- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินระดับพระเจ้า กับ 8 ปีแห่งการสะสมสู่แสนล้าน
- บทที่ 23 - หมู่บ้านเทียนเยว่หว่าน
บทที่ 23 - หมู่บ้านเทียนเยว่หว่าน
บทที่ 23 - หมู่บ้านเทียนเยว่หว่าน
บทที่ 23 - หมู่บ้านเทียนเยว่หว่าน
ทางด้านหน้าประตูหมู่บ้านเทียนเยว่หว่าน หลิวเหยียนหรานได้จอดรถรออยู่ตรงนั้นเรียบร้อยแล้ว
"เจ้านาย เมื่อไหร่จะลงมาคะ? ฉันถึงแล้วค่ะ" หลิวเหยียนหรานต่อสายโทรศัพท์หาเขา
จากนั้นเธอก็หันไปมองบรรยากาศโดยรอบ แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมาเห็น แต่ทุกครั้งที่มองเธอก็ยังสัมผัสได้ถึงความหรูหราอลังการที่แผ่ซ่านออกมา
สมกับที่เป็นหมู่บ้านที่หรูหราที่สุดในจินหลิงจริงๆ เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าผู้ลากมากดีและผู้มีอิทธิพลทั้งนั้น
ปลายสายตอบกลับมาว่า "รอผมสักครู่นะ"
"รับทราบค่ะเจ้านาย" หลิวเหยียนหรานพูดจบก็ยืนรออยู่ตรงนั้นพลางมองดูรถยนต์และเจ้าของบ้านที่ผ่านไปมา
ต้องยอมรับเลยว่าหลิวเหยียนหรานที่มีรูปร่างสูงโปร่งอยู่แล้ว พอสวมรองเท้าส้นสูงเข็มหนาเจ็ดเซนติเมตรเข้าไป ยิ่งทำให้สง่าราศีของเธอพุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ
วันนี้เธอสวมชุดกระโปรงทรงเอคอคว้านต่ำ ทับด้วยเสื้อโค้ทตัวนอกที่ไม่หนาจนเกินไป
เรียวขาสีขาวเนียนที่ทั้งยาวและตรงคู่นั้นปรากฏแก่สายตาผู้คนอย่างชัดเจน สร้างแรงปะทะทางสายตาได้อย่างรุนแรงยิ่งนัก
เจ้าของบ้านที่เป็นผู้ชายบางคนแค่เหลือบมองเพียงแวบเดียว ก็รู้สึกคันยิบๆ ที่จมูก พอลองเอามือแตะดูเบาๆ กลับพบว่ามีเลือดสีแดงฉานติดมือมาด้วย
เลือดกำเดาไหลเสียแล้ว
หลิวเหยียนหรานรออยู่ครู่หนึ่ง เย่เซวียนก็เดินฮัมเพลงออกจากหมู่บ้านมา
"เจ้านาย ทางนี้ค่ะ"
"มาเร็วดีนี่นา"
"พวกเราจะไปไหนกันดีคะ?" หลิวเหยียนหรานถามพลางเตรียมตัวจะไปเปิดประตูรถ
เย่เซวียนโบกมือห้าม "ไม่ต้องใช้รถหรอก ไปที่สำนักงานขายตรงโน้นก็พอ เราไปดูกันหน่อยว่าเทียนเยว่หว่านยังมีบ้านเหลืออยู่อีกไหม จะซื้อบ้านเพิ่มสักหน่อยน่ะ"
ความจริงแล้วเย่เซวียนแค่อยากจะลองใช้ทักษะเงินคืนสิบเท่าอีกครั้ง เพื่อสัมผัสความฟินจากการได้รับเงินคืนจำนวนมหาศาลดูบ้าง
หลิวเหยียนหรานไม่ได้คัดค้านอะไร "รับทราบค่ะ"
สำนักงานขายตั้งอยู่ด้านหน้าหมู่บ้าน เป็นอาคารสองชั้นที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตงดงาม
ถ้าด้านนอกไม่มีป้ายแขวนบอกไว้ว่าที่นี่คือวิลล่าเดี่ยวขนาดเล็ก ก็คงไม่มีใครสงสัยเลย
ประตูหมุนตรงทางเข้าติดตั้งระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติ เมื่อตรวจพบการมาเยือนของทั้งสองคน มันก็ค่อยๆ หมุนเปิดออกอย่างช้าๆ
"ยินดีต้อนรับสู่เทียนเยว่หว่านค่ะ ไม่ทราบว่ามีนัดกับพนักงานขายท่านไหนไว้หรือเปล่าคะ?" พนักงานต้อนรับเอ่ยทักทายด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่หวานหยดย้อย
บวกกับใบหน้าที่สะสวยของพนักงานต้อนรับ ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนได้ลิ้มรสโดนัทแสนหวานอย่างไรอย่างนั้น
หลิวเหยียนหรานหันไปมองเย่เซวียน เมื่อเห็นเขาส่ายหน้าจึงบอกกับพนักงานต้อนรับว่า "พวกเราไม่ได้นัดไว้ค่ะ พอดีพักอยู่แถวนี้เลยลองแวะมาดูเป็นครั้งแรก"
"ได้ค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันจะรีบประสานงานหาพนักงานขายให้ค่ะ" พนักงานต้อนรับยิ้มอย่างสดใสแล้วรีบติดต่อแผนกขายทันที
วันนี้มีลูกค้ามาเยือนไม่มากนัก พนักงานขายหลายคนเลยนั่งจับกลุ่มคุยกันอย่างขี้เกียจ
พอได้ยินพนักงานต้อนรับบอกว่ามีลูกค้าวอล์กอินเข้ามา หลิวเยี่ยนชุนที่เป็นพนักงานเก่าแก่ก็ตาเป็นประกาย รีบก้าวยาวๆ ไปที่ประตูแล้วมองออกไปข้างนอก
แต่พอเห็นว่าหลิวเหยียนหรานพาเย่เซวียนมาด้วย ใบหน้าของเธอก็หม่นลงทันที ก่อนจะหันไปบอกจางเสี่ยวเหมิงที่กำลังนั่งดูข้อมูลอยู่ข้างๆ ว่า "เสี่ยวจาง ไปต้อนรับลูกค้าหน่อยสิ ยกเคสนี้ให้เธอแล้วกัน"
จางเสี่ยวเหมิงรู้สึกดีใจมากรีบวิ่งออกไปทันที เธอเป็นเด็กใหม่ การจะได้ลูกค้ามาสักรายนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เธอไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นลูกค้าเกรดไหน ต่อให้ปิดการขายไม่ได้ก็ถือว่าเป็นการฝึกฝน ส่วนหลิวเยี่ยนชุนก็เดินกลับไปที่ที่นั่งของตัวเองเพื่อเมาท์มอยกับพนักงานรุ่นเก๋าคนอื่นๆ ต่อ
"อะไรกันเยี่ยนชุน วันนี้ผีเข้าหรือไงถึงได้ใจดี ยกลูกค้าที่เดินมาหาถึงที่ให้เด็กใหม่แบบนั้น?" พนักงานรุ่นเก๋าอีกคนบ่นอย่างไม่พอใจพลางปรายตามอง
"รู้อะไรล่ะ!" หลิวเยี่ยนชุนกลอกตาใส่ "อย่าไปมองว่าผู้หญิงคนนั้นใส่แบรนด์เนมทั้งตัวแล้วจะดูรวยนะ ไม่เห็นเหรอว่าข้างกายเธอมีเด็กผู้ชายมาด้วย? ลูกค้าแบบนี้น่ะ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าแค่มาเดินดูเล่นๆ พร้อมกับพาลูกมาเที่ยวเท่านั้นแหละ"
พนักงานรุ่นเก่าลองคิดดูแล้วก็เห็นว่ามีความเป็นไปได้จริงๆ "แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะ พาลูกมาด้วยก็อาจจะมาเปลี่ยนบ้านใหม่ก็ได้นะ หมู่บ้านเราสภาพแวดล้อมดีขนาดนี้!"
หลิวเยี่ยนชุนดูเหมือนจะมีประสบการณ์มากจริงๆ เธอตอบกลับอย่างมีหลักการ "ต่อให้จะซื้อบ้านจริง ยายผู้หญิงไม้ประดับแบบนั้นก็ตัดสินใจเองไม่ได้หรอก รอให้เธอพาผัวมาเมื่อไหร่พวกเราค่อยออกโรงปิดการขายรวดเดียวเลยไม่ดีกว่าเหรอ จะได้ไม่เสียเวลา!"
พนักงานรุ่นเก๋าคนนั้นรีบทำท่าเหมือนได้รับความรู้ใหม่ทันที "สมกับเป็นเยี่ยนชุนจริงๆ! งานที่ปิดไม่ลงแบบนี้ก็ต้องโยนให้เด็กใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ทำนั่นแหละ ให้พวกเธอได้สัมผัสความจริงที่โหดร้ายของสังคมเสียบ้าง!"
กลุ่มพนักงานขายหัวเราะร่ากันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเลยสักคน
จางเสี่ยวเหมิงเดินเข้าไปหาหลิวเหยียนหรานและเย่เซวียนด้วยความตื่นเต้น พร้อมแนะนำตัวอย่างกระตือรือร้น "สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง ฉันจางเสี่ยวเหมิง พนักงานขายค่ะ เรียกฉันว่าเสี่ยวเหมิงก็ได้ค่ะ"
พูดจบพอก้มลงไปเห็นเย่เซวียน เธอก็อุทานออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "อุ๊ย น้องชายน่ารักจังเลย! รับน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มอะไรดีจ๊ะ?"
เย่เซวียน : " ... "
เอาเถอะ ผมชินแล้วล่ะ
พี่สาวครับ ในเมื่อพี่ใจดีกับผมขนาดนี้ พี่ช่วยก้มลงมาหน่อยได้ไหม เรามาคุยเรื่อง "เส้นความสำเร็จ" กันหน่อย
หมอดูคนอื่นเขาดูลายมือ ดูเส้นชีวิต เส้นการเงินกัน
แต่ผมต่างออกไป ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดเส้นความสำเร็จโดยเฉพาะเลยนะ
แต่แน่นอนว่าเย่เซวียนไม่ได้พูดคำนั้นออกมา ไม่อย่างนั้นเขาคงกลายเป็นพวกถ้ำมองไปเสียก่อน
จางเสี่ยวเหมิงรู้สึกชอบลูกค้าทั้งสองคนนี้มาก เธอรีบนำทางพวกเขาไปที่โมเดลจำลองของหมู่บ้าน "ทั้งสองท่านลองดูโมเดลจำลองก่อนนะคะ จะได้เข้าใจผังโครงการและการออกแบบคร่าวๆ เดี๋ยวฉันไปเตรียมเครื่องดื่มมาให้ค่ะ"
พอจางเสี่ยวเหมิงเดินออกไป เย่เซวียนที่กำลังจะดูผังโครงการอย่างตั้งใจ ก็พลันได้ยินเสียงตะโกนเรียกอย่างตื่นเต้นว่า "เย่เซวียนใช่ไหม?"
เย่เซวียนมองตามเสียงไป เห็นเด็กหญิงรุ่นราวคราวเดียวกับเขาสวมชุดกระโปรงเจ้าหญิงหลายชั้น กำลังมองเขาด้วยรอยยิ้มดีใจสุดขีด
เย่เซวียนเห็นเด็กหญิงคนนั้นก็อึ้งไปครู่หนึ่ง นี่ไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนร่วมโต๊ะของเขา "ฟางลี่ลี่" หรอกเหรอ?
ฟางลี่ลี่เป็นเด็กที่หน้าตาน่ารักอยู่แล้ว แม้จะยังเด็กแต่แววความสวยก็เริ่มฉายออกมาเหมือนดอกบัวแรกแย้ม
เมื่อบวกกับชุดกระโปรงแสนประณีต ยิ่งทำให้เธอดูเหมือนเจ้าหญิงน้อยที่เดินออกมาจากเทพนิยายจริงๆ
ฟางลี่ลี่วิ่งเหยาะๆ มาหยุดตรงหน้าเย่เซวียน แล้วหมุนตัวไปรอบๆ เขาอย่างซุกซนพร้อมยิ้มตาหยี "เย่เซวียน เธอมาทำอะไรที่นี่เหรอ?"
ก่อนที่เย่เซวียนจะได้ตอบ ฟางลี่ลี่ก็มีผู้ใหญ่ชายหญิงคู่หนึ่งเดินตามมา เมื่อเห็นหลิวเหยียนหรานทั้งคู่ก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ "พวกเราเป็นคุณพ่อคุณแม่ของฟางลี่ลี่ครับ แล้วคุณคือ ... ?"
ฟางลี่ลี่โผเข้ากอดพ่อของเธอพลางออดอ้อนแนะนำตัวเพื่อน "คุณพ่อคะ นี่ไงคะเพื่อนร่วมโต๊ะที่หนูเคยเล่าให้ฟัง เขาชื่อเย่เซวียน ตั้งแต่ปิดเทอมไปก็ไม่ได้เจอกันเลยค่ะ"
คุณพ่อของฟางลี่ลี่หันไปพูดกับหลิวเหยียนหรานทันที "คุณคงเป็นคุณแม่ของเย่เซวียนใช่ไหมครับ? คุณดูยังสาวมากเลยนะครับ"
พูดจบเขาก็หันมายิ้มให้เย่เซวียนพลางทักทายอย่างเป็นมิตร "สวัสดีจ้ะเย่เซวียน เธอเป็นสุภาพบุรุษตัวน้อย ต่อไปช่วยดูแลฟางลี่ลี่ด้วยนะ ตกลงไหม?"
หลิวเหยียนหรานรู้สึกขัดเขินเล็กน้อยแต่ก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงดี
หลังจากคุยสัพเพเหระกันไปไม่กี่ประคำ พ่อของฟางลี่ลี่ก็บอกว่าพวกเขาก็มาดูบ้านเหมือนกัน
ฟางลี่ลี่เห็นพวกผู้ใหญ่คุยกันอยู่ จึงแอบขยิบตาให้เย่เซวียน "บังเอิญจังเลยนะ! นึกไม่ถึงเลยว่าที่โรงเรียนจะเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกันแล้ว ต่อไปอาจจะได้เป็นเพื่อนบ้านกันอีก!"
เย่เซวียนพยักหน้าตอบรับแต่ไม่ได้พูดอะไรมากนัก
ทว่าท่าทางนิ่งขรึมแบบนี้กลับทำให้ดวงตาของฟางลี่ลี่เป็นประกายวิบวับ
เธอน่ะ ชอบคนมาดนิ่งแบบนี้ที่สุดเลย
พ่อแม่ของฟางลี่ลี่เป็นคนอัธยาศัยดีมาก พวกเขาดึงหลิวเหยียนหรานไปคุยพลางแนะนำเรื่องหมู่บ้านเทียนเยว่หว่านให้ฟัง
"ทำเลที่นี่ดีมากครับ ในอนาคตราคามีแต่จะพุ่งสูงขึ้นแน่นอน แถมใกล้ๆ ยังมีโรงเรียนประถมชั้นนำอีก บ้านในเขตการศึกษาเนี่ยราคามั่นคงที่สุดแล้ว ต่อให้วันไหนราคาอสังหาฯ จะร่วง แต่บ้านพวกเราก็ยังรักษามูลค่าไว้ได้แน่นอน!"
หลิวเหยียนหรานได้แต่ตอบรับตามมารยาทเพื่อให้เขารู้ว่าเธอกำลังฟังอยู่
ไม่นานนักจางเสี่ยวเหมิงก็ยกเครื่องดื่มกลับมา ครอบครัวของฟางลี่ลี่ก็แยกตัวไปดูบ้านพร้อมกับพนักงานขายของพวกเขา
"คุณผู้หญิงคะ กาแฟค่ะ"
เธอนำอเมริกาโนมาให้หลิวเหยียนหราน และนำชานมรสหวานมาให้เย่เซวียน
เมื่อเห็นเย่เซวียนมีท่าทางดูไม่ค่อยสนใจอะไร เธอจึงถามด้วยความเป็นห่วงว่า "น้องชาย เป็นอะไรไปจ๊ะ รสชาติไม่ถูกปากเหรอ?"
พูดพลางเธอก็หยิบช็อกโกแลตร้อนออกมาจากถาดอีกแก้วมายัดใส่มือเย่เซวียน "กะไว้แล้วเชียวว่าน้องอาจจะเลือกทาน ช็อกโกแลตแก้วนี้ชอบไหมจ๊ะ?"
จางเสี่ยวเหมิงวางถาดลงแล้วหยิบปากกาเลเซอร์ออกมา อธิบายข้อมูลของหมู่บ้านเทียนเยว่หว่านให้ทั้งสองฟังอย่างละเอียด
ข้อมูลเหล่านี้เธอท่องจำจนขึ้นใจ เพื่อที่จะขายบ้านให้ได้ จางเสี่ยวเหมิงถึงกับให้พ่อแม่ช่วยจำลองเป็นลูกค้าเพื่อฝึกตอบคำถามเตรียมตัวมาอย่างดี
เรียกได้ว่าเตรียมตัวมาเต็มที่เลยทีเดียว
แต่ถึงอย่างนั้น เพราะเป็นครั้งแรก ความตื่นเต้นก็ยังมีอยู่บ้าง
"ตอนนี้พวกเราเหลือบ้านที่กำลังเปิดขายอยู่ไม่มากแล้วค่ะ ไม่ทราบว่าทั้งสองท่านสนใจบ้านขนาดกี่ตารางเมตรคะ ฉันจะได้แนะนำถูกค่ะ"
จางเสี่ยวเหมิงพูดพลางนำทางทั้งคู่ไปยังโซนพักผ่อนเพื่อให้เลือกดูได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น
เธอนำใบแสดงผังบ้านที่เหลืออยู่ออกมาวางบนโต๊ะ "ลองดูผังบ้านก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันไปเตรียมขนมว่างมาให้ค่ะ"
หลิวเหยียนหรานเลื่อนใบแสดงผังบ้านไปตรงหน้าเย่เซวียน พลางจิบกาแฟแล้วพูดว่า "พนักงานขายคนนี้ไม่เลวเลยนะ กระตือรือร้นดี แต่ก็ดูออกว่าเป็นเด็กใหม่"
เมื่อกี้เธอสังเกตเห็นพนักงานคนอื่นแอบอู้งานอยู่หลายคน แต่หลิวเหยียนหรานก็รู้ดีว่าคนพวกนี้เป็นพนักงานเก่าแก่ ถึงแม้จะดูเหมือนกินแรงบริษัทแต่ผู้จัดการก็ไม่กล้าว่าอะไร เพราะคนพวกนี้มีฐานลูกค้าชั้นดีและเส้นสายอยู่ในมือ จึงไม่จำเป็นต้องทำตัวกระตือรือร้นนัก
แต่พูดกันตามตรง
คำแนะนำของจางเสี่ยวเหมิงดูเป็นมืออาชีพมาก และรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ เห็นชัดเลยว่าเธอทำการบ้านมาอย่างดี ถือว่าเก่งมากเลยทีเดียว
เย่เซวียนมองหลิวเหยียนหรานด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้ตาค่อนข้างสูง การจะได้รับคำชมจากเธอนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ
"ขนมพวกนี้น่าจะเหมาะกับเด็กๆ นะคะ" จางเสี่ยวเหมิงบรรจงเลือกขนมว่างมาให้
เธอสังเกตเห็นตั้งแต่เมื่อกี้แล้วว่าเย่เซวียนค่อนข้างเลือกทาน เธอเลยพยายามจัดมาให้หลายๆ ชนิดเท่าที่จะทำได้
[จบแล้ว]