- หน้าแรก
- ปิดบังความรวยมาสามปี วันนี้ข้าขอกางเงินฟาดหน้าพวกเจ้า
- ตอนที่ 33 กินมันเข้าไป ถึงจะปลอดภัยที่สุด
ตอนที่ 33 กินมันเข้าไป ถึงจะปลอดภัยที่สุด
ตอนที่ 33 กินมันเข้าไป ถึงจะปลอดภัยที่สุด
ตอนที่ 33 กินมันเข้าไป ถึงจะปลอดภัยที่สุด
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำถามแทงใจดำของหลิวไห่เซิ่ง จางหู่ก็รีบเปลี่ยนกลยุทธ์ทันที
เขาดึงเอาเอกสารสัญญาที่เพิ่งบังคับให้หยางเฉินเซ็น ส่งไปให้หลิวไห่เซิ่งดู
จางหู่ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ
"ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วทั้งหมดนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของท่านประธานนะครับ ผมถึงได้ให้ลูกชายแกล้งทำเป็นมาติดกับดัก เพื่อจะได้กว้านซื้อที่ดินผืนนี้มาในราคาถูกแสนถูก ท่านประธานลองดูทำเลของที่ดินผืนนี้สิครับ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเลยทีเดียว ถ้าหมู่บ้านจัดสรรสร้างเสร็จ ประตูทางเข้าออกหลักก็ต้องตัดผ่านตรงนี้ แถมถนนสายรองด้านข้างก็ต้องขยายให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับรถราในโครงการ ด้วยทำเลทองฝังเพชรบวกกับพื้นที่กว้างขวางขนาดนี้ ถ้าเราจะเรียกค่าเวนคืนสักยี่สิบล้านหยวน มันก็ไม่มากไปหรอกครับ ท่านว่าจริงไหม"
หลิวไห่เซิ่งหัวเราะหึๆ
"ฮ่าๆๆ... ลงทุนซื้อมาแค่ห้าแสน แต่กะจะฟันกำไรเหนาะๆ ยี่สิบล้าน กำไรบานเบอะเลยนะนั่น"
จางหู่รีบพยักหน้าหงึกหงัก
"ก็ใช่น่ะสิครับท่านประธาน! เงินที่เข้าบริษัทก็ต้องเอาไปปันผลให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นด้วย แต่ถ้าท่านประธานได้ค่าเวนคืนก้อนนี้ไป มันก็จะกลายเป็นเงินส่วนตัวของท่านประธานคนเดียวเลยนะครับ มันต่างกันเยอะเลยนะครับ"
หลิวไห่เซิ่งแกล้งถามย้ำ
"ตั้งใจจะทำเพื่อฉันจริงๆ งั้นเหรอ"
จางหู่ยืนกรานหนักแน่น
"แน่นอนสิครับ! เพื่อไม่ให้ชื่อเสียงของท่านประธานต้องแปดเปื้อน ผมถึงต้องให้ลูกชายออกหน้าเป็นคนซื้อแทนไงล่ะครับ เดี๋ยวพอได้เงินค่าเวนคืนมาปุ๊บ ผมจะรีบโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของท่านประธานปั๊บเลยครับ"
หลิวไห่เซิ่งพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยื่นสัญญาคืนให้จางหู่
จางหู่ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดก็แถรอดไปได้อีกครั้ง
แต่เขาก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดี ว่าหลิวไห่เซิ่งถ่อมาถึงที่นี่ทำไม
จางหู่ถามหยั่งเชิง
"ท่านประธานครับ แล้วลมอะไรหอบท่านประธานมาถึงนี่ล่ะครับเนี่ย แถมยังพาผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ มาด้วยอีก หรือว่าท่านประธานจะยังไม่เชื่อใจในความจงรักภักดีของผมเหรอครับ"
หลิวไห่เซิ่งหัวเราะร่วน
"ฮ่าๆๆ... ฉันเชื่อใจนายอยู่แล้วล่ะ อาหู่ อิงหนิง มาประคองฉันไปตรงนู้นหน่อยสิ"
เลขาหน้าห้องพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเข้าไปช่วยประคองหลิวไห่เซิ่งเดินตรงไปหาหยางเฉิน
จางหู่ยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ ตกลงว่าหลิวไห่เซิ่งกับพวกผู้ถือหุ้นพากันมาทำอะไรที่นี่กันแน่
เขารีบวิ่งตามไปช่วยประคองแขนขวาของหลิวไห่เซิ่งไว้
เพียงไม่นาน หลิวไห่เซิ่งก็เดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหยางเฉิน
เขากวาดสายตามองหยางเฉินตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
หลิวไห่เซิ่งถามเพื่อความแน่ใจ
"พ่อหนุ่ม เธอคือหยางเฉินใช่ไหม"
หยางเฉินพยักหน้ารับ
หลิวไห่เซิ่งรีบดึงแขนขวาตัวเองออกจากการเกาะกุมของจางหู่ แล้วยื่นมือไปขอจับมือทักทายหยางเฉินทันที
"ฮ่าๆๆ... ยินดีที่ได้รู้จัก ยินดีที่ได้รู้จักจริงๆ พ่อหนุ่ม..."
หยางเฉินก็ยื่นมือไปจับตอบตามมารยาท
ไม่ว่าหลิวไห่เซิ่งจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังยังไง แต่ในเมื่อเขามาดี หยางเฉินก็พร้อมจะดีตอบ
หลิวไห่เซิ่งหันไปสั่งเลขา
"อิงหนิง ส่งของให้ท่านประธานหยางสิ"
เลขาหน้าห้องพยักหน้ารับคำ รีบประคองซองเอกสารขนาดใหญ่ด้วยสองมือ ยื่นส่งให้หยางเฉินอย่างนอบน้อม
พร้อมกับโค้งคำนับเล็กน้อย แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงให้เกียรติสุดๆ
"ท่านประธานหยางคะ ดิฉันคือเลขาหน้าห้องของอดีตท่านประธานค่ะ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับโอกาสให้ทำงานในตำแหน่งนี้ต่อไป ดิฉันสัญญาว่าจะทุ่มเททำงานรับใช้ท่านประธานอย่างสุดความสามารถเลยค่ะ"
จางหู่ถึงกับอ้าปากค้าง
"ฮะ!!??"
จางเฮ่อก็เหวอไม่แพ้กัน
"ฮะ!!??"
หลี่ซินอวี่ก็ช็อกจนตาตั้ง
"ฮะ!!??"
พวกลูกสมุนนักเลงโตก็ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
"ฮะ!!??"
งุนงง
ตกตะลึง
ไม่เข้าใจ
หวาดกลัว
ทุกคนในที่นั้นต่างก็ยืนอ้าปากค้างกันไปเป็นแถบๆ
นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!
ทำไมเลขาของประธานบริษัทถึงต้องโค้งคำนับให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่ แถมยังเรียกมันว่า 'ท่านประธานหยาง' อีก
นี่มันเรื่องตลกร้ายอะไรกันวะ!
หยางเฉินแกะซองเอกสารออกดู ก็พบว่าข้างในเต็มไปด้วยเอกสารโอนกรรมสิทธิ์หุ้นที่มีลายเซ็นของผู้ถือหุ้นแต่ละคนกำกับไว้ครบถ้วน
นอกจากหุ้น 23% ที่อยู่ในมือของจางหู่แล้ว หุ้นที่เหลืออีก 77% ทั้งหมด ได้ตกเป็นของหยางเฉินอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
หยางเฉินรีบยัดซองเอกสารกลับเข้าไปในเสื้อแจ็กเก็ต ก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก ส่งเสียง "ชู่ว์" เบาๆ
"ผมชอบทำตัวเงียบๆ น่ะครับ อย่าเพิ่งกระโตกกระตากไป"
หลิวไห่เซิ่งหัวเราะหึๆ พยักหน้ารับอย่างรู้ใจ
"เข้าใจแล้วๆ..."
หยางเฉินยังต้องอาศัยจังหวะนี้กว้านซื้อที่ดินในหมู่บ้านด้วยราคาต่ำๆ อยู่ ขืนปล่อยให้พวกชาวบ้านหน้าเลือดรู้ว่าเขากลายเป็นประธานกลุ่มบริษัทไห่เซิ่งไปแล้วล่ะก็
พวกมันต้องรวมหัวกันโก่งราคาจนสุดเพดานแน่ๆ
จางหู่ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว รีบพุ่งเข้าไปถามหลิวไห่เซิ่งทันที
"ท่านประธานครับ นี่มันเรื่องอะไรกันครับเนี่ย"
หลิวไห่เซิ่งตอบเสียงเรียบ
"ฉันไม่ได้เป็นประธานของกลุ่มบริษัทไห่เซิ่งอีกต่อไปแล้ว ฉันเกษียณตัวเองแล้วล่ะ ท่านประธานหยางได้กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของฉันกับผู้ถือหุ้นรายย่อยคนอื่นๆ ไปหมดแล้ว ตอนนี้เขาคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารคนใหม่ของบริษัทเรา เพราะงั้น ไอ้ที่ดินกับบ้านที่แกเพิ่งจะซื้อมาน่ะ ก็ยกให้เป็นของขวัญรับตำแหน่งให้เขาก็แล้วกันนะ"
จางหู่ถึงกับช็อกจนพูดไม่ออก
"ฮะ!!??"
หยางเฉินโบกมือทักทายจางหู่ด้วยรอยยิ้มยียวน
"อ้าว ท่านรองประธานจาง รู้ล่วงหน้าด้วยเหรอครับว่าผมจะมารับตำแหน่งประธานบริษัท ถึงได้เตรียมของขวัญชิ้นใหญ่เบ้อเริ่มมาต้อนรับผมแบบนี้น่ะ"
จางหู่ละล่ำละลัก
"ผะ... ผม... ผม..."
ทางด้านจางเฮ่อก็ยังรับความจริงข้อนี้ไม่ได้
เขาพุ่งพรวดเข้าไปโวยวายใส่กลุ่มผู้ถือหุ้น
"พวกคุณทำบ้าอะไรลงไปวะ! ขายหุ้นให้ไอ้เด็กนี่ทำไมฮะ! รีบไปเอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
หลิวไห่เซิ่งหันขวับไปถลึงตาใส่จางเฮ่อด้วยความไม่พอใจ
ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ก็มองจางเฮ่อด้วยสายตาตำหนิติเตียนเช่นกัน
ปกติจางเฮ่อก็เก่งแต่ทำตัวกร่างรังแกพวกวัยรุ่นอ่อนหัดไปวันๆ เท่านั้นแหละ
พอต้องมาเผชิญหน้ากับเหล่าผู้อาวุโสที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในสมรภูมิธุรกิจมาอย่างโชกโชน ไอ้ลูกหมาอย่างมันก็หงอยเป็นไก่ต้มไปเลย
จางหู่สมองแล่นจี๋ รีบประคองเอกสารสัญญาที่เพิ่งบังคับหยางเฉินเซ็น ยื่นส่งคืนให้เขาด้วยความนอบน้อมสุดชีวิต
"ท่านประธานหยางเข้าใจถูกแล้วครับ ผมตั้งใจจะเตรียมของขวัญชิ้นนี้มามอบให้ท่านจริงๆ หวังว่าท่านประธานจะไม่รังเกียจนะครับ ไว้คราวหน้าผมจะหาคฤหาสน์หรูๆ มามอบให้ท่านอีกสักสองหลัง เป็นการต้อนรับท่านประธานที่มารับตำแหน่งใหม่ และขอฝากเนื้อฝากตัวให้ท่านช่วยนำพาพวกเราก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วยนะครับ"
หยางเฉินยังคงยิ้มกริ่ม แต่ไม่ได้ยื่นมือไปรับเอกสารสัญญานั้น
ในเมื่อก่อเรื่องขึ้นมาแล้ว ก็ต้องมีคนรับผิดชอบสิ
คิดจะเอาสัญญามาคืนแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!
หยางเฉินหันไปถามหลิวไห่เซิ่ง
"ท่านผู้อาวุโสหลิวครับ เรื่องโครงการรื้อถอนหมู่บ้านเนี่ย น่าจะยังไม่ค่อยมีใครรู้นะครับ ใช่ไหมครับ"
หลิวไห่เซิ่งตอบ
"ใช่ครับ มีแค่ผมกับจางหู่สองคนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้"
หยางเฉินถามต่อ
"งั้นการกระทำของเขาก็เข้าข่ายใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ เพื่อกอบโกยผลประโยชน์ส่วนตัวสิครับ"
หลิวไห่เซิ่งยืนยัน
"ถูกต้องครับ"
หยางเฉินชี้ไปที่กลุ่มนักเลงโต
"แล้วไอ้พวกสวะพวกนี้ล่ะครับ มาจากไหนกัน ใช่พนักงานของกลุ่มบริษัทไห่เซิ่งหรือเปล่า"
หลิวไห่เซิ่งส่ายหน้า
"ไม่ใช่ครับ ถ้าผมเดาไม่ผิด ไอ้พวกนี้น่าจะเป็นลูกน้องจากบริษัทรักษาความปลอดภัยที่เมียจางหู่เปิดบังหน้าไว้นั่นแหละครับ เมื่อก่อนเวลาเจอปัญหารื้อถอนที่ดินยืดเยื้อ เพราะพวกชาวบ้านหัวหมอโก่งราคา ทางบริษัทก็เลยต้องว่าจ้างพวกมันมาจัดการ เพื่อให้งานเสร็จทันตามกำหนดครับ เราแค่จ้างพวกมันมาทำงานเป็นจ๊อบๆ ไป ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกันในเชิงโครงสร้างบริษัทเลยครับ"
หยางเฉินล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาพลางพูดลอยๆ
"งั้นก็ดีครับ งั้นผมคงต้องรบกวนให้คุณตำรวจมาช่วยเคลียร์ให้หน่อยแล้วล่ะ"
จางหู่ตกใจจนหน้าถอดสี รีบอ้อนวอนขอความเมตตา
"ท่านประธานหยาง ได้โปรดเมตตาผมด้วยเถอะครับ! ผมรู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ ครับ เดี๋ยวผมจะฉีกสัญญานี้ทิ้งเดี๋ยวนี้เลยครับ ท่านประธานหยางโปรดละเว้นผมสักครั้งเถอะนะครับ!"
หยางเฉินเลิกคิ้ว
"ฉีกทิ้งเหรอ เกิดมีคนตาดีเก็บเศษกระดาษไปต่อกันใหม่ จะทำยังไงล่ะ"
จางหู่ลนลาน
"งะ... งั้นผมจะเผามันทิ้งครับ! เผามันเดี๋ยวนี้เลย! เฮ้ย เอาไฟแช็กมาเร็วเข้า!"
จางเฮ่อรีบล้วงไฟแช็กออกมาส่งให้พ่อตัวเองมือไม้สั่น
หยางเฉินท้วง
"มาจุดไฟเผากระดาษหน้าบ้านผมแบบนี้ มันหมายความว่ายังไง จะแช่งให้บ้านผมไฟไหม้หรือไง"
จางหู่หน้าเจื่อน
"มะ... ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่... งั้นเดี๋ยวผมออกไปเผาริมถนนก็ได้ครับ"
หยางเฉินยังไม่ยอมปล่อยผ่าน
"ไปเผาริมถนน มันก็ก่อมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อมสิครับ"
จางหู่เหงื่อแตกพลั่ก
"ละ... แล้ว... แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ ท่านประธานหยางโปรดชี้แนะด้วยเถอะครับ"
หยางเฉินกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์
"ถ้าคุณกลืนมันลงไปให้หมด ปล่อยให้มันย่อยสลายกลายเป็นขี้ แล้วค่อยไปขี้รดแปลงผักให้เป็นปุ๋ย แบบนี้แหละถึงจะเรียกว่าปลอดภัยแถมยังรักษ์โลกด้วย ท่านผู้อาวุโสหลิวเห็นด้วยกับวิธีของผมไหมครับ"
เลขาหน้าห้องที่หลิวไห่เซิ่งเรียกติดปากว่า 'อิงหนิง' แท้จริงแล้วก็คือ หลิวอิงหนิง ลูกสาวสุดที่รักของเขานั่นเอง
เมื่อกี้หลิวอิงหนิงก็เพิ่งจะออกปากขอร้องให้หยางเฉินช่วยเมตตาให้เธอได้ทำงานในตำแหน่งเลขาหน้าห้องต่อไป
คนเป็นพ่ออย่างหลิวไห่เซิ่ง ย่อมต้องคิดถึงอนาคตหน้าที่การงานของลูกสาวเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว
วินาทีนี้ ไม่ว่าใครจะผิดจะถูก การเลือกยืนอยู่ข้างเดียวกับหยางเฉินคือทางรอดที่ปลอดภัยที่สุด
หลิวไห่เซิ่งรีบเออออห่อหมกทันที
"ท่านประธานหยางพูดถูกเผงเลยครับ! ฉีกทิ้งก็เสี่ยงความลับรั่วไหล เผาทิ้งก็ทำลายสิ่งแวดล้อม คิดไปคิดมา ก็มีแต่วิธีกลืนลงท้องแล้วขี้ออกมาเป็นปุ๋ยนี่แหละครับ ที่ทั้งปลอดภัยแถมยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย วิทยาการสมัยนี้คงยังไม่ก้าวหน้าถึงขั้นเอาขี้มาสกัดกลับเป็นกระดาษได้หรอกมั้งครับ จริงไหม"
"ฮ่าๆๆ..."
หยางเฉินกับหลิวไห่เซิ่งประสานเสียงหัวเราะกันอย่างถูกคอ
ส่วนจางหู่น่ะเหรอ หน้าซีดเป็นไก่ต้มไปแล้ว
กระดาษเอโฟร์ตั้งสี่แผ่น ถ้าขืนกลืนลงไปให้หมด มีหวังได้ตายห่าจริงๆ แน่
[จบตอน]