เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 88 การลอบสังหาร

บทที่ 88 การลอบสังหาร

บทที่ 88 การลอบสังหาร


ริมฝั่งแม่น้ำเฉินหนาน...

ชูเหลียงพาหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อไปยังสถานที่ที่ระบุไว้ในจดหมาย แต่พวกเขาไม่เห็นพี่สาวของเด็กหญิงคนนี้ พวกเขาเห็นเพียงบุคคลแต่งตัวอย่างประณีตยืนอยู่ที่นั่น

เซียอัน..

ชูเหลียงไม่ได้แปลกใจที่เห็นเซียอัน เขาสันนิษฐานไว้แล้วว่าจดหมายอาจมาจากตระกูลจื่อซาน

ขณะที่ขุนนางหนุ่มมองดูชูเหลียงและหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อเดินเข้ามา เขาไม่พยายามจะปิดบังรอยยิ้มร้ายกาจที่ปรากฏบนใบหน้าของเขาแต่อย่างใด

ดวงตาของเขามีแววตื่นเต้น มันเหมือนกับว่าในที่สุดเขาก็จะปลดปล่อยความโกรธที่ถูกกดข่มมานานออกไป

"ในชีวิตของข้ามีเพียงไม่กี่คนที่ทำให้ข้าเกลียดได้มากเพียงนี้” เซียอันกล่าว

ชูเหลียงคิดว่ามันฟังดูรุนแรงมาก

เมื่อเห็นความร้ายกาจที่ซ่อนไว้ไม่ได้ของเซียอัน ชูเหลียงรู้ว่าความโกรธที่เซียอันรู้สึกต่อเขานั้นได้ถึงจุดเดือดแล้ว

ดังนั้น ชูเหลียงจึงชี้ไปที่เขาอีกครั้ง

คาถากำจัดความชั่วร้าย!

ข้าต้องขอโทษด้วย ไว้โกรธเกลียดข้าที่หลังก็แล้วกัน มาชี้แจงสถานการณ์กันก่อนดีกว่า

รัศมีสีเขียวปรากฏขึ้นมาจากอากาศเบื้องบนเหนือศีรษะของขุนนางหนุ่ม ขณะที่ท่านกำลังจะพูดจาเยาะเย้ยถากถางชูเหลียงอย่างอวดดี อยู่ๆ เขาก็แข็งทื่อไป สายสัมพันธ์แห่งความโกรธของเขาขาดสะบั้นอีกครั้ง

“เจ้า—เอ่อ เอ่อ เอ่อ เอ่อ…”

การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทำให้คำพูดของท่านชายหนุ่มติดอยู่ในปากก่อนจะหายไปโดยสิ้นเชิง

เซียอันพลางคิดว่า ความรู้สึกคุ้นเคยนี้...

เขามองดูชูเหลียงที่อยู่ตรงหน้า เขารู้สึกทันทีว่าการกระทำและพฤติกรรมทั้งหมดของชูเหลียงดูสมเหตุสมผล

ยิ่งกว่านั้น ข้าตัดสินใจที่จะฆ่าเขาในวันนี้แล้ว ดังนั้น เหตุใดข้ายังต้องโกรธชายคนหนึ่งที่กำลังจะตายด้วย

จริงอยู่ที่คาถากำจัดความชั่วร้ายสามารถขจัดความแค้นของบุคคลได้เท่านั้น ดังนั้นจึงมีผลเพียงเล็กน้อยต่อเจตนาฆ่าชูเหลียงที่มีอยู่แล้วของเซียอัน

ท้ายที่สุดแล้ว ความปรารถนาของขุนนางหนุ่มที่จะสังหารชูเหลียงไม่ได้เกิดขึ้นจากความโกรธเพียงอย่างเดียว เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือการสืบสวนเรื่องหลิวเสี่ยวหยูที่ทำให้ชูเหลียงเป็นภัยคุกคามต่อตระกูลจื่อซาน

เมื่อเห็นคลื่นแห่งความสงบปกคลุมดวงตาของเซียอัน ชูเหลียงจึงกล่าวว่า “ท่านเซียอัน ท่านเขียนจดหมายขอพบเราหรือ นั่นหมายความว่าท่านรู้ที่อยู่ของผู้หญิงที่ข้าตามหาใช่หรือไม่ขอรับ”

“อ่า...” เสียงเซียอันพรั่งพรูออกมา เขาเขย่าศีรษะและยิ้ม จากนั้นเขาตอบอย่างสงบ “ข้าไม่รู้ แต่ถ้ารู้ ข้าคงฆ่านางไปก่อนแล้ว”

ภายใต้ผลกระทบของมนต์คาถา เซียอันอยู่ในสภาวะจิตใจที่สงบอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าสองคนที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่กำลังจะตายในไม่ช้า เขาจึงไม่คิดจะปล่อยให้พวกเขาจากไปอยู่แล้ว เขาจึงสามารถพูดสิ่งที่คิดออกมาได้อย่างสบายใจ

เมื่อได้ยินคำพูดของเซียอัน หลิวเสี่ยวยู่เอ๋อก็รู้สึกวิตกกังวลขึ้นมาทันที

เธอก้าวไปข้างหน้าและถามอย่างรวดเร็ว "เหตุใดม่านถึงอยากฆ่าพี่สาวของข้า"

“ข้าหลอกล่อให้เธอกลับมาที่คฤหาสน์ของข้าก่อน แรกเริ่มเดิมทีข้ามิได้ตั้งใจจะฆ่าเธอ แต่ใครจะรู้ว่าเธอจะโง่เง่ามาแอบฟังการสนทนาของข้าจนได้ยินความลับของตระกูลข้า ข้าเลยตัดสินใจขายเธอไปยังเขตตะวันออก แต่ปรากฏว่าเธอเป็นปีศาจและสามารถหนีออกมาได้อย่างไม่คาดคิด ข้าไม่อาจปล่อยให้ความลับของตระกูลข้าถูกเปิดเผย” เซียอันตอบอย่างตรงไปตรงมา

เขาไม่ยับยั้งตัวเองอีกต่อไปแล้ว

ขุนนางหนุ่มมองไปที่ชูเหลียงแล้วพูดต่อ "เจ้า.. ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ถ้าศิษย์ของฉูซานสามารถหาตัวนางเจอได้ล่ะก็ ตระกูลจื่อซานของข้าคงไม่มีทางรอด ดังนั้น ข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะเรียกเจ้ามาที่นี่เพื่อฆ่าเจ้า"

ความตั้งใจของเซียอันที่จะฆ่าเขาและหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อนั้นไม่ได้อยู่ในความคาดหมายของชูเหลียง แต่แม้ว่าชูเหลียงจะรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกใดๆ แต่เขารีบคว้าโอกาสเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่คาถาปัดกำจัดความชั่วร้ายยังคงมีผลอยู่

"ความลับที่ไม่อาจเอ่ยได้ของท่านคืออะไรหรือ เรื่องที่ตระกูลจื่อซานปิดบังอยู่คือสิ่งใดกัน"

มือขวาของเขา ซึ่งอยู่นอกสายตาของเซียอัน เคลื่อนไหวอย่างลับๆ

เสียงแตกเบาๆ ดังขึ้น..

“ก็เพียงแค่.. เราทำธุรกิจขายผู้หญิงจากแถบภาคใต้ไปยังภาคตะวันออก” เซียอันกล่าวราวปลดเปลื้องความสำคัญของสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่ จากนั้นเขาก็เสริมว่า “ตอนนี้ข้าบอกความลับนี้ให้พวกเจ้าทั้งสองฟังแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าทั้งสองต้องตายแล้ว”

ถ้าไม่ใช่เพราะผลคาถาขับไล่ความชั่วร้าย ขุนนางหนุ่มคงไม่เสียเวลาพูดแล้วคงโจมตีทันที มันเป็นเพราะคาถาที่ช่วยกำจัดความโกรธจนทำให้เขาสามารถอธิบายทุกอย่างได้อย่างอดทน อย่างไรก็ตาม แผนการของเซียอันในการฆ่าชูเหลียงและหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อเซียอันพูดจบ หลิวเสี่ยวยู่เอ๋อก็รู้สึกกลัวมากจึงหันไปมองชูเหลียงเพื่อขอความปลอบโยน แต่เพียงแค่แวบเดียว เธอก็เห็นสิ่งที่ทำให้เธอกลัวมากขึ้นไปอีก และดวงตาก็เต็มไปด้วยความกลัว!

ขณะที่ชูเหลียงสังเกตเห็นสีหน้าตกใจของหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อ ทันใดนั้น เขาก็รับรู้สีหน้านั้นได้ทันที

ชูเหลียงเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น มีอันตรายกำลังเข้ามา

เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา แสงสีเขียวก็ห่อหุ้มเขาไว้

...

ปรากฏว่าทันทีที่เซียอันพูดจบ แขนสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นจากอากาศเบื้องหลังชูเหลียง ในมือของมันคือดาบสั้นสีดำสนิทคมกริบ

มือเดียวที่ถือดาบปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบโดยมิต้องการให้เขารู้ตัว และแทงมายังชูเหลียงทันที

เป็นความบังเอิญที่โชคดีที่หลิวเสี่ยวยู่เอ๋อหันไปมองชูเหลียงในขณะนั้นและบังเอิญเห็นแขนสีดำนั่น

โชคดีที่ชูเหลียงมีสัมผัสที่เฉียบคม เมื่อเห็นสีหน้าของหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อเปลี่ยนไปและรู้สึกว่าเพชฌฆาตสีชาดขยับ ชูเหลียงจึงเดาได้ว่ามีอันตรายกำลังมา

ในพริบตา เขากระตุ้นใบไม้สีเขียว เครื่องมือเวทมนตร์ของเขา และทำให้มันห่อตัวเขาไว้เหมือนบ๊ะจ่างได้ทัน

ดาบที่ฟันลงมาไปดูเหมือนธรรมดา ไม่มีท่าทางอลังการแต่อย่างใด แต่มันกลับทะลุผ่านการป้องกันอันแข็งแกร่งของใบไม้สีเขียวได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับตัดผ่านเต้าหู้ ดาบไม่ได้เสียบเข้าไปจนสุด แต่ก็โดนเป้าหมายแล้ว

มือนั้นดึงดาบเปื้อนเลือดออกจากใบไม้สีเขียวก่อนจะหายไปผ่านประตูมิติที่มองไม่เห็น

ร่างในชุดดำปรากฏขึ้นด้านหลังเซียอัน และเยาะเย้ยอย่างเย็นชา "ไม่ตายงั้นหรือ มีของวิเศษที่น่าทึ่งทีเดียวนะ"

อย่างที่คาดไว้ บุคคลผู้นี้คืออาจารย์ลู่ผู้ร้ายกาจที่ปลุกเพชฌฆาตสีชาดให้ตื่น

ขณะเดียวกัน ชูเหลียงก็ปลดการห่อหุ้มป้องกันของใบไม้สีเขียวออก และนั่งลงกับพื้น เขาหอบหายใจแรง มีบาดแผลลึกอยู่ที่ลำตัวด้านขวาของเขา ในพริบตาเดียว เลือดของฉูเหลียงก็ย้อมหญ้าใต้ตัวเขาเป็นสีแดงเข้ม

“เจ้าสามารถรอดพ้นจากการโจมตีของอาจารย์ลู่ผู้มีรูปกายเหนือธรรมชาติแห่งเจ็ดดาราสังหารหรือ.. ข้าคิดว่าเจ้าคงตายโดยไม่รู้ตัวเสียอีก” เซียอันกล่าวอย่างเย็นชา

อาจารย์ลู่เช็ดเลือดบนดาบดำของเขาเบาๆ แล้วจ้องมองชูเหลียงด้วยสีหน้าที่ดูสนุกสนานราวกับแมวแก่กำลังสังเกตหนูที่ว่องไว

อาจารย์ลู่บรรลุถึงระดับการเพาะขั้นที่หกซึ่งน่ากลัวมากพออยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขาน่ากลัวไปกว่าเดิมอีกคือเขาเป็นผู้บ่มเพาะแห่งกลุ่มเจ็ดดาราสังหาร

ในยุครุ่งเรืองของลัทธิเทวาดาราสวรรค์ กลุ่มเจ็ดดาราสังหารไม่ได้ถูกมองว่าเป็นกลุ่มสำคัญภายใน แต่พวกเขาน่ากลัวมากสำหรับคนนอก กลุ่มเจ็ดดาราสังหารมีชื่อเสียงในฐานะกลุ่มนักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุด พวกเขามีความเชี่ยวชาญในการลอบสังหารซึ่งยากที่จะป้องกัน

การโจมตีเงียบๆ ของอาจารย์ลู่ ที่ปรากฏขึ้นจากอากาศบางๆ ก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นถึงพลังอันน่าเกรงขามของผู้บ่มเพาะระดับที่ 6 ถ้าหากชูเหลียงไม่ได้รับโชคช่วยจากการมีอยู่ของหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อ เขาก็คงจะต้องเสียชีวิตไปอย่างแน่นอน

นอกเหนือจากโชคชะตา ชูเหลียงยังมีเครื่องมือวิเศษที่สามารถป้องกันการโจมตีร้ายแรงจากผู้ฝึกฝนที่บรรลุถึงระดับที่หก หากปราศจากมัน ความพยายามของเขาจะเป็นไปโดยเปล่าประโยชน์ แม้ว่าเขาจะเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีก็ตาม

ใบไม้สีเขียวไม่สามารถขัดขวางการโจมตีได้ทั้งหมด... แต่เป็นเรื่องที่น่าทึ่งที่มันสามารถขัดขวางไม่ให้เข้าเสียชีวิตได้

แฮกๆ ..

ชูเหลียงหายใจหอบหนัก ขณะที่เขาพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดจากบาดแผลและใช้พลังชี่พื้นฐานปิดเส้นเลือดรอบๆ บาดแผล จากนั้นเขามองไปที่หลิวเสี่ยวยู่เอ๋อที่กำลังตกใจจนยืนนิ่งไม่ไหวติง

“หลิวเสี่ยวยู่เอ๋อ หลังจากที่เจ้าลงไปแล้ว อย่าเพิ่งไปไหน รอให้ข้าไปหาเจ้านะ”

“ห๊ะ” หลิวเสี่ยวยู่เอ๋ออุทาน

เธอไม่เข้าใจเลยว่าชูเหลียงหมายถึงอะไร

ต่อมา ชูเหลียงได้ชี้ไปที่หลิวเสี่ยวยู่เอ๋อ เด็กหญิงถูกรายล้อมด้วยแสงสีเขียว นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เธอถูกห่อไว้เช่นนี้

หลังจากถูกแทงด้วยการโจมตีของผู้บ่มเพาะระดับหก ใบไม้สีเขียวนี้ยังคงอยู่ในสภาพที่ดี แต่ตอนนี้มีรู

ชูเหลียงทำมือเบาๆ แล้วพูดว่า "ไป"

วูบบ—

ลำแสงสีเขียวพุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว มุ่งตรงไปยังท้องฟ้าอันไกลโพ้น!

“อย่าปล่อยให้เธอหนี” เซียอันตะโกน

อาจารย์ลู่ ผู้ยืนอยู่ข้างหลังเซียอัน ยกมือข้างหนึ่งขึ้น มือและแขนครึ่งข้างหายไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าเขาจะใช้ทักษะเหนือธรรมชาติแบบเดียวกับรอบก่อน แต่คราวนี้ เมื่ออาจารย์ลู่ดึงดาบกลับมาจากอากาศ ดาบกลับไร้เลือด

ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม อาจารย์ลู่กล่าว "นางหนีไปอย่างรวดเร็ว น่าแปลกใจที่วิชาของข้าไม่สามารถตามทันเครื่องมือวิเศษนั้น..."

ความพยายามของเขาที่จะโจมตีหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อในแบบเดียวกับที่เขาทำกับชูเหลียงนั้นล้มเหลว บ๊ะจ่างลูกนั้นกลายเป็นดวงดาวบนท้องฟ้าพุ่งหายลิบไปไกลแล้ว

ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนหน้านี้ ฉูเหลียงได้เติมพลังชี่พื้นฐานลงในใบไม้สีเขียวจนเต็มเปี่ยม ดังนั้นมันน่าจะบินต่อไปได้หลายร้อยลี้ก่อนที่จะตกลงมาจากท้องฟ้า ชูเหลียงหวังว่าหลิวเสี่ยวยู่เอ๋อจะลงจอดอย่างปลอดภัย

เซียอันที่มิได้คาดหวังว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น แม้จะมีหนทางหนีที่ดีเยี่ยมเช่นนี้ แต่ชูเหลียงก็ได้มอบโอกาสให้หลิวเสี่ยวยู่เอ๋อในช่วงเวลาสำคัญนี้ แทนที่จะใช้มันเอง

เซียอันคำราม "เราจะไม่ยอมให้เขาหนีรอดไปได้เด็ดขาด!"

“เขาจะหนีไปไม่ได้แน่..” อาจารย์ลู่ตอบอย่างใจเย็นและสงบ เขาจ้องมองไปที่ชูเหลียงและพูดว่า “ศิษย์โง่เขลาของนิกายฉูซาน ข้าไม่คาดคิดว่าเจ้าจะมีวิธีหนีรอดแบบนี้.. แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือเจ้าจะยอมให้คนอื่นมีโอกาสรอดชีวิตในขณะที่เจ้าต้องอยู่ที่นี่เพื่อตาย”

ชูเหลียง ที่นั่งอยู่บนพื้นและไม่สามารถวิ่งได้เนื่องจากบาดเจ็บสาหัส เขายกศีรษะขึ้นมองไปที่ผู้บ่มเพาะระดับ 6 ผู้ทรงพลังกว่าเขาหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม ตรงกันข้ามกับความคาดหวังของอาจารย์ลู่และเซียอัน ชูเหลียงกลับยิ้มออกมาอย่างกะทันหัน

"ใครบอกว่าข้าจะตายกัน" ชูเหลียงเอ่ยถาม

จบบทที่ บทที่ 88 การลอบสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว