- หน้าแรก
- ระบบไม่สนข้าขอชนทุกพรหมยุทธ์
- บทที่ 7 - เหนียวกาวและป๋ายเฮ่อมาเยือนถึงที่
บทที่ 7 - เหนียวกาวและป๋ายเฮ่อมาเยือนถึงที่
บทที่ 7 - เหนียวกาวและป๋ายเฮ่อมาเยือนถึงที่
บทที่ 7 - เหนียวกาวและป๋ายเฮ่อมาเยือนถึงที่
เมื่อเห็นการกระทำของหูเหยียนพั่ว หยางอวิ๋นก็มองทะลุถึงจิตใจอันโหดเหี้ยมของอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
"ทักษะวิญญาณที่สี่ ทะลวงนภา (เคลื่อนที่พุ่งชน ละเลยการป้องกันจากพลังวิญญาณ)"
ทักษะกระดูกวิญญาณ พลังทลายไททัน (ทะลวงการป้องกันทางกายภาพร้อยเปอร์เซ็นต์)
หยางอวิ๋นถือทวนเพลิงฉงหลีพุ่งทะยานเข้าไปตรงหน้าหูเหยียนพั่ว วงแหวนวิญญาณของหูเหยียนพั่วสว่างขึ้นตามลำดับ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าปลายทวนเพลิงฉงหลีกลับเปราะบางราวกับเศษกระดาษ
ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง ทะลวง (เพิ่มพลังเจาะเกราะร้อยเปอร์เซ็นต์)
ทวนเพลิงฉงหลีทะลวงผ่านการป้องกันของหูเหยียนพั่วได้อย่างง่ายดายราวกับแทงทะลุเต้าหู้ การโจมตีนี้ทรงพลังดั่งทะลวงดวงดาว
หูเหยียนพั่วที่เดิมทีคิดจะลงมือกับตระกูลพั่วถูกทำลายกายแท้วิญญาณยุทธ์จนแหลกสลาย ร่างของเขาที่ถูกแทงทะลุหน้าอกร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าอย่างหมดสภาพ
ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง
"เด็กๆ เอาร่างมันไปแขวนไว้หน้าประตูตระกูลพั่วของพวกเรา เพื่อข่มขวัญพวกหนูแมลงที่คิดจะลองดี" หยางอวิ๋นตวาดเสียงต่ำ
ในเวลานี้หยางอู๋หลงแทงทวนเดียวทะลุร่างวิญญาณจักรพรรดิทั้งสามคน ตรึงร่างของพวกมันไว้กับกำแพงประตูตระกูลพั่ว
"ท่านผู้นำตระกูล ผู้บุกรุกถูกสังหารหมดแล้วขอรับ"
หยางอวิ๋นพยักหน้าเล็กน้อย เขากวาดสายตามองลงไปยังคนในตระกูลเบื้องล่าง "จำเอาไว้ ทวนทลายวิญญาณจะต้องมีความเชื่อมั่นอันแน่วแน่ที่จะทำลายล้างทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ เช่นนี้จึงจะสามารถดึงอานุภาพสูงสุดของวิญญาณยุทธ์ทวนทลายวิญญาณออกมาได้"
"ตระกูลพั่วของพวกเราจะไม่ยอมถูกผู้ใดรังแกอีกต่อไป ทุกคนจงยืดอกขึ้นให้สง่าผ่าเผย"
"ท่านผู้นำตระกูลจงเจริญ!"
"ท่านผู้นำตระกูลจงเจริญ!"
"ท่านผู้นำตระกูลจงเจริญ!"
เสียงโห่ร้องยินดีของตระกูลพั่วดังกึกก้องไม่ขาดสาย ขณะเดียวกันก็ทำให้สายลับที่แฝงตัวอยู่ภายนอกได้รับรู้ความเคลื่อนไหวนี้ด้วย
การเปลี่ยนตัวผู้นำตระกูลพั่วซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ในอดีต ผู้นำตระกูลคนใหม่อายุเพียงสิบแปดปี กลับมีพลังบ่มเพาะระดับวิญญาณพรหมยุทธ์อันน่าสะพรึงกลัว
การจัดเรียงวงแหวนวิญญาณยิ่งวิปริตผิดมนุษย์มนาจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นความจริง
โดยเฉพาะวงแหวนวิญญาณวงที่แปดระดับแสนปี อีกทั้งยังมีกระดูกวิญญาณแสนปีที่ซ่อนเร้นอยู่อีก
ผู้อาวุโสคนใหม่หยางอู๋หลงก็มีพลังระดับวิญญาณพรหมยุทธ์
ตามข่าวลือที่ผ่านมา ระดับพลังของสามพี่น้องหยางอู๋หลงนั้นห่างกันไม่เกินสามระดับมาหลายปีแล้ว จากข้อมูลนี้สามารถอนุมานได้ว่าตระกูลพั่วในปัจจุบันมีวิญญาณพรหมยุทธ์อย่างน้อยห้าคน
ผู้นำตระกูลหยางอวิ๋นมีพลังระดับวิญญาณพรหมยุทธ์ที่สามารถต่อกรกับราชทินนามพรหมยุทธ์ได้
ไม่เห็นวี่แววของหยางอู๋ตี๋ ส่วนหยางอู๋หู่และหยางอู๋ซาก็ยังไม่ปรากฏตัวเช่นกัน
หรือว่า...
ตระกูลพั่วจะซ่อนคมไว้ลึกซึ้งจนชวนให้ผู้คนต้องตกตะลึง
หลังจากสายลับที่อยู่ด้านนอกตระกูลพั่วถอนตัวออกไปหมดแล้ว หยางอวิ๋นก็เรียกหยางอู๋หลงเข้าไปในห้องโถงหารือ
"ท่านลุงหลง เมื่อเช้านี้ผู้อาวุโสสูงสุดออกไปล่าวงแหวนวิญญาณวงที่เก้า เรื่องราวในวันนี้คงจะแพร่สะพัดไปทั่วทั้งสองจักรวรรดิในไม่ช้า ซึ่งในสองจักรวรรดินี้ก็มีคนฉลาดอยู่ไม่น้อย"
"ท่านจงออกเดินทางเดี๋ยวนี้เพื่อแอบคุ้มกันขบวนของผู้อาวุโสสูงสุด หากไม่ใช่ช่วงวิกฤตถึงชีวิตห้ามลงมือเด็ดขาด ต้องดูแลให้ผู้อาวุโสสูงสุดดูดซับวงแหวนวิญญาณและกลับมาอย่างปลอดภัย"
หยางอู๋หลงสะท้านในใจ เขารีบรับคำ "หยางอู๋หลงรับบัญชา ขอท่านผู้นำตระกูลโปรดวางใจ"
ป๋ายจิ้ง คนของตระกูลหมิ่น หลังจากเรื่องราวสงบลงก็รีบเร่งเดินทางกลับไปยังตระกูลหมิ่นด้วยความเร็วสูงสุด
สี่ตระกูลใหญ่ยกเว้นตระกูลลี่แล้ว ตระกูลหมิ่น ตระกูลพั่ว และตระกูลอวี้ ล้วนตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก
ไม่ถึงสองชั่วโมงป๋ายจิ้งก็กลับมาถึงตระกูลหมิ่น
เมื่อป๋ายเฮ่อได้ยินเรื่องราวสีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขาพึมพำเสียงแผ่ว "เป็นไปได้อย่างไร ตาเฒ่าแพะถูกถีบลงจากตำแหน่งผู้นำตระกูลเชียวหรือ"
"วันนี้ไม่เห็นตาเฒ่าแพะออกมารับศึก เกรงว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ต้องไปหาตาเฒ่าแรดแล้วเดินทางไปตระกูลพั่วด้วยกันสักรอบ"
"ตาเฒ่าแพะ เจ้าอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ"
วงแหวนทั้งแปดขยับไหว เวลานี้ป๋ายเฮ่อร้อนใจดั่งไฟลุ่ม เร่งความเร็วขึ้นถึงขีดสุด เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็เดินทางมาถึงตระกูลอวี้
เขาได้บอกเล่าเรื่องราวของตระกูลพั่วและข้อสันนิษฐานของตนเองให้ฟังจนหมดสิ้น
เหนียวกาวกำหมัดแน่นจนขอบตาแดงก่ำ เขาคว้ามือป๋ายเฮ่อแล้วพุ่งตัวออกไปนอกประตู เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของพี่น้องที่คบหากันมาหลายสิบปี
เหนียวกาวอย่างเขาจะทนดูอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร
ผู้นำทั้งสี่ตระกูลรู้จักและรู้ใจกันมาครึ่งค่อนชีวิต หากตาเฒ่าแพะตายไปจริงๆ ความแค้นนี้ก็ต้องชำระ
ในเวลาเดียวกัน
สำนักวิญญาณยุทธ์ ราชวงศ์จักรวรรดิซิงหลัว สำนักเซี่ยงเจี่ย และขุมกำลังอำนาจที่อยู่ใกล้เคียงต่างก็ได้รับข่าวนี้เช่นกัน
แต่ละฝ่ายต่างก็มีท่าทีที่แตกต่างกันออกไป
สายลับที่อยู่ไกลถึงราชวงศ์จักรวรรดิเทียนโต่วต่างก็กำลังส่งข่าวนี้กลับไป ปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เกิดจากเรื่องนี้ยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง
ในจำนวนนั้นสำนักเซี่ยงเจี่ยมีปฏิกิริยารุนแรงที่สุด แต่เนื่องจากหูเหยียนเจิ้นผู้เป็นผู้นำสำนักมีธุระอยู่ข้างนอกจึงไม่ได้อยู่ที่สำนัก
มีข่าวลือว่าผู้นำตระกูลคนใหม่ของตระกูลพั่วมีพลังระดับวิญญาณพรหมยุทธ์ อีกทั้งยังมีวงแหวนวิญญาณและกระดูกวิญญาณแสนปีคอยเสริมพลัง
เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนที่เหลืออยู่ในสำนักเซี่ยงเจี่ยจะตัดสินใจได้ ต้องรอให้ผู้นำสำนักหูเหยียนเจิ้นกลับมาตัดสินใจอีกครั้ง
ผู้รักษาการแทนผู้นำสำนักทำได้เพียงออกคำสั่งให้นำศพที่ถูกแขวนอยู่หน้าประตูตระกูลพั่วกลับมาอย่างลับๆ
แต่เรื่องที่ควรรายงานก็ต้องรายงาน เรื่องที่ต้องใช้เส้นสายก็ต้องใช้
การที่ตระกูลพั่วสังหารหูเหยียนพั่วอย่างโจ่งแจ้งและนำศพไปแขวนไว้หน้าประตู ถือเป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่งสำหรับสี่สำนักระดับล่าง
หากสามารถชักจูงอีกสามสำนักที่เหลือในสี่สำนักระดับล่างให้มีผลประโยชน์ร่วมกัน แล้วร่วมมือกันปราบปรามตระกูลพั่วรวมถึงตระกูลหมิ่นและตระกูลอวี้เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์กันได้
เช่นนั้นการตายของหูเหยียนพั่วก็ถือว่าคุ้มค่าและได้ใช้ประโยชน์สูงสุดแล้ว
ครึ่งวันต่อมา
เหนียวกาวและป๋ายเฮ่อเดินทางมาถึงหน้าประตูตระกูลพั่ว เมื่อเห็นร่างของหูเหยียนพั่วที่ถูกแขวนอยู่และวิญญาณจักรพรรดิทั้งสามที่ถูกตรึงติดกับกำแพง
รูม่านตาของพวกเขาก็หดเกร็ง
"ตาเฒ่านกขาว ดูเหมือนว่าเด็กเมื่อวานซืนที่ถีบตาเฒ่าแพะลงจากตำแหน่งผู้นำตระกูลจะมีฝีมืออยู่ไม่น้อย ถึงกับกล้างัดกับสำนักเซี่ยงเจี่ยตรงๆ ถือว่าช่วยระบายความแค้นให้กับสี่ตระกูลเดี่ยวของพวกเราได้ดีทีเดียว"
ป๋ายเฮ่อเป็นคนเจ้าเล่ห์และมองการณ์ไกล ในเรื่องนี้เขาเองก็ต้องพยักหน้าเห็นด้วย
จุดนี้สมควรได้รับคำชมอย่างแท้จริง ไม่มีอะไรให้ต้องโต้แย้ง
"ตาเฒ่าแรด อย่าลืมจุดประสงค์ที่พวกเรามาที่นี่สิ ตอนนี้ตาเฒ่าแพะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ต้องให้หยางอวิ๋นยืนยันให้ชัดเจน"
เหนียวกาวส่ายหน้าด้วยความเสียดาย "น่าเสียดายที่วิธีการเหล่านี้ไม่ควรนำมาใช้กับคนในตระกูลตัวเอง หวังว่าตาเฒ่าแพะจะปลอดภัยนะ"
บานประตูถูกทำลายจนแหลกละเอียด เหนียวกาวและป๋ายเฮ่อเดินเข้าไปหน้าประตูและกำลังจะส่งเสียงเรียก
หยางอู๋ลี่ก็รีบวิ่งเข้ามาทำความเคารพ "ท่านป๋ายเฮ่อแห่งตระกูลหมิ่นและท่านเหนียวกาวแห่งตระกูลอวี้ใช่หรือไม่ขอรับ ไม่ทราบว่ามาเยือนกะทันหันเช่นนี้ มีธุระอันใดหรือขอรับ"
ป๋ายเฮ่อและเหนียวกาวสบตากัน เหนียวกาวเอ่ยเสียงเข้ม "ได้ยินมาว่าตระกูลพั่วเปลี่ยนผู้นำตระกูลคนใหม่ สี่ตระกูลเดี่ยวของพวกเรามีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น เรื่องใหญ่ขนาดนี้กลับไม่ยอมส่งข่าวคราวกันบ้างเลย"
"นี่ไง พอรู้ข่าวพวกเราก็รีบเดินทางมาร่วมแสดงความยินดี ตาเฒ่าแพะก็ถือว่าได้พักผ่อนอย่างสบายใจเสียที ข้าล่ะอิจฉาจริงๆ"
ป๋ายเฮ่อสอบถาม "ตาเฒ่าแพะล่ะ นอกจากมาแสดงความยินดีแล้ว พวกเรายังตั้งใจจะมารำลึกความหลังกับเขาสักหน่อย ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว"
หยางอู๋ลี่ส่งยิ้มเจื่อนๆ "นายท่านทั้งสองเชิญด้านในเลยขอรับ ข้าเป็นเพียงคนเฝ้าประตู ไม่ทราบหรอกว่าผู้อาวุโสสูงสุดไปที่ใด ผู้นำตระกูลทั้งสองท่านสามารถไปสอบถามท่านผู้นำตระกูลด้วยตนเองได้เลยขอรับ"
"เชิญทางนี้ขอรับ ข้าให้คนไปเชิญท่านผู้นำตระกูลแล้ว"
ป๋ายเฮ่อและเหนียวเกาวรู้ดีว่าจุดจบของหูเหยียนพั่วที่มาก่อกวนก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร อีกทั้งผู้อาวุโสสูงสุดที่หยางอู๋ลี่พูดถึงก็น่าจะหมายถึงหยางอู๋ตี๋
ฟังดูแล้วไม่เหมือนคนที่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นเลย
ทั้งสองแลกเปลี่ยนสายตากันก่อนจะเดินเข้าไปในอาณาเขตตระกูล ว่ากันตามตรงอาคารของตระกูลแห่งนี้ก็เป็นตระกูลอวี้นี่แหละที่เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง
เส้นทางนี้เหนียวกาวจึงคุ้นเคยยิ่งกว่าหยางอู๋ลี่ที่เป็นคนนำทางเสียอีก
ห้องโถงรับรอง
ป๋ายเฮ่อและเหนียวกาวเพิ่งจะนั่งลง หยางอวิ๋นก็ตามเข้ามาติดๆ
"ผู้น้อยหยางอวิ๋น ตอนนี้ข้าได้เป็นผู้นำตระกูลแล้ว จึงขอละเว้นการทำความเคารพผู้อาวุโสทั้งสองนะขอรับ" หยางอวิ๋นนั่งลงบนตำแหน่งประธานและเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่แข็งกร้าวแต่ก็ไม่อ่อนน้อมจนเกินไป
[จบแล้ว]