- หน้าแรก
- ล่าสัตว์ จับปลา หาของป่า เลี้ยงดูเหล่าพี่น้อง
- บทที่ 19 ตัวแบดเจอร์อยู่ในรูนี้แหละ!
บทที่ 19 ตัวแบดเจอร์อยู่ในรูนี้แหละ!
บทที่ 19 ตัวแบดเจอร์อยู่ในรูนี้แหละ!
เฮยเป้าโก่งตัวบิดขี้เกียจ แล้วตอบว่า
[จะเป็นเพราะอะไรได้อีกล่ะ? ก็เพราะพวกมันอยากรู้อยากเห็นไง! ความสอดรู้สอดเห็นของไอ้พวกหน้าโง่นี่น่ะ มีมากกว่ายายแก่ปากสว่างท้ายหมู่บ้านซะอีก!]
กวางโรเป็นสัตว์ที่มีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นและการได้ยินเป็นเลิศ แต่มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งคืออยากรู้อยากเห็นมากเกินไป
เมื่อสัมผัสได้ถึงอันตราย พวกมันจะวิ่งหนีไปทันที
แต่พอวิ่งไปได้สักพัก พวกมันก็จะเริ่มสงสัยว่า เมื่อกี้มันตัวอะไรกันแน่นะ?
จากนั้นพวกมันก็จะเดินย้อนกลับมาทางเดิม ขยับเข้ามาใกล้ๆ เพื่อดูให้แน่ชัดว่ามันคืออะไรกันแน่
แต่พวกมันก็ยังถือว่าฉลาดอยู่บ้าง ที่จะรักษาระยะห่างจากสิ่งที่เป็นอันตรายในระดับหนึ่ง
ถ้าเป็นสัตว์กินเนื้อ ก็คงถูกกวางโรปั่นหัวเล่น ยึกๆ ยักๆ แบบนี้จนเวียนหัวแน่
แต่พวกพรานป่าไม่ได้สู้กันด้วยมือเปล่านี่นา ในมือพวกเขามีอาวุธ ต่อให้อยู่ไกลแค่ไหน ก็ยังสามารถปลิดชีพพวกมันได้อยู่ดี
พอรู้สาเหตุแล้ว โจวอันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
มิน่าล่ะถึงมีคนบอกว่ากวางโรมันซื่อบื้อ ดูท่าจะซื่อบื้อจริงๆ แฮะ!
ถ้าต้องหอบกวางโรตัวนี้ไปด้วย คงไม่สะดวกต่อการล่าสัตว์แน่ๆ
ดังนั้นโจวอันจึงหยิบเชือกป่านในตะกร้าสะพายหลังออกมา แขวนกวางโรตัวนี้ไว้บนกิ่งไม้ก่อน รอตอนจะกลับค่อยมาเอา
เดินเตร็ดเตร่อยู่ในป่าอีกสิบกว่านาที เฮยเป้าก็ค้นพบเบาะแสใหม่ มันหมอบลงกับพื้น ใช้จมูกดมกลิ่นฟุดฟิดไปรอบๆ
[เจ้านาย! ฉันได้กลิ่นแบดเจอร์แล้ว!]
[แบดเจอร์เหรอ? ของดีเลยนี่นา! แกรีบหาดูสิว่ามันอยู่ตรงไหน!]
ถึงแม้โจวอันจะไม่เคยกินแบดเจอร์ แต่เขาก็เคยเห็นตัวเป็นๆ มาก่อน
เป็นแบดเจอร์ที่พรานป่าคนอื่นจับมาจากบนเขา หน้าตาของไอ้เจ้านี่มันดูแปลกประหลาดดีจริงๆ
รูปร่างหน้าตาของแบดเจอร์คล้ายกับสุนัข แต่จะดูอ้วนท้วนสมบูรณ์กว่า และมีแขนขาสั้นป้อมกว่า
ใบหน้าของพวกมันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก มีแถบสีดำสลับขาวพาดยาวเป็นริ้วๆ ดูโดดเด่นจำง่ายสุดๆ
แบดเจอร์ที่โตเต็มวัย โดยทั่วไปจะหนักประมาณยี่สิบสามสิบชั่ง
คนในสังคมยุคปัจจุบันหลายคนไม่เคยเห็นตัวแบดเจอร์ และชื่อนี้ก็ไม่ค่อยคุ้นหูนัก
แต่ถ้าใครเคยเรียนหนังสือมาบ้างก็ต้องรู้จักสัตว์ชนิดนี้เป็นอย่างดี พวกมันก็คือ 'ชา' สัตว์จอมขโมยแตงโมในงานเขียนของหลู่ซวิ่นนั่นเอง
เฮยเป้าเดินดมกลิ่นไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เจอรังของตัวแบดเจอร์จนได้
[เจ้านาย ตัวแบดเจอร์อยู่ในรูนี้แหละ!]
[หือ? อยู่ในรูเหรอ?]
โจวอันขมวดคิ้วย่อตัวลง มองดูปากรูที่อยู่ตรงหน้า
ตรงหน้าเป็นรูขนาดค่อนข้างใหญ่ พอมองเข้าไปข้างในก็มืดสนิท คาดว่ารูนี้น่าจะลึกและทอดยาวเข้าไปข้างในอีกไกล
สัตว์อย่างแบดเจอร์เก่งเรื่องการขุดรูมาก และมักจะใช้ชีวิตอาศัยอยู่ใต้ดินตลอดทั้งปี
อย่าเห็นว่าแบดเจอร์หน้าตาทึ่มๆ เชียวนะ พวกมันคือนักก่อสร้างตัวยงเลยล่ะ
พวกมันสามารถใช้กรงเล็บขุดเจาะสร้างปราสาทส่วนตัวอยู่ใต้ดินได้สบายๆ
รังที่พวกมันสร้างขึ้นไม่เพียงแต่จะทอดยาวและกว้างขวางเท่านั้น แต่ยังมีทางเข้าและทางออกที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นสัดส่วนอีกด้วย
โจวอันมองดูรังใต้ดินนี้ แล้วตบเข่าฉาดด้วยความเสียดาย
[ถ้ารู้ว่าจะมาเจอตัวแบดเจอร์ ฉันน่าจะพกจอบมาด้วย!]
ชาวเขาเวลาจะจับตัวแบดเจอร์ ส่วนใหญ่จะใช้จอบขุดเอาทั้งนั้น
ต้องรอจนถึงช่วงหน้าหนาวจัดๆ ที่พวกแบดเจอร์เข้าสู่ฤดูจำศีล
พอเอาจอบไปขุด ขุดรูเดียวก็ได้มาตั้งหลายตัวเลยล่ะ
เฮยเป้าหมอบดูอยู่ตรงปากรู แล้วพูดว่า
[นี่เพิ่งจะฤดูใบไม้ร่วง ตัวแบดเจอร์ยังไม่จำศีลหรอกนะ! พกจอบมาก็ไม่มีประโยชน์ พอเจ้านายลงมือขุดปุ๊บ มันก็เผ่นแน่บไปแล้ว!]
การขุดรูจับตัวแบดเจอร์ต้องทำในหน้าหนาวเท่านั้น ต้องรอให้พวกมันหลับลึกอยู่ในช่วงจำศีลเสียก่อน
ในฤดูกาลแบบนี้ใช้วิธีนั้นไม่ได้ผลหรอก ไอ้พวกนี้อย่าเห็นว่าขาสั้นๆ เชียวนะ วิ่งเร็วจะตายไป
โจวอันมองดูปากรูที่มืดมิด ตอนนี้เริ่มจะปวดหัวขึ้นมาแล้ว
[ขุดรูไม่ได้ แถมตัวแบดเจอร์ยังซ่อนอยู่ข้างในอีก แล้วจะจับยังไงล่ะเนี่ย?]
ตอนนั้นเองเฮยเป้าก็ขยับเข้ามาใกล้ แล้วเอาตัวถูไถขากางเกงของโจวอัน
[เจ้านาย เจ้านายยังมีฉันอยู่นะ!]
โจวอันลูบตัวเล็กๆ ของเฮยเป้า สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
[ตัวแกเล็กแค่นี้ ไม่ใช่บอกว่าแม้แต่กระต่ายก็ยังจับไม่ได้เหรอ? แล้วจะไปสู้กับตัวแบดเจอร์ไหวได้ไง?]
เฮยเป้าเดินนำโจวอันไปข้างหน้าอีกนิด จนมาถึงปากรูที่ขนาดเล็กลงมาหน่อย
[ถึงฉันจะจับมันไม่ได้ แต่ฉันไล่มันออกมาได้นะ! ตรงนี้คือทางออกของรังแบดเจอร์ เจ้านายแค่ดักรออยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว!]
พอโจวอันได้ยินแบบนี้ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที ไม่นึกเลยว่าเจ้าหนูเฮยเป้าจะฉลาดขนาดนี้!
โจวอันลูบหัวเฮยเป้า แล้วกำชับว่า
[ตกลง งั้นแกก็ระวังตัวหน่อยนะ เดี๋ยวพอออกมาจากรูแล้วก็วิ่งไปไกลๆ หน่อยล่ะ ระวังลูกดอกจะไปโดนเข้า!]
[ได้เลยจ้ะ! เจ้านาย!]
หลังจากหนึ่งคนกับหนึ่งแมวตกลงกันเสร็จสรรพ เฮยเป้าก็มุดเข้าไปในรังแบดเจอร์ทันที
โจวอันดักรออยู่ตรงทางออกของรังแบดเจอร์ สายตาจ้องเขม็งไปที่ปากรู ลูกดอกในมือก็ขึ้นลำรอไว้เรียบร้อยแล้ว
โจวอันได้ยินเสียงแว่วๆ ดังมาจากในรังแบดเจอร์ น่าจะเป็นเสียงเฮยเป้ากำลังไล่ต้อนพวกมันอยู่
ผ่านไปประมาณ 5 นาที ในที่สุดตรงทางออกก็มีความเคลื่อนไหว!
มีสัตว์ตัวหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากทางออก โจวอันไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ลั่นไกยิงออกไปทันที
เพราะระยะทางใกล้มาก จึงยิงได้แม่นยำ ลูกดอกแทงทะลุร่างสัตว์ตัวนั้นไปอย่างจัง
พอยิงเสร็จ โจวอันถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า ไอ้เจ้านี่มันไม่ใช่ตัวแบดเจอร์นี่นา!
ดูปราดเดียวก็รู้ว่าไอ้เจ้านี่ตัวเล็กกว่าตัวแบดเจอร์เยอะ อย่างน้อยๆ ก็เล็กกว่าครึ่งหนึ่งเลยล่ะ
ขนสีน้ำตาลดำ หน้าตาเหมือนสุนัขผสมหมาจิ้งจอก บนหน้ามีขนสีดำปื้นใหญ่ เหมือนสวมหน้ากากสีดำเอาไว้
ถึงแม้โจวอันจะไม่รู้ว่านี่คือสัตว์อะไร แต่เขามั่นใจว่าไม่ใช่ตัวแบดเจอร์แน่นอน
หรือว่าเฮยเป้าจะดูผิด? นี่ไม่ใช่รังแบดเจอร์ แต่เป็นรังของสัตว์ชนิดอื่น?
แต่ตอนนี้โจวอันไม่มีเวลาให้คิดอะไรมากแล้ว เพราะตรงปากรูกำลังมีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง
วินาทีต่อมา ก็มีตัวอะไรบางอย่างพุ่งกระโจนออกมาจากปากรูอย่างรวดเร็ว พอออกมาได้ปุ๊บก็สับเท้าวิ่งหนีทันที
ท่าทางการวิ่งนั้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ขาทั้งสี่ข้างวิ่งเร็วเสียจนมองเห็นเป็นภาพซ้อน
โจวอันยังไม่ทันได้ลั่นไกลูกดอกออกไป ไอ้เจ้านั่นก็วิ่งหายลับเข้าไปในป่าเสียแล้ว
ถึงจะวิ่งเร็วมาก แต่โจวอันก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนว่า สิ่งที่วิ่งออกไปเมื่อกี้คือตัวแบดเจอร์ของแท้!
ดูจากขนาดแล้วน่าจะเป็นตัวแบดเจอร์ที่โตเต็มวัย รูปร่างกำยำอ้วนท้วน ดูสมบูรณ์เอามากๆ
เมื่อปล่อยให้ตัวแบดเจอร์อ้วนท้วนสมบูรณ์หลุดมือไปได้แบบนี้ ในใจของโจวอันก็เจ็บปวดเสียดายสุดๆ
ใครจะไปคิดว่ามันจะพุ่งออกมาเร็วขนาดนั้น เขาเองก็ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย!
เนื้อยี่สิบสามสิบชั่งหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา! โจวอันเสียดายจนแทบจะร้องไห้!
แต่เขาก็เสียใจอยู่ได้ไม่นาน เพราะไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากปากรูอีกครั้ง
คราวนี้โจวอันไม่กล้าประมาทอีก เขาวางนิ้วเตรียมพร้อมบนหน้าไม้ สายตาจ้องเขม็งไปที่ปากรู ไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา
ไม่นานก็มีตัวแบดเจอร์อีกตัววิ่งออกมาจากปากรู โจวอันลั่นไกยิงลูกดอกออกไปในเสี้ยววินาที
ลูกดอกพุ่งเสียบเข้าที่ร่างของตัวแบดเจอร์อย่างจัง ตัวแบดเจอร์ชักกระตุกอยู่สองสามที ก่อนจะล้มพับลงกับพื้น
จากนั้นภายในรูก็เงียบสงบลง โจวอันใช้จิตสื่อสารกับเฮยเป้าว่า
[เฮยเป้า ในรูยังมีตัวอะไรอยู่อีกไหม?]
[ไม่มีแล้วจ้ะ ไม่มีแล้ว! ฉันกำลังจะออกไปแล้วนะ เจ้านายอย่าเผลอยิงฉันเข้าล่ะ!]
โจวอันย่อตัวลงตรวจสอบเหยื่อพลางฉีกยิ้มกว้าง
[ฮ่าๆๆ วางใจเถอะ แกรีบออกมาได้เลย!]
โจวอันดึงลูกดอกทั้งสองดอกกลับมา แล้วเริ่มตรวจสอบตัวแบดเจอร์ก่อนเป็นอันดับแรก
ตัวแบดเจอร์ตัวนี้ดูปราดเดียวก็รู้ว่าโตเต็มวัยแล้ว พอลองยกดูก็กะน้ำหนักได้ประมาณยี่สิบห้าชั่ง
รูปร่างอ้วนกลมปุ๊กลุก พุงป่องๆ พอจับดูก็รู้สึกนุ่มนิ่มเต็มไม้เต็มมือ
เพื่อให้สามารถจำศีลในสภาพอากาศหนาวจัดติดลบหลายสิบองศาของเขาฉางไป๋ได้ ตัวแบดเจอร์ในตอนนี้จึงกำลังอยู่ในช่วงสะสมไขมันอย่างเต็มที่
ไม่ต้องผ่าท้อง โจวอันก็เดาได้เลยว่า ไอ้เจ้านี่ต้องมีไขมันสะสมอยู่เพียบแน่ๆ!
หลังจากดูตัวแบดเจอร์เสร็จ สายตาของโจวอันก็เลื่อนไปจับจ้องที่เหยื่ออีกตัว
ตกลงว่านี่มันคือตัวอะไรกันแน่? เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจริงๆ
[เฮยเป้า แกรู้ไหมว่านี่คือตัวอะไร? ทำไมหน้าตามันถึงเหมือนสุนัขผสมหมาจิ้งจอกแบบนี้ล่ะ!]