- หน้าแรก
- จัดสรรแต้มคุณสมบัติพาตระกูลผงาดครองใต้หล้า
- บทที่ 18 ดินแดนลับเทียนอู่
บทที่ 18 ดินแดนลับเทียนอู่
บทที่ 18 ดินแดนลับเทียนอู่
"พี่ชาย พี่สาว พวกท่านรวดเร็วกันเกินไปแล้ว! ข้าแค่กะพริบตาเดียวพวกท่านก็ฆ่าไอ้สัตว์ประหลาดนั่นตายไปแล้ว! ข้ายังหวังว่าจะได้ล้างแค้นด้วยตัวเองแท้ๆ!" เฉินสวินกล่าวอย่างหัวเสีย
ฉินเหมิงถิงยิ้มพลางปลอบว่า "คราวหน้า ข้าจะเหลือไว้ให้เจ้าบ้างก็แล้วกัน"
จากนั้น กลุ่มคนตระกูลฉินก็เก็บผลวิญญาณทารกบนพื้นจนหมดสิ้น และมุ่งหน้าเข้าสู่เขตพื้นที่ชั้นในของดินแดนลับเทียนอู่ทว่าทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าสู่เขตชั้นใน ทั้งสี่คนกลับถูกแยกออกจากกันด้วยค่ายกลเคลื่อนย้าย ราวกับว่าค่ายกลนี้จงใจออกแบบมาเพื่อทำให้กลุ่มแตกกระจาย
ฉินอู๋เต้าลอบอุทานในใจด้วยความตระหนก ทว่าเมื่อติดอยู่ในค่ายกลเขาก็ไร้หนทางขัดขืน ทำได้เพียงเฝ้ามองดูคนอื่นๆ ถูกเคลื่อนย้ายหายไปต่อหน้าต่อตา
ณ ส่วนลึกที่สุดของดินแดนลับเทียนอู่:
"ข้าไม่เคยจินตนาการเลยว่า ยอดฝีมือระดับกึ่งมหาจักรพรรดิจากทวีปกลางถึงสี่คน จะต้องมาดับสูญในทวีปเหนือที่แสนจะทุรกันดารและแห้งแล้งเช่นนี้ มันช่างน่าอนาถและเวทนายิ่งนัก หากไม่ใช่เพราะไข่มุกผนึกวิญญาณของท่านบรรลุบุรุษ พวกเราคงไม่อาจรักษาเศษเสี้ยวสัมผัสศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้ได้" อู๋ปี้จวินถอนหายใจยาว
"จะว่าไป ทำไมพี่ใหญ่ถึงเปิดดินแดนลับเทียนอู่ตอนนี้ล่ะ? หากพวกรอต่อไปอีกสักหมื่นปีจนสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ฟื้นฟูสมบูรณ์ พวกเราก็อาจจะเริ่มฝึกตนใหม่ได้" อู๋ซื่อเสวียนเอ่ยถาม
"น้องหญิง เจ้าไม่รู้อะไร เมื่อไม่นานมานี้ข้าสัมผัสได้ถึงความผันผวนของสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังอย่างยิ่งในทวีปเหนือแห่งนี้ มันแข็งแกร่งกว่าท่านบรรพบุรุษของพวกเรานับหมื่นเท่า! ทวีปเหนือแห่งนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่พวกเราคิดเสียแล้ว อีกอย่างตระกูลอู๋ของพวกเรากำลังเผชิญกับมหาหายนะ กว่าพวกเราจะฟื้นฟูสำเร็จ ตระกูลอู๋คงถูกล้างบางไปนานแล้ว" อู๋โผเทียนกล่าว
"พี่ใหญ่พูดถูก พวกเราต้องหาผู้สืบทอดและฝึกฝนพวกเขาขึ้นมา ในขณะเดียวกันก็ต้องตามหายอดฝีมือที่ไร้ผู้ต้านทานท่านนั้นด้วย เพราะมีเพียงยอดฝีมือท่านนั้นเท่านั้นที่จะมีโอกาสช่วยตระกูลอู๋ของพวกเราได้" อู๋ฉางคงเสริม
"แต่ในทวีปเหนือที่แห้งแล้งเช่นนี้จะมีอัจฉริยะที่ไหนกัน? สิ่งที่พวกเราทำอยู่จะไม่เป็นการเสียเวลาเปล่าหรอกหรือ?" อู๋ปี้จวินตั้งคำถาม
"น้องหญิงเจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้ารู้สึกว่ายอดฝีมือท่านนั้นอยู่ไม่ไกลจากพวกเรา ในเมื่อท่านเลือกที่จะอยู่ที่นี่ ย่อมหมายความว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน นี่คือผลสรุปจากการหารือกันมานานของพวกเรา" อู๋ฉางคงยืนยัน
"พี่ใหญ่ พี่รอง น้องหญิงเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" อู๋ปี้จวินตอบรับ
จากนั้น ความเงียบงันประดุจความตายก็เข้าปกคลุมส่วนลึกของดินแดนลับอีกครั้ง
"โจวซิงเหอ ส่งหญ้าวิญญาณหลอนมาเสีย! แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!" ผู้ฝึกตนคนหนึ่งกำลังไล่ล่าโจวซิงเหออย่างกระชั้นชิด
"ถูอี้หมิง เจ้าล้อข้าเล่นหรือไง? หากข้าส่งหญ้าวิญญาณหลอนให้เจ้า ข้าก็คงตายอยู่ดี!" โจวซิงเหอซึ่งร่างกายชุ่มไปด้วยโลหิตคำรามออกมาด้วยความโกรธ
"เจ้ามันรนหาที่ตายเองนะ! อย่าหาว่าข้าลงมือโหดเหี้ยม ยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสูงสุดที่หนีรอดเงื้อมมือข้าถูอี้หมิงมาได้นานขนาดนี้ก็นับว่าน่าภูมิใจแล้ว แต่เจ้าที่เผาผลาญโลหิตต้นกำเนิดเพื่อหนีแบบนี้ จะหนีไปได้ไกลสักแค่ไหนกันเชียว?"
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็เหาะลงมาจากท้องฟ้า สีหน้าของโจวซิงเหอพลันเคร่งเครียดขึ้นทันที ทว่าเมื่อเขาเห็นใบหน้าของผู้ที่มาถึง เขาก็กลับตกใจสุดขีด
"หนิงเยี่ย หนีไปเร็ว!" โจวซิงเหอร้องบอกด้วยความกังวล
เขารู้จักลูกสาวของเขาดี นางเพิ่งจะมีพลังขอบเขตรวบรวมปราณเท่านั้น หากโจวหนิงเยี่ยถูกถูอี้หมิงจับตัวไป ย่อมต้องเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นแน่นอน
เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของบิดา โจวหนิงเยี่ยถามด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า "ท่านพ่อ ใครบังอาจทำร้ายท่านจนเป็นเช่นนี้?"
"ฮ่าฮ่า โจวซิงเหอ ข้าไม่คิดเลยว่าลูกสาวเจ้าจะเข้ามาร่วมในดินแดนลับเทียนอู่ด้วย ช่างเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร แต่สุดท้ายเหยื่อก็มาติดกับข้าเองโดยไม่ต้องออกแรง! ลูกสาวเจ้าช่างงดงามนัก หากข้าจับนางได้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะไม่ยอมสยบ" ถูอี้หมิงกล่าวอย่างโอหัง
"หนิงเยี่ย แยกกันหนีเร็ว! เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน มันต้องการหญ้าวิญญาณหลอนในมือพ่อ" โจวซิงเหอรีบเร่ง
"สวะจากที่ไหน กล้ามาข่มเหงท่านพ่อของข้า? รนหาที่ตาย!"
"วิชากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ปราณบริสุทธิ์"
โจวหนิงเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทันใดนั้นแสงกระบี่นับสิบสายก็ปรากฏขึ้นกลางเวหา พุ่งเข้าปะทะกับการโจมตีของถูอี้หมิงโดยตรง
"ไม่ได้การ! นี่คือยอดฝีมือขอบเขตจินตาน!" ถูอี้หมิงอุทานด้วยความตกใจ
ถูอี้หมิงรีบหันหลังกลับหมายจะบินหนีไปในทิศทางตรงกันข้ามทันที เขาตรวจสอบจากคลื่นพลังของกระบี่บนท้องฟ้าแล้วสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัว หากไม่หนี วันนี้เขาคงต้องตายที่นี่แน่นอน
"คิดจะหนีงั้นหรือ? ถามกระบี่ในมือข้าหรือยัง?" โจวหนิงเยี่ยแค่นเสียงเหยียด
แสงกระบี่หลายสายพุ่งตรงเข้าใส่ถูอี้หมิงจากท้องฟ้า
"ไม่นะ!"
เสียงคำรามด้วยความเคียดแค้นไม่ยินยอมดังก้อง กระบี่ปราณวิญญาณนับสิบเล่มพุ่งทะลุร่างของถูอี้หมิงจนพรุน แม้แต่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกทำลายสิ้น ร่างของเขาร่วงหล่นจากเวหา และแหวนมิติก็บินกลับมาสู่มือของโจวหนิงเยี่ย
โจวซิงเหอยืนตะลึงมองภาพตรงหน้าแทบไม่อยากเชื่อสายตา ลูกสาวของเขาแข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? แม้แต่ถูอี้หมิงซึ่งอยู่ขอบเขตจินตาน ยังไม่อาจต้านทานนางได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
แต่โจวหนิงเยี่ยเพิ่งจะอยู่ขอบเขตรวบรวมปราณตอนที่แต่งงานกับฉินอู๋เต้าไม่ใช่หรือ? เกิดอะไรขึ้นหลังจากนางเข้าสู่ตระกูลฉินกันแน่ ลูกสาวเขาถึงได้เปลี่ยนไปราวกับคนละคนเช่นนี้!
"ลูกพ่อ... นั่นเจ้าจริงๆ หรือ?" โจวซิงเหอถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ท่านพ่อ ข้าเพิ่งจากมาไม่เท่าไหร่ ท่านก็ลืมข้าเสียแล้วหรือเจ้าคะ?" โจวหนิงเยี่ยกล่าวแง่งอน
"แต่ลูกรัก ระดับพลังบ่มเพาะของเจ้ามันเกิดอะไรขึ้น? บอกพ่อมาที ตอนนี้เจ้าอยู่ขอบเขตไหนกันแน่?" โจวซิงเหอถามด้วยความตกใจ
"ท่านพ่อ ข้าเพิ่งจะอยู่ขอบเขตจินตานเท่านั้นเจ้าค่ะ" โจวหนิงเยี่ยตอบ
"เพิ่งจะงั้นหรือ? ลูกรักเจ้ารู้ไหมว่าพูดอะไรออกมา? พ่อของเจ้าฝึกตนมาทั้งชีวิตยังบรรลุได้เพียงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสูงสุดเท่านั้น นี่ขนาดได้โอสถสร้างรากฐานช่วยนะ ไม่อย่างนั้นพ่อคงติดอยู่ที่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลางไปตลอดกาล แต่เจ้ากลับบอกว่าเจ้าอยู่ขอบเขตจินตานแล้ว ต่อให้ฆ่าพ่อ พ่อก็ไม่เชื่อ!" โจวซิงเหอส่ายหัวรัวๆ
"ท่านพ่อ ท่านทราบหรือไม่ว่าระดับพลังของท่านลุงฉินซานไห่ไปถึงขั้นใดแล้ว?" โจวหนิงเยี่ยถามกลับ
"อย่างมากก็คงไม่เกินขอบเขตจินตานหรอก ตอนที่พ่อพาเจ้าไปขอถอนหมั้น เขายังอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นอยู่เลย เจ้าถามทำไมงั้นหรือ?" โจวซิงเหอถามอย่างสงสัย
"ท่านพ่อ ท่านลุงฉินซานไห่ในตอนนี้คือยอดฝีมือขอบเขตสอดส่องวิถีแล้วเจ้าค่ะ ส่วนข้ามีพลังเพียงขอบเขตจินตาน ถือเป็นความอัปยศของตระกูลฉินยิ่งนัก ท่านพ่อรู้จักสมาชิกใหม่ที่ท่านผู้นำเพิ่งรับเข้ามาไหมเจ้าคะ? นางบรรลุขอบเขตจินตานได้ในสามวัน และเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณทารกได้ในวันที่สี่ ข้ารู้สึกว่าข้าตามพวกเขาในตระกูลฉินไม่ทันเลยจริงๆ เจ้าค่ะ" โจวหนิงเยี่ยกล่าว
โจวซิงเหอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพลางพึมพำว่า "ลูกรัก... เจ้าบ้าไปแล้ว หรือพ่อที่บ้าไปเอง? มันจะเป็นไปได้อย่างไร? ฉินซานไห่บรรลุขอบเขตสอดส่องวิถีเนี่ยนะ? ต่อให้ตีพ่อให้ตาย พ่อก็ไม่เชื่อเด็ดขาด!"
"ช่างเถอะเจ้าค่ะ ข้ากะแล้วว่าบอกไปท่านก็คงไม่เชื่อ ไว้ข้าพาอู๋เต้ากลับไปหาท่านแล้วท่านจะรู้เอง ว่าแต่ท่านพ่อ คนคนนั้นเป็นใครกัน ทำไมต้องไล่ล่าท่านด้วย?" โจวหนิงเยี่ยถามเข้าเรื่อง
"อ้อ เขามาจากตระกูลถูแห่งเมืองเทียนหยวน ชื่อว่าถูอี้หมิง พ่อบังเอิญได้หญ้าวิญญาณหลอนมา แล้วมันดันมาเห็นเข้าพอดี เลยคิดจะฆ่าพ่อเพื่อชิงสมบัติน่ะ"
โจวหนิงเยี่ยกล่าวเสียงเย็น "ที่แท้ก็ตระกูลถู! บังอาจมาข่มเหงท่านพ่อของข้า! พวกมันควรจะหายไปจากโลกนี้เสีย"
จากนั้น โจวหนิงเยี่ยก็มอบแหวนมิติของถูอี้หมิงให้โจวซิงเหอ "ท่านพ่อ แหวนมิติของถูอี้หมิงนี่ข้ามอบให้ท่านเจ้าค่ะ"
"หา!" โจวซิงเหอถึงกับยืนอึ้งไปเลยทีเดียว