- หน้าแรก
- ย้อนเวลาเริ่มต้นใหม่ ชีวิตตามใจปรารถนา ในคราบพนักงานประจำ
- บทที่ 19 โชว์สกิล (1)
บทที่ 19 โชว์สกิล (1)
บทที่ 19 โชว์สกิล (1)
ทีมของหยางจ้านคือทีมหนึ่ง ทีมของเซ็นเตอร์ร่างโย่งคือทีมสอง ส่วนทีมของเซ็นเตอร์ที่สูงรองลงมาคือทีมสาม แบ่งทีมเสร็จ แต่ละทีมก็หยิบน้ำมาดื่มแล้วจับกลุ่มวางแผนกันสั้นๆ ข้างสนาม
ทีมของหยางจ้านดูจากโหงวเฮ้งแล้ว เซ็นเตอร์กับสมอลล์ฟอร์เวิร์ดน่าจะฝีมือกลางๆ ส่วนจางจื่อเฉินที่ถูกจับไปเล่นพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ดก็ดูมีฝีมือใช้ได้ ที่น่าจับตามองคือเฉินเหว่ย พอยต์การ์ดที่ถูกจับมาอยู่ทีมเดียวกัน ดูจากชุดอุปกรณ์และลีลาการเลี้ยงลูกแบบชิลๆ แล้ว หยางจ้านมั่นใจเลยว่าไอ้หมอนี่ต้องเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่แน่ๆ
พอไปกระซิบถามหวังเฉิงข้างสนามก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ อย่าเห็นว่าเป็นแค่พนักงานเติมน้ำมันนะ หมอนี่ขับบีเอ็มดับเบิลยูมาทำงานเชียวนะ
บ้านเขาเป็นเศรษฐีที่ดินอยู่ใกล้ๆ ปั๊มน้ำมันที่เขาทำงานอยู่นี่แหละ สมัยเรียนเรียนไม่ค่อยเก่ง ที่บ้านก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เลยให้มาทำงานที่ปั๊มน้ำมันใกล้บ้านแก้เซ็ง จะได้มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ไม่ต้องไปเถลไถลสร้างเรื่องที่ไหน
พอชีวิตไร้ความกดดัน งานอดิเรกของเขาก็มีแค่เล่นบาสกับเล่นเกม ตอนเด็กๆ เคยเข้าแคมป์ฝึกบาสมาหลายที่ แต่ด้วยความที่สูงแค่ 1.75 เมตร บาสเกตบอลก็เลยเป็นได้แค่งานอดิเรก
เจ้าอ้วนไช่ได้เป็นกัปตันทีม แต่พอเปิดปากปุ๊บก็ออกตัวปั๊บเลย "น้องๆ ลงสนามไปแล้วพี่รับหน้าที่สกรีนตำแหน่งให้นะ พวกนายลุยกันให้เต็มที่เลย จางจื่อเฉินกับเฉินเหว่ยเน้นบุกทำแต้มเยอะๆ ส่วนหยางจ้านก็หาจังหวะชงเองกินเองไปเลย ตกลงตามนี้นะ"
ทุกคนปรบมือเรียกความฮึกเหิมแล้วเดินลงสนาม ตามคิวแล้วทีมหนึ่งกับทีมสองต้องแข่งกันก่อน หวังเฉิงคาบนกหวีดเดินมาให้กัปตันทั้งสองทีมเป่ายิ้งฉุบแย่งลูกเปิด เจ้าอ้วนไช่ไม่ทำให้ผิดหวัง ชนะเป่ายิ้งฉุบได้สิทธิ์บุกก่อน
หยางจ้านส่งลูกจากเส้นข้างให้เฉินเหว่ยที่เป็นพอยต์การ์ด แล้วตัวเองก็วิ่งฉีกไปข้างหน้า ผู้เล่นทีมสองลงไปตั้งโซนรับเรียบร้อยแล้ว
เจ้าอ้วนไช่เดินไปยืนเบียดแย่งตำแหน่งกับเซ็นเตอร์ฝั่งตรงข้ามอยู่ใต้แป้นแบบเนือยๆ ส่วนอีกสามคนที่เหลือก็วิ่งหาช่องเจาะยาง โดยมีผู้เล่นฝั่งตรงข้ามประกบติดแบบแมนทูแมน
เฉินเหว่ยเลี้ยงลูกบุกขึ้นมา ดูจากท่าทางก็รู้เลยว่าหมอนี่เคยฝึกมาจริงๆ คนประกบเขารูปร่างพอๆ กัน ถอยร่นไปตั้งรับไปพลาง คอยยื่นมือมาแหย่กะจะขโมยลูกอยู่ตลอดเวลาเพื่อกวนจังหวะการเลี้ยงลูก
แต่เฉินเหว่ยก็มั่นใจสุดๆ เลี้ยงลูกนิ่งมาก พอถึงเส้นสามแต้ม หยางจ้านก็รู้งาน วิ่งอ้อมไปสกรีนให้ อาศัยจังหวะที่หยางจ้านบังตัวประกบไว้ เฉินเหว่ยก็กระชากตัวพุ่งฉีกออกด้านข้าง ทะลวงเข้าไปใกล้เส้นสองแต้มก่อนที่ตัวซ้อนจะเข้ามาถึง แล้วเบรกกะทันหันกระโดดชู้ต ลูกลงห่วงไปอย่างสวยงาม 1:0
"สวยงาม..." เสียงเชียร์จากรอบสนามดังขึ้น
เฉินเหว่ยหันมายกนิ้วโป้งให้หยางจ้าน หยางจ้านก็ชูมือขึ้นรอแท็กมือตอนที่เฉินเหว๋ยวิ่งกลับมา ทั้งคู่เริ่มมีความเชื่อใจกันและกันขึ้นมานิดๆ แล้ว
สลับให้ฝั่งตรงข้ามบุกบ้าง ทั้งสองทีมกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเอง
เห็นได้ชัดว่าฝั่งตรงข้ามก็วางแผนการเล่นมาแล้วเหมือนกัน พอยต์การ์ดค่อยๆ เลี้ยงลูกข้ามครึ่งสนามมาอย่างระมัดระวัง แล้วส่งต่อให้อู่เยี่ยนที่วิ่งมารับลูก อู่เยี่ยนรับลูกแล้วอาศัยจางจื่อเฉินเป็นตัวสกรีน เลี้ยงลูกเลาะเส้นสามแต้มหาช่อง เลี้ยงไปได้สองสามก้าวก็อ้อมไปฝั่งที่เซ็นเตอร์กำลังเบียดแย่งตำแหน่งกันอยู่ แล้วรีบโยนลูกโด่งเข้าไปให้เซ็นเตอร์
เซ็นเตอร์คนนี้ตัวสูงแถมหุ่นก็ล่ำบึ้ก พอเบียดแย่งตำแหน่งกับเจ้าอ้วนไช่เลยได้เปรียบเห็นๆ
เขาเอาหลังพิงเจ้าอ้วนไช่ ใช้มือขวารับลูก แล้วอาศัยจังหวะพลิกตัวเลี้ยงลูกหลุดการประกบไปได้อย่างรวดเร็ว ก้าวเดียวก็ถึงใต้แป้น กระโดดฮุกชู้ตเช็ดแป้นลงไปอย่างสวยงาม 1:1
สลับทีมบุก เฉินเหว่ยเลี้ยงลูกข้ามครึ่งสนาม ทีมหนึ่งก็วิ่งหาช่องตามสเตป คราวนี้การ์ดทีมสองไม่บุกเข้ามากดดันเหมือนคราวก่อนแล้ว รักษาระยะห่างจากเฉินเหว่ยไว้เพื่อกันไม่ให้โดนทะลวงผ่านไปได้
จางจื่อเฉินโดนอู่เยี่ยนประกบติดหนึบ ส่วนเซ็นเตอร์อย่างเจ้าอ้วนไช่ก็เหมือนมีไว้ตั้งโชว์ หยางจ้านเลยชูมือขอเรียกบอล พอรับลูกปุ๊บก็ทำท่าหลอกว่าจะกระชากหนี แล้วเลี้ยงลอดหว่างขาถอยหลังกลับ พอถอยมาใกล้เส้นสามแต้ม เห็นตัวประกบตามมาไม่ทัน ก็จับบอลกระโดดชู้ตทันที "สวบ..." ลูกบาสลอยละลิ่วลงห่วงไปอย่างหมดจด 2:1
"ชู้ตสวย..."
"ว้าววว..."
เฉินซูเป็นหัวโจกนำเชียร์อยู่ข้างสนาม
ทีมหนึ่งรีบถอยกลับไปตั้งรับ หยางจ้านตะโกนบอกจางจื่อเฉิน "อาเฉิน ประกบติดเลย เดี๋ยวฉันซ้อนเอง"
"จัดไป" จางจื่อเฉินรับคำทันที
ทีมสองยังคงยึดแผนบุกแบบเดิม แต่จังหวะป้องกันหยางจ้านคอยจับตาดูลู่ทางการโยนบอลยาวไปให้เซ็นเตอร์ของทีมสอง พอยต์การ์ดทีมสองส่งบอลไปให้ชู้ตติ้งการ์ดที่หยางจ้านประกบอยู่ หยางจ้านก็รีบหันไปตั้งสมาธิป้องกันทันที
อีกฝ่ายพยายามทำท่าจะหลอกล่อทะลวงฝ่าด่านหลายครั้ง แต่หยางจ้านก็ประกบติดหนึบไม่ยอมเปิดช่องให้ชู้ตได้เลย หยางจ้านรู้สึกว่าจังหวะเท้าและความเร็วในการตอบสนองของตัวเองสามารถตามประกบอีกฝ่ายได้สบายๆ ความมั่นใจก็ยิ่งพุ่งปรี๊ด คอยยื่นมือไปแหย่กวนจังหวะอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา
ชู้ตติ้งการ์ดทีมสองทำอะไรไม่ได้ เลยต้องเลี้ยงลูกออกมาส่งคืนให้พอยต์การ์ด เฉินเหว่ยก็ตั้งใจประกบติดหนึบเหมือนกัน พอยต์การ์ดทีมสองหาจังหวะส่งบอลไปให้อู่เยี่ยน อู่เยี่ยนทักษะการเลี้ยงลูกแพรวพราว ก้าวฉีกหนีแล้วเบรกกะทันหันกระโดดชู้ต ลูกบาสกระดอนขอบห่วงด้านในแล้วเด้งออกมา
เจ้าอ้วนไช่ทักษะไม่ค่อยมี แต่เรื่องเบียดบังตำแหน่งนี่ไว้ใจได้ เขาดันเซ็นเตอร์ฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ใต้แป้น หยางจ้านอ่านทางบอลแม่น พุ่งเข้าไปโฉบรีบาวนด์ลูกมาได้สำเร็จ
พอบอลเข้ามือ หยางจ้านก็เหวี่ยงบอลส่งยาวไปให้เฉินเหว่ยที่กำลังวิ่งเติมขึ้นไป แล้วตัวเองก็รีบวิ่งตามไปติดๆ พอยต์การ์ดทีมสองวิ่งไล่กวดเฉินเหว่ยลงมาตั้งรับ เฉินเหว่ยเลี้ยงบอลมาถึงแถวๆ เส้นสามแต้ม จู่ๆ ก็หักเลี้ยวไปทางขวา ล่อให้พอยต์การ์ดทีมสองที่ตามมาติดๆ ถลำตามไป แล้วส่งบอลแบบโนลุกพาสด้วยมือขวา หยางจ้านรับบอลสบายๆ ทะลวงผ่านเส้นสามแต้ม กระโดดขึ้นเลย์อัปทำแต้มไปอย่างสวยงาม 3:1
ทีมสองกลับมาบุกอีกครั้ง พอบอลข้ามครึ่งสนามก็ส่งไปให้อู่เยี่ยน อู่เยี่ยนส่งสัญญาณมือให้เซ็นเตอร์ เซ็นเตอร์ก็วิ่งออกมาสกรีนให้ทันที เอาตัวหนาๆ บังจางจื่อเฉินไว้ อู่เยี่ยนอาศัยจังหวะนี้เลี้ยงอ้อมทั้งสองคนไป พอเจอกับเจ้าอ้วนไช่ก็เร่งความเร็วฉีกหนีไปด้านข้าง ทะลวงเข้าไปใต้แป้นแล้วกระโดดฮุกชู้ตรีเวิร์สลงห่วงไป 3:2
เปลี่ยนฝั่งบุก เซ็นเตอร์กัปตันทีมสองที่กำลังถอยไปตั้งรับ ปรบมือเสียงดังกระตุ้นเพื่อนร่วมทีม "ดุดันหน่อยเว้ย ดุดันหน่อย ป้องกันให้ดีๆ"
แต่คำเตือนของเขากลับไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่
พอบอลข้ามครึ่งสนาม หยางจ้านที่ดูมั่นใจเต็มเปี่ยมก็วิ่งหาพื้นที่ว่างรับบอล หมุนตัวเร่งสปีดแป๊บเดียวก็สลัดตัวประกบหลุดไปอยู่ข้างหลัง
สมอลล์ฟอร์เวิร์ดทีมสองรีบวิ่งมาซ้อน หยางจ้านทำท่าโยกไหล่หลอก เปลี่ยนจังหวะการเลี้ยงลูกแค่นิดเดียวก็ทำเอาอีกฝ่ายชะงักไปจังหวะนึง แล้วเร่งสปีดทะลวงผ่านไปได้ ก่อนที่เซ็นเตอร์จะพุ่งออกมาสกัด หยางจ้านก็จับบอลกระโดดชู้ต ลูกลงห่วงไปอย่างสวยงามอีกลูก 4:2
เห็นชอตนี้ ฟู่อวี้ถึงกับหันไปพูดกับหวังเฉิงที่อยู่ข้างๆ "เชี่ยเอ๊ย ไม่คิดเลยนะเนี่ย ว่าหยางจ้านจะเล่นเก่งขนาดนี้"
"นั่นดิ เมื่อก่อนไม่ค่อยเห็นหมอนี่เล่นบาสเลย ความเร็ว ปฏิกิริยาตอบสนอง แล้วก็จังหวะการเล่นนี่แม่งระดับปีศาจชัดๆ โชคดีนะที่เมื่อกี้ฉันชิงยอมแพ้ไปก่อน ขืนไปท้าดวลตัวต่อตัวกับมัน มีหวังเอาปี๊บคลุมหัวเดินแน่" หวังเฉิงทำหน้าเซ็งๆ ตอบ
ฟู่อวี้หัวเราะร่วนแล้วบอก "คนของทีมสองเห็นชัดเลยว่าตามความเร็วหมอนั่นไม่ทัน เฉินเหว่ยกับจางจื่อเฉินก็เล่นนิ่งมาก เพิ่งจะเคยเล่นด้วยกันครั้งแรกแต่ก็เข้าขากันได้ดี เชี่ยเอ๊ย รู้สึกว่าทีมเราจะทรงดีอยู่นะเนี่ย ถ้าเอาสามคนนี้ไปรวมกับจางเหวยที่เป็นเซ็นเตอร์ทีมสอง แล้วก็อู่เยี่ยน นี่มันชุด 5 ตัวจริงชัดๆ"
หวังเฉิงพยักหน้ารับ สวมวิญญาณกุนซือจำเป็น "อืม ดูจากทรงแล้ว ทีมสามนอกจากเซ็นเตอร์อย่างหลี่เสี่ยวผิงแล้ว คนอื่นๆ ไม่น่าจะมีใครฝีมือสู้พวกนี้ได้เลย"
"ถึงเวลาแข่งจริง เราก็ให้หลี่เสี่ยวผิงเล่นพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด จางจื่อเฉินกับอู่เยี่ยนสลับกันเล่นสมอลล์ฟอร์เวิร์ดกับชู้ตติ้งการ์ด หยางจ้านกับเฉินเหว่ยก็สลับกันเล่นตำแหน่งการ์ดทั้งสองตำแหน่ง ส่วนลูกพี่ก็เป็นตัวสอดแทรก ลงไปเสียบตำแหน่งไหนก็จัดไปเลย"
ระหว่างที่กำลังคุยกัน ทีมสองก็บุกพลาดอีกแล้ว
สมอลล์ฟอร์เวิร์ดทีมสองรับบอลบุก ทำท่าหลอกจนได้ช่องว่างชู้ต แต่ลูกก็ดันไปชนขอบห่วง เฉินเหว่ยเก็บรีบาวนด์ได้ แต่โดนพอยต์การ์ดทีมสองกับอู่เยี่ยนเข้ามารุมกินโต๊ะ เลยต้องส่งบอลหนีไปให้หยางจ้านที่อยู่ริมเส้น
หยางจ้านถือบอลบุกขึ้นไป ส่งบอลให้จางจื่อเฉิน ถอยออกมาเปิดพื้นที่ให้จางจื่อเฉินดวลตัวต่อตัวกับอู่เยี่ยน
สองคนนี้ฝีมือสูสีกัน กินกันไม่ลง พอต้องมาดวลกันเอง ทั้งเกมรุกเกมรับเลยใส่กันเต็มที่ จางจื่อเฉินเลี้ยงลอดหว่างขาหลอกสองทีแต่ก็ยังเจาะไม่เข้า เลยดึงจังหวะสเตปแบ็กแล้วกระโดดชู้ต
"ตึง!" ลูกบาสชนขอบห่วงกระดอนขึ้นสูงลิ่ว เซ็นเตอร์ทั้งสองฝั่งต่างก็เบียดแย่งพื้นที่กันสุดฤทธิ์ รอจังหวะลูกบาสตกลงมา
หยางจ้านเห็นลูกนี้แล้ว ความรู้สึกบางอย่างก็พลุ่งพล่านขึ้นมา เขารีบสปีดพุ่งเข้าไป กระโดดขึ้นสุดแรงเกิดตัดหน้าเซ็นเตอร์ฝั่งตรงข้าม พอลูกบาสตกลงมาถึงระดับห่วง หยางจ้านก็ 'เหินหาว' ไปถึงจุดนั้นพอดี ใช้มือขวาปัดลูกบาสยัดลงห่วงไปได้อย่างนิ่มนวล 5:2
"ว้าววว..." "ว้าววว..." คนดูข้างสนามต่างก็ชูไม้ชูมือส่งเสียงเชียร์กันลั่น
ฟู่อวี้หันขวับไปมองหวังเฉิงด้วยสายตาตกตะลึง เอามือตบไหล่หวังเฉิงดังป้าบ "เชี่ยเอ๊ย โคตรเทพเลยว่ะ นี่มันตัวแบกชัดๆ ฮ่าๆๆๆ..."
หวังเฉิงก็ทำหน้าอึ้งๆ พูดไม่ออก "แม่งเอ๊ย ทำเอาอิจฉาเลยว่ะ จะโหดไปไหนวะเนี่ย"
หยางจ้านกระโดดลงมาแตะพื้น รู้สึกโล่งโปร่งสบายไปทั้งตัว ไม่ต้องมามัวทำเท่เก๊กหล่ออะไร ยิ้มแฉ่งแท็กมือฉลองกับเพื่อนร่วมทีม คนของทีมสองก็พากันส่ายหน้าทำหน้าอึ้งๆ ยอมรับความพ่ายแพ้แล้วเดินออกจากสนามไป
ทีมสามยังไม่ทันได้ลงสนาม ฟู่อวี้ก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา "เสี่ยวหยางๆ มานี่เลย มาดังก์ให้ดูอีกทีดิ๊"
หยางจ้านรับลูกบาสจากมือฟู่อวี้ ยิ้มแล้วตอบ "เดี๋ยวผมลองดูนะพี่"
เขาถือลูกบาสเดินไปใต้แป้น ยืนนิ่งๆ ย่อเข่าแล้วกระโดดขึ้นเบาๆ เอาลูกบาสยัดลงห่วงด้วยมือขวา แล้วก็ปล่อยมือลงมาโดยที่ไม่ได้แตะขอบห่วงเลย คนรอบข้างเห็นแล้วถึงกับรู้สึกว่า 'เฮ้ย ง่ายขนาดนี้ ฉันก็ทำได้มั้ง'
แต่ตัวหยางจ้านเองต่างหากที่รู้ดีที่สุด เขารู้สึกดีใจกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ได้มาจากการย้อนเวลา มากกว่าหาเงินได้เยอะๆ ซะอีก
"สวยงามๆ... เสี่ยวหยาง ตำแหน่งตัวจริงฉันจองให้นายเลยนะ ฮ่าๆๆ" ฟู่อวี้ปรบมือรัวๆ พูดด้วยความตื่นเต้น
แค่ยืนกระโดดอยู่กับที่ยังดังก์ได้สบายๆ ขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นตอนแข่งจริงที่วิ่งสปรินต์มากระโดดดังก์ล่ะ มันจะไม่ยิ่งง่ายกว่านี้อีกเหรอ
ไม่ใช่ว่าการดังก์มันจะช่วยเพิ่มคะแนนหรือเป็นแท็กติกอะไรที่พิเศษหรอกนะ แต่การที่ทีมเรามีคนที่ดังก์ได้ มันเป็นการกระตุ้นขวัญกำลังใจให้ลูกทีมได้ดีสุดๆ แถมยังเป็นการข่มขวัญคู่แข่ง สร้างชื่อให้ทีมได้อีกด้วย ในฐานะกัปตันทีม นี่แหละคือสิ่งที่ฟู่อวี้ต้องการ!
จังหวะนั้นก็มีหลายคนในสนามลองพยายามจะกระโดดดังก์ดูบ้าง เอาจริงๆ ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจแหละว่าตัวเองทำได้ไหม ก็ไม่ได้มีพลังแฝงจากการทะลุมิติมาช่วยอัปเกรดร่างกายแบบหยางจ้านนี่นา เพราะงั้น คนที่เมื่อก่อนทำไม่ได้ ตอนนี้มันก็ยังทำไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ
มีแค่จางเว่ย เซ็นเตอร์ของทีมหนึ่งคนเดียวที่วิ่งกระโดดแล้วพอยัดลูกลงห่วงได้แบบฝืนๆ จางจื่อเฉินกับอู่เยี่ยนวิ่งกระโดดแล้วแตะขอบห่วงได้แต่ยัดลูกไม่ลง ในทางกลับกัน เฉินเหว่ยที่สูงแค่ 175 ซม. กลับวิ่งกระโดดแตะขอบห่วงได้สบายๆ ถือว่าพลังกระโดดไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
ฟู่อวี้ก็ไปลองดูบ้าง เขาสูงประมาณ 184 ซม. หุ่นผอมเพรียวไม่อ้วน ออกแรงกระโดดสุดตัวแล้วก็ทำได้แค่แตะขอบห่วงเท่านั้นแหละ
เล่นสนุกกันพอหอมปากหอมคอ ทีมสามก็ลงสนามมาแข่งต่อ
แต่ฝีมือของทีมสาม นอกจากหลี่เสี่ยวผิงที่เป็นกัปตันแล้ว คนอื่นๆ ฝีมือห่างชั้นกับทีมหนึ่งลิบลับ ผลก็คือรอบนี้ทีมหนึ่งบุกแหลก หยางจ้านทำไป 2 แต้มกับ 2 แอสซิสต์ เฉินเหว่ยกับจางจื่อเฉินทำไปคนละแต้ม ขนาดเจ้าอ้วนไช่ยังฟลุกซ้ำลูกลงไปได้ 1 แต้ม จบเกมไปแบบขาดลอย 5:1
พอถึงรอบสาม ก็มีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่น ฟู่อวี้ขอลงไปเล่นให้ทีมสอง แล้วดึงตัวหลี่เสี่ยวผิง กัปตันทีมสามมาเล่นพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ดให้ทีมสองด้วย
คราวนี้ทีมสองแกร่งขึ้นเป็นกอง โดยเฉพาะเรื่องความสูงที่ได้เปรียบเห็นๆ อู่เยี่ยนขยับไปเล่นสมอลล์ฟอร์เวิร์ด ส่วนฟู่อวี้ก็มาเล่นชู้ตติ้งการ์ดประกบหยางจ้านซะเองเลย
ทีมหนึ่งลงเล่นต่อเนื่องมาสองเกมแล้ว ความเข้าขากันก็เริ่มมีมากขึ้น พละกำลังก็ยังเหลือเฟือ (ยกเว้นเจ้าอ้วนไช่ที่เหงื่อท่วมเสื้อไปแล้ว) พวกเขาเลยตกลงกันว่าจะเน้นแผน 'สมอลล์บอล' วิ่งสู้ฟัด เร่งสปีดเกมรุกเกมรับให้เร็วขึ้น เน้นชู้ตวงนอกเป็นหลัก ฝั่งตรงข้ามมีเซ็นเตอร์ตัวใหญ่เบ้อเริ่มตั้งสองคน ขืนมุดเข้าไปวงในก็มีแต่เสียเปรียบ
ส่วนเรื่องที่ว่าเจ้าอ้วนไช่จะวิ่งตามแผนทันไหมน่ะเหรอ... โธ่เอ๊ย ไม่มีใครเขาเอามาใส่ใจแต่แรกแล้ว!
หวังเฉิงในฐานะกรรมการจำเป็นก็เป่านกหวีดเตรียมเริ่มเกม พร้อมกับประกาศว่า "รอบนี้แข่ง 10 แต้มนะเว้ย เริ่มได้..."
…………