- หน้าแรก
- ทำฟาร์มปลูกผักชิลๆ แต่ไหงกลายเป็นเซียนไร้พ่าย
- บทที่ 64 โชคลาภกำลังจะมา
บทที่ 64 โชคลาภกำลังจะมา
บทที่ 64 โชคลาภกำลังจะมา
บทที่ 64 โชคลาภกำลังจะมา
จี้หยวนกวาดสายตาสำรวจของในถุงเก็บของคร่าวๆ แล้วก็ลอบโล่งใจขึ้นมาก
เขามองไปยังร่างสองร่างที่ปรากฏขึ้นจากทางซ้ายและขวา เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ไม่มีผิด ทั้งคู่คือชายร่างสูงใหญ่ที่เขาเห็นอยู่ข้างกายฉินเวยก่อนหน้านี้นั่นเอง
"สหายนักพรต นี่เป็นเรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลฉินของเรากับเฉิวเชียนไห่ ข้าขอเตือนว่าเจ้าอย่าสอดมือมายุ่งจะดีกว่า"
หูต๋ามองจี้หยวนที่ยืนไพร่หลังอยู่ พลางเอ่ยเตือนด้วยเสียงเคร่งขรึม
จี้หยวนสะบัดมือโปรยเศษผงศิลาวิญญาณทิ้งไป สัมผัสได้ถึงพลังปราณในจุดตันเถียนที่กลับมาสมบูรณ์พร้อมอีกครั้ง เขาแค่นหัวเราะเยาะหยัน "จะฆ่าก็ฆ่า ไม่ฆ่าก็ไสหัวไป! จะพล่ามอะไรนักหนา!"
"ในเมื่อเจ้าอยากจะรนหาที่ตายนัก ข้าก็จะส่งเจ้าไปลงนรกเอง!"
สิ้นคำพูด ทั้งคู่ก็กระทืบเท้าลงบนเรือนิติอาวุธอย่างแรง ร่างทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ พุ่งตรงดิ่งมายังเกาะร้างทันที
จี้หยวนและเฉิวเชียนไห่แยกกันรับมือคนละทาง
"ไป!"
จี้หยวนเรียกกระบี่วารีขาวออกมา แสงสีขาวพุ่งฝ่าอากาศออกไปทันที
หูต๋าที่เพิ่งร่อนลงแตะพื้นเห็นจี้หยวนลงมือก่อนก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เขาสะบัดข้อมือปลดปล่อยแสงสีเขียววูบหนึ่ง ชั่วพริบตาเดียวเกราะแสงสีเขียวก็ครอบคลุมร่างของเขาไว้มิดชิด
กระบี่วารีขาวพุ่งเข้าปะทะ แต่กลับถูกเกราะนั่นดีดกระเด็นออกมา
นิติอาวุธป้องกันกาย ระดับกลางเสียด้วย!
ดวงตาของจี้หยวนเป็นประกาย เขาดีดนิ้วส่งลำแสงปราณออกไปหลายสาย พร้อมกับเรียกกระบี่บินกลับมา
ในจังหวะที่หูต๋าคิดว่าจี้หยวนจะล่าถอยไปตั้งหลัก เขาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ทันใดนั้นบนท้องฟ้าเหนือศีรษะพลันปรากฏสายฟ้าสีม่วงม้วนตัวคำรามลั่น
มันไม่ใช่แค่สายเดียว แต่มันมาเป็น... ป่าสายฟ้า
ยันต์สายฟ้าฟาดระดับกลางห้าแผ่นในมือของจี้หยวนค่อยๆ มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน
ไอ้ห้าแผ่นนี้ เขาควักกระเป๋าตัวเองออกไปสองแผ่น ส่วนอีกสามแผ่นที่เหลือคือของที่รื้อได้จากถุงเก็บของของหลิวต้า
"ไอ้ลูกสุนัขเอ๊ย!"
หูต๋าสบถด่า พลางรีบแปะยันต์ป้องกันระดับสูงลงบนตัวอย่างลนลาน
ภายใต้อาคมสายฟ้าขนาดนี้ ยันต์ป้องกันระดับกลางมันก็แค่ของเล่น ถ้าไม่อยากตาย ก็ต้องใช้ยันต์ระดับสูงเท่านั้น
ทั้งคู่ปะทะกันอย่างดุเดือด ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของเกาะ เฉิวเชียนไห่และจางไคก็เริ่มเปิดฉากต่อสู้เช่นกัน
แต่ทว่าทางด้านเฉิวเชียนไห่นั้นกลับดูย่ำแย่กว่ามาก
ลำพังเขามีพลังแค่ระดับฝึกปราณขั้นที่ห้า แถมทั้งนิติอาวุธและยันต์ยังเป็นรองจางไคที่มาจากตระกูลฉินอยู่หลายขุม ผ่านไปไม่กี่อึดใจ เขาก็ถูกกดดันจนต้องล่าถอยอย่างต่อเนื่อง
แค่ระดับฝึกปราณขั้นที่หกคนเดียวก็บีบเขาจนจมดินได้ขนาดนี้ แล้วก่อนหน้านี้ตระกูลฉินยังส่งมารวดเดียวถึงสามคน... หากไม่มีจี้หยวนอยู่ด้วย เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตไปได้แน่นอน
สถานการณ์ตอนนี้ก็เช่นกัน จี้หยวนเพิ่งจะใช้ยันต์กองโตชิงความได้เปรียบมาได้ ก็เห็นเฉิวเชียนไห่ตกอยู่ในอันตรายเสียแล้ว
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงไม่ต้องออมมือกันแล้ว!
จี้หยวนขยับเท้าพุ่งตัวไม่กี่ก้าวก็มาหยุดอยู่ตรงกลางระหว่างจางไคและหูต๋า
ในขณะที่เฉิวเชียนไห่นึกว่าเขาจะรับศึกสองด้านพร้อมกัน จี้หยวนก็สะบัดมือขวาเรียกธงสีดำขนาดเล็กออกมาแผ่นหนึ่ง
ธงนั่นขยายร่างขึ้นตามแรงลมจนมีขนาดปกติในชั่วพริบตา
จี้หยวนสะบัดมือปักธงลงบนพื้นดิน
ค่ายกลผีทมิฬ เปิด!
หมอกดำพุ่งพล่านออกมาจากพื้นดิน ห่อหุ้มร่างของคนทั้งสี่ไว้ภายใน และปกคลุมพื้นที่ใจกลางเกาะจนมืดมิด
เฉิวเชียนไห่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายหยินที่เข้มข้นจนขนลุกซู่ ในตอนแรกเขาก็แอบใจเสีย แต่พอคิดได้ว่านี่คือฝีมือของจี้หยวน เขาก็คลายกังวลลง
"เดี๋ยวข้าจะส่งเจ้าไปโผล่ข้างหลังมัน พอเจ้าเห็นทางสว่างเมื่อไหร่ ก็ให้ลอบโจมตีทันที อย่าได้ลังเล"
เสียงของจี้หยวนดังขึ้นข้างหูของเขา
เฉิวเชียนไห่ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแต่พยักหน้าเบาๆ
และในวินาทีนั้นเอง เขาก็เห็นหมอกดำเบื้องหน้าแหวกออกเล็กน้อย ปรากฏเงาร่างหนึ่งที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ โดยมีแสงสีขาวสลัวห่อหุ้มร่างไว้
ได้การล่ะ!
เขาขว้างยันต์โจมตีระดับกลางออกไปสองแผ่นทันที ตามด้วยดาบโค้งจันทร์เสี้ยวคู่ใจที่พุ่งแหวกอากาศออกไป พร้อมกับปลดปล่อยคมวารีอีกนับสิบสายตามไปติดๆ
อีกด้านหนึ่ง จี้หยวนก็ปลดปล่อยผีทมิฬระดับฝึกปราณขั้นที่หกสองตนออกมา
พวกมันแผดร้องโหยหวนพุ่งเข้าใส่หูต๋าเพื่อถ่วงเวลาไว้
การควบคุมอาคมสามอย่างพร้อมกัน แถมยังต้องแบ่งสมาธิเป็นสามส่วน ทำให้จี้หยวนรู้สึกถึงความกดดันมหาศาล
"หืม?"
จางไคที่ตกลงไปในหมอกดำเริ่มตระหนักถึงความผิดปกติ เขารีบเร่งพลังเกราะแสงลี้ลับป้องกันกาย พร้อมกับกำยันต์ป้องกันระดับสูงไว้ในมือแน่น
ในเวลาเสี่ยงตายแบบนี้ จะมาขี้เหนียวไม่ได้เด็ดขาด
ทันทีที่เขาได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากด้านหลัง เขาก็บดขยี้ยันต์ในมือทิ้งทันที ภายใต้การป้องกันสองชั้นเขารีบหันขวับไปมอง สองมือที่เคยประสานกันพลันกางออก
มีดบินขนาดกว้างสองนิ้วเล่มหนึ่งแตกตัวออกเป็นห้าเล่ม พุ่งแหวกหมอกดำออกไปทันที
"แย่แล้ว!"
จี้หยวนสัมผัสได้ถึงอันตราย เขารีบเร่งพลังค่ายกลลวงตาเพื่อบิดเบือนการมองเห็นของจางไค ทำให้มันรู้สึกว่าเฉิวเชียนไห่กำลังหนีไปอย่างรวดเร็ว
มีดบินของมันจึงพุ่งตามเงาลวงของเฉิวเชียนไห่ไปทันที
ความจริงเฉิวเชียนไห่ไม่ได้ขยับไปไหนเลย เขาเฝ้ามองมีดบินเหล่านั้นพุ่งเฉียดตัวไปอย่างหวุดหวิดจนใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม...
"ไป"
จี้หยวนมองออกว่าลำพังเฉิวเชียนไห่คนเดียวคงจัดการไอ้หมอนี่ไม่ได้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เขาต้องลงมือเอง
"เจ้าถ่วงเวลามันไว้ครู่หนึ่ง"
เฉิวเชียนไห่ได้ยินเสียงกระซิบข้างหูก็พยักหน้าเบาๆ เขาบังคับดาบโค้งให้คอยเฉือนโจมตีอยู่รอบตัวจางไคไม่ให้มันหยุดพัก
จี้หยวนหยิบยันต์ตราทองที่เป็นยันต์โจมตีระดับสูงออกมา
คราวก่อนที่สู้กับเจ้าเกาะผี เขาเกือบจะถูกไอ้นี่ทับตายมาแล้ว ย่อมรู้ซึ้งถึงอานุภาพของมันดี
เมื่อเห็นจางไคถูกเฉิวเชียนไห่ดึงความสนใจไว้ จี้หยวนก็บดขยี้ยันต์ตราทองทิ้งทันที
เมื่อยันต์โจมตีระดับสูงแผลงฤทธิ์ กลิ่นอายกดดันมหาศาลก็แผ่ซ่านไปทั่ว
หูต๋าที่กำลังพัลวันอยู่กับผีทมิฬสองตนสัมผัสได้ถึงอันตราย เขาตะโกนเรียกชื่อ "จางไค" สุดเสียง พลางควักยันต์โจมตีระดับสูงออกมาอีกสองแผ่น
รวมกับยันต์ป้องกันระดับสูงที่ใช้ไปก่อนหน้านี้ เพียงเวลาไม่กี่อึดใจ เขาก็ผลาญยันต์ระดับสูงไปถึงสามแผ่นแล้ว
มารดามันเถอะ สมกับเป็นคนมีตระกูล รวยชิบหายเลยโว้ย
โดยปกติแล้ว ผู้ฝึกตนจากตระกูลเซียนหรือสำนักย่อมจะร่ำรวยกว่านักพรตพเนจรทั่วไป
ตระกูลฉินแม้จะเป็นเพียงตระกูลระดับฝึกปราณเล็กๆ ที่ปักหลักอยู่ในย่านการค้า แต่ด้วยการที่มีที่พึ่งพิงและสะสมบารมีมานานหลายสิบปี ย่อมทำให้สมาชิกในตระกูลมีทรัพย์สมบัติมากกว่าคนจับปลาทั่วไปเป็นธรรมดา
"ระเบิดไปซะ!"
หูต๋าเดาได้ว่าตนเองคงติดอยู่ในค่ายกล แต่ความรู้เรื่องค่ายกลของเขามีอยู่แค่หยิบมือเดียว
ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงใช้กำลังสยบทุกอย่าง
เมื่อเห็นหูต๋ากำลังจะเปิดใช้งานยันต์ระดับสูงทั้งสองแผ่น จี้หยวนก็กำหนดจิตเก็บผีทมิฬทั้งสองตนกลับมา พร้อมกับเปิดช่องว่างในค่ายกลออกด้านหนึ่ง
กระบี่ทองคำยักษ์สองเล่มฟาดฟันลงมาทันที
ดวงตาของหูต๋าเป็นประกาย... แสงสว่างจ้าปรากฏขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เพราะแรงระเบิดจากอาคมของเขา แต่เป็นเพราะจี้หยวนจงใจเปิดค่ายกลออกต่างหาก
กระบี่ยักษ์ฟาดโดนเพียงความว่างเปล่า ทว่าถึงกระนั้นมันก็ยังทิ้งรอยดาบขนาดมหึมาไว้กลางอากาศ
"บัดซบ!"
เท่ากับว่าเขาเสียยันต์โจมตีระดับสูงไปฟรีๆ ถึงสองแผ่น... แต่ก็ไม่เสียเปล่าไปทั้งหมด อย่างน้อยมันก็บีบให้ไอ้หมอนี่ต้องเปิดค่ายกลออก
หูต๋าพุ่งตัวออกมา รองเท้าที่เขาสวมอยู่แผ่แสงสีเขียววูบหนึ่ง
ชั่วพริบตาเดียว เขาก็หลุดพ้นออกมาจากค่ายกลได้สำเร็จ
ทว่าในจังหวะที่เขาหนีออกมาได้นั้น ภายในค่ายกลกลับมีเสียงกรีดร้องที่ฟังดูโหยหวนน่าสยดสยองดังขึ้น... เฉิวเชียนไห่มองดูผีทมิฬสองตนที่โผล่มากลางอากาศแล้วรุมทึ้งกัดกระชากศีรษะของจางไคจนขาดกระเด็น เขารู้สึกหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้
จี้หยวนเห็นจางไคถูกผีทมิฬสังหารอย่างเด็ดขาดแล้ว ก็เรียกพวกมันกลับมา พร้อมกับเก็บค่ายกลผีทมิฬทิ้งไป
หมอกดำบนเกาะค่อยๆ จางหายไป ร่างของจี้หยวนปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
เขาชูนิ้วชี้และนิ้วกลางประสานกันเป็นดรรชนีกระบี่ แล้วสะบัดมือออกไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ไป!"
กระบี่บินพุ่งทะยานราวกับสายน้ำไหลริน เข้าจู่โจมสังหารศัตรูทันที
หูต๋ารีบกางเกราะแสงลี้ลับขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้จี้หยวนไม่ได้รีบร้อนเรียกกระบี่กลับ เขาเค้นพลังปราณควบคุมกระบี่บินให้จู่โจมอย่างต่อเนื่อง
ไม่เพียงเท่านั้น ดาบโค้งจันทร์เสี้ยวของเฉิวเชียนไห่ก็พุ่งเข้ามาสมทบอย่างบ้าคลั่ง เข้าปะทะกับมีดบินทั้งห้าเล่มของหูต๋าจนนัวเนียไปหมด
ดูเหมือนมีดบินพวกนี้จะเป็นของสั่งทำพิเศษ คนของตระกูลฉินทั้งสองจึงมีเหมือนกันเป๊ะ
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นไปทั่วท้องน้ำ ประกายไฟกระเด็นวับแวมออกมาเป็นระยะ
ในขณะที่หูต๋ากำลังคิดจะหาทางทำลายกระบี่บินของจี้หยวนนั้น หางตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นประกายแสงสีแดงวับแวมซ่อนอยู่ในกระบี่สีขาว
เขารีบแปะยันต์ป้องกันลงบนตัวอีกสองแผ่นรวด
แต่คราวนี้เป็นเพียงยันต์ระดับกลางเท่านั้น
สำหรับเขาแล้ว ยันต์ระดับสูงมันมีไม่มากนัก ใช้หมดแล้วก็คือหมดเลย
เข็มปลิดชีพพุ่งออกไปอีกครั้ง แต่กลับถูกยันต์ป้องกันทั้งสองแผ่นขวางไว้ได้ เมื่อมองเห็นเข็มบินที่จ่ออยู่ตรงหน้า หูต๋าก็ถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นเฉียบออกมาท่วมแผ่นหลัง
ถ้าเขารู้ตัวช้ากว่านี้อีกนิดเดียว มีหวังได้เอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่แน่...
"อั้ก——"
จู่ๆ หูต๋าก็กระอักเลือดออกมาคำโต เขาเบิกตากว้างมองลงไปที่พื้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
เห็นเพียงบนพื้นทรายที่เขายืนอยู่ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่มีกระบี่นิติอาวุธสีเหลืองดินพุ่งทะลวงขึ้นมา มันทำลายการป้องกันรอบกายของเขาจนหมดสิ้น และปักทะลุเข้าร่างของเขาโดยตรง
ตรงข้ามกับเขา ยันต์ระดับสูงแผ่นหนึ่งในมือของจี้หยวนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปเรียบร้อยแล้ว