- หน้าแรก
- ลอร์ดเอาชีวิตรอด เริ่มต้นจากฐานที่มั่นใต้ทะเลลึก
- บทที่ 42 เพลิงบริสุทธิ์นภากระจ่าง
บทที่ 42 เพลิงบริสุทธิ์นภากระจ่าง
บทที่ 42 เพลิงบริสุทธิ์นภากระจ่าง
น้ำในสระหมิงเยวียนท่วมมิดร่างของลู่เสวียนเหอทั้งตัว
ด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ระดับน้ำในสระกำลังลดลง ในขณะที่ความรู้สึกปวดแปลบบิดเบี้ยวบนตัวเขาก็ลดลงเช่นกัน เมื่อเขาลืมตาขึ้น เส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำในดวงตาก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
เหนือผิวน้ำปรากฏไอหมอกคล้ายไอน้ำแล้วจางหายไปฉับพลัน พร้อมกับมีเสียงเผาไหม้ดังซ่าๆ แว่วมาจากชั้นใต้ดินนี้
ทว่าเสียงเผาไหม้นี้ไม่ได้มาจากฟืนในเตาผิง แต่มาจากอากาศว่างเปล่าเหนือสระหมิงเยวียน
“เฮ้อ”
ลู่เสวียนเหอพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา น้ำที่กระเพื่อมวนช่วย ‘เผา’ คราบโคลนดำที่มองไม่เห็นเหล่านั้นจนมอดไหม้ไปสิ้น
มลพิษที่ได้รับมาจากสถานที่วิปริตใต้น้ำนั่น ในที่สุดก็ถูกชำระล้างจนสะอาด
เขารู้สึกโชคดี และภายหลังความโชคดีนั้นคือความหวาดกลัวที่ตามมา
“ฉันยังมองโลกใบนี้ง่ายเกินไปจริงๆ แค่หันกลับไปมองแวบเดียวก็ยังโดนมลพิษได้ขนาดนี้... ถ้าเช้าวันนั้นฉันไม่ได้เห็นเงาร่างสีขาววิปริตจากภายในฐานทัพ ฉันจะยังรอดชีวิตอยู่ได้ไหมนะ?”
นี่คือคำถามที่ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบ
ย่อมไม่มีทางรอด แม้จะมีช่วงเวลาคุ้มครองมือใหม่ก็ตาม
เขาถอนหายใจยาว
แม้พิษในร่างกายจะถูกชำระล้างแล้ว แต่เขายังไม่ลุกขึ้นมา กลับนอนแช่อยู่ในสระหมิงเยวียนต่อไป
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงค่อยขยับกายลุกขึ้น
เชื้อไฟชนิดพิเศษใต้น้ำได้มาครองแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการนำเชื้อไฟนี้มา......
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ใช้ความคิด ชั้นใต้ดินที่เคยเงียบสงบกลับมีเสียงอื่นแทรกเข้ามา
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากภายนอกดังแว่วมาถึงที่นี่
วินาทีนี้นั้นเขานึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในเขตน้ำลึก จึงอดกังวลไม่ได้และรีบวิ่งออกไปดูทันที
แล้วเขาก็ได้เห็นว่า ณ ใจกลางแม่น้ำหลานชาง ปรากฏคลื่นยักษ์โถมซัดสูงถึงสิบเมตร พร้อมกับวังวนน้ำลึกสีน้ำเงินเข้มหมุนวนนับไม่ถ้วน แผ่กลิ่นอายแห่งอันตรายที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
ชาวบ้านและมนุษย์งูต่างพากันหวาดวิตกจนตัวสั่นเทาอยู่บนฝั่ง
จนกระทั่งเห็นเขาเดินออกมา สีหน้าของทุกคนจึงดูดีขึ้นเล็กน้อย
ลู่เสวียนเหอไม่มีแก่ใจจะมองพวกเขา เขาเพียงจ้องมองแม่น้ำหลานชางที่ดูราวกับกำลังพิโรธพลางเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง
“เป็นเพราะฉันเอาเชื้อไฟมางั้นเหรอ? แล้วออกตาปุสล่ะ......”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงหยิบโฉนดที่ดินออกมา
โฉนดที่ดินสามารถรับรู้ถึงสถานะปัจจุบันของออกตาปุสได้ เมื่อเขาสัมผัสดูพบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
คลื่นยักษ์ที่ม้วนตลบในแม่น้ำหลานชางมาไวไปไว
ผ่านไปประมาณสิบนาที ผิวน้ำบริเวณใกล้ใจกลางเขตน้ำลึกก็ปรากฏสีแดงฉานย้อมสายน้ำ กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งรุนแรงโชยมาตามลมแต่ไกล
จากนั้น ปลาหมึกยักษ์สีน้ำเงินอ่อนตัวหนึ่งก็ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำไกลๆ และมุ่งหน้าตรงมายังอาณาเขตทะเลลึก
มันว่ายมาด้วยความเร็วสูง แม้ชาวบ้านและมนุษย์งูจะรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน แต่ก็ยังหวาดผวาอย่างยิ่ง
มีเพียงลู่เสวียนเหอที่เดินออกไปจนชิดขอบน้ำ
ปลาหมึกน้ำเงินว่ายมาหยุดตรงหน้าเขา ชูหนวดโบกไปมาสองสามครั้ง ก่อนจะโน้มตัวลงคล้ายกับการคำนับอย่างกึ่งพิธีการ พร้อมส่งเสียงกังวานใสว่า
“ท่านลอร์ด โปรดวางใจครับ สิ่งเหล่านั้นที่พยายามจะตามล่าท่าน ผมได้จัดการพวกมันไปจนหมดสิ้นแล้ว”
เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้น และเหลือบไปมองแผงสถานะของปลาหมึกน้ำเงินที่เปล่งประกายและก้าวล้ำไปอีกขั้น เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมและกล่าวออกมาจากใจจริง
“ออกตาปุส ครั้งนี้ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงเอาชีวิตไม่รอดแน่ๆ”
เมื่อปลาหมึกน้ำเงินได้ยินคำนี้ ดวงตาโตของมันเต็มไปด้วยความฉงนและฉงาย ราวกับได้ยินเรื่องที่เหลือเชื่อที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา มันชะงักหนวดที่โบกสะบัดไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า
“ท่านลอร์ดครับ... งานอดิเรกของท่านช่างหาได้ยากยิ่งจริงๆ”
“ต่อให้เป็นในทะเลลึก ผู้ที่มีงานอดิเรกเช่นท่านก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น มิน่าล่ะท่านถึงชอบสร้างอาณาเขตจากโฉนดที่ดินบนบก ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
เดี๋ยวนะ เจ้านี่มโนอะไรไปถึงไหนแล้ว
เขามองดูท่าทางของปลาหมึกน้ำเงินตรงหน้า รู้สึกว่าคนกับปลาหมึกดูจะคุยกันคนละระดับอย่างสิ้นเชิง
“ทว่าท่านลอร์ดครับ แม้ผมจะช่วยกำจัดสิ่งต่างๆ ในแม่น้ำหลานชางให้ท่านได้ แต่หากท่านยังต้องการรักษางานอดิเรกที่หาได้ยากนี้ต่อไป ท่านควรจะเร่งความเร็วให้มากกว่านี้ครับ มิฉะนั้นสถานที่ที่อ่อนแอเช่นนี้ย่อมไม่สามารถต้านทานมลพิษวิปริตจากสายหมอกได้แม้เพียงอย่างเดียว”
ปลาหมึกน้ำเงินโค้งตัวคำนับ ตั้งใจจะลาจากอย่างสง่างามที่สุด แต่ก่อนจะไปมันก็อดไม่ได้ที่จะทิ้งท้ายไว้อีกประโยค
“ดูเหมือนท่านลอร์ดจะมีความเข้าใจที่ค่อนข้างประหลาดต่อการดำรงอยู่ของตนเองนะครับ บางทีเมื่อท่านได้พบกับทะเลลึกจริงๆ ท่านก็คงจะเข้าใจเอง”
จากนั้น ปลาหมึกน้ำเงินก็หายวับไปในแม่น้ำหลานชางด้วยความเร็วที่คนธรรมดาไม่อาจจินตนาการได้
เมื่อมันกลับลงไปใต้เขตน้ำลึก มันยังคงสงสัยว่า “การสวมบทบาทเป็นสามัญชน” มันสนุกขนาดนั้นเลยหรือ?
ลู่เสวียนเหอมองเงาที่หายไปของออกตาปุส พลางนึกถึงคำพูดเมื่อครู่แล้วถอนหายใจออกมาอย่างจริงใจ
“ฉันว่านายมากกว่าที่เข้าใจอะไรในตัวฉันผิดไป แม้ฉันจะได้รับพรจากทะเลลึก ดวงดีเมื่ออยู่ในน้ำ และฝึกสมาธิได้เร็วขึ้น แต่ตอนนี้ฉันเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาจริงๆ นะ”
เจ้าปลาหมึกน้ำเงินตัวนี้คงมองว่าเขาเป็นตัวตนระดับที่ยากจะเข้าใจไปเสียแล้ว
ทว่าเรื่องพวกนี้ก็ถูกเขาปัดตกไปอย่างรวดเร็ว เพราะมันยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวเขานัก แต่สิ่งที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมในตอนนี้คือ......
“เชื้อไฟของฉัน”
เขาปลอบประโลมชาวบ้านและมนุษย์งูให้ไปพักผ่อนก่อน แต่คาดไม่ถึงว่าหลังจากพักได้เพียงสิบกว่านาที พวกที่มีสมรรถภาพร่างกายราวกับวัวควายเหล่านี้ก็เริ่มกลับมาทำงานต่อ
ทว่าวันนี้ไม่มีใครกล้าลงน้ำ ทุกคนจึงช่วยกันทำงานบนบกแทน
ส่วนลู่เสวียนเหอก็กลับเข้าสู่อาคารหลักและเปิดโฉนดที่ดินออก
เชื้อไฟสีฟ้าอ่อนค่อยๆ ลอยออกมาจากโฉนดที่ดินอย่างช้าๆ
แม้เชื้อไฟจะยังไม่ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโฉนดที่ดิน แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกปลอดภัยที่เหนือธรรมดาแผ่ซ่านรอบกาย ส่งผลให้ทั่วทั้งอาณาเขตดูมั่นคงและสงบสุขยิ่งขึ้น
สายหมอกแจ้งเตือน: คุณได้รับตัวตนที่ไม่อาจครอบครองได้ในช่วงเวลาที่เป็นไปไม่ได้ แม้ในโลกภายใต้รหัสศูนย์เรื่องราวเช่นนี้ก็แทบไม่เคยปรากฏขึ้น ดังนั้นคุณจึงได้รับตราสัญลักษณ์ความสำเร็จพิเศษ
【เพลิงบริสุทธิ์นภากระจ่าง: เชื้อไฟชนิดพิเศษอย่างยิ่ง ไม่อาจตัดสินระดับได้ด้วยการจัดเกรดทั่วไป เนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของมันมักจะสถิตอยู่ในทะเลลึก และรายล้อมไปด้วยตัวอ่อนวิปริต ซึ่งตัวอ่อนเหล่านั้นใช้มันในการต่อต้านการมาเยือนของสายหมอก โดยปกติแล้วแทบไม่มีใครสามารถครอบครองมันได้;
มีความสามารถในการขับไล่สิ่งชั่วร้าย คุ้มครอง ชำระล้าง และฟื้นฟูที่ทรงพลังมหาศาล แม้ภายหลังจากสายหมอกมาเยือน ก็เพียงพอที่จะปกป้องความปลอดภัยของอาณาเขตได้;
ไม่จำเป็นต้องใช้ฟืน พลังในตัวมันเองสร้างเปลวเพลิงที่ไม่มีวันดับสูญ;
จำเป็นต้องใช้ไอเทมและเงื่อนไขเลื่อนระดับพิเศษเพื่อเติบโตสู่ร่างสมบูรณ์;
ภายในอาณาเขตที่มันคุ้มครอง จะไม่มีวันเกิดอันตรายจากมลพิษวิปริตหรือการแทรกซึมใดๆ;
เนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะตัว เจ้าอาณาเขตทั่วไปแม้ได้รับไปก็ไม่สามารถใช้งานได้;
เพลิงบริสุทธิ์นภากระจ่าง ร่างเยาว์วัย (อ่อนแอที่สุด): ระดับปัจจุบันประเมินอยู่ที่เลเวล 50 เปลวเพลิงระดับเจ็ด (เงื่อนไขการเติบโตเลื่อนระดับคลิกเพื่อขยาย), คุ้มครองทุกอาณาเขต (ไม่จำกัดประเภท), ชำระล้างฟื้นฟูทุกตัวตนที่มีเลเวลต่ำกว่า 50 (ไม่จำกัดประเภท), ป้องกันชำระล้างทุกสิ่งวิปริตที่มีเลเวลต่ำกว่า 50 (ไม่จำกัดประเภท), ป้องกันชำระล้างสิ่งวิปริตส่วนใหญ่ที่มีเลเวลต่ำกว่า 70 (จำกัดประเภท), ป้องกันชำระล้างสัตว์ประหลาดแห่งรัตติกาลที่มีเลเวลต่ำกว่า 60 (ไม่จำกัดประเภท), สำหรับสิ่งวิปริตหรือสัตว์ประหลาดที่มีเลเวล 80 ขึ้นไปอาจส่งผลหรืออาจไม่ส่งผล】