- หน้าแรก
- ยอดอาจารย์สายปั่น กับแก๊งลูกศิษย์ขั้นเทพ
- บทที่ 34 - ผมขอเปิดไพ่เลยแล้วกัน!
บทที่ 34 - ผมขอเปิดไพ่เลยแล้วกัน!
บทที่ 34 - ผมขอเปิดไพ่เลยแล้วกัน!
บทที่ 34 - ผมขอเปิดไพ่เลยแล้วกัน!
คณบดีหลิวหยวนแทบจะระเบิดด้วยความโกรธอยู่แล้ว!
มาถึงขั้นนี้แล้ว เหอสยงจายก็ยังพ่นแต่คำโกหกออกมา!
ข้อสอบง่ายเกินไป ไม่มีคุณค่าให้ทำ แอบลอกข้อสอบของเพื่อนร่วมชั้นอย่างเต้าสี่อย่างนั้นหรือ
เจ้าเด็กนี่ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ!
สำหรับนักเรียนที่มีความประพฤติเลวร้ายแบบนี้ จะต้องตำหนิให้หนักๆ สั่งสอนให้เข็ดหลาบ! ต้องทำให้เขาไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น!
หลิวหยวนปั้นหน้าขรึม ค้นหาข้อสอบของเต้าสี่จากกองข้อสอบ แล้วโยนใส่หน้าเหอสยงจาย
"ลอกข้อสอบของเต้าสี่มาใช่ไหม ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่านายลอกมายังไง!"
เหอสยงจายมองไปที่ข้อสอบของเต้าสี่ด้วยรอยยิ้ม จากนั้น เขาก็ถึงกับยืนนิ่งอึ้งไปเลย
ความตั้งใจเดิมของเหอสยงจาย คือต้องการดึงเต้าสี่มาที่ห้องพักครู เพื่อให้มารับคำตำหนิไปพร้อมกับเขา
ทั้งที่เป็นอัจฉริยะระดับหาได้ยากในร้อยล้านคนแท้ๆ แต่กลับถูกมองว่าเป็นนักเรียนที่เรียนไม่เก่งแถมยังทุจริตสอบ และถูกพวกอาจารย์โง่ๆ ที่ไม่มีสายตาแหลมคมด่าทออย่างสาดเสียเทเสีย!
แค่คิดถึงฉากนี้ ก็รู้สึกตื่นเต้นสุดๆ แล้ว!
เรื่องน่าสนุกขนาดนี้ เขาต้องเรียกเต้าสี่มาสนุกด้วยกันสิ!
แต่ทว่า หลังจากที่ได้เห็นข้อสอบของเต้าสี่แล้ว เหอสยงจายก็ตระหนักได้ทันทีว่า เต้าสี่มันเป็นเดรัจฉานชัดๆ!
ข้อสอบฉบับนี้ เต้าสี่ทำคะแนนได้แค่ 18 คะแนน!
เหอสยงจายแอบด่าเต้าสี่ในใจว่า ร้ายกาจจริงๆ เพื่อจะปลอมเป็นนักเรียนหัวทึบ ถึงกับไม่สนใจหน้าตาตัวเองเลยเหรอ!
ด้วยพรสวรรค์ที่ผิดมนุษย์มนาของเขา การสอบให้ได้ 18 คะแนน มันยากกว่าการสอบให้ได้คะแนนเต็มซะอีก!
สิ่งที่ทำให้เหอสยงจายรู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งกว่า ก็คือการเล่นละครตบตาอย่างแนบเนียนของเต้าสี่!
ข้อสอบปรนัยหลายข้อในตอนแรก คำตอบของเต้าสี่ล้วนถูกลบแล้วแก้ แก้แล้วลบ ราวกับอยากจะเลือกทั้งเอ บี ซี ดีให้หมดทุกข้อ!
ดูเผินๆ ก็เหมือนนักเรียนหัวทึบที่ยังไม่เข้าใจเนื้อหาดีพอ และกำลังปฏิเสธความคิดของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
ในส่วนของข้อสอบเติมคำ เต้าสี่ก็เขียนคำตอบออกมามั่วซั่วไปหมด
คำตอบของเขา เหมือนนักเรียนหัวทึบที่สิ้นหวังสุดๆ แล้วเอาความรู้ทั้งหมดที่ตัวเองนึกออก มาใส่ไว้ในช่องว่าง! เดาถูกสักข้อก็ถือว่าคุ้มแล้ว!
เหอสยงจายถึงกับเห็นว่า ในข้อที่ถามว่า จะสะสมพลังลมปราณอย่างรวดเร็วได้อย่างไร เต้าสี่กลับตอบว่า มุมป้าน!
พอมาถึงส่วนของข้อสอบบรรยายทฤษฎีวิชาต่อสู้ การแสดงของเต้าสี่ก็ยังคงดำเนินต่อไป
คำตอบของเขาล้วนไปคนละทิศคนละทาง ตอบไม่ตรงคำถามเลยสักข้อ! บางข้อถึงกับลอกโจทย์มาตอบ หรือไม่ก็ลอกข้อสอบปรนัยจากด้านหน้ามาตอบหน้าตาเฉย!
แต่ถึงยังไง เขาก็เขียนคำตอบจนเต็มกระดาษ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม!
ส่วนข้อสอบบรรยายทฤษฎีวิชาต่อสู้สองข้อสุดท้ายนั้น ถือเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเต้าสี่เลยทีเดียว!
สองข้อนี้ เต้าสี่เว้นพื้นที่ว่างไว้เยอะมาก และเขียนแค่คำว่า วิธีทำ กับ กำหนดให้ ลงในกระดาษคำตอบเท่านั้น
เหอสยงจายถึงกับมึนงงไปเลย
ข้อสอบบรรยายทฤษฎีวิชาต่อสู้ เขียนวิธีทำกับกำหนดให้ หมายความว่าไง คิดว่ากำลังสอบวิชาคณิตศาสตร์อยู่หรือไง เขียนกำหนดให้แล้วจะได้คะแนนเหรอ
ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่า ก็คืออาจารย์ที่ตรวจข้อสอบ กลับให้คะแนนเต้าสี่เพิ่มอีกสองคะแนนจริงๆ!
"นี่มัน"
เหอสยงจายพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
จากข้อสอบแผ่นนี้ เขาสัมผัสได้ถึงความเข้มงวดและความสุขุมของนักแสดงเจ้าบทบาท!
ข้อสอบของเต้าสี่ฉบับนี้ เป็นหลิวหยวนที่ตรวจเองพอดี! หลิวหยวนจึงรู้สึกประทับใจกับเรื่องนี้มาก
"การสอบในครั้งนี้ เต้าสี่สอบได้ 18 คะแนน ซึ่งต่ำที่สุดในชั้นปี แต่ฉันไม่เพียงแต่จะไม่ตำหนิเขาเท่านั้น กลับจะชื่นชมเขาด้วยซ้ำ! ในข้อสอบของเขา ฉันสัมผัสได้ถึงความกระตือรือร้นของนักเรียนหัวทึบคนหนึ่ง! สัมผัสได้ถึงความปรารถนาในคะแนนของเขา! แต่ว่านายล่ะ"
"ตอนที่เพิ่งเข้าเรียน นายกับเต้าสี่เป็นนักเรียนที่สอบได้ที่โหล่สุดและรองโหล่สุดของทั้งมหาวิทยาลัย! ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน นายก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน สามารถสอบได้คะแนนเต็มในการสอบวัดระดับเลยอย่างนั้นหรือ นักเรียนเหอสยงจาย นายพัฒนาได้เร็วเกินไปหน่อยไหม นายมันเป็นอัจฉริยะด้านวิชาต่อสู้ชัดๆ!"
น้ำเสียงของหลิวหยวนดูประชดประชันแปลกๆ
เขาจงใจใช้คำพูดแดกดันแบบนี้ เพื่อเยาะเย้ยเหอสยงจาย และทำให้เหอสยงจายรู้สึกละอายใจ
เป็นไปตามคาด เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของเหอสยงจายก็ปรากฏความกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย
"คณบดี คุณอย่ามาประชดผมเลยครับ! ผมได้คะแนนเต็มที่ไหนกัน ไม่ใช่ว่าผมโดนหักไป 3 คะแนนเพราะเขียนผิดหรอกหรือครับ คุณวางใจได้เลยครับ ต่อไปผมจะฝึกฝนวิชาภาษาพื้นฐานให้มากขึ้นแน่นอน! การสอบครั้งหน้า ผมจะพกพจนานุกรมมาด้วยครับ!"
หลิวหยวนโกรธจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด!
เขาตะคอกใส่เหอสยงจายด้วยท่าทีราวกับกำลังคำรามว่า
"ที่ฉันกำลังพูด มันเป็นเรื่องเขียนผิดอย่างนั้นหรือ ฉันกำลังพูดถึงพฤติกรรมการทุจริตแบบหลอกตัวเองของนายต่างหาก! แล้วก็ ฉันขอถามนายหน่อยเถอะ นายลอกข้อสอบของเต้าสี่ที่ได้แค่ 18 คะแนน มาให้ได้คะแนนเต็มได้ยังไง มาถึงขนาดนี้แล้ว นายยังไม่ยอมสารภาพความจริงอีกเหรอ"
เหอสยงจายบ่นพึมพำในใจว่า
"อย่างแรกเลย ไอ้ตัวแสบเต้าสี่นั่นไม่ใช่นักเรียนหัวทึบ! เขาเป็นอัจฉริยะชั้นยอดที่เหนือกว่าความเข้าใจของคุณตั้งเยอะ! อย่างที่สอง ไอ้เวรนั่นมันก็แค่เล่นละครตบตาคุณเท่านั้นแหละ!"
ในขณะที่บ่นพึมพำ เขาก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มแย้มเช่นเคย
"อ่า ใช่ๆๆ ผมทุจริตครับ! คณบดี คุณไม่ต้องสนหรอกว่าผมทุจริตยังไง คุณแค่ข้ามไปขั้นตอนการลงโทษ แล้วลงโทษผมให้หนักๆ เลยเถอะครับ!"
เหอสยงจายคิดในใจว่า การแต่งเรื่องโกหกหาวิธีการทุจริต มันยากกว่าการทำข้อสอบตั้งเยอะ!
เอาเวลาไปนั่งคิดวิธีการทุจริต ไปนั่งทำข้อสอบยังดีกว่า!
ท่าทางไม่แยแสของเหอสยงจาย ทำให้หลิวหยวนโกรธจนเส้นเลือดในสมองแทบจะอุดตัน
ยิ่งเหอสยงจายหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องสำคัญ หลิวหยวนก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีเงื่อนงำให้สืบสวน!
ลำพังแค่นักเรียนที่สอบได้ที่โหล่สุดของชั้นปีอย่างเหอสยงจาย จะไปหาเฉลยข้อสอบมาได้ยังไง ต้องมีคนคอยช่วยเหลือเขาแน่ๆ!
หลิวหยวนจ้องเขม็งไปที่ต่งเฉาที่อยู่ข้างๆ อย่างดุร้าย
ในบรรดาคนทั้งมหาวิทยาลัย ก็มีแต่ต่งเฉานี่แหละที่ชอบทำเรื่องลับๆ ล่อๆ ไม่ยอมทำเรื่องดีๆ! เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเขาอย่างแน่นอน!
เหอสยงจายก็ต้องเป็นเพราะเขา ถึงได้พยายามบ่ายเบี่ยง ไม่กล้าพูดความจริงออกมา!
ความคิดของหวังซวี่ก็คล้ายกับหลิวหยวน เดิมทีเขาก็มีความคิดเห็นแง่ลบกับต่งเฉาอยู่เต็มอก ครั้งนี้ถือว่าได้โอกาสจับผิดแล้ว
"พฤติกรรมการทุจริตของนักเรียนคนนี้ มันน่ารังเกียจก็จริง! แต่สิ่งที่เราควรจะทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ ก็คือวิธีการทุจริตของเขา! มีใครคอยช่วยเหลือเขาในการทุจริตหรือเปล่า ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้ชัดเจน เราถึงจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต!"
เจี่ยงเฉียงก็พูดสนับสนุนอยู่ด้านข้าง
"ใช่ครับ ใช่ครับ! พฤติกรรมที่สร้างความวุ่นวายให้กับการสอบแบบนี้ จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก!"
เมื่อได้ยินสองคนพูดสนับสนุนกันไปมา ความคิดของหลิวหยวนก็เริ่มแล่นฉิว
เขาเองก็กำลังอยากจะไล่ต่งเฉาออกอยู่พอดี ต่งเฉากลับเป็นฝ่ายยื่นมีดมาให้เอง การไล่ต่งเฉาออกด้วยข้อหาช่วยนักเรียนทุจริตสอบ ถือเป็นการทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้องและชอบธรรม! เจ้าหุ่นกระดาษโง่ๆ ในห้องอธิการบดี ก็ไม่มีทางขัดขวางได้แน่นอน!
เมื่อวินาทีที่แล้ว คนที่ตกอยู่ใจกลางพายุยังเป็นเหอสยงจายอยู่เลย แต่ตอนนี้ พวกเขากลับฉวยโอกาสนี้หันหัวหอกไปหาต่งเฉาแทน!
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศ ต่งเฉาก็แอบถอนหายใจออกมาเบาๆ
เจ้าเด็กเหอสยงจายนี่ เก่งแต่เรื่องสร้างปัญหา แต่แก้ปัญหาไม่เป็นเลย!
เรื่องบานปลายมาถึงขั้นนี้แล้ว สุดท้ายเขาก็ต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างให้เด็กนี่อยู่ดี
ต่งเฉากางแขนออกรับสายตาของทุกคนด้วยท่าทีโอ้อวด เพื่อดึงดูดความสนใจจากทุกคน
"ช่างเถอะ ไม่แกล้งทำเป็นปิดบังแล้ว ผมขอเปิดไพ่เลยแล้วกัน!"
"หืม"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฉินหว่านชิงที่เอาแต่นั่งดูละครก็เบิกตากว้าง วินาทีนั้น สีหน้าของเธอทั้งอยากรู้อยากเห็น และทั้งหวาดกลัว!
ผู้ชายที่มีเบื้องหลังสุดยิ่งใหญ่คนนี้ กำลังจะเปิดเผยตัวตนแล้วอย่างนั้นหรือ
แค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เนี่ยนะ
บุปผาทมิฬในร่างฉินหว่านชิงรู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที
ในฐานะผู้ออกข้อสอบในครั้งนี้ หากเธอยอมพูดไกล่เกลี่ยตั้งแต่แรก เรื่องราวก็คงไม่บานปลายมาถึงขั้นนี้!
ต่งเฉาเปิดเผยตัวตนออกมาแบบนี้ ไม่รู้เลยว่าจะทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงแค่ไหน!
ความกังวลของฉินหว่านชิง ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระ
ต่งเฉาต้องการจะเปิดไพ่จริงๆ แต่ไม่ใช่การเปิดไพ่ตัวตนของเขาเอง
"เดิมทีผมอยากให้เหอสยงจายเข้ากับทุกคนในฐานะนักเรียนที่มีผลการเรียนแย่ ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความหวาดระแวงและความเย็นชา! ผมขอเปิดไพ่แทนเหอสยงจายเลยแล้วกัน! ความจริงแล้ว เหอสยงจายเป็นอัจฉริยะระดับSS เขาเป็นผู้ใช้วิถีกระบี่แต่กำเนิด!"