เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53 แทงข้างหลัง

บทที่ 53 แทงข้างหลัง

บทที่ 53 แทงข้างหลัง


บทที่ 53 แทงข้างหลัง

"ตกลง"

ในเมื่อจี้หยวนเอ่ยปากเช่นนั้น เฉิวเชียนไห่ก็ไม่ได้แก้ตัวแทนสยงโหย่วฝูว่าเขาไว้ใจได้ หรือไม่มีปัญหาอะไรให้เปลืองน้ำลาย

"แล้วตอนนี้เราจะเอายังไงต่อ? หนีหรือสู้? ข้าตามใจเจ้า"

ใจจริงจี้หยวนอยากจะตอบว่าสู้ แต่พอคำพูดมาจ่ออยู่ที่ปาก เขาก็ชะงักไป

ชีวิตมีแค่ชีวิตเดียว จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด

เรื่องเขียนยันต์หลอมโอสถ ต่อให้พลาดกี่ร้อยกี่พันครั้งก็ยังเริ่มใหม่ได้ แต่เรื่องความเป็นความตาย เขาพลาดได้แค่อีกครั้งเดียวเท่านั้น

ดังนั้นท้ายที่สุดเขาจึงตอบไปว่า "หนี!"

หนีได้ก็หนี หนีไม่ได้ค่อยสู้ นี่แหละคติพจน์ในการเอาชีวิตรอดของจี้หยวน

"ตกลง"

"ถ้าจะหนี เจ้ามีที่ไปหรือเปล่า?" จี้หยวนถาม

"มี" เฉิวเชียนไห่พยักหน้า "ไปตลาดวารีนิล ในบรรดาย่านการค้าทั้งหมดรอบบึงเมฆาพิรุณ ตลาดวารีนิลเป็นที่ที่วุ่นวายที่สุดแล้ว คนร้อยพ่อพันแม่ปะปนกันมั่วซั่วไปหมดเหมือนสระคลื่นใสนี่แหละ ก่อนหน้านี้ข้าก็ซ่อนตัวอยู่ที่นั่นมาตลอด"

แบบนั้นก็เข้าท่า จี้หยวนเตรียมจะหันหัวเรือมุ่งหน้าไปยังตลาดวารีนิลทันที

เขาตั้งใจจะไปส่งเฉิวเชียนไห่ให้ถึงที่ก่อน พอเห็นว่าปลอดภัยไร้กังวลแล้ว เขาถึงจะเดินทางกลับตลาดสกุลเจิง

"อาเชียน! อาเชียน!"

จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากอีกฟากของเกาะ ตามมาด้วยเรือนิติอาวุธสีเขียวลำหนึ่งที่แล่นฉิวมาตามผิวน้ำ บนเรือมีร่างของชายร่างสูงใหญ่กำยำยืนอยู่

พอเห็นหน้าชายคนนั้น เฉิวเชียนไห่ก็ผุดลุกขึ้นยืนทันที

"ตาเฒ่าสยง ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?!"

ผู้มาเยือนก็คือ สยงโหย่วฝู สหายร่วมเป็นร่วมตายที่เฉิวเชียนไห่เพิ่งพูดถึงนั่นเอง

สยงโหย่วฝูเหลือบมองจี้หยวนแวบหนึ่ง แววตาของเขาลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่นานก็เบนสายตากลับมาที่เฉิวเชียนไห่อีกครั้ง

"ข้าได้ข่าวว่าทางตระกูลฉินมีความเคลื่อนไหว เหมือนจะส่งคนมาตามล่าเจ้า ข้าเป็นห่วงก็เลยแวะมาดู"

"เจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว ไปเถอะ เรารีบกลับกันก่อน อย่ามาเดินเพ่นพ่านแถวนี้เลย"

สยงโหย่วฝูเร่งเร้า

หากไม่เป็นเพราะคำเตือนข้อสงสัยของจี้หยวนก่อนหน้านี้ เฉิวเชียนไห่ก็คงไม่คิดระแวงอะไร

แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาเริ่มระแวงขึ้นมาแล้ว เขามองหน้าสยงโหย่วฝู พลางกล่าวเสียงขรึม "ที่นั่นข้าไม่กลับไปแล้ว"

"ไม่กลับแล้วรึ? แล้วเจ้าจะไปไหน? แถวนี้ยังมีที่ไหนปลอดภัยกว่าที่นั่นอีกหรือไง?"

พอได้ยินว่าเฉิวเชียนไห่จะไม่กลับไป สยงโหย่วฝูก็ร้อนรนขึ้นมาทันที

เฉิวเชียนไห่เงียบไม่ตอบ ส่วนจี้หยวนนั้นแอบใช้จิตเชื่อมต่อกับกระบี่บินในถุงเก็บของเตรียมพร้อมไว้แล้ว... ไอ้หมอนี่มีพลังแค่ระดับฝึกปราณขั้นที่ห้าเท่านั้น จัดการได้ไม่ยากเย็นนัก แต่ก็ประมาทไม่ได้เด็ดขาด

"นี่ ตกลงเจ้าจะไปไหนกันแน่?!"

สยงโหย่วฝูทำทีเป็นห่วงเป็นใยเฉิวเชียนไห่เสียเต็มประดา

"ตาเฒ่าสยง..." น้ำเสียงของเฉิวเชียนไห่แหบพร่า สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "แม้แต่เจ้า... ก็จะแทงข้างหลังข้าด้วยงั้นรึ?"

"นี่เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้า?!"

แววตาของสยงโหย่วฝูลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด

"ตอนอยู่ที่ท่าเรือตลาดวารีนิล ข้าเป็นคนช่วยชีวิตเจ้าไว้แท้ๆ นะ แต่ตอนนี้เจ้ากลับจะเอาข้าไปขาย..."

เฉิวเชียนไห่พูดพลางส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย

"อาเชียน ข้า... ข้า..."

ริมฝีปากของสยงโหย่วฝูสั่นระริก สุดท้ายเขาก็กัดฟันกรอด พูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "เป็นเพราะข้าหน้ามืดตามัวเอง ก็ตระกูลฉินมันให้ค่าหัวเจ้าตั้งมากมายมหาศาลขนาดนั้น!"

สิ้นคำพูด ดาบโค้งสองเล่มก็ลอยละลิ่วออกจากมือของเฉิวเชียนไห่ทันที

ดาบทั้งสองเล่มตวัดโค้งดุจจันทร์เสี้ยว พุ่งเข้าประกบซ้ายขวาหมายจะเอาชีวิตสยงโหย่วฝู

พร้อมกันนั้น เฉิวเชียนไห่ก็ตวาดก้อง "ลุยพร้อมกัน!"

ประโยคนี้เห็นได้ชัดว่าพูดกับจี้หยวน เขาคงกลัวว่าจะจัดการสยงโหย่วฝูไม่ลงในดาบเดียว แล้วจะทำให้เรื่องราวมันบานปลายไปกันใหญ่

ดังนั้นการลากจี้หยวนมารุมรุมกินโต๊ะด้วย ย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ในเมื่อรุมได้ จะไปสู้ตัวต่อตัวให้โง่ทำไม?

พอเฉิวเชียนไห่ลงมือ จี้หยวนก็ไม่รอช้า กระบี่บินที่เตรียมพร้อมไว้แต่แรกพุ่งทะยานออกไปทันที พร้อมกับมือขวาที่จิ้มสกัดกลางอากาศติดๆ กันหลายครั้ง

ทุกครั้งที่จิ้ม จะมีลำแสงสีฟ้าอ่อนสายหนึ่งพุ่งทะลวงออกไป

เป้าหมายคือแขนขาทั้งสี่และหว่างคิ้วของสยงโหย่วฝู

ในขณะเดียวกัน มือซ้ายของจี้หยวนที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อก็ดีดนิ้วส่งวิชา "ทะลวงศิลา" ออกไป เป็นเส้นปราณเรียวเล็กดุจเส้นผมสามสาย พุ่งเป้าไปที่ยอดอกของศัตรู

ชั่วพริบตาเดียว การโจมตีนับสิบสายก็พุ่งเข้าถล่มสยงโหย่วฝูพร้อมกัน

ต่อให้มันจะงัดเอายันต์หรือนิติอาวุธทั้งหมดที่มีออกมาป้องกัน ก็ไม่มีทางต้านทานการรุมกินโต๊ะครั้งนี้ได้

แค่กระบี่บินของจี้หยวนเล่มเดียว ก็ฟาดนิติอาวุธป้องกันรูปทรงกระจกของมันจนปลิวละลิ่วแล้ว ตามมาด้วยดาบโค้งของเฉิวเชียนไห่ที่ตวัดฉับเดียว หัวของสยงโหย่วฝูก็หลุดกระเด็นออกจากบ่า

ศีรษะลอยคว้างกลางอากาศ แต่สีหน้าของเฉิวเชียนไห่กลับเรียบเฉยไร้ความรู้สึก

"ติดค้างชีวิตข้า ก็ถือซะว่าชดใช้คืนมาแล้วก็แล้วกัน"

"อืม รีบเก็บของเร็วเข้า..."

จี้หยวนยังพูดไม่ทันขาดคำ จู่ๆ ก็มีของบางอย่างพุ่งปรี๊ดออกจากอกเสื้อของสยงโหย่วฝู ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

"แย่แล้ว!"

จี้หยวนรีบส่งกระบี่บินพุ่งตามไปติดๆ แต่สุดท้ายก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง

"ปัง—"

ดอกไม้ไฟสีเงินสว่างวาบเบ่งบานกลางท้องฟ้า สีหน้าของจี้หยวนเปลี่ยนไปทันที ส่วนเฉิวเชียนไห่ก็รีบพูดรัวเร็ว "นั่นมันของเล่นที่ช่างหลอมอาวุธในตลาดวารีนิลประดิษฐ์ขึ้น เรียกว่า 'พลุสั่งตาย' ทันทีที่เจ้าของตาย มันจะพุ่งขึ้นไปบนฟ้าแล้วระเบิดออกเอง"

"มันกำลังบอกตำแหน่งให้ตระกูลฉินรู้ รีบหนีเร็วเข้า!"

พูดไปมือก็ไม่ได้หยุดพัก

เฉิวเชียนไห่ใช้น้ำยาทำลายศพ ส่วนจี้หยวนก็กวาดทรัพย์สินมาจนเกลี้ยง ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจ นาวาวายุทมิฬก็ดำดิ่งลงใต้น้ำ พาคนทั้งสองหายวับไปจากตรงนั้นทันที

แม้แต่ร่องรอยพลังปราณก็ถูกกระแสน้ำกลบจนมิด ไม่เหลือทิ้งไว้แม้แต่น้อย

เมื่อลงมาอยู่ใต้น้ำ เฉิวเชียนไห่ก็ชี้มือบอกทางให้จี้หยวนมุ่งหน้าไปยังตลาดวารีนิล

ทว่าจี้หยวนกลับปรายตามองแล้วส่ายหน้า ก่อนจะหันหัวเรือไปอีกทางหนึ่ง

ทั้งคู่ขับเรือวนเวียนอยู่ใต้น้ำ

แต่ไม่ว่าจะวนไปทางไหน จี้หยวนก็บังคับเรือวนเวียนอยู่แค่บริเวณรอบๆ สระคลื่นใสเท่านั้น ไม่ได้หนีออกไปไหนไกลเลย จนกระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งค่อนวัน ฤทธิ์ของยันต์เลี่ยงวารีหมดลง ทั้งคู่จึงโผล่ขึ้นเหนือน้ำ แล้วไปซ่อนตัวอยู่ที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง

"ไม่ไปตลาดวารีนิลแล้วรึ?" พอโผล่พ้นน้ำ เฉิวเชียนไห่ก็รีบถามทันที

"ไม่ไป"

"หลังจากฆ่าคนเสร็จ สัญชาตญาณแรกของเราคือการหนีไปตลาดวารีนิล พวกตระกูลฉินเองก็คงจะคิดแบบนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเรามาทำเรื่องสวนทางกันดีกว่า ซ่อนตัวมันอยู่ที่สระคลื่นใสนี่แหละ... พวกมันคงคิดไม่ถึงหรอกว่าเราจะกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้"

ระหว่างที่พูด จี้หยวนก็หยิบเอาอุปกรณ์ปลอมตัวที่เขาใช้ประจำออกมาจากถุงเก็บของ

เฉิวเชียนไห่พยักหน้าช้าๆ "แต่ถ้าเกิดพวกมันดันคิดตลบหลัง รู้ว่าเราซ่อนตัวอยู่ที่สระคลื่นใสล่ะ?"

จี้หยวนหยิบเอาขี้เถ้าจากเตาหลอมโอสถมาทาลงบนใบหน้าให้ทั่ว

"ในเมื่อยังไงก็ต้องโดนเจออยู่ดี จะโดนเจอที่สระคลื่นใส หรือโดนเจอที่ตลาดวารีนิล มันก็ค่าเท่ากันนั่นแหละ"

"ถึงตอนนั้นก็สู้ตายไปเลยสิ"

"นั่นสินะ" เฉิวเชียนไห่พยักหน้าเห็นด้วย "เรื่องสู้ถวายหัว ข้าถนัดที่สุดเลยล่ะ"

จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มลงมือปลอมตัวกันตรงนั้น

สำหรับผู้ฝึกตนระดับฝึกปราณที่ยังไม่มีสัมผัสเทวะ การปลอมตัวแบบนี้นับว่าใช้ได้ผลดีทีเดียว แต่ถ้าไปเจอผู้ฝึกตนระดับสร้างฐานรากที่มีสัมผัสเทวะเข้าล่ะก็ การปลอมตัวแบบนี้ก็ไร้ประโยชน์สิ้นดี

"ทำไมเจ้าถึงคิดมาที่สระคลื่นใสล่ะ?" จี้หยวนถามขึ้น

"ขุดแร่ไง เจ้าไม่รู้รึว่าทรายเหล็กเย็นน่ะ ราคาแพงหูฉี่เลยนะ มาขุดแร่ที่นี่ได้เงินดีกว่าไปเป็นคนจับปลาตั้งเยอะ เสียแค่มันอันตรายไปหน่อย คนทั่วไปเลยไม่กล้ามากัน"

เฉิวเชียนไห่หยิบหนวดเคราปลอมสีดำเส้นหนาเตอะมาแปะไว้ที่คางและจอนผม

เหตุผลตรงกับที่จี้หยวนคิดไว้ไม่มีผิด เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะถามต่อ "แล้วที่เจ้ากลับไปหาข้าที่ตลาดสกุลเจิง มีธุระอะไรหรือเปล่า? ดันมาโดนพวกมันจับได้ซะก่อน"

มือของเฉิวเชียนไห่ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็รีบกลบเกลื่อนอาการอย่างรวดเร็ว

"เปล่าหรอก แค่ไม่ได้กลับไปตั้งนาน เลยคิดจะแวะไปเยี่ยมเจ้าสักหน่อย"

จี้หยวนมองออก แต่ก็ไม่ได้คาดคั้นอะไรต่อ เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน

"สหายหลี่ฝากข้ามาบอกเจ้า ว่าเขาตกลงแล้วนะ"

"เหอะ เพิ่งจะมาตกลงป่านนี้ ช้าไปแล้วล่ะ" เฉิวเชียนไห่แค่นเสียงหัวเราะหยัน ดูเหมือนจะไม่แปลกใจกับคำตอบนี้สักเท่าไหร่

"เขาเป็นน้าของเจ้ารึ?"

"อืม น้าชายแท้ๆ ของข้าเลยล่ะ"

พูดจบเฉิวเชียนไห่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วลุกขึ้นยืน ใช้เวลาเพียงไม่นาน ชายหนุ่มหน้าตาดีก็กลายร่างเป็นชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึง เสื้อคลุมเปิดอ้าโชว์แผงอก แม้แต่ชุดที่ใส่ก็ยังเปลี่ยนไปเป็นอีกชุดหนึ่ง

"พ่อแม่ข้า แล้วก็ครอบครัวท่านอาถูกตระกูลฉินฆ่าล้างโคตร ข้าอยากชวนเขาไปล้างแค้นตระกูลฉินด้วยกัน แต่เขาปอดแหก ไม่กล้า ข้าก็เลยต้องลงมือเองนี่ไง"

เฉิวเชียนไห่ปัดฝุ่นตามตัว พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเป็นเรื่องของคนอื่น

"แล้วเจ้าไปแก้แค้นตระกูลฉินยังไงล่ะ?" จี้หยวนถามต่อ

พอพูดถึงเรื่องนี้ เฉิวเชียนไห่ก็แสยะยิ้มกว้าง

"ตระกูลฉินมีคุณชายสามอยู่คนนึง นิยมชมชอบไม้ป่าเดียวกัน..."

"หมอนั่นถูกใจเจ้างั้นรึ?"

จี้หยวนโพล่งถามออกไปตามสัญชาตญาณ

ต่อให้ตอนนี้เฉิวเชียนไห่จะดูเป็นชายฉกรรจ์เคราดกหน้าเหี้ยม แต่หน้าตาเดิมของเขา... แม้จะสู้จี้หยวนไม่ได้ แต่ในหมู่คนจับปลาด้วยกัน ก็นับว่าหล่อเหลาเอาการอยู่

"เปล่า ข้าเป็นฝ่ายเสนอตัวไปประเคนให้มันถึงที่เองต่างหาก"

จบบทที่ บทที่ 53 แทงข้างหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว