพยักหน้า มองไปยังเตียงไม้ที่สะอาดสะอ้าน ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แล้วหยิบชุดเครื่องนอนผืนใหม่เอี่ยมออกมาจาก 'จันทราน้ำแข็ง' ของเขา วางแหมะลงบนเตียงฝั่งหนึ่ง
"ข้ายกเครื่องนอนชุดนี้ให้เจ้า อย่าปฏิเสธเลย ข้ายังมีอีกตั้งหลายชุดในอุปกรณ์วิญญาณ เก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ เอาไปเถอะ! เมื่อครู่พี่ถังหยาเพิ่งบอกข้าว่าเจ้าคงไม่อยากเสียเงินซื้อเครื่องนอนและตั้งใจจะฝากเงินให้ข้าไปซื้อให้ แต่ในเมื่อข้ามีของพวกนี้อยู่ในอุปกรณ์วิญญาณอยู่แล้ว ข้าเลยปฏิเสธนางไป ของพวกนี้ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมากมายหรอก"
ฮั่วอวี่เฮ่าที่ตอนแรกตั้งใจจะปฏิเสธ พอได้ยินคำพูดของอวิ๋นปิงก็รู้สึกลำบากใจที่จะเอ่ยปากปฏิเสธออกไป
"ถ้าอย่างนั้นก็ขอบใจเจ้ามากนะอวิ๋นปิง ไว้ข้ามีเงินเมื่อไหร่จะจ่ายคืนให้"
"...ไม่ต้องหรอก ข้าบอกแล้วไงว่าเครื่องนอนชุดเดียวมันไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร ข้าขอตัวก่อนนะ"
พูดจบอวิ๋นปิงก็เดินจากไป ทิ้งให้ฮั่วอวี่เฮ่ามองตามด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
ผ่านไปครู่หนึ่ง อวิ๋นปิงกับหวงเหยียนก็พากันไปที่โรงอาหาร หวงเหยียนนั้นใจป้ำไม่เบา เขาพาอวิ๋นปิงเดินตรงไปยังโซนอาหารที่แพงที่สุดทันที ทั้งสองคนกินอาหารมื้อธรรมดาๆ แต่มูลค่ากลับสูงเกือบยี่สิบเหรียญทอง
หลังจากนั้น หวงเหยียนก็มีสีหน้าเสียดายเล็กน้อย แม้ครอบครัวของเขาจะร่ำรวยมาก แต่การจ่ายเงินเกือบยี่สิบเหรียญทองสำหรับอาหารเพียงมื้อเดียวนั้นออกจะฟุ่มเฟือยเกินไปสักหน่อย! อวิ๋นปิงมองท่าทีนั้นด้วยความขบขันแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ตกกลางคืน หลังมื้อค่ำ อวิ๋นปิงนั่งขัดสมาธิบนเตียงและเริ่มบ่มเพาะพลัง อาจเป็นเพราะช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเขาบ่มเพาะพลังได้รวดเร็วอย่างก้าวกระโดด เขาจึงรู้สึกว่าการบ่มเพาะในตอนนี้ช่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน!
หากฮั่วอวี่เฮ่าที่กำลังนั่งบ่มเพาะพลังอยู่ห้องข้างๆ ล่วงรู้ถึงความคิดของอวิ๋นปิง เขาคงจะโกรธจนควันออกหูเป็นแน่ 'อวิ๋นปิง พวกเราลองมาสลับความเร็วในการบ่มเพาะพลังกันดูไหมล่ะ?'
เดิมทีหวงเหยียนไม่ได้ตั้งใจจะบ่มเพาะพลัง แต่พอเห็นว่าอวิ๋นปิงที่เป็นถึงมหาวิญญาจารย์แล้วยังคงขยันขันแข็งถึงเพียงนี้ เขาก็รู้สึกละอายใจและเริ่มลงมือบ่มเพาะพลังเช่นกัน
วันรุ่งขึ้น หลังมื้อเช้า อวิ๋นปิงยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูฮั่วอวี่เฮ่ากับหวังตงที่กำลังเตรียมตัวจะต่อสู้กันด้วยความสนใจอย่างยิ่ง โดยไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปห้ามปรามเลยแม้แต่น้อย
จังหวะนั้นเอง หวงเหยียนก็เดินเข้ามาแล้วเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "อวิ๋นปิง เจ้ากำลังดูอะไรอยู่น่ะ?"
อวิ๋นปิงชี้มือไปนอกหน้าต่าง "ดูเอาเองสิ"
"หืม? มีคนกำลังสู้กันนี่ ทำไมฮั่วอวี่เฮ่าคนนั้นถึงมีวงแหวนวิญญาณสิบปีสีขาวแค่วงเดียวล่ะ? อ่อนแอเกินไปแล้ว! เขาเข้ามาเรียนที่นี่ได้ยังไงกัน? แล้วอวิ๋นปิง เจ้าไปรู้จักกับเขาได้ยังไง?" หวงเหยียนอดไม่ได้ที่จะรัวคำถาม
ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ หวงเหยียนก็พอจะรู้แล้วว่าอวิ๋นปิงกับฮั่วอวี่เฮ่านั้นรู้จักกัน
อ่อนแองั้นหรือ? วงแหวนวิญญาณสิบปีเนี่ยนะ? อวิ๋นปิงตบแขนหวงเหยียนเบาๆ 'พ่อหนุ่มน้อย วงแหวนวิญญาณสิบปีวงนี้น่ะ ต่อให้เจ้าอยากได้ก็ใช่ว่าจะหามาครอบครองได้หรอกนะ!'
"หวงเหยียน เจ้าลองทายดูสิว่าใครจะชนะ?"
"เรื่องแค่นี้ยังต้องให้ทายอีกหรือ? ต้องเป็นคนผมสีฟ้าอมชมพูนั่นอยู่แล้ว เจ้ามองไม่ออกหรือไงว่าฮั่วอวี่เฮ่ากำลังถูกกดดันอย่างหนัก? เด็กหนุ่มผมฟ้าอมชมพูคนนั้นยังไม่ได้ใช้วิญญาณยุทธเลยด้วยซ้ำ" หวงเหยียนตอบอย่างตรงไปตรงมา
อวิ๋นปิงเผยรอยยิ้มแปลกประหลาด "ถ้าอย่างนั้นเรามาพนันกันไหมล่ะ! ใครทายถูก อีกฝ่ายต้องเลี้ยงข้าวเที่ยงโซนที่แพงที่สุด! ข้าพนันว่าฮั่วอวี่เฮ่าชนะ"
หวงเหยียนมองอวิ๋นปิงราวกับกำลังมองคนโง่ เขารู้ดีว่าอวิ๋นปิงเป็นเด็กกำพร้า ทว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะมีเงินไม่น้อย ดังนั้นเขาจะไม่เกรงใจล่ะนะ
"งั้นข้าพนันว่าเด็กหนุ่มผมฟ้าอมชมพูเป็นฝ่ายชนะ"
ทำไมอวิ๋นปิงถึงได้รวยขนาดนี้น่ะหรือ? หวงเหยียนจินตนาการไปเองว่า เมื่อก่อนพ่อแม่ของอวิ๋นปิงคงยังมีชีวิตอยู่ แต่ต่อมาเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น ทำให้อวิ๋นปิงได้รับมรดกก้อนโตมา ใช่แล้ว ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ!
ท้ายที่สุด ในขณะที่หวงเหยียนกำลังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ฮั่วอวี่เฮ่าก็จัดการล้มหวังตงลงกับพื้น เอวของหวังตงถูกขาทั้งสองข้างของฮั่วอวี่เฮ่าล็อกเอาไว้แน่น ส่วนแขนก็ถูกจับรั้งไว้ และฮั่วอวี่เฮ่าก็เป็นฝ่ายชนะไปในสภาพเช่นนั้น
"เป็นไปได้ยังไง! ไอ้เด็กผมฟ้าอมชมพูนั่นมันโง่หรือไง? เขายังไม่ได้ใช้วิญญาณยุทธออกมาเลยนะ!"
อวิ๋นปิงนั่งพิงลงบนเตียงพลางกล่าว "เจ้านั่นแหละที่โง่! เด็กผมฟ้าอมชมพูนั่นกำลังทำตัวหยิ่งผยองต่างหาก เขาประมาทคู่ต่อสู้ คิดว่าตัวเองสามารถเอาชนะฮั่วอวี่เฮ่าได้โดยไม่ต้องพึ่งวิญญาณยุทธ"
หวงเหยียนกลอกตาใส่อวิ๋นปิง "เจ้าด่าใครโง่ห๊ะ อวิ๋นปิง! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!"
ทันใดนั้น อวิ๋นปิงก็เบิกตากว้าง ถลึงตาใส่หวงเหยียนอย่างดุดัน ก่อนจะเค้นคำพูดออกมาสองคำเน้นๆ "เลี้ยง ข้า!"
ใบหน้าของหวงเหยียนสลดลงทันที ท่าทางดูห่อเหี่ยวลงไม่น้อย "รู้แล้วน่า~"
พริบตาเดียว สองวันก็ผ่านไป
คลาสเรียนเริ่มต้นขึ้นแล้ว อวิ๋นปิงและหวงเหยียนเตรียมตัวเสร็จสรรพและเดินมุ่งหน้าไปยังประตูตึกเรียนสีขาว ตลอดทางมีนักเรียนใหม่ในชุดเครื่องแบบสีขาวเดินทะลอยกันเข้าไป ทุกคนล้วนติดเข็มกลัด 'สัตว์ประหลาดน้อย' สีเขียวไว้ที่อกซ้าย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนเชร็ค
อวิ๋นปิงและหวงเหยียนเห็นป้ายห้องหนึ่งแขวนอยู่หน้าห้องเรียนแรกทางซ้ายมือบนชั้นหนึ่ง จึงพากันเดินเข้าไปด้านใน
หวงเหยียนไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก แต่อวิ๋นปิงกลับตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนส่วนใหญ่ ไม่เพียงเพราะเขาเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ แต่ยังเป็นเพราะหน้าตาที่น่ารักน่าชังของเขา ซึ่งดึงดูดสายตาของเด็กผู้หญิงแทบทุกคน
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นรอบทิศ
นักเรียนชาย: "เด็กคนนี้ก็นักเรียนใหม่เหมือนกันเหรอ? อ้อ จริงสิ ข้าเคยได้ยินมาว่าสองวันนี้ทางโรงเรียนเพิ่งรับเด็กคนหนึ่งที่มีพรสวรรค์สูงมากเข้ามา ไม่คิดเลยว่าจะมาอยู่ห้องเดียวกับพวกเรา"
นักเรียนหญิง: "เด็กคนนี้อยู่ห้องเรางั้นเหรอ? น่ารักจังเลย!"
อวิ๋นปิงเมินเฉยต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น ภายในห้องยังมีที่นั่งว่างอีกมาก เขาจึงเดินไปหาที่นั่งและทรุดตัวลงนั่งตามสบาย ทว่าในจังหวะที่หวงเหยียนกำลังจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เขานั้นเอง
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็แทรกตัวเบียดหวงเหยียนออกไปแล้วนั่งลงข้างๆ อวิ๋นปิงทันที ไม่นานนัก ที่นั่งทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย และด้านขวาของเขาก็ถูกจับจองโดยเด็กผู้หญิงจนหมด แม้แต่เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างหลังเขาก่อนหน้านี้ยังถูกเด็กผู้หญิงไล่ที่ไปเลย
เหตุการณ์นี้ทำเอาอวิ๋นปิงถึงกับพูดไม่ออก พวกเจ้าไม่เคยเห็นเด็กน่ารักหรือยังไง? อีกอย่าง พวกเจ้าก็เพิ่งจะอายุสิบเอ็ดสิบสองกันไม่ใช่หรือ? พูดกันตามตรง พวกเจ้าเองก็เป็นเด็กเหมือนกันนั่นแหละ! ไม่สิ ไม่ต้องพูดตามตรงหรอก ความจริงพวกเจ้าก็ยังเป็นเด็กกันอยู่แล้ว!
ผ่านไปไม่นาน หวังตงก็เดินเข้ามา และที่นั่งรอบๆ ตัวเขาก็ถูกรายล้อมไปด้วยเด็กผู้หญิงอย่างรวดเร็วเช่นกัน สิ่งที่ทำให้อวิ๋นปิงขบขันก็คือ เด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างหน้าเขาลุกหนีไปทันทีที่เห็นหวังตง แล้วย้ายไปนั่งข้างหลังหมอนั่นแทน แม้แต่เด็กผู้หญิงทางซ้ายมือของเขาก็ดูเหมือนจะหวั่นไหว แต่สุดท้ายก็ลังเลและไม่ได้ย้ายไปไหน
ไม่นานนักก็มีเด็กผู้หญิงอีกคนเข้ามาสวมรอยนั่งแทนที่ตรงหน้าเขา เด็กสาวคนนี้รูปร่างเล็กบอบบางมาก ซึ่งทำให้อวิ๋นปิงรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตานางอย่างประหลาด
เมื่อฮั่วอวี่เฮ่ามาถึง อาจารย์โจวอีก็ก้าวเข้ามาในห้องเรียนแทบจะในเวลาเดียวกัน
หญิงชราโจวอีแต่งกายด้วยรูปลักษณ์ที่ดูแก่ชรา ผมสีดอกเลาถูกเกล้าเป็นมวยไว้กลางศีรษะ นางสวมชุดคลุมสีขาว รูปร่างสันทัด ทว่าดวงตากลับทอประกายคมปลาบ
ทุกคนเงียบกริบลงทันทีที่อาจารย์โจวอีปรากฏตัว สายตาของนางปะทะเข้ากับอวิ๋นปิงเป็นคนแรก แววตาของนางฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ทว่าก็ละสายตาไปแทบจะในทันที แล้วกวาดตามองไปยังกลุ่มนักเรียนแทน
หลังจากนั้น ทันทีที่อาจารย์โจวอีแนะนำตัวและก่นด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรงแสนสาหัสจบลง ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่อวิ๋นปิงคาดไว้ นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ตั้งแต่เปิดรับลงทะเบียนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ใครที่เคยมีเรื่องชกต่อยกันบ้าง ยืนขึ้น!"
ไม่มีอะไรพลิกโผ มีเพียงฮั่วอวี่เฮ่าและหวังตงเท่านั้นที่ลุกขึ้นยืน
ลำดับถัดมาก็เป็นไปตามความทรงจำของเขา หลังจากที่อาจารย์โจวอีสั่งสอนทั้งสองคนเสร็จ นางก็สั่งให้พวกเขาไปวิ่งรอบลานกว้าง หลังจากใช้พลังวิญญาณระดับจักรพรรดิวิญญาณข่มขวัญทุกคนในชั้นเรียน นักเรียนแต่ละคนก็พากันเดินออกไปอย่างว่าง่าย
อวิ๋นปิงเดินตามฝูงชนออกไปเช่นกัน การวิ่งร้อยรอบภายในหนึ่งชั่วโมงถือเป็นเรื่องกล้วยๆ สำหรับระดับพลังวิญญาณของเขา
จังหวะนั้น หวงเหยียนก็ขยับเข้ามาใกล้ๆ อวิ๋นปิงแล้วกระซิบเสียงเบา "อวิ๋นปิง ข้าล่ะอยากจะบอกจริงๆ ว่าอาจารย์คนนี้อารมณ์ร้ายชะมัด! การเข้มงวดน่ะก็เรื่องหนึ่ง แต่นางเล่นไม่ทำตามกฎเกณฑ์อะไรเลยนี่สิ!"
อวิ๋นปิงพยักหน้าและกระซิบเตือนหวงเหยียน "เพราะงั้น ประเดี๋ยวตอนวิ่ง เจ้าอย่าได้คิดจะอู้หรือแอบโกงเชียวล่ะ ถ้าเจ้าวิ่งไม่ครบ นางอาจจะไล่เจ้าออกจริงๆ ก็ได้นะ"
หวงเหยียนพยักหน้าเห็นด้วย อย่างไรเสียเขาก็ไม่ได้คิดจะอู้อยู่แล้ว
ด้านนอกตึกเรียนของนักเรียนใหม่คือลานกว้างเชร็ค ลานกว้างแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก ความยาวหนึ่งรอบตกอยู่ที่ประมาณสามร้อยเมตร สำหรับวิญญาจารย์ที่มีระดับพลังวิญญาณสูงกว่าระดับ 15 โดยทั่วไปแล้ว หากพวกเขาวิ่งอย่างจริงจัง การวิ่งให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมงย่อมทำได้อย่างง่ายดาย
เมื่อก้าวลงสู่ลู่วิ่ง อวิ๋นปิงก็ออกตัววิ่งทันที โดยมีหวงเหยียนวิ่งขนาบข้างมาติดๆ ตั้งแต่ที่หมอนี่รู้เรื่องวิญญาณยุทธและระดับพลังวิญญาณของเขา ไม่ว่าเขาจะไปไหน หมอนี่ก็อยากจะตามติดแจไปซะทุกที่ ทำเอาเขารู้สึกจนปัญญาจริงๆ...