- หน้าแรก
- บิดาข้าคือปรมาจารย์เต๋าแกะสลัก
- บทที่ 75 ค่ำคืนอันเร้าใจ
บทที่ 75 ค่ำคืนอันเร้าใจ
บทที่ 75 ค่ำคืนอันเร้าใจ
บทที่ 75 ค่ำคืนอันเร้าใจ
หลี่ฉางชิงได้ยินเรื่องนี้มาจากศิษย์พี่หญิงรองคนที่ยอดเขาว่านไจ๋ตอนที่พวกนางกำลังคุยกันโดยบังเอิญ
“หืม? เจ็บ?”
โจวจวินมองหลี่เหิงเซิงอย่างประหลาดใจ “มันเจ็บ แต่ก็ไม่เสมอไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บางครั้งก็เจ็บ บางครั้งก็ไม่เจ็บ”
“และพวกเราไม่ต้องออกไปหาข้างนอก เพราะมันไม่จำเป็น มันอยู่ในแดนโบราณเต๋าซานของพวกเรานี่แหละ” โจวจวินกล่าว “ข้างนอกนั่นมันของห่วยๆ จะเทียบกับแดนโบราณเต๋าซานของพวกเราได้อย่างไร?”
“ที่นี่ก็มี?”
หลี่เหิงเซิงตกใจมาก
เขาอยู่ในแดนโบราณเต๋าซานมาหลายปีแล้ว แต่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย
ไม่คิดเลยว่าแดนโบราณเต๋าซานจะมีกิจกรรมบันเทิงที่... เร้าใจขนาดนี้!
โจวจวินพาหลี่เหิงเซิงมาถึงยอดเขาแห่งหนึ่งอย่างช้าๆ ยอดเขานี้ค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดต้นไม้พืชหญ้า เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็มองเห็นตำหนักขนาดใหญ่ในระยะไกลเลือนราง
“ที่นั่นใช่ไหม?” ในเวลานี้ หลี่เหิงเซิงรู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังจะเต้นออกมา
“ใช่” โจวจวินกระโดดลงจากจื่อเตี้ยนโดยตรง จากนั้นก็กล่าวว่า “พวกเราต้องเดินไป”
“อ้อ” หลี่เหิงเซิงลงจากม้าอย่างเชื่อฟัง แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจ แต่เขาก็เชื่อโจวจวิน ท้ายที่สุดแล้ว ศิษย์พี่สามของเขาดูมีประสบการณ์มาก
เดินตามหลังโจวจวินไปยังตำหนักนั้น แต่ยิ่งเดิน หลี่เหิงเซิงก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ทำไมที่นี่ถึงไม่คึกคักเลย?
ในความประทับใจของเขา สถานที่แบบนี้ควรจะมีแสงสีเสียง มีสาวน้อยแต่งตัวสวยงามมากมายมาเรียกลูกค้า ทำไมที่นี่ถึงเงียบสงบเช่นนี้ล่ะ?
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ทั้งสองก็มาถึงข้างนอกตำหนักแล้ว โจวจวินมองไปรอบๆ จากนั้นก็ปีนกำแพงเข้าไป
หลี่เหิงเซิงก็ทำตาม
เมื่อปีนเข้าไปในตำหนักนี้
ทันใดนั้น จู่ๆ ก็มีกลิ่นสมุนไพรหอมลอยมา
หลี่เหิงเซิงมองดูอย่างตั้งใจ เขาพบว่าที่นี่กลับเป็นสวนสมุนไพรขนาดใหญ่ สวนสมุนไพรนี้ใหญ่กว่าบนภูเขาชิงอวี่ และยังปลูกสมุนไพรหลากหลายชนิด
“ศิษย์พี่ ที่นี่คือที่ไหน?”
หลี่เหิงเซิงรู้สึกงุนงง
“ยอดเขาไป๋หลิง(วิญญาณขาว)” โจวจวินไม่ได้หันกลับมามอง แต่ย่อตัวลงในพุ่มหญ้า ราวกับกำลังสังเกตอะไรบางอย่าง
“ยอดเขาไป๋หลิง?” หลี่เหิงเซิงกะพริบตา ชื่อนี้คุ้นหูเล็กน้อย
นี่ไม่ใช่ยอดเขาที่ศิษย์พี่หญิงรองอาศัยอยู่ตามคำร่ำลืองั้นเหรอ?
“ศิษย์พี่ ท่านบอกว่าจะพาข้ามาหาไก่(鸡 จี๋)?” หลี่เหิงเซิงถามด้วยใบหน้าสงสัย
(鸡 จี๋ แปลว่าไก่และคำสแลง (ไม่สุภาพ): ผู้หญิงที่มีท่าทางหรือลักษณะการแต่งตัวที่เชิญชวนให้ผู้ชายต้องการมีเพศสัมพันธ์ด้วย)
“ถูกต้อง ข้าก็พาเจ้ามาหาไก่อวี้หลิง(ควบคุมวิญญาณ) แล้วไง? วันนี้เป็นวันเพ็ญ เป็นช่วงเวลาที่ปราณแก่นแท้แห่งจันทราแข็งแกร่งที่สุด คืนนี้ไก่อวี้หลิงยิ่งชอบดูดซับปราณแก่นแท้แห่งจันทราอย่างเงียบๆ ดังนั้นวันนี้การจับไก่อวี้หลิงจึงง่ายกว่า” โจวจวินอธิบายให้หลี่เหิงเซิงฟัง “และศิษย์พี่หญิงรองยังไม่กลับมา โอกาสของพวกเราเยอะมาก”
หลี่เหิงเซิงรู้สึกว่าเขาพูดไม่ออก
เขาเตรียมใจมาตลอดทาง ผลก็คือแบบนี้เนี้ยนะ?
“ศิษย์พี่สาม ท่านบอกว่าครั้งแรกของท่านเจ็บมาก มันเป็นยังไง?”
“อ้อ… ครั้งแรกที่ขโมยไก่อวี้หลิง ข้าถูกศิษย์พี่หญิงรองจับได้ โดนแขวนตี แน่นอนว่าเจ็บ” โจวจวินพูดอย่างช้าๆ “แต่ตราบใดที่ไม่ถูกจับได้ ศิษย์พี่หญิงรองก็ไม่มีหลักฐาน พวกเราก็จะไม่โดนตี เจ้าไม่ต้องกังวล”
“พวกเรารีบจับมาสองตัว ก่อนที่ศิษย์พี่หญิงรองจะกลับมา”
ในเวลานี้ มองเห็นไก่อวี้หลิงจำนวนมากเดินออกมาจากเล้าไก่ตามแสงจันทร์ที่ส่องลงมาจากระยะไกล
ขนบนตัวของไก่อวี้หลิงเป็นสีฟ้า หงอนไก่ยิ่งมีสีสันงดงาม มันช่างดูสวยงามมาก
แต่ละตัวมีรูปร่างแข็งแรง ตัวใหญ่เท่ากับสุนัขพันธ์ุโต
ในเวลานี้ พวกมันเดินออกมาอย่างช้าๆ จากนั้นก็หมอบลงอย่างเงียบๆ หลับตาลงครึ่งหนึ่ง ราวกับกำลังเพลิดเพลินกับการลูบไล้ของแสงจันทร์
“เฮ้… ออกมาแล้ว” โจวจวินพูดเบาๆ “พวกเราต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง แม้ว่าศิษย์พี่หญิงรองจะไม่อยู่บ้าน แต่ในตำหนักของศิษย์พี่หญิงรองก็ยังมีบ่าวรับใช้จำนวนมาก หากพวกเขาเห็นเข้า เรื่องมันจะยุ่งยาก”
“อ้อ” หลี่เหิงเซิงส่งเสียงตอบรับอย่างชัดเจนว่าหมดสนุก
“ลงมือ!” ราวกับว่ารอจนถึงเวลาที่เหมาะสม โจวจวินก็พูดขึ้นมาทันที จากนั้นร่างของเขาก็พุ่งออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากแล่ง
หลี่เหิงเซิงก็รีบตามไป
ยังไงก็ขึ้นเรือโจรสลัดแล้ว
จับมาตัวหนึ่งกลับไปลองชิมดู บางทีอาจจะอร่อยจริงๆ ก็ได้นะ ใช่ไหม?
ยังไงก็เป็นไก่ กินยังไงก็กินเหมือนกัน
ทั้งสองเข้าใกล้ไก่อวี้หลิงอย่างรวดเร็ว โจวจวินยื่นมือออกไปจับคอไก่ตัวหนึ่งโดยตรง เขาบีบคอไก่เอาไว้ ไก่อวี้หลิงตัวนั้นกระพือปีกอย่างรุนแรง และต้องการดิ้นรน
แต่โจวจวินคือใคร?
ขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นสูงสุด จะปล่อยให้ไก่อวี้หลิงตัวหนึ่งดิ้นหลุดไปได้อย่างไร ใช่ไหม?
หลี่เหิงเซิงก็ทำตาม จับมาตัวหนึ่งโดยตรง
แม้ว่าพลังของไก่อวี้หลิงจะแข็งแกร่งมาก แต่ร่างกายเซียนปีศาจสุริยันจันทราของหลี่เหิงเซิงก็ไม่ได้ฝึกฝนมาเปล่าๆ ไก่อวี้หลิงตัวหนึ่งยังไงก็หนีไม่รอด
“ฮ่าๆ ได้แล้ว พวกเรารีบไปกัน กลับไปย่างกินกันเถอะ” โจวจวินพูดอย่างเร่งรีบ
ทั้งสองปีนกำแพง จากนั้นขี่จื่อเตี้ยนวิ่งหนีไป
“น้องสี่ เร้าใจมากใช่ไหม?”
โจวจวินหันกลับมาถามด้วยใบหน้าตื่นเต้น
หลี่เหิงเซิง “อ้อ”
เมื่อกลับมายอดเขาซานจวิ้น โจวจวินก็เริ่มยุ่ง
เชือดไก่…
ถอนขน…
จากนั้นก็ทำความสะอาด แล้วเริ่มย่างบนกองไฟ
ไม่นานนัก กลิ่นหอมก็ลอยออกมา
หลี่เหิงเซิงได้กลิ่นนี้ ดวงตาของเขาก็เป็นประกาย
เขาไม่ใช่ว่าไม่เคยกินไก่ย่าง แต่กลิ่นของไก่ย่างตัวนี้หอมมากจริงๆ
ข้างกองไฟ โจวจวินกำลังโรยเครื่องเทศ เนื้อไก่นั้นเหลืองอร่าม ย่างด้วยไฟอ่อนๆ น้ำมันก็ค่อยๆ หยดลงมา
ที่สำคัญกว่านั้น กลิ่นหอมของเนื้อไก่ยังผสมกับกลิ่นหอมของสมุนไพรบางชนิด
มันช่างเย้ายวนใจอย่างมาก!
“ฮ่าๆๆ ได้ซะที ข้าไม่ได้กินมานานแล้ว” โจวจวินดูตื่นเต้นมาก
ผ่านไปนานกว่าหนึ่งชั่วยาม โจวจวินจึงรู้สึกว่าไก่ย่างได้ที่แล้ว ยื่นมือออกไปฉีกขามาข้างหนึ่ง มอบให้หลี่เหิงเซิง
“น้องสี่ รีบลองชิมดู” โจวจวินกล่าว “พอเจ้ากินคำหนึ่ง เจ้าจะต้องชอบมัน”
หลี่เหิงเซิงรับขาไก่ กลิ่นหอมโชยมา
กลิ่นหอมของสมุนไพรไม่ได้โดดเด่นเลย แต่กลับกระตุ้นกลิ่นหอมของเนื้อ กลิ่นหอมของเนื้อผสมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ยกระดับรสชาติขึ้นอย่างสมบูรณ์
เนื้อนุ่ม หนังไก่สีเหลืองทองอร่าม มันวาว น่ารับประทานมาก
หลี่เหิงเซิงกัดคำหนึ่ง น้ำเนื้อไก่ที่เข้มข้นซึมออกมาจากขาไก่ กลิ่นหอมของน้ำมันจากหนังไก่ก็เต็มปากในทันที ในขณะเดียวกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรก็ขจัดความเลี่ยนออกไปโดยตรง
หลี่เหิงเซิงอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง!
ไก่นี้อร่อยเกินไปแล้ว!!
หอมเต็มปาก เนื้อไก่ที่นุ่มลื่นไม่มีความรู้สึกแห้งเลยแม้แต่น้อย มันไม่ได้ใส่เครื่องปรุงรสมากมาย เพียงแค่พื้นฐานอย่างเกลือเท่านั้น เพื่อรักษาความหอมดั้งเดิมของเนื้อไว้ให้มากที่สุด
ทำให้หลี่เหิงเซิงอดไม่ได้ที่จะกินอีกหลายคำ
“เฮ้ๆ อร่อยใช่ไหม?” โจวจวินกะพริบตา “ไม่เสียเที่ยวใช่ไหมล่ะ?”
“อืมๆ” หลี่เหิงเซิงรีบพยักหน้ารับทันที
ทั้งสองกินอย่างเอร็ดอร่อย ไก่สองตัวก็เข้าไปอยู่ในท้องอย่างรวดเร็ว
หลี่เหิงเซิงรู้สึกว่านี่เป็นครั้งที่เขากินไก่อย่างมีความสุขที่สุดตั้งแต่เกิดมา
ท้องของโจวจวินก็ป่องขึ้น นอนราบลงบนพื้น พูดด้วยใบหน้ามีความสุขว่า “มีความสุขจริงๆ แม้ว่าศิษย์พี่หญิงรองจะมาตีข้าจนตาย ข้าก็ยอม”
“จริงสิ น้องสี่ วันนี้เจ้ามาหาข้าเพราะอยากถามอะไรข้างั้นเหรอ?”
โจวจวินนึกขึ้นมาได้ทันทีว่าหลี่เหิงเซิงบอกว่าจะมาถามอะไรเขา
หากโจวจวินไม่พูด หลี่เหิงเซิงก็เกือบลืมไปแล้ว
“ท่านอาจารย์แนะนำให้ข้าออกไปเดินเล่น บอกว่าสามารถลองท้าทายหอสงครามเก้าชั้นและแดนหมื่นสัตว์อสูรได้ แต่ข้าไม่เคยไป อยากถามศิษย์พี่ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง”
“เจ้า? เจ้าอยากท้าทายหอสงครามเก้าชั้น?” โจวจวินถามอย่างประหลาดใจ “ท่านอาจารย์บ้าไปแล้วหรือ? เจ้าที่อยู่ขอบเขตทุยฟ่านขั้นเจ็ด ท่านอยากให้เจ้าไปลองหอสงครามเก้าชั้นเนี้ยนะ?”
“ท่านอาจารย์ไม่กลัวว่าเจ้าจะเก็บตัวหรือไง?” โจวจวินลูบหัวตัวเอง “มีคนมากมายที่ถูกทำลายหัวใจเต๋าเพราะหอสงครามเก้าชั้น ท่านอาจารย์ช่างกล้าจริงๆ”