- หน้าแรก
- ย้อนเวลาเริ่มต้นใหม่ ชีวิตตามใจปรารถนา ในคราบพนักงานประจำ
- บทที่ 18 คัดตัวนักบาส
บทที่ 18 คัดตัวนักบาส
บทที่ 18 คัดตัวนักบาส
นั่งคุยกันเพลินๆ เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอใกล้จะเที่ยง เจ้าอ้วนไช่ก็เป็นคนนำทางพาทุกคนไปกินข้าวที่ร้านอาหารพื้นบ้านอร่อยๆ ร้านหนึ่งใกล้ๆ เป็นมื้อเที่ยงที่เรียบง่ายแต่อิ่มหนำสำราญ
ที่บอกว่าอิ่มหนำสำราญก็เพราะมากันห้าคนแต่สั่งกับข้าวไปตั้งสิบกว่าอย่าง ส่วนที่บอกว่าเรียบง่ายก็เพราะปริมาณอาหารแต่ละจานของร้านนี้มันน้อยนิดเหลือเกิน
กับข้าวแต่ละอย่างราคาแค่สิบยี่สิบหยวน แต่รสชาติอร่อยเด็ดจนลูกค้าแน่นร้าน ขนาดต้องมี รปภ. คอยโบกรถอยู่หน้าร้านตั้ง 6-7 คน ร้านมีตั้งสามชั้น ทั้งห้องส่วนตัวและโซนรวม พอถึงเวลาอาหารทีไร ต้องรับลูกค้าหมุนเวียนกันตั้ง 2-3 รอบ
กินเสร็จก็กลับมานั่งจิบชาโม้กันต่อที่ออฟฟิศ จนกระทั่งบ่ายสองโมง ก็มีคนทยอยเข้ามาที่ปั๊มน้ำมันสิบกว่าคน ล้วนแต่เป็นผู้บริหารระดับล่างหรือไม่ก็พนักงานเติมน้ำมันที่เล่นบาสเป็นทั้งนั้น
พอถามหวังเฉิงถึงได้รู้ว่า รุ่นพี่ฟู่อวี้เป็นกัปตันทีมบาสเกตบอลของสหภาพแรงงานบริษัทด้วย
แน่นอนว่า เมื่อก่อนก็เป็นแค่กัปตันทีมที่เอาเงินทุนจากสหภาพแรงงานมาจัดกิจกรรมบาสเกตบอลให้พนักงานเล่นกันขำๆ เท่านั้น แต่ปีนี้เห็นว่าทางบริษัทจะรวบรวมคนไปแข่งบาสเกตบอลกระชับมิตรที่เขตและบริษัทระดับมณฑลจัดขึ้น
ก็เป็นพวกหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจในเครือข่ายมาจัดทีมแข่งกันเอง ไม่ได้มีโปรโมตอะไรใหญ่โต ถือเป็นการแข่งขันเพื่อความบันเทิงและกระชับมิตร สร้างสีสันให้ชีวิตพนักงานหลังเลิกงาน
ปกติก็มีจัดกิจกรรมแบบนี้ทุกปี แต่บริษัทปิโตรเคมีไม่ค่อยได้เข้าไปร่วมวงเท่าไหร่ ปีนี้ฟู่อวี้เกิดนึกสนุกขึ้นมา ประกอบกับตัวเองเป็นถึงผู้บริหารระดับกลาง มีบารมีพอจะเรียกคนได้ พอทำเรื่องเสนอสหภาพแรงงานไป ก็ได้รับการอนุมัติทั้งงบประมาณและนโยบายสนับสนุน
ฟู่อวี้เลยให้บริษัทออกประกาศรับสมัครพนักงานที่ชอบเล่นบาสให้มาลองคัดตัวดู หวังว่าจะได้คนเก่งๆ ไปฟอร์มทีมแข่ง
จริงๆ แล้วประกาศก็ส่งไปทุกแผนกและปั๊มน้ำมันทุกสาขาแล้วล่ะ แต่ด้วยความที่ปั๊มน้ำมันมันกระจายอยู่ทั่ว พนักงานที่อยากเล่นบางคนก็อาจจะไม่เห็นประกาศ หรือต่อให้เห็นก็อาจจะขี้เกียจเดินทางมาคัดตัวไกลถึงเขตฮุ่ยหยาง
ความจริงก็เป็นแบบนี้แหละ ฟู่อวี้เองก็จนใจ แต่ยังดีที่มีคนโผล่มาตั้งสิบกว่าคน
หวังเฉิงในฐานะลูกน้องของฟู่อวี้ ก็รับหน้าที่จัดการเรื่องสวัสดิการและสถานที่ไปโดยปริยาย ส่วนเฉินซูก็มาเป็นตัวแทนของแผนกทรัพยากรบุคคล ซึ่งจริงๆ แล้วเธอเป็นคนขอมาเองแหละ จะได้ถือโอกาสมาเดตกับแฟนด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
"เวรเอ๊ย มีประกาศด้วยเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยวะ" หยางจ้านบ่นกระปอดกระแปดกับเฉินซู
เฉินซูตอบ "สงสัยประกาศของแผนกพี่คงส่งไปที่ปั๊มน้ำมันข้างๆ มั้ง ปกติพวกพี่ก็ไม่ค่อยเดินไปเอาเอกสารอยู่แล้วนี่นา"
หยางจ้านได้ฟังก็เถียงไม่ออก ก็จริงอย่างที่เธอว่า เป็นความผิดของแผนกธุรกิจเองนั่นแหละ ปกติถ้าไม่ใช่เอกสารสำคัญที่เบื้องบนโทรมาเน้นย้ำ แผนกธุรกิจก็ไม่ค่อยขยันเดินไปเอาประกาศของบริษัทที่ปั๊มน้ำมันข้างๆ หรอก
หวังเฉิงจัดการลงทะเบียนคนที่มาคัดตัวทั้งหมด เพื่อให้เฉินซูเอากลับไปใช้เป็นหลักฐานการลางานของพนักงานบางคน
คนที่มาคัดตัวก็เป็นไปตามที่คาดไว้ นอกจากหนุ่มๆ จากแผนกสายบริหารของบริษัทสองคนแล้ว ที่เหลือก็เป็นพนักงานปั๊มน้ำมันในเขตดูแลของฟู่อวี้ หยางจ้านถือเป็นตัวแถมที่หลงเข้ามา แต่ก็ลงชื่อร่วมวงกับเขาด้วย
หวังเฉิงเดินไปยกน้ำแร่จากมินิมาร์ทในปั๊มมาสองลังตั้งไว้ข้างสนาม แล้วไล่คนที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดให้ไปเปลี่ยนในออฟฟิศ หยางจ้านก็ไปหยิบอุปกรณ์กีฬาจากรถ แล้วขอกุญแจห้องหวังเฉิงขึ้นไปเปลี่ยนชุด
พอใส่รองเท้าบาสคู่เก่ง หยางจ้านก็รู้สึกถึงพลังงานที่พุ่งพล่าน ความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านกีฬาก็ยังไม่ได้โชว์ของแบบเต็มๆ เลย คราวนี้แหละคันไม้คันมือสุดๆ
พอลงมาที่สนาม ก็เห็นหวังเฉิงเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วกำลังเดาะลูกบาสวอร์มอัปอยู่ หยางจ้านกวาดสายตามองคนที่มาคัดตัว ก็เดาได้เลยว่าหวังเฉิงคงไม่มีสิทธิ์ลงสนามแน่ๆ ฝีมือก็งั้นๆ แถมยังผอมบางและตัวเตี้ยอีกต่างหาก
แต่ในฐานะคนจัดการเรื่องสถานที่ จะลงไปวิ่งเล่นขำๆ ก็ไม่มีใครว่าหรอก ถึงเวลาตั้งทีม หมอนี่ก็ต้องมีชื่อติดทีมเพื่อรับเบี้ยเลี้ยงกับอุปกรณ์กีฬาอยู่แล้ว นี่มันเรื่องปกติ
หยางจ้านเดาะลูกบาสที่เอามาเองเดินเข้าสนาม แกล้งโยนลูกบาสใส่เฉินซูที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำเอาสาวเจ้ารีบรับลูกบาสแทบไม่ทัน
หยางจ้านถือโอกาสยืดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น เดินไปหาเฉินซู หยิบขวดน้ำมาดื่มอึกนึง ฉีกฉลากขวดน้ำออกนิดนึงเพื่อทำตำหนิ แล้วเอาขวดน้ำในมือไปแลกกับลูกบาสที่เฉินซูถืออยู่ เอามือลูบหัวเธอเบาๆ แล้วเลี้ยงลูกบาสไปวอร์มอัปใต้แป้น
ในสนามมีแค่หนุ่มๆ จากแผนกสายบริหารสองคนเท่านั้นที่หยางจ้านพอจะคุ้นหน้า เลยเดินเข้าไปทักทายและทำความรู้จัก คนนึงชื่อ จางจื่อเฉิน จากแผนกบริหารความเสี่ยง ส่วนอีกคนชื่อ อู่เยี่ยน จากแผนกปฏิบัติการค้าปลีก
ทั้งคู่เพิ่งเรียนจบและถูกส่งตัวมาจากบริษัทระดับมณฑลในปีนี้ สมัยเรียนก็เคยเป็นตัวสำรองของทีมมหา'ลัย ส่วนสูงก็เกินร้อยแปดสิบเซนติเมตรทั้งคู่ หยางจ้านประเมินว่าสองคนนี้น่าจะเป็นตัวเต็งในสนามนี้เลยล่ะ
ส่วนคนที่มาจากปั๊มน้ำมันนั้น ฝีมือค่อนข้างหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เรียนจบมหา'ลัย อายุประมาณ 20-25 ปี ปกติคงเล่นบาสเป็นแค่งานอดิเรก ไม่น่าจะมีเวลาว่างมาซ้อมจริงจังหรอก
แต่คนที่กล้ามาคัดตัว ส่วนใหญ่ก็ต้องมีความมั่นใจและมีฝีมือติดตัวมาบ้างแหละ
ระหว่างวอร์มอัป หยางจ้านรู้สึกว่าจังหวะการเลี้ยงลูกและชู้ตบาสของตัวเองเข้าฝักมาก จังหวะนั้นหวังเฉิงก็ทำเนียนวิ่งมาตีโอบกะจะแย่งลูกจากด้านข้าง แต่หยางจ้านหางตาไว เห็นตั้งแต่แรกแล้ว พอหวังเฉิงยื่นมือมาล้วงลูก หยางจ้านก็ดึงลูกหลบด้วยมือขวา เปลี่ยนจังหวะนิดเดียว หวังเฉิงก็พุ่งถลำวืดไปเลย
หลังจากหลอกหวังเฉิงหัวทิ่ม หยางจ้านก็เลี้ยงลูกต่อ เลี้ยงลอดหว่างขาไขว้ไปมาสองที พอได้จังหวะก็ชู้ตลูกออกไปแบบชิลๆ ลูกบาสลอยละลิ่วลงห่วงดังสวบ หวังเฉิงวิ่งไปเก็บลูกใต้แป้น แล้วเลี้ยงลูกเดินกลับมาหาหยางจ้าน
"ไอ้จ้าน ร้ายนักนะ ดูจากของแต่งตัววันนี้ สงสัยฉันจะสู้แกไม่ได้ว่ะ โดนแกข่มซะมิดเลยสาดดด" หวังเฉิงบ่นอุบอย่างเซ็งๆ
ปกติพวกเขาไม่เคยเล่นกีฬาด้วยกันเลย แต่วันนี้พอเห็นชุดและหุ่นของหยางจ้าน บวกกับทักษะการเลี้ยงลูกและชู้ตบาสเมื่อกี้ หวังเฉิงก็ยอมแพ้แต่โดยดี เดิมทีตัวเองก็ไม่ได้เก่งอะไรอยู่แล้ว ยอมรับก็ไม่เห็นจะเสียหน้าตรงไหน
หยางจ้านยิ้มเยาะ "ยอมรับความจริงแล้วล่ะสิ งั้นให้สิทธิพิเศษยอมแพ้เสียครึ่งเดียวแล้วกัน วันหลังอยู่ต่อหน้า 'หนูหริ่ง' ก็เรียกฉันว่าลูกพี่ซะ ฮ่าๆ"
หวังเฉิงแกล้งทำหูทวนลม เลี้ยงลูกไปชู้ต แล้วก็วิ่งไปเก็บลูกใต้แป้นเอง
...
ประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง บิ๊กบอสฟู่อวี้ก็เดินลงสนามมา เจ้าอ้วนไช่ก็เปลี่ยนมาใส่ชุดบาสเดินตามมาติดๆ คนอ้วนน้ำหนักสองร้อยกว่าชั่งเนี่ยก็ดูมีรัศมีข่มขวัญคู่ต่อสู้ได้เหมือนกันนะ แต่จะมาคัดตัวเพื่อเอาสวัสดิการฟรีๆ หรือเปล่า อันนี้หยางจ้านก็ไม่แน่ใจ
หวังเฉิงรู้หน้าที่ รีบเป่านกหวีดเรียกรวมพล แล้วแนะนำอย่างเป็นทางการ "พี่น้องครับ หัวหน้าฟู่คือผู้จัดการทีมของเรา การฝึกซ้อมและการแข่งนับจากนี้ไป หัวหน้าฟู่จะเป็นคนนำทีมพวกเราครับ ปรบมือต้อนรับและขอเชิญกัปตันกล่าวอะไรหน่อยครับ"
ในงานแบบนี้ ไม่มีใครมามัวเก๊กวางมาดหรอก ก็แค่กิจกรรมสนุกๆ ทุกคนก็กำลังคึกคัก ปรบมือต้อนรับกันเกรียวกราว
ฟู่อวี้เจนเวทีอยู่แล้ว ไม่ได้รู้สึกเขินอายอะไร ประสานมือชูขึ้นทักทายทุกคนรอบวง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกคนมากที่สละเวลาทำงานหรือเวลาพักผ่อนมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ขอบคุณจริงๆ ครับ"
"พวกเราน่าจะเห็นประกาศของบริษัทกันแล้ว ปีนี้ผมขออนุมัติงบจากสหภาพแรงงานมาได้ ตำแหน่งกัปตันทีมบาสของผมก็เลยจะไม่ใช่แค่ตำแหน่งลอยๆ อีกต่อไป"
"สหภาพแรงงานของเมืองจัดแข่งบาสทุกปี แต่ที่ผ่านมาบริษัทเราไม่ค่อยสนใจจะเข้าร่วม ปีนี้ผมเลยขอเป็นแกนนำ รวบรวมทุกคนไปสมัครแข่งดู ถ้าจะบอกว่าแข่งขำๆ เน้นเข้าร่วมก็คงจะดูหมดกำลังใจไปหน่อย เอาเป็นว่าเรามาตั้งเป้าคว้าอันดับดีๆ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้บริษัทเรากันดีกว่า"
"การแข่งขันจะเริ่มเดือนหน้า จัดแข่งทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ แบบแพ้คัดออก เราต้องพยายามเอาชนะให้ได้หลายๆ นัด เดือนนี้เราจะฟอร์มทีมกันก่อน แล้วเดี๋ยวผมจะลองนัดหน่วยงานในเขตนี้มาแข่งอุ่นเครื่องสักสองสามนัด ให้ทุกคนได้ลองเล่นเข้าขากันดู"
"ถ้าทีมเราทำผลงานได้ดี ช่วงครึ่งปีหลังที่มีแข่งบาสระดับมณฑล เราก็อาจจะได้เป็นตัวแทนของบริษัทสาขาประจำเมืองไปแข่งด้วย"
"ส่วนรายละเอียดเรื่องการสนับสนุน ทุกคนมาเล่นบาสเพราะใจรัก ทางบริษัทก็มีนโยบายสนับสนุนให้ เช่น พี่น้องจากปั๊มน้ำมัน ถ้าต้องมาแข่งหรือมาซ้อม ทางปั๊มน้ำมันก็ต้องอำนวยความสะดวกเรื่องการสลับกะให้"
"คนที่ผ่านคัดตัวเข้าทีม เราจะตัดชุดแข่งให้ใหม่ทุกคน แล้วก็เบิกค่ารองเท้าบาสให้คนละ 500 หยวน ช่วงซ้อมหรือแข่ง บริษัทก็จะมีเบี้ยเลี้ยงค่าเดินทางให้ ส่วนเรื่องน้ำดื่ม อาหารการกิน หวังเฉิง ฝ่ายสวัสดิการของเราจะเป็นคนจัดการให้ ถ้าทีมทำผลงานได้ดี ผมจะเป็นคนไปทำเรื่องขอเงินรางวัลพิเศษจากบริษัทให้เอง"
หวังเฉิงในฐานะลูกคู่ชั้นยอด ก็รีบปรบมือเป็นคนแรก แล้วตะโกนรับลูก "ดีเลยครับ~~~"
ทุกคนรอบๆ ก็ปรบมือและส่งเสียงเฮตามไปด้วย
ฟู่อวี้พูดต่อ "เมื่อกี้ดูรายชื่อแล้ว ที่อยู่ตรงนี้รวมผมกับหวังเฉิงก็มีทั้งหมด 18 คน ไม่นับเฉินซูนะ เธอเป็นหัวหน้าเชียร์ลีดเดอร์ที่บริษัทส่งมาให้เรา ถ้าพวกเราทำผลงานได้ดี เธอจะรับหน้าที่ไปเกณฑ์สาวๆ จากบริษัทมาตั้งทีมเชียร์ลีดเดอร์ไปเชียร์พวกเราถึงขอบสนามเลยล่ะ"
หลังจากอธิบายเสร็จ ฟู่อวี้ก็พูดต่อ "ผมกับหวังเฉิงไม่ต้องคัดตัวนะ ผมเป็นกัปตันทีมอยู่แล้ว ส่วนหวังเฉิงก็เป็นฝ่ายสวัสดิการ ก็ต้องมีชื่อติดทีมไปด้วย ส่วนพี่น้องอีก 16 คนที่เหลือ วันนี้เราจะคัดให้เหลือ 12 คนก่อน"
"คนที่ไม่ผ่านคัดตัวก็อย่าเพิ่งเสียใจไป จะได้เป็นผู้เล่นตัวสำรองของทีมเรา ส่วนคนที่ผ่านคัดตัวก็ใช่ว่าจะลอยลำนะ เผื่อวันหน้ามีพนักงานบริษัทคนอื่นเห็นทีมเราจริงจังขึ้นมา แล้วมีพวกตัวท็อปๆ มาขอคัดตัวเพิ่ม ถึงตอนนั้นเราก็จะวัดกันที่ฝีมือว่าใครจะได้อยู่หรือใครจะต้องไป"
ฟู่อวี้เน้นย้ำอีกครั้ง "ตอนนี้ทีมเรายังไม่มีโค้ช ผมในฐานะกัปตันก็จะควบตำแหน่งโค้ชไปก่อน ถ้าทีมเราฝีมือพัฒนาขึ้นมาจริงๆ เดี๋ยวผมจะไปจ้างโค้ชมืออาชีพมาสอนพวกเราเอง เอาล่ะ มีแค่นี้แหละ หวังเฉิง นายจัดการคัดตัวตามแผนที่เราวางไว้เลย"
"เยี่ยม"... "จัดไป"... เสียงปรบมือและเสียงตอบรับดังระงม
หวังเฉิงหน้าด้านพอตัวอยู่แล้ว เลยตะโกนสั่งการทันที "เมื่อกี้กัปตันอธิบายชัดเจนแล้วนะ บ่ายนี้เราจะคัดพี่น้องให้เหลือ 12 คนก่อน"
"วิธีคัดตัวก็ไม่มีอะไรซับซ้อน แบ่งเป็น 3 ทีม แข่งแบบเต็มสนาม ใครได้ 5 แต้มก่อนชนะ ทีมชนะได้เล่นต่อ ทีมแพ้ก็ลงไปพักแล้วให้ทีมต่อไปเข้ามาเสียบ ผมกับกัปตันจะคอยดูอยู่ข้างสนาม และสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นแต่ละทีมได้ตลอดเวลา ตอนนี้ยังไม่บ่ายสามเลย เราจะแข่งกันสักสองชั่วโมง ทุกคนเล่นๆ ไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละว่าใครฝีมือเป็นยังไง"
"โห ดิบเถื่อนชะมัด" ทุกคนเริ่มซุบซิบปรึกษากันว่าจะจับคู่กับใครถึงจะเวิร์กสุด
หวังเฉิงเดินฝ่าวงล้อมไปกลางสนาม ชี้มือแบ่งโซนออกเป็น 5 โซน แล้วบอกว่า "เรามาแบ่งตำแหน่งกันก่อน เซ็นเตอร์ พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด สมอลล์ฟอร์เวิร์ด ชู้ตติ้งการ์ด และพอยต์การ์ด ใครถนัดตำแหน่งไหนก็ไปยืนตรงนั้นเลยนะ เดี๋ยวตอนแบ่งทีมจะได้ไม่งง กติกาเบื้องต้นเราต้องเคารพกันด้วย"
ทุกคนต่างก็ปรึกษากันเสียงเบาๆ พลางลังเลว่าจะเลือกตำแหน่งไหนดี
พอเลือกตำแหน่งเสร็จก็แอบฮา เพราะตำแหน่งเซ็นเตอร์มีคนยืนอยู่ 3 คน เจ้าอ้วนไช่ก็อยู่ในนั้นด้วย ส่วนพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ดกลับไม่มีคนยืนเลย สมอลล์ฟอร์เวิร์ดมี 2 คน ก็คือจางจื่อเฉินกับอู่เยี่ยนนั่นแหละ ที่เหลือก็ไปกองรวมกันอยู่ที่ตำแหน่งการ์ดทั้งสองฝั่ง
นี่แหละคือความจริง เวลาไม่ได้แข่งแบบเป็นทางการ ใครมันจะมานั่งแบ่งแยกว่าใครเป็นพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ดหรือสมอลล์ฟอร์เวิร์ดล่ะ
คนที่สูงที่สุดในกลุ่มก็คือคนที่ยืนอยู่ตำแหน่งเซ็นเตอร์ กะด้วยสายตาน่าจะสูงประมาณเมตรเก้า หุ่นดูล่ำบึ้กใช้ได้เลย
อีกคนที่ยืนตำแหน่งเซ็นเตอร์เตี้ยกว่าคนแรกนิดหน่อย แต่อวบกว่า เจ้าอ้วนไช่นี่ไม่ต้องพูดถึง สูงสุดก็คงเมตรแปดพอดีเป๊ะ ที่ต้องไปยืนตรงนั้นก็เพราะน้ำหนักสองร้อยห้าสิบหกสิบชั่งของเขานั่นแหละ
ส่วนคนที่เหลือก็สูงประมาณ 1.75 - 1.83 เมตร หวังเฉิงเตี้ยสุดก็ตัดทิ้งไปได้เลย หยางจ้านเคยวัดส่วนสูงตอนไม่ใส่รองเท้าได้ 179 ซม. พอใส่รองเท้าบาสก็น่าจะสูงประมาณ 183-184 ซม. เขาเลยไปยืนที่ตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ด
ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ ก็ต้องใช้วิธีดิบเถื่อนในการแก้ปัญหาแล้วล่ะ
ฟู่อวี้เดินเข้ามาสั่งให้เซ็นเตอร์ทั้ง 3 คนเป็นหัวหน้าทีม จับสมอลล์ฟอร์เวิร์ด 2 คนอัปเกรดเป็นพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด แล้วดึงคนตัวสูงมาอีก 1 คนให้ครบ 3 คนเพื่อกระจายไปอยู่แต่ละทีม ส่วนคนที่เหลือก็สุ่มจับยัดใส่แต่ละทีมไปเรื่อยๆ เขาพอจะรู้จักลูกน้องตัวเองอยู่บ้าง เลยจัดสรรออกมาได้ค่อนข้างสมดุล
หยางจ้านถูกจับไปอยู่ทีมเดียวกับเจ้าอ้วนไช่ มี 'พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด' จางจื่อเฉินเป็นเพื่อนร่วมทีม และเขาก็ได้เล่นตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ดสมใจอยาก
แบ่งทีมเสร็จก็ไม่รอช้า หวังเฉิงคาบนกหวีดเป่าปรี๊ดดด พร้อมตะโกนลั่น "ลุยเลยพวก ลุยเลย..."
…………