เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 ขัดเกลากายา

บทที่ 12 ขัดเกลากายา

บทที่ 12 ขัดเกลากายา


บทที่ 12 ขัดเกลากายา

เมื่อได้ยินคำว่า "คุ้มครองให้ปลอดภัย" จี้หยวนคล้ายเห็นวิญญาณแค้นของตาเฒ่าหวงก่นด่าอยู่บนนาวาลำนั้น

จี้หยวนไม่แน่ใจว่านักพรตเบื้องหน้าเป็นคนสังหารตาเฒ่าหวงหรือไม่

ทว่าในเมื่อนาวาตั๊กแตนตกมาอยู่ที่นี่ เจ้าของเดิมคงยากจะรอดชีวิต

จี้หยวนคลำกระเป๋าพลางยิ้มขมขื่น "ช่วงนี้ขัดสนนัก ทำได้เพียงแค่ชมดูเท่านั้น"

นักพรตหน้ายาวไม่ได้ดูหมิ่น กลับยิ้มตอบ "ชมดูตามสบายเถิดสหาย ไม่มีศิลาวิญญาณไม่ซื้อไม่ว่ากัน แต่ชมดูไม่ต้องเสียเงิน"

นานทีจะเจอนักพรตพเนจรที่มีนิสัยเช่นนี้ จี้หยวนจึงย่อกายลงพิจารณาอย่างละเอียด

"ข้ามีนามว่าเฟิงอีดาว ไม่ทราบว่านามอันสูงส่งของสหายคือ?" เฟิงอีดาวประสานมือสนทนา

"ข้านามว่าจี้หยวน คารวะสหายเฟิง"

จี้หยวนพิจารณาครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นจากไป

ใกล้ถึงกำหนดจ่ายค่าพำนักเซียนแล้ว แม้เขามีศิลาวิญญาณแต่ควรสำรองไว้บ้างจะดีกว่า

เมื่อกลับถึงเรือน เขาตรวจสอบความเรียบร้อยของบ่อปลาและคอกหมู เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติจึงเก็บศิลาวิญญาณ แล้วมุ่งหน้าไปบ้านตระกูลหลินที่อยู่ติดกัน

จี้หยวนไม่บอกว่าตาเฒ่าหวงตายแล้ว เพียงบอกว่าเห็นนาวาตั๊กแตนถูกวางขายอยู่

หลินหู่ฟังจบก็แหงนหน้าคำรามก้อง

"สวรรค์มีตา!!!"

วันต่อมา คนของสำนักวารีมังกรมาเก็บค่าพำนักเซียน คราวนี้จี้หยวนไม่ติดค้าง ซ้ำยังจ่ายล่วงหน้าของเดือนถัดไป

เดือนหน้าจะได้ไม่มีใครมาขัดขวางการบำเพ็ญเพียร

จี้หยวนมีศิลาวิญญาณเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เขาเกรงว่าจะถูกเหล่านักพรตสำนักวารีมังกรเพ่งเล็ง

ดังนั้นการลดการเผชิญหน้าให้น้อยที่สุดย่อมดีที่สุด

ช่วงไม่กี่วันมานี้ เขาทุ่มเทสมาธิให้กับการฝึกวิชาดัชนีหยดวารี ความจริงวิชานี้ไม่ยากนัก จี้หยวนใช้เวลาเพียงวันเดียวก็บรรลุขั้นเริ่มต้น

ทว่าความยากที่แท้จริงคือหลังจากนั้น

ทุกครั้งที่ใช้ออก จี้หยวนรู้สึกเหมือนนิ้วทั้งสิบถูกวางบนแท่นสับแล้วถูกเข็มทิ่มแทง ยามที่วิชาจวนจะระเบิดออก ความเจ็บปวดลามลึกไปถึงใต้เล็บ

แต่เมื่อสลายวิชา นิ้วทั้งสิบกลับไร้รอยแผล

วิชาเฮงซวยนี่ มิน่าถึงไม่มีใครฝึก... จี้หยวนจำต้องวางมือชั่วคราว ทุกอย่างต้องรอให้สุกรวิญญาณโตเต็มที่เพื่อขัดเกลากายาเสียก่อน

ผ่านไปอีกห้าวัน

จี้หยวนจัดการปลากึ่งวิญญาณที่ไม่สามารถวิวัฒนาการได้ แล้วซื้อปลาใหม่มาเติม

พร้อมกับซื้อไก่เขียวเหลืองจากนักพรตขายไก่มาเพิ่มอีกตัว

คราวนี้เขาสามารถกินไข่วิญญาณได้วันละเจ็ดฟอง หลังจากระดับพลังทะลวงผ่าน ความสามารถในการกลั่นกรองพลังปราณย่อมสูงตามไปด้วย

ไข่วิญญาณวันละเจ็ดฟองยามนี้ไม่ถือเป็นภาระอีกต่อไป

ในวันเดียวกัน จี้หยวนมองสุกรวิญญาณในคอกหมูที่หนักเกือบสองร้อยชั่ง พลันเกิดจิตสังหาร

วิธีที่ดีที่สุดคือส่งไปให้หลัวทงจัดการเพื่อความสะดวกและไม่สูญเปล่า

ทว่าจี้หยวนไม่กล้าเสี่ยง เขาจำต้องลงมือเองที่คอกหมูหลังบ้าน มองดูสุกรวิญญาณที่นอนนิ่งไม่ไหวติง

เขายกมือขึ้น ปราณวารีสีน้ำเงินเข้มควบแน่นเป็นวิชาศรวารี

"ไป!"

เขาแค่นเสียงสั่ง สะบัดมือขวาออกไป วิชาศรวารีพุ่งทะลวงลำคอสุกรวิญญาณอย่างแม่นยำ มันดิ้นรนเพียงไม่กี่ครั้งก็สิ้นลม

จี้หยวนรีบหิ้วถังไม้ที่เตรียมไว้ กระโดดลงคอกหมูเพื่อรองโลหิต

ขั้นตอนหลังจากนั้นไม่ซับซ้อนนัก การฆ่าหมูเพื่อกินเอง แค่ทำความสะอาดให้ดีก็เพียงพอ

เช้าวันนั้น เขาเคี่ยวเนื้อสุกรวิญญาณหม้อใหญ่ ส่วนเลือดเขานำมาทำเป็นเลือดหมูก้อนเพราะไม่กล้าดื่มสด

รสชาติดีเยี่ยมยิ่งนัก

เริ่มแรกที่กินยังไม่รู้สึกสิ่งใด แต่เมื่อกินไปได้ครึ่งหนึ่ง เขาก็รู้สึกถึงความร้อนขุมหนึ่งพุ่งพล่านไปทั่วร่าง

ราวกับถูกต้มในน้ำเดือด

หยาดเหงื่อขนาดเท่าเมล็ดถั่วผุดพรายออกมาไม่ขาดสาย

จากความร้อนแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดทิ่มแทงทั่วสรรพางค์กาย จี้หยวนยังกัดฟันกินต่อไป

ทว่าผ่านไปไม่ถึงสามลมหายใจ เขาก็ทานทนไม่ไหวจนล้มลงจากโต๊ะอาหาร ลงไปนอนคุดคู้สั่นระริกอยู่ที่พื้น

"มารดามันเถอะ!"

"นี่หรือคือการขัดเกลากายา ช่างไม่ใช่ชีวิตที่มนุษย์ควรได้รับเลยจริงๆ"

ชั่วขณะหนึ่งจี้หยวนรู้สึกเสียใจที่เลือกเส้นทางนี้ แต่เพื่อความแข็งแกร่งย่อมไม่มีทางเลือกอื่น ได้แต่ต้องอดทนอย่างหนัก

ปวดไปกินไป กินไปปวดไป

จนกระทั่งต่อมา เขาได้กลิ่นเหม็นโชยเข้าจมูก เมื่อยกแขนขึ้นดูก็พบว่ามีคราบเหนียวข้นดั่งโคลนผุดออกมาจากผิวหนัง

"นี่คือ... การชำระล้างไขกระดูก?"

จี้หยวนรู้ว่าระดับสร้างฐานรากจะเกิดผลลัพธ์เช่นนี้ แต่ไม่นึกว่าการขัดเกลากายาก็ทำได้เช่นกัน เพียงแค่เขากำหมัดเบาๆ ก็สัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่จวนจะระเบิดออก

เขาไม่สนเรื่องเก็บกวาด รีบไปชำระล้างร่างกายจนสะอาดสะอ้าน เปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่แล้วมาสำรวจความเปลี่ยนแปลงหน้ากระจกวารี

รูปโฉมหล่อเหลาขึ้น ผิวพรรณขาวละเอียดเนียนนุ่มยิ่งกว่าเดิม

หากก่อนหน้านี้เขายังมีเค้าโครงของคนจับปลาที่ตรากตรำแดดฝน ยามนี้เขากลับดูเหมือนคุณชายผู้สูงศักดิ์

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ในที่สุดเขาก็เริ่มมีสง่าราศีของผู้บำเพ็ญเพียรเสียที

เมื่อได้เห็นผลลัพธ์อันหอมหวาน สี่ห้าวันต่อมาจี้หยวนจึงไม่ไปที่ใด แม้มีปลากึ่งวิญญาณวิวัฒนาการเป็นปลาวิญญาณ เขาก็ยังไม่มีเวลาจัดการ

เขามุ่งมั่นอยู่กับการกินเนื้ออยู่ที่บ้าน กินให้หนักดั่งคนกระหายพลัง

โชคดีที่เขาเป็นผู้บำเพ็ญเพียร และสุกรวิญญาณเองก็มีพลังปราณแฝงอยู่ จึงสามารถใช้เคล็ดวิชากลั่นกรองได้

หลายวันผ่านไป สุกรวิญญาณหนักเกือบสองร้อยชั่งถูกเขาเขมือบจนสิ้นซาก และเขาก็ได้สัมผัสถึงความมหัศจรรย์หลังการขัดเกลากายา

นอกจากสมรรถภาพทางกายที่เพิ่มขึ้นแล้ว สำหรับวิชาดัชนีหยดวารี

ยามนี้เขาสามารถใช้ออกได้อย่างไร้ความเจ็บปวด เพียงดีดนิ้วเบาๆ ก็สร้างการโจมตีที่รุนแรงยิ่ง เขาเคยทดลองที่หน้าเรือน

ดัชนีหยดวารีที่กระทบผิวน้ำ ระเบิดกระแสวารีพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ

หากสิ่งนี้ยิงใส่คน ย่อมสร้างรูโหว่ขนาดใหญ่ได้แน่นอน... อีกทั้งเมื่อเทียบกับวิชาศรวารีที่สังเกตได้ง่าย ดัชนีหยดวารีนี้สิ้นเปลืองน้อยและยากจะตรวจพบ

นับเป็นวิชาลอบสังหารชั้นยอด

หลังจากกินสุกรวิญญาณหมดเกลี้ยง ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้จี้หยวนไม่อยากแตะต้องเนื้อหมูอีก เพียงแค่ระลึกถึงรสชาติเขาก็รู้สึกอยากอาเจียนออกมา

เขาพักผ่อนอยู่ที่เรือนอีกหนึ่งวัน ก่อนจะนำปลาวิญญาณมุ่งหน้าสู่ตลาดสกุลเจิง

ขายได้ 18 ศิลาวิญญาณตามคาด ยามนี้เขามีศิลาวิญญาณรวมแล้วถึง 20 ก้อน ในเมื่อวิชาอาคมมีครบแล้ว จี้หยวนจึงตั้งใจจะเก็บสะสมศิลาวิญญาณไว้ก่อน

เพื่อรอดูว่าจะอัปเกรดบ่อปลาเป็นเลเวลสอง หรือซื้อนิติอาวุธไว้ป้องกันตัวดี

ก่อนจะกลับ เขาแว่วได้ยินผู้คนในตลาดสกุลเจิงเล่าลือข่าวใหม่

สงครามที่เกาะใบเมเปิ้ล... มีผลลัพธ์ออกมาแล้ว!

ทั้งตลาดสกุลเจิง ย่านไท่อัน และย่านจิ่งเต๋อ ต่างไม่ได้ประโยชน์อันใด สุดท้ายสมบัติทั้งหมดในถ้ำเซียนสร้างฐานรากกลับตกอยู่ในมือของยอดฝีมือระดับสร้างฐานรากจากสำนักวารีมังกร

นักพรตพเนจรที่เหลือทำได้เพียงกลับมามือเปล่า

ส่วนคนที่ล้มตายอย่างสามีภรรยาหลินโหย่วเหวย... ก็นับว่าตายฟรี

จี้หยวนยืนนิ่งงันอยู่ครู่ใหญ่หลังได้ยินข่าวนั้น ก่อนจะเดินกลับไปยังเรือนหลังน้อยริมน้ำ

ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงมองผู้บำเพ็ญเพียรระดับต่ำดั่งมดปลวก ศิษย์สำนักมองนักพรตพเนจรดั่งมดปลวก... จี้หยวนนึกถึงประโยคหนึ่งที่เคยอ่านเจอในชาติปางก่อน

โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรที่แท้จริงไม่ได้มีระดับพลังมากมาย สิ่งที่มี... มีเพียงสามฐานะเท่านั้น

ผู้อาวุโส สหายร่วมทาง และมดปลวก

จบบทที่ บทที่ 12 ขัดเกลากายา

คัดลอกลิงก์แล้ว