เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 อย่างต่ำๆ ก็ต้องสักสองร้อยล้านล่ะมั้ง

ตอนที่ 31 อย่างต่ำๆ ก็ต้องสักสองร้อยล้านล่ะมั้ง

ตอนที่ 31 อย่างต่ำๆ ก็ต้องสักสองร้อยล้านล่ะมั้ง


ตอนที่ 31 อย่างต่ำๆ ก็ต้องสักสองร้อยล้านล่ะมั้ง

ด้วยทักษะการต่อสู้ที่หยางเฉินมีอยู่ในตอนนี้ ต่อให้เก่งแค่ไหนก็รับมือกับชายฉกรรจ์สิบกว่าคนพร้อมกันไม่ไหวหรอก

เขาจึงทำได้แค่ค่อยๆ ถอยร่นกลับเข้าไปตั้งหลักในลานบ้าน

บรรดาชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ต่างพากันแสยะยิ้มด้วยความสะใจ

ทุกคนต่างตั้งตารอดูหยางเฉินอับอายขายขี้หน้า รอดูเขาโดนรุมกระทืบจนจมกองเลือด

หลี่ซินอวี่กระตุกยิ้มมุมปากอย่างมาดร้าย คิดในใจ 'ไอ้ผู้ชายเฮงซวย ถึงเวลาที่แกต้องชดใช้แล้ว! คิดว่ามีเงินแล้วจะเขี่ยฉันทิ้งได้ง่ายๆ งั้นเหรอ แกต้องชดใช้อย่างสาสม!'

ทางด้านจางเฮ่อก็มองหยางเฉินด้วยหางตาอย่างดูถูก ในสายตาของเขา หยางเฉินก็ไม่ต่างอะไรกับหมูบนเขียงที่รอให้เขาสับเป็นชิ้นๆ

แต่ก่อนอื่น เขาต้องเช็คให้ชัวร์ก่อนว่านังหลี่ซินอวี่มันหลอกใช้เขาจริงหรือเปล่า

จางเฮ่อรีบค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของหลิวจวิน ผู้จัดการสาขาธนาคารไอซีบีซี แล้วกดโทรออกทันที

รอเพียงไม่นาน ปลายสายก็รับสาย

จางเฮ่อกรอกเสียงลงไป

"ฮัลโหล ผู้จัดการหลิวใช่ไหมครับ"

หลิวจวินตอบกลับ

"ใช่ครับ ไม่ทราบว่าใครสายครับ"

จางเฮ่อแนะนำตัว

"ผม จางเฮ่อ ลูกชายของจางหู่ รองประธานกรรมการบริหารและซีอีโอของกลุ่มบริษัทไห่เซิ่งครับ"

หลิวจวินเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนอบน้อมทันที

"โอ้โห ที่แท้ก็คุณชายจางนี่เอง ไม่ทราบว่าคุณชายจางโทรมาหาผมมีธุระอะไรให้รับใช้หรือเปล่าครับ"

จางเฮ่อเข้าเรื่อง

"ผมอยากจะสอบถามเรื่องคนๆ นึงหน่อยครับ"

หลิวจวินถามกลับ

"ใครเหรอครับ"

จางเฮ่อเอ่ยชื่อ

"หยางเฉินครับ"

...

ในขณะเดียวกัน หยางเฉินก็ถูกต้อนจนมุมอยู่กลางลานบ้าน

เขาคว้าพลั่วที่วางอยู่แถวนั้นขึ้นมาถือไว้ป้องกันตัว

ไอ้พวกชายฉกรรจ์ที่จางเฮ่อเรียกมาพวกนี้ ล้วนแต่เป็นพวกรับจ้างรื้อถอนมืออาชีพทั้งนั้น

ที่ไหนมีพวกหัวหมอไม่ยอมย้ายออก พวกมันนี่แหละที่จะเป็นคนไปจัดการ

แต่ละคนหน้าตาเหี้ยมเกรียม ทำตัวกร่างไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น

"มึงคิดว่าถือไอ้นั่นแล้วจะช่วยอะไรมึงได้เหรอวะ"

"มาสิวะ แน่จริงมึงก็เอามาฟันคอกูเลยสิ!"

"กูว่ากูมีแขนสองข้างมันเกะกะไปหน่อยว่ะ มึงช่วยฟันออกให้กูข้างนึงสิ"

"ฮ่าๆๆ..."

ไอ้พวกนี้มันกร่างถึงขั้นยื่นแขน ยื่นขา ยื่นหัวเข้าไปท้าทายให้หยางเฉินฟันจริงๆ

เอาเข้าจริงๆ หยางเฉินก็ไม่กล้าฟันหรอก

ไม่ใช่ว่ากลัวพวกมันหรอกนะ แต่กลัวกฎหมายบ้านเมืองต่างหาก

ขืนฟันแขนฟันขาใครขาดไปจริงๆ งานนี้คงใช้เงินฟาดหัวแก้ปัญหาไม่ได้แน่ๆ มีหวังได้เข้าไปนอนในคุกยาว

ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องเอาอนาคตตัวเองไปทิ้งเพราะไอ้พวกสวะพวกนี้

แต่ด้วยนิสัยของหยางเฉิน เขาก็ไม่ใช่พวกขี้ขลาดตาขาวที่จะยอมให้ใครมารังแกถึงบ้านแล้วไม่กล้าตอบโต้

แม่งเอ๊ย

ฟันไม่ได้ งั้นกูใช้สันพลั่วฟาดก็แล้วกัน!

หยางเฉินง้างพลั่วขึ้นสุดแขน แล้วฟาดเปรี้ยงเข้าให้อย่างจัง

"พลั่ก!"

ไอ้คนที่ยื่นหัวเข้ามาท้าทายเมื่อกี้ ล้มตึงลงไปกองกับพื้นทันที

เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากหัวราวกับเปิดก๊อกน้ำ

ไอ้พวกที่เหลือถึงกับผงะ ถอยกรูดด้วยความตกใจ

ปกติเวลาพวกมันไปข่มขู่พวกชาวบ้านหัวแข็ง ก็ไม่เคยมีใครกล้าลงไม้ลงมือกับพวกมันจริงๆ หรอก

แต่ไอ้หยางเฉินนี่มันเล่นนอกบท ซัดเข้าให้จริงๆ ซะงั้น

หยางเฉินตะคอกลั่น

"มาสิวะ! ไอ้หน้าไหนมันคิดว่าหัวตัวเองมีเยอะเกินไป ก็ยื่นเข้ามาเลย กูจะสงเคราะห์ฟาดให้หัวแบะไปเลย!"

"ไอ้เชี่ยนี่มันบ้าไปแล้ว! มันกล้าตีจริงๆ ด้วยว่ะ!"

หยางเฉินกำลังจะด่าสวน

"มึง..."

แต่ยังไม่ทันที่หยางเฉินจะพูดจบ จางเฮ่อก็ตวาดลั่น "นังตัวดี!" แล้วฟาดฝ่ามือลงบนหน้าหลี่ซินอวี่ฉาดใหญ่

และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมา

"ติ๊ง! ยินดีด้วยเจ้านาย ทำภารกิจฉุกเฉินสำเร็จแล้ว ระบบขอมอบรางวัลเป็นสุดยอดวิชาหมัดแปดปรมัตถ์ให้เจ้านายเดี๋ยวนี้"

หยางเฉินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วสมอง ชั่วพริบตาเดียว เขาก็ซึมซับกระบวนท่าของหมัดแปดปรมัตถ์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ราวกับฝึกฝนมานับสิบปี

ชัดเจนเลย

จางเฮ่อคงจะรู้ความจริงเรื่องความสัมพันธ์อันร้าวฉานระหว่างหยางเฉิน หลี่ซินอวี่ และจางเหิง จากปากของผู้จัดการหลิวจวินแล้วล่ะสิ

แผนการชั่วร้ายของหลี่ซินอวี่ที่หลอกใช้จางเฮ่อเป็นเครื่องมือแก้แค้น ถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก

จางเฮ่อกระชากคอเสื้อหลี่ซินอวี่ ลากหล่อนลงมาจากรถ แล้วตะโกนสั่งลูกน้อง

"พวกมึงหยุดก่อน ถอยกลับมา!"

พวกลูกน้องยืนงงเป็นไก่ตาแตก หันไปมองลูกพี่เป็นตาเดียว

จางเฮ่อโบกมือไล่ สั่งให้พวกมันถอยออกไป

จางเฮ่อเหวี่ยงร่างหลี่ซินอวี่ไปกองแทบเท้าหยางเฉิน แล้วแค่นหัวเราะ

"ฉันโดนนังนี่มันหลอกใช้ แต่ตอนนี้ความจริงกระจ่างแล้ว ฉันขอยกนังนี่ให้นายจัดการก็แล้วกัน"

หลี่ซินอวี่คร่ำครวญ

"เฮ่อเฮ่อ..."

จางเฮ่อตวาดแหว

"มึงหุบปากไปเลยนะ นังแพศยา! ขืนมึงเห่าอีกคำเดียว กูจะส่งมึงไปขายตัวในซ่องเลยคอยดู! ถุย!"

หยางเฉินโยนพลั่วทิ้ง ปัดฝุ่นที่มือเบาๆ แล้วตอบหน้าตาย

"กูไม่มีอารมณ์จะมานั่งจัดการหล่อนหรอกนะ ในเมื่อมึงรักมึงหลงหล่อนนักหนา เปย์ให้ทั้งกระเป๋า ทั้งเสื้อผ้าแบรนด์เนม ไหนจะค่าเลิกราอีกห้าหมื่นหยวน อุตส่าห์ลงทุนไปตั้งเยอะแยะ จะปล่อยไปเฉยๆ ก็เสียดายแย่ รีบๆ หอบกลับไปแต่งงานด้วยซะสิ"

จางเฮ่อกระตุกยิ้ม

"หึหึ... เรื่องผู้หญิงเอาไว้ก่อน มาคุยธุระของเราดีกว่า ฉันอยากจะได้บ้านกับที่ดินผืนนี้ของนายจริงๆ นะ ตอนแรกฉันยอมรับว่าประเมินนายต่ำไปหน่อย ไม่คิดเลยว่านายจะมีเงินฝากในธนาคารตั้งร้อยล้านหยวน เงินแค่ห้าแสนนายคงไม่ชายตามองหรอก เอาเป็นว่า ฉันให้เพิ่มเป็นสองเท่าเลย หนึ่งล้านหยวน แลกกับบ้านและที่ดินผืนนี้ทั้งหมด ว่าไง สนใจไหมล่ะ"

หยางเฉินปฏิเสธเสียงแข็ง

"ไม่ขายโว้ย! ไสหัวไปให้พ้นหน้าบ้านกูเลยไป!"

จางเฮ่อขู่ฟ่อ

"อย่ามาทำตัวอวดเก่งไปหน่อยเลยวะ ต่อให้มึงจะมีเงินร้อยล้านแล้วไง มึงมันก็แค่ไอ้บ้านนอกคอกนาต๊อกต๋อยอยู่ดี พ่อกูเป็นถึงรองประธานและซีอีโอของกลุ่มบริษัทไห่เซิ่งนะเว้ย แค่คอนโดหรูๆ ของครอบครัวกูในปักกิ่งรวมๆ กันก็มูลค่าเกินร้อยล้านแล้วมั้ง มึงเข้าใจไหมฮะ ที่กูยอมเพิ่มเงินให้เนี่ย ถือว่ากูให้เกียรติมึงมากแล้วนะ มึงอย่าหลงตัวเองคิดว่ากูจะกลัวเงินร้อยล้านของมึงสิวะ"

การมีเงินตั้งร้อยล้านอยู่ในบัญชี ถ้าเกิดมีเรื่องมีราวกันขึ้นมาจริงๆ หยางเฉินก็สามารถใช้เงินก้อนนี้จ้างสื่อประโคมข่าวให้เป็นเรื่องใหญ่โตได้สบายๆ

ที่จางเฮ่อปากดีบอกว่าไม่กลัว ก็แค่คำคุยโวโอ้อวดเท่านั้นแหละ

ถ้ามันไม่กลัวจริงๆ ท่าทีของมันคงไม่อ่อนลงแบบนี้หรอก

บ้านของหยางเฉินตั้งอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน แถมยังอยู่ติดสี่แยกพอดีเป๊ะ

ถ้าหมู่บ้านหยางถูกรื้อถอนเพื่อสร้างคอนโดตึกสูง ที่ดินผืนนี้ถือว่าเป็นทำเลทองที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

ลองนึกภาพดูสิ

ถ้าหน้าหมู่บ้านจัดสรรสุดหรู มีบ้านปูนสองชั้นเก่าๆ โทรมๆ ตั้งตระหง่านอยู่ มันจะดูขัดหูขัดตาขนาดไหน

แถมยังทำให้ลูกบ้านสัญจรไปมาไม่สะดวกอีกด้วย

และที่สำคัญ ถ้ามีการสร้างหมู่บ้านจัดสรรใหม่ ก็ต้องมีการขยายถนนให้กว้างขึ้น

ซึ่งการจะขยายถนนได้นั้น ก็ต้องตัดผ่านที่ดินของหยางเฉินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บ้านหลังอื่นในหมู่บ้านอาจจะไม่มีมูลค่าในการรื้อถอนมากนัก แต่บ้านและที่ดินของหยางเฉินสามารถโก่งราคาเรียกค่าเวนคืนได้สูงลิบลิ่ว

ด้วยเหตุนี้ จางเฮ่อจึงต้องรีบกว้านซื้อบ้านและที่ดินของหยางเฉินให้ได้ก่อนที่แผนการรื้อถอนจะถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ

ถ้าหนึ่งล้านยังไม่พอ ก็เพิ่มเป็นสองล้าน

ขอเพียงแค่ได้ที่ดินผืนนี้มาครอบครอง เขาก็สามารถเอาไปโก่งราคาขายต่อให้กลุ่มบริษัทไห่เซิ่งได้ตั้งยี่สิบล้าน หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ

จางเฮ่อยื่นข้อเสนอใหม่

"สองล้านหยวน นี่ถือว่าเยอะมากแล้วนะ อย่าโลภมากนักเลย"

หยางเฉินตอกกลับ

"ที่ดินบ้านกูมันทำเลทองโว้ย เงินแค่สองล้านคิดจะมาฮุบไปเนี่ยนะ มึงฝันกลางวันอยู่หรือเปล่าวะ"

จางเฮ่อเริ่มหงุดหงิด

"แล้วมึงต้องการเท่าไหร่วะ"

หยางเฉินกวนประสาท

"อย่างต่ำๆ ก็ต้องสักสองร้อยล้านล่ะมั้ง"

จางเฮ่อสบถลั่น

"เชี่ย! มึงไม่ไปปล้นธนาคารเลยล่ะวะ!"

หยางเฉินลอยหน้าลอยตาตอบ

"ไม่มีปัญญาจ่ายก็ไสหัวไปซะ ยังไงซะที่ดินบ้านกูก็มีมูลค่าสองร้อยล้านอยู่แล้ว"

จางเฮ่อขู่เสียงเย็น

"กูจะบอกอะไรให้นะเว้ย ราคาที่ดินมึงจะเท่าไหร่ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับมึง แต่มันขึ้นอยู่กับกู เข้าใจไหมฮะ สองล้าน กูให้โอกาสมึงเป็นครั้งสุดท้าย จะเอาหรือไม่เอา"

หยางเฉินส่ายหน้าปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

จางเฮ่อหมดความอดทน

"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน มึงคงไม่เคยโดนสังคมสั่งสอนสินะ ถึงได้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแบบนี้ เฮ้ย พวกมึง จัดการมัน! จะใช้วิธีไหนก็ช่าง บังคับให้มันเซ็นสัญญาให้ได้!"

วิธีการจัดการกับพวกหัวหมอไม่ยอมย้ายออกก็เป็นแบบนี้แหละ

ตอนแรกจางเฮ่อจะกดราคาให้ต่ำที่สุด ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็ส่งลูกน้องไปจัดการ

พวกอันธพาลกำลังคันไม้คันมืออยู่พอดี

หยางเฉินเพิ่งจะฟาดหัวเพื่อนพวกมันจนเลือดอาบ พวกมันก็เลยอยากจะเอาคืนให้สาสม

คราวนี้พวกมันไม่มัวยืนคุมเชิงแล้ว

ต่างพากันกรูเข้าไปล้อมกรอบหยางเฉิน หวังจะอาศัยความได้เปรียบเรื่องจำนวนคนรุมกระทืบเขาให้จมดิน

หยางเฉินที่เพิ่งจะได้วิชาหมัดแปดปรมัตถ์มาหมาดๆ ก็กำลังอยากจะลองวิชาอยู่พอดี

เขาเปิดฉากด้วยท่าไม้ตายก้นหีบของหมัดแปดปรมัตถ์ ท่าพยัคฆ์ผงาดเขา ซัดอันธพาลสองคนร่วงไปกองกับพื้นในพริบตาเดียว

ไอ้สองคนนั้นล้มตึงลงไปแล้วก็ลุกไม่ขึ้นอีกเลย ทำเอาจางเฮ่อถึงกับหน้าซีดเผือด

'แม่งเอ๊ย เจอของแข็งเข้าให้แล้ว ตอนแรกเห็นมันทำท่าทางหงอๆ ก็นึกว่าเป็นพวกกระจอก ที่ไหนได้ ฝีมือร้ายกาจชิบหาย' จางเฮ่อสบถในใจอย่างหวาดหวั่น

เพื่อความปลอดภัย เขาจึงรีบถอยฉากออกไปตั้งหลักนอกลานบ้าน

พวกอันธพาลต่อให้มีคนเยอะแค่ไหน ก็ไร้ประโยชน์เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับหยางเฉินในตอนนี้ พวกมันเปราะบางราวกับเด็กสามขวบ

เพียงแค่นาทีเศษๆ ชายฉกรรจ์สิบกว่าคนก็นอนสลบเหมือดเกลื่อนกลาดเต็มพื้น

หยางเฉินมองสองมือของตัวเองด้วยความประหลาดใจ พลางคิดในใจ 'ไม่นึกเลยว่าหมัดแปดปรมัตถ์จะทรงพลังขนาดนี้ เอาไปใช้สู้จริงได้สบายๆ เลยแฮะ'

บรรดาชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ต่างก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

"แม่เจ้าโว้ย! ไอ้เด็กนี่มันไปแอบฝึกวิทยายุทธมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย"

"มันเป็นเด็กเรียนไม่ใช่เหรอวะ ทำไมถึงเก่งเรื่องชกต่อยขนาดนี้เนี่ย"

"มิน่าล่ะ มันถึงได้ทำตัวกร่างนัก ที่แท้ก็ซุ่มซ้อมวิชามานี่เอง"

"เชี่ยเอ๊ย แปลว่าที่ผ่านมามันออมมือให้พวกเรามาตลอดเลยสินะ ถ้าเกิดมันเอาจริงขึ้นมา ใครหน้าไหนจะไปรับมือมันไหววะเนี่ย"

...

อันธพาลสิบกว่าคนยังเอาไม่อยู่ จางเฮ่อก็ไม่กล้าอยู่รอความตายแล้ว

เขารีบวิ่งหน้าตั้งกลับไปที่รถ หวังจะขับหนีเอาตัวรอด

แต่หยางเฉินมีหรือจะปล่อยให้มันหนีไปง่ายๆ

เขารีบสับเท้าวิ่งไล่ตาม แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งคร่อมจางเฮ่อบนรถปอร์เช่ มือก็กระชากหัวมันอย่างแรง แล้วประเคนฝ่ามือตบหน้ามันไปสองฉาดใหญ่

หยางเฉินตวาดลั่น

"ไอ้เวร! บุกมาหาเรื่องกูถึงบ้าน แล้วคิดจะหนีกลับไปง่ายๆ งั้นเหรอ!"

จางเฮ่อละล่ำละลักด้วยความกลัว

"กะ... แกอย่าทำอะไรบ้าๆ นะเว้ย พ่อฉันเป็นถึงรองประธานและซีอีโอของกลุ่มบริษัทไห่เซิ่งนะ ขืนแกทำร้ายฉัน พ่อฉันไม่เอาแกไว้แน่"

หยางเฉินท้าทาย

"งั้นเหรอ มึงก็รีบโทรเรียกพ่อมึงมาเดี๋ยวนี้เลยสิวะ กูจะได้ตบหน้ามึงโชว์พ่อมึงซะเลย"

ในตอนนั้นเอง ก็มีรถเบนซ์ มายบัค เอส680 นำขบวนรถตู้สี่คันแล่นเข้ามาจอดเทียบท่า

พอเห็นป้ายทะเบียนรถมายบัค จางเฮ่อก็ยิ้มออกทันที

"พ่อกูมาแล้วโว้ย! แถมยังพาคนมาเพียบเลย มึงตายแน่ไอ้หยางเฉิน! วันนี้กูจะบังคับให้มึงคุกเข่าอ้อนวอนขอเซ็นสัญญาให้ได้!"

[จบตอน]

จบบทที่ ตอนที่ 31 อย่างต่ำๆ ก็ต้องสักสองร้อยล้านล่ะมั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว