- หน้าแรก
- เริ่มต้นเป็นมหาเศรษฐีระดับเทพ ด้วยการฮุบเงินระบบสายเปย์พันล้านล้าน
- บทที่ 48 มหาเศรษฐีระดับไหนกันเนี่ย ที่พวกเราดันไปกระตุกหนวดเสือเข้า?
บทที่ 48 มหาเศรษฐีระดับไหนกันเนี่ย ที่พวกเราดันไปกระตุกหนวดเสือเข้า?
บทที่ 48 มหาเศรษฐีระดับไหนกันเนี่ย ที่พวกเราดันไปกระตุกหนวดเสือเข้า?
เผิงเจ๋อค่อนข้างร้อนใจ แช่น้ำพุร้อนเสร็จปุ๊บก็อยากจะพาหลินชวนไปดูบ้านปั๊บ แต่หลินชวนมองว่าไปดูตอนมืดค่ำมันจะเห็นรายละเอียดไม่ชัด จึงขอเลื่อนไปเป็นพรุ่งนี้แทน
คืนนั้น เขาใช้เวลาพักผ่อนอยู่ในบ้านพักของรีสอร์ตน้ำพุร้อน กินปิ้งย่าง พูดคุยสัพเพเหระ และเล่นเกมกับหลิงอู่ซ่าและคนอื่นๆ อย่างสนุกสนาน
ส่วนเซียวปั๋วกับหม่าปินก็เลิกทำตัวกร่างโอ้อวด เปลี่ยนมาทำตัวว่าง่ายและรู้กาลเทศะขึ้นเยอะ แถมยังคอยบริการซื้อของปิ้งย่างและเบียร์มาเสิร์ฟให้อย่างขะมักเขม้น บรรยากาศก็เลยกลายเป็นสนุกสนานครื้นเครงไปโดยปริยาย
เซียวปั๋วไม่เพียงแต่ไม่กล้าคิดอกุศลอะไรกับหลิงอู่ซ่าอีกต่อไป แต่ถึงขั้นพยายามชงให้หลิงอู่ซ่ากับหลินชวนลงเอยกันในทุกจังหวะที่มีโอกาสเลยด้วยซ้ำ
หลังจากจัดการเนื้อเสียบไม้ปิ้งย่างไปหนึ่งไม้ หลินชวนก็หันไปบอกหลิงอู่ซ่า "พรุ่งนี้เช้า ไปช่วยผมดูวิลล่าที่หยุนลู่ซานจวี๋หน่อยสิครับ"
หลิงอู่ซ่ากะพริบตาปริบๆ "เรื่องใหญ่ระดับนี้ ฉันจะมีปัญญาไปช่วยคุณดูได้ยังไงล่ะ"
หลินชวนให้เหตุผล "มีคนช่วยดูเพิ่มอีกคน ก็เหมือนมีตาเพิ่มขึ้นอีกคู่ไงครับ ผมว่าคุณเทสต์ดีนะ น่าจะให้คำแนะนำดีๆ ได้ ถ้าพรุ่งนี้ทุกคนไม่มีธุระอะไร ก็ไปช่วยผมดูด้วยกันสิครับ"
"เอาสิๆ" หลี่อวี่เวย หลิวจวิ้นฮุย และคนอื่นๆ ที่กะจะไปขอเปิดหูเปิดตาอยู่แล้ว ก็รีบตอบตกลงอย่างกระตือรือร้น
หลิงอู่ซ่าปรายตามองหลินชวน ย่นจมูกใส่เล็กน้อย คำพูดเมื่อกี้ของเขาทำให้ใจเธอแอบเต้นผิดจังหวะไปนิดนึง อุตส่าห์ให้เธอช่วยไปดูบ้าน นึกว่าจะมีความหมายแฝงอะไรพิเศษซะอีก ที่แท้ไอ้บื้อนี่ก็ชวนคนอื่นไปดูกันเป็นพรวนเลยนี่หว่า
ในจังหวะที่เธอกำลังแอบด่าเขาในใจว่าเป็นพวกทื่อมะลื่อ หลินชวนก็ขยับเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบข้างหูเธอเสียงเบา "ความจริงแล้วความเห็นของคนอื่นผมก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่หรอกครับ หลักๆ คืออยากจะขอความเห็นจากคุณมากกว่า"
หลิงอู่ซ่ากลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ มุมปากยกขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะค้อนขวับใส่เขาเบาๆ "แหม พูดจา ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณซะหน่อย แถมไม่ได้มีความรู้เรื่องพวกนี้ด้วย ความเห็นของฉันมันจะมีประโยชน์อะไรเล่า?"
ปากก็พูดไปอย่างนั้นแหละ แต่ในใจคงไม่ได้คิดแบบนั้นแน่ๆ เพราะค่าความประทับใจมันเด้งขึ้นมาแล้ว
หลิงอู่ซ่า: ค่าความประทับใจ +3
เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่าตอนนี้อารมณ์ความรู้สึกของเธอ เริ่มจะแกว่งไปแกว่งมาตามการกระทำของหลินชวนเข้าให้แล้ว
คืนนั้น หลินชวนหลับสนิทอย่างสบายใจในบ้านพักของรีสอร์ต เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ตื่นมา เขาก็ส่งข้อความหาเผิงเจ๋อ ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาแทบจะในวินาทีนั้นเลย
ไม่ถึงสามนาที เผิงเจ๋อก็มาปรากฏตัวอยู่หน้าบ้านพัก
หลิงอู่ซ่า หลี่อวี่เวย หลิวจวิ้นฮุย และคนอื่นๆ ที่ตั้งตารออยากจะไปเห็นวิลล่าหยุนลู่ซานจวี๋เป็นบุญตา ก็ตื่นมารอกันตั้งแต่เช้าตรู่ แม้แต่เคอเจียหมิ่น ฉู่เหมย หม่าปิน เซียวปั๋ว และคนอื่นๆ ก็อยากจะขอตามไปดูด้วยเหมือนกัน
ทั้งหมดจึงพากันขับรถมุ่งหน้าไปยังหยุนลู่ซานจวี๋ ทันทีที่เลี้ยวเข้าสู่เขตหมู่บ้านวิลล่า ก็สัมผัสได้ทันทีว่าการจัดสวนและทัศนียภาพที่นี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ บรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น ให้กลิ่นอายคล้ายๆ สไตล์นอร์ดิก
พอมาถึงหน้าวิลล่าหรูหลังหนึ่ง ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาก็คือ ลานหน้าบ้านที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างมีระดับ สระว่ายน้ำส่วนตัวที่ใสสะอาด และตัววิลล่าสองชั้นที่โอ่อ่าหรูหรา
ทุกคนถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก นี่มันจะหรูหราอลังการเกินไปแล้ว นี่มันไม่ใช่แค่บ้านแล้ว นี่มันคฤหาสน์ของเจ้าชายชัดๆ
พอเดินเข้าไปข้างในตัววิลล่า ก็ยิ่งตกตะลึงกับความหรูหราของการตกแต่งภายในเข้าไปอีก วิลล่าระดับนี้ เมื่อก่อนเคยเห็นแต่ในทีวีเท่านั้นแหละ
เผิงเจ๋ออธิบาย "คุณชายหลินครับ วิลล่าหลังนี้พวกเราไม่เคยเข้ามาอยู่เลยนะครับ การตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นของใหม่เอี่ยมทั้งหมด ลำพังแค่ค่าตกแต่งก็ปาเข้าไปหลายตังค์แล้วครับ ตอนแรกก็กะว่าจะขายทำกำไรสักก้อนนึง ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ ตลาดอสังหาฯ จะซบเซาลงดื้อๆ ตอนนี้ผมไม่หวังกำไรอะไรแล้วครับ ขอแค่ได้ทุนคืนก็พอ"
คำพูดของเผิงเจ๋อฟังดูเหมือนออกมาจากใจจริง แต่ก็อาจจะเป็นแค่วาทศิลป์ทางการขายประเภท 'ยอมขาดทุนเพื่อระบายสต็อก' อะไรทำนองนั้น หลินชวนจึงฟังหูไว้หู ไม่ได้เชื่อทั้งหมด แต่เมื่อคืนเขาก็ลองหาข้อมูลมาบ้างแล้ว ราคาประเมินของวิลล่าแถวนี้ ก็พอๆ กับที่เผิงเจ๋อบอกนั่นแหละ
หลังจากเดินสำรวจดูทั้งข้างในและข้างนอกจนทั่ว หลินชวนก็รู้สึกค่อนข้างพอใจ ทั้งเรื่องการตกแต่ง สภาพแวดล้อมโดยรวมของหมู่บ้าน และสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณใกล้เคียง
เผิงเจ๋อเอ่ยถาม "คุณชายหลินครับ พอจะถูกใจบ้างไหมครับ?"
แต่หลินชวนกลับไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาหันไปถามหลิงอู่ซ่าแทน "อู่ซ่า คุณคิดว่าไงครับ?"
พอได้ยินดังนั้น เผิงเจ๋อก็หันไปมองหลิงอู่ซ่าด้วยความลุ้นระทึก ดูทรงแล้ว หลินชวนน่าจะให้ความสำคัญกับความเห็นของผู้หญิงคนนี้มากทีเดียว
แต่เอาเข้าจริง ในใจหลินชวนก็ตัดสินใจได้เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะ ที่ถามหลิงอู่ซ่าก็แค่เพื่อเป็นการให้เกียรติ และที่สำคัญคือ อย่าลืมสิว่าเขายังต้องปั๊มแต้มค่าความประทับใจอยู่นะ
และก็เป็นไปตามคาด
หลิงอู่ซ่า: ค่าความประทับใจ +2
เมื่อหลิงอู่ซ่าเห็นว่าหลินชวนถามความเห็นของเธอจริงๆ ดูจากสีหน้าแล้วก็รู้เลยว่าเธอกำลังอารมณ์ดีสุดๆ "ฉันว่าดีเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การตกแต่ง สภาพแวดล้อมภายในหมู่บ้าน หรือสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมาก ออกจากหมู่บ้านไปก็เจอสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พอเข้ามาในหมู่บ้านก็ได้ความสงบเป็นส่วนตัว แถมแค่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน ก็สามารถทอดสายตามองเห็นวิวทะเลได้แบบเต็มตา ถึงจะไม่ได้อยู่ติดทะเลจริงๆ แต่ก็ถือว่าได้เสพวิวทะเลอยู่นะคะ"
หลินชวนพยักหน้ารับ "ตกลงครับ ผมเองก็คิดว่าดีเหมือนกัน เถ้าแก่เผิงครับ งั้นเรามานั่งคุยเรื่องราคากันเถอะครับ"
ทุกคนถึงกับเบิกตากว้าง ตัดสินใจเอาหลังนี้แล้วเหรอ? ถึงเมื่อวานเขาจะบอกว่าสนใจก็เถอะ แต่การตกลงซื้อขายกันจริงๆ มันก็เป็นอีกเรื่องนึงเลยนะ
เผิงเจ๋อดีใจจนเนื้อเต้น "ได้เลยครับๆๆ"
ตอนที่ตกลงราคากัน หลินชวนกับเผิงเจ๋อเดินเข้าไปคุยกันในห้องประชุมด้านข้าง ปล่อยให้คนอื่นๆ เดินชมรอบๆ ตามสบาย
หลี่อวี่เวยเดินชมไปพลางก็อุทานด้วยความทึ่งไปพลาง "วิลล่าหลังนี้มันหรูเกินเบอร์ไปแล้ว นี่มันบ้านที่พวกตระกูลเศรษฐีในซีรีส์เขาอยู่กันชัดๆ ถ้าชาตินี้ฉันมีบุญได้เข้ามาอยู่ในวิลล่าแบบนี้สักครั้ง ก็ถือว่าเกิดมาคุ้มแล้วล่ะ"
หลิวจวิ้นฮุยตอบด้วยน้ำเสียงปลงตก "อวี่เวย นี่เธอคงไม่ได้กำลังพูดเหน็บฉันอยู่ใช่ไหม ต่อให้เธอจะเหน็บฉันให้ตาย ฉันก็ไม่มีปัญญาซื้อให้หรอกนะ อย่าว่าแต่ซื้อวิลล่าทั้งหลังเลย แค่ห้องน้ำห้องเดียวฉันยังไม่มีปัญญาซื้อเลย"
หลี่อวี่เวยค้อนขวับ "นายคิดมากไปแล้ว ฉันก็แค่พูดเปรยๆ ด้วยความทึ่งเท่านั้นแหละ ขืนหวังพึ่งนายให้ซื้อให้ ชาตินี้ก็คงเป็นได้แค่ฝันลมๆ แล้งๆ นั่นแหละ มาๆๆ นายช่วยถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกให้ฉันหน่อยสิ บางทีชาตินี้ฉันอาจจะวาสนาได้เหยียบคฤหาสน์หรูระดับนี้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวก็ได้"
"จะเอาวิวภูเขา หรือวิวทะเลดีล่ะ?" หลิวจวิ้นฮุยตั้งใจหามุมกล้องให้แฟนสาวอย่างเต็มที่ ในเมื่อไม่มีปัญญาซื้อบ้าน อย่างน้อยๆ ก็ต้องถ่ายรูปให้ออกมาสวยที่สุด
เมื่อเคอเจียหมิ่นทอดสายตามองความโอ่อ่าของวิลล่าหลังนี้ หัวใจของเธอก็เต้นรัวเร็วขึ้นมา เธอรู้สึกนึกเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้ง ว่าเมื่อวานนี้ตัวเองจะหน้ามืดตามัวไปนั่งรถของเซียวปั๋วทำไม
ไม่อย่างนั้น ต่อให้จะไม่มีโอกาสได้เป็นแฟนของหลินชวน แต่แค่ได้ทำความรู้จักผูกมิตรไว้เป็นคอนเนกชัน วันข้างหน้าก็อาจจะได้รับความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่จนคาดไม่ถึงเลยก็ได้
ส่วนหม่าปินกับเซียวปั๋วในเวลานี้ ได้แต่ยืนสงบเสงี่ยมเจียมตัวราวกับเป็นแค่บริวาร พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาด้วยซ้ำ กลัวว่าจะทำโซฟาเปื้อน แถมยังระวังตัวแจไม่กล้าเดินไปชนอะไรเข้า กลัวว่าถ้าทำของเสียหายขึ้นมา จะต้องชดใช้จนหมดเนื้อหมดตัว
ทางด้านฉู่เหมยก็กำลังวางแผนอยู่ในใจ ว่าหลังจากนี้จะต้องอาศัยความสัมพันธ์ผ่านหลิงอู่ซ่า เพื่อประสานรอยร้าวและผูกมิตรกับหลินชวนให้จงได้
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลินชวนกับเผิงเจ๋อก็เดินออกมาจากห้องประชุม พอเดินมาถึง ก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของเผิงเจ๋อดังลอยมาแต่ไกล "คุณชายหลิน ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ ได้เงินสดห้าสิบเอ็ดล้านหยวนก้อนนี้มา ในที่สุดธุรกิจของผมก็จะได้มีเงินหมุนเวียนต่อลมหายใจสักที แน่นอนว่าการที่คุณซื้อในราคานี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ เลยล่ะครับ"
ทุกคนถึงกับช็อก ซื้อแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย? ตกลงราคากันที่ห้าสิบเอ็ดล้านหยวนงั้นเหรอ? เดี๋ยวนะ นี่มันเงินตั้งห้าสิบกว่าล้านหยวนเลยนะเว้ย จะไม่ขอเวลาคิดทบทวนดูอีกสักหน่อยเลยเหรอ?
แล้วก็ได้ยินหลินชวนพูดขึ้นว่า "ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ โดยภาพรวมแล้วผมค่อนข้างพอใจกับการจัดสวนของเถ้าแก่เผิงนะครับ แต่ผมอยากจะหาบอนไซมาประดับตกแต่งเพิ่มอีกสักหน่อย เถ้าแก่เผิงพอจะมีร้านดีๆ แนะนำบ้างไหมครับ?"
เผิงเจ๋อตอบ "มีแน่นอนครับ ผมมีเพื่อนคนนึงจัดบอนไซได้ขั้นเทพมาก บอนไซของเขามีแต่ระดับพรีเมียมทั้งนั้น รับรองว่าต้องคู่ควรกับวิลล่าของคุณชายแน่นอนครับ"
หลินชวนพยักหน้า "พอจะมีพวกสนใบพายอายุนับร้อยปี หรือไม้หายากพันธุ์อื่นๆ ที่เอามาดัดเป็นบอนไซขนาดกะทัดรัดบ้างไหมครับ"
เผิงเจ๋อตอบ "ดูท่าคุณชายหลินจะเป็นนักเล่นบอนไซตัวยงเลยนะครับเนี่ย ถ้าเป็นเพื่อนผมคนนั้น น่าจะมีของพวกนี้อยู่นะครับ มีต้นนึงเคยคว้ารางวัลมานับไม่ถ้วน เขาตั้งราคาไว้ที่หนึ่งล้านหยวน แต่เพราะราคามันสูงลิ่วจนหาคนซื้อยาก ก็เลยยังตั้งโชว์อยู่ที่ร้านมาจนถึงตอนนี้แหละครับ"
หลินชวนบอก "ถ้าอย่างนั้นก็บอกให้เขาเก็บไว้ให้ผมด้วยนะครับ ผมกะว่าจะซื้อบอนไซสักประมาณสี่ล้านหยวนมาประดับตกแต่งเพิ่มน่ะครับ"
พอได้ยินคำพูดของหลินชวน ทุกคนก็ถึงกับอาการชาไปทั้งตัว วิลล่าราคาห้าสิบกว่าล้านหยวน จ่ายเงินสดรวดเดียวจบแบบชิลๆ ยังไม่พอ นี่ยังจะควักเงินอีกสี่ล้านกว่าหยวนเพื่อไปซื้อบอนไซมาประดับบ้านอีกเหรอ เงินมันไม่เหลือค่าความเป็นเงินในสายตาเขาแล้วใช่ไหมเนี่ย?
นี่แหละสินะที่เรียกว่าใช้เงินเป็นเบี้ย เพิ่งจะเคยสัมผัสกับคำคำนี้อย่างลึกซึ้งก็คราวนี้แหละ
เมื่อหลิงอู่ซ่ามองดูท่าทีสบายๆ ของหลินชวนตอนที่ควักเงินหลายสิบล้านราวกับปอกกล้วยเข้าปาก แววตาของเธอก็ทอประกายหวานเยิ้ม
หลิงอู่ซ่า: ค่าความประทับใจ +5
ถึงแม้เซียวปั๋วกับหม่าปินจะขอโทษและหลินชวนก็ไม่ได้ถือสาหาความอะไรแล้ว แต่ในวินาทีนี้ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นงันงกขึ้นมาอีกรอบ มหาเศรษฐีที่พวกเขาไปกระตุกหนวดเสือเข้าก่อนหน้านี้ ตกลงแล้วอยู่ระดับไหนกันแน่เนี่ย?