- หน้าแรก
- เรือนจำเซลล์พิศวง
- 【เรือนจำเซลล์พิศวง】 บทที่ 2020 ศิษย์อาจารย์
【เรือนจำเซลล์พิศวง】 บทที่ 2020 ศิษย์อาจารย์
【เรือนจำเซลล์พิศวง】 บทที่ 2020 ศิษย์อาจารย์
จุดสูงสุดของนครศักดิ์สิทธิ์ วงแหวนศักดิ์สิทธิ์ (แกนกลางกลไก)
นิวตันสวมแว่นตาช่างไฟฟ้าแบบพิเศษ แขนขวาของเขาถูกปกคลุมด้วยสายเชื่อมต่อโลหะนานาชนิด แต่ละเส้นแตกต่างกันทั้งขนาดและข้อกำหนด ปลายอีกด้านของสายเหล่านั้นเชื่อมต่ออยู่กับร่างของ "ผู้หยุดทำงาน"หัวหน้ากองอัศวินไอน้ำ ผู้อุปถัมภ์ แกรี่ จี. เทโรวิกซ์
ด้วยเทคนิคใหม่ที่ได้ศึกษาและแลกเปลี่ยนกันมาจากสถาบันลึกลับ นิวตันกำลังเดินหน้าอัพเกรดร่างนั้นอย่างพิถีพิถัน ถึงขนาดแทรกแซงเข้าไปดัดแปลง "แกนกลางพลังงาน" ด้วยตนเอง
สายเคเบิลนับไม่ถ้วนพันรัดอยู่ระหว่างแขนของนิวตันกับหลังของผู้อุปถัมภ์ ทำให้ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้านั้นดูราวกับว่าผู้อุปถัมภ์กลายเป็น "ผู้ติดตามเงา" ของนิวตันไปเสียแล้ว ทั้งคู่จะต้องต่อสู้ควบคู่กันในทุกสมรภูมิ
แม้ผู้อุปถัมภ์จะเป็นสิ่งที่นิวตันสร้างขึ้นมา ทว่ากระแสพลังที่ทั้งคู่แผ่ออกมานั้นกลับต่างกันราวฟ้ากับดิน กิเลสราชาของแต่ละคนนั้นเป็นของตนเองอย่างแท้จริง
ขณะที่การอัพเกรดดำเนินไปได้กว่าครึ่ง กระบอกแสงสีหมึกน้ำถูกพุ่งออกมาจากห้องสังเกตการณ์ดวงดาว ย้อมท้องฟ้าเหนือนครศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นสีน้ำหมึกที่ทาทับจนหนาทึบ นิวตันหยุดมือลงชั่วขณะ สายตาจับจ้องไปยังปรากฏการณ์อันพิสดารนั้น
น่าเสียดายที่ก่อนที่เขาจะสามารถอ่านความหมายของสิ่งที่ภาพวาดหมึกน้ำต้องการสื่อ มันก็ถูกห้วงว่างฉีกทำลายไปเสียแล้ว
"ตาแก่แบล็กไวท์นั่น สำเร็จการเป็น ‘ทวิราชา’ แล้วจริงๆ ด้วย... ยังดึงดูดความสนใจของห้วงว่างได้อีก ช่างน่าอิจฉาเสียจริง"
นิวตันแทบไม่แสดงสีหน้าใดๆ และไม่มีทีท่าว่าจะเดินไปร่วมวงด้วย เขากลับตัวและทำงานอัพเกรดที่ค้างอยู่ต่อไปอย่างสงบนิ่ง
【สลับมุมมอง】
อาจารย์ยูตัวจริงลงมาด้วยตนเอง
ต้องรู้ว่า ในขณะนี้ทุกสิ่งล้วนอยู่บนหัวเลี้ยวหัวต่อที่ "เกมสุดท้าย" อาจเปิดฉากขึ้นได้ทุกเมื่อ อาจารย์ยูในฐานะผู้นำสถานการณ์ ควรประทับอยู่ในห้วงว่างเพื่อเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของโลกภายนอกอยู่ตลอดเวลา
ไม่มีใครคาดว่าเขาจะลงมาเพราะเรื่องที่มนุษย์คนหนึ่งขึ้นเป็นราชา
【ห้องสังเกตการณ์ดวงดาว】
รองเท้าหนังที่ขอบฝังเพชรจักรวาลเหยียบลงบนพื้น
ใบหน้าที่สะท้อนภาพพาโนรามาของโลก S-01 กวาดมองไปรอบด้าน จากนั้นจึงขัยบมือ ดึงสิ่งที่ต้องการกลับมาด้วยท่วงท่าเดียว
หึ่ง!
ฮั่นตงที่อยู่ภายในโลกเรือนจำ รวมถึงท่านแบล็กไวท์ผู้เพิ่งสำเร็จ "ทวิราชา" ถูกดึงกลับสู่ความเป็นจริงพร้อมกันทันที
ณ บัดนี้ รูปลักษณ์ของท่านแบล็กไวท์นั้นแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
หนึ่ง — ผมครึ่งดำครึ่งขาว แบ่งแยกซ้ายขวาอย่างชัดเจน
สอง — หน้ากากไทเก๊กที่ก่อตัวขึ้นเองตามธรรมชาติในระหว่างพิธีขึ้นเป็นราชาสวมอยู่บนใบหน้า
สาม — ซีกซ้ายพาดผ้านักโหราศาสตร์สีขาวเรียบงาม เขียนลวดลายแผนที่ดาราศาสตร์ ส่วนซีกขวาพาดผ้าอีกาห่มด้วยขนนกกา ถึงขนาดมีกะโหลกอีกางอกอยู่บนบ่าทั้งสองข้าง
"ช่างอยากทำเรื่องวุ่นวายเสียเหลือเกิน ~ เกือบ 'รั่วไหล' ก่อนเวลาไปแล้ว
ก็ไม่น่าแปลกใจที่เจ้าจะพยากรณ์ภาพเช่นนั้นออกมาได้ หนึ่ง เพราะความสนิทสนมกับนิโคลัส สอง เพราะเจ้าเลือกการหลอมรวมสองขั้ว ผลสองขั้วที่คนที่สองค้นพบนั้นสอดคล้องกับสภาวะจิตวิญญาณของเจ้าอย่างยิ่ง
สำหรับสิ่งที่พยากรณ์เห็นโดยบังเอิญนั้น ลืมเสียจะดีกว่า"
ว่าแล้ว มือของอาจารย์ยูแตะที่กึ่งกลางคิ้วของท่านแบล็กไวท์
ในสายตาของเขา สิ่งที่ท่านแบล็กไวท์พยากรณ์เห็นนั้นไม่อาจเปิดเผยสู่โลกภายนอกได้เป็นอันขาด เพราะหากรั่วไหลออกไป จะส่งผลกระทบต่อ【เกมสุดท้าย】ที่กำลังจะเริ่มต้น ยิ่งกว่านั้นอาจก่อให้เกิดการแทรกแซงที่ไม่อาจย้อนคืนต่อทิศทางของพหุจักรวาล
และยิ่งไปกว่านั้น สาเหตุที่ท่านแบล็กไวท์สามารถพยากรณ์ภาพนั้นเห็นได้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะการขึ้นเป็นราชาของเขาได้รับความช่วยเหลือโดยตรงจากฮั่นตง ทำให้เกิดการสัมผัสกันในระดับจิตวิญญาณ อีกทั้งสถานที่ขึ้นเป็นราชาของท่านแบล็กไวท์นั้นก็ตั้งอยู่ในโลกเรือนจำพอดี
ดังนั้น ความทรงจำถึงอนาคตที่พยากรณ์เห็นโดยบังเอิญนี้จะต้องถูกลบออกไป
เมื่ออาจารย์ยูลงมาด้วยตนเอง ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ฮั่นตงจึงยืนเงียบอยู่ข้างๆ อย่างนิ่งสงบ รอให้กระบวนการลบความทรงจำเสร็จสิ้นลง
ไม่ทราบผ่านไปนานเพียงใด
ท่านแบล็กไวท์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง รีบโน้มตัวลงคำนับต่อหน้าผู้ปกครองสูงสุดแห่งห้วงว่าง
แม้ความทรงจำเกี่ยวกับภาพพยากรณ์จะถูกลบออกไปแล้ว แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างพิธีขึ้นเป็นราชานั้น เขายังจดจำได้อย่างแจ่มชัด... เขารู้ดีว่าลูกศิษย์คนนั้นของเขาได้ให้ความช่วยเหลืออย่างใหญ่หลวงในการขึ้นเป็นราชาครั้งนี้
ขณะนั้น เสียงของอาจารย์ยูก้องกังวานอยู่ข้างหู
"บ๊อปได้ส่งคำเชิญของห้วงว่างไปหาเจ้าแล้วตั้งนานมาแล้ว พรสวรรค์ด้านการสังเกตดวงดาวของเจ้าก็มีคุณสมบัติพอที่จะติดตามเราไปศึกษาความรู้ห้วงว่างด้วยกัน
แต่เมื่อการตื่นรู้ในการขึ้นเป็นราชาของเจ้าได้หยิบยืมและหลอมรวมทฤษฎีสองขั้วของ 'คนที่สอง' เข้าไปแล้ว เจ้าก็อาจเลือกเดินทางไปยังห้วงฝันมายา ติดตามเขาในการแสวงหาความจริงแห่งองค์ความรู้ได้เช่นกัน… เลือกเอาเองตามใจ
สุดท้าย ขอเตือนพวกเจ้าสักคำ เกมสุดท้ายกำลังจะเปิดฉาก พวกมนุษย์ก็จงเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าร่วมด้วย"
หลังจากชี้ทางสองแพร่งให้แก่ท่านแบล็กไวท์แล้ว อาจารย์ยูทอดก็มองไปยังฮั่นตงด้วยแววตาที่มีความหมายลึกซึ้ง จากนั้นตึงหันร่างเดินกลับสู่ห้วงว่าง
"หายใจได้แล้ว~ ไม่คาดคิดเลยว่าอาจารย์ยูจะเสด็จลงมาเองถึงขนาดนี้ แสดงว่าปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่อาจารย์แบล็กไวท์ก่อขึ้นนั้นย่อมพิเศษอย่างยิ่งยวด ถึงขนาดส่งผลต่อทิศทางของโลก... น่าเสียดายที่เราอยู่ในโลกเรือนจำ จึงมองไม่เห็นภาพนั้นอย่างชัดเจน"
ขณะที่ฮั่นตงหายใจโล่งออกมาด้วยความยินดีที่อาจารย์สำเร็จการขึ้นเป็นราชาอย่างราบรื่น
มือสองข้างที่สวมถุงมือสีดำและขาวก็วางลงบนบ่าทั้งสองข้างของฮั่นตงอย่างอ่อนโยน แล้วตบเบาๆ สองครั้ง
"นิโคลัส มานั่งคุยกันสักหน่อยนะ"
"ครับ อาจารย์"
ไม่ว่าตอนนี้ฮั่นตงจะก้าวล้ำหน้าท่านแบล็กไวท์ไปแล้วเพียงใด ตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ เขายังคงมองท่านแบล็กไวท์ในฐานะ 'อาจารย์' เสมอ ความเคารพนับถือในใจไม่เคยจางหายแม้แต่น้อย
ทั้งสองนั่งตรงข้ามกันที่โต๊ะเล็กๆ แก้วค็อกเทลที่ท่านแบล็กไวท์ผสมขึ้นเองถูกส่งมาวางไว้ตรงหน้าฮั่นตง
ขณะนั้น ฮั่นตงก็โยนคำถามหนึ่งออกมา
"อาจารย์ ผมมีข้อสงสัยอยู่ข้อหนึ่ง ในความเข้าใจของผม อาจารย์ไม่เคยทำสิ่งใดโดยไร้แผน ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะมาถึงนครศักดิ์สิทธิ์ อาจารย์คงเริ่มเตรียมการสำหรับเรื่องใหญ่อย่าง 'การขึ้นเป็นราชา' มานานแล้ว ปรับร่างกาย จิตวิญญาณ และจิตใจให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด 【สมดุล】ภายในร่างก็ต้องสมบูรณ์พร้อม
แล้วเพราะอะไรจึงเกิด 'ความไม่สมดุล' ในช่วงสุดท้าย ถึงขนาดสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง มีใครลอบแทรกแซงอาจารย์อยู่หรือเปล่า? หรือว่า... อาจารย์กำลังลองวิธีบุกทะลวงแบบอื่น?"
"เธอคงได้แอบมองเห็นประสบการณ์บางอย่างของฉันในอดีตแล้ว
ตั้งแต่ที่ฉันก้าวเข้าไปในส่วนลึกของสุสานโบราณ แตะต้องบัลลังก์ที่ซ่อนอยู่ในนั้น ฉันก็แสวงหาหนทางที่จะหลอมรวมสีดำและสีขาวให้เป็นหนึ่งเดียวกันมาตลอด
การสูญเสียการควบคุมก่อนขึ้นเป็นราชาครั้งนี้ก็เป็นการกระทำโดยเจตนา ฉันจงใจทำให้สมดุลเสียไป เพื่อให้สองสีดำและขาวตกอยู่ในความโกลาหล ให้ทั้งคู่ต่อสู้กัน กลืนกัน ซึมซับและดูดซึมกันภายในร่างของฉัน... ตามเวลาที่ฉันประมาณการไว้ จะบรรลุสภาวะการหลอมรวมใน 【หนึ่งร้อยแปดวัน】
ในระหว่างนั้น ฉันจะตกอยู่ในสภาวะสูญเสียการควบคุมอย่างสมบูรณ์
ดังนั้น ฉันจึงแจ้งล่วงหน้าแก่บรรดาหัวหน้ากอง สภา และอื่นๆ ให้ไม่ต้องสนใจเหตุการณ์ประหลาดที่จะเกิดขึ้นในห้องสังเกตการณ์ดวงดาว
สิ่งเดียวที่ฉันไม่ได้คาดไว้ ก็คือการมาถึงของเธอ… นิโคลัส
ด้วยความช่วยเหลือของเธอ ทำให้ฉันสำเร็จการหลอมรวมได้ก่อนกำหนด และยังได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่คาดไว้อีก... สิ่งที่เรียกว่าสองขั้วนั้น คงเป็นเทคนิคของ 'ผู้พยากรณ์คนที่สอง' ในตำนานใช่ไหม?"
"ใช่ครับ ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสพบกับผู้พยากรณ์คนที่สองในห้วงฝันมายา ไม่ว่าอาจารย์จะเลือกไปห้วงว่างหรือห้วงฝันมายาในภายหน้า ผมพร้อมเป็นผู้นำทางให้อาจารย์เสมอ"
"รอให้สิ่งที่เรียกว่าเกมสุดท้ายจบลงก่อน แล้วค่อยพูดกันว่าฉันจะมีชีวิตรอดได้หรือเปล่า
ขอบคุณมากที่มาหาฉัน นิโคลัส ขอบคุณจริงๆ ครั้งนี้... ฉันอยากใช้ลูกตาเนื้อนี้ เห็นภาพที่พยากรณ์ไว้นั้นด้วยตาตนเองจริงๆ"
"อ้าว? อาจารย์ยังจำได้อยู่หรือครับ?"
"เหลือเพียงซากเศษแสงดาวเพียงเล็กน้อย แต่ฉันรู้ว่าภาพที่ถูกลบออกไปนั้นมีความเกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นกับเธอ และโลกทั้งใบ
เมื่อถึงขณะนั้น ความทรงจำที่ถูกลบออกไปในสมองของฉันก็น่าจะสามารถปะติดปะต่อกันขึ้นใหม่ได้"
ท่านแบล็กไวท์จิบค็อกเทลที่ประกายแสงดาวระยิบระยับ แล้วจ้องมองฮั่นตง
"สิ่งที่เรียกว่า【เกมสุดท้าย】นั้น แม้ขนาดและภัยคุกคามจะยิ่งใหญ่ไพศาล คลื่นลมแห่งความวิบัติจะซัดกระหน่ำทั่วทั้ง S-01
แต่ไม่ว่าจะเป็นมาร์ลอน อเล็กซ์ หรือคนอื่นๆ ต่างก็ก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงกว่าแล้ว กองอัศวินก็มีความสามารถในการปกป้องตนเองได้พอสมควรแล้ว
นิโคลัส เธอสามารถทุ่มใจให้กับตนเองได้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงใยด้านนี้… ตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องถูกพันธนาการด้วยสิ่งใดอีกแล้ว จงค้นหาวิถีของตัวเองเถอะ"
"รับทราบแล้วครับ อาจารย์ ผมจะทุ่มเทชีวิตทั้งหมดลงไปให้หมด~"