- หน้าแรก
- ยอดสิงขราปัทมามรกต
- บทที่ 86 เอาชนะด้วยปัญญา
บทที่ 86 เอาชนะด้วยปัญญา
บทที่ 86 เอาชนะด้วยปัญญา
น้ำลึกถึงสี่ฟตุ พลังเวทของ หวังฉางเซิง ย่อมไม่เพียงพอที่จะเสกให้น้ำใสในหลุมยักษ์กลายเป็นน้ำแข็งได้ โชคดีที่บนตัวของหวังหมิงจ้าน มียัยต์น้ำแข็งอยู่หลายแผ่น การแช่แข็งงูไฟอสูร ไว้ชั่วขณได้จึงไม่ใช่ปัญหา
หวังหมิงเฟิงบังคับหุ่นเชิดสุนัขตัวน้อยให้เดินนำหน้า ส่วนตัวเขาเว้นระยะห่างออกไปหลาย เมตร ในมือถือเมล็ดพันธุ์ หนามเหล็กไว้กำหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาสัมผัสได้ว่าอุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นจนต้องชะลอฝีเท้าลง
ทันใดนั้น ท่ามกลางความมืดมิดก็ปรากฏแสงไฟสว่างจ้า ลูกไฟยักษ์พุ่งทะยานเข้าใส่และกระแทกเข้ากับหุ่นเชิดสุนัขจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
หวังหมิงเฟิงหยิบลูกปัดสีเขียวมรกตออกมาแล้วโยนไปข้างหน้า เสียงดัง "ปึก" ลูกปัดแตกออกพร้อมกับมีควันสีเขียวเข้มพวยพุ่งออกมามหาศาล เขาเร่งพลังแสงสีเขียวที่ใต้เท้า สร้างม่านคุ้มกันให้ตัวเองแล้วรีบถอยหนีไปตามทางเดิม
เสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมเปลวเพลิงพุ่งทะยาน งูไฟอสูรสีแดงขนาดใหญ่สองตัวพุ่งออกมาจากถ้ำ หวังหมิงเฟิงหน้าถอดสี รีบโยนเมล็ดพันธุ์หนามเหล็กไปข้างหลัง ทันทีที่เมล็ดตกถึงพื้น มันก็หยั่งรากแตกกิ่งกลายเป็นหนามสีเขียวที่มีหนามแหลมคมนับสิบเส้นขวางเส้นทางไว้ แต่ลูกไฟยักษ์สองลูกที่พุ่งตามมาก็เผาทำลายพวกมันจนกลายเป็นเถ้าธุลีอย่างรวดเร็ว
เขาวิ่งหนีไปทางปากถ้ำพลางโยนเมล็ดพันธุ์หนามเหล็กสกัดกั้นงูไฟอสูรทั้งสองเป็นระยะ ทว่าหนามเหล็กเหล่านั้นไม่สามารถหยุดยั้งงูไฟอสูรระดับสองได้เลย เมื่อเห็นแสงสว่างที่ปลายทาง หวังหมิงเฟิงก็ดีใจแทบคลั่งเพราะรู้ว่าใกล้จะออกจากถ้ำได้แล้ว แต่ในขณะนั้น คลื่นความร้อนที่ยากจะต้านทานก็ไล่ตามมาติดๆ ขณะที่เมล็ดพันธุ์ในมือหมดสิ้นลงพอดี
เขาตัดสินใจหยิบยันต์สีเหลืองสองแผ่นโยนออกไป ยันต์นั้นกลายเป็นกำแพงดินสีเหลืองสูงตระหง่านสองชั้น แต่ก็ถูกลูกไฟยักษ์ทำลายจนพังทลายในชั่วพริบตา อาศัยจังหวะนี้ หวังหมิงเฟิงเร่งความเร็วพุ่งตัวออกจากถ้ำและวิ่งข้ามแผ่นไม้บนหลุมน้ำไป หวังหมิงจ้านรีบชักแผ่นไม้ออกแล้วร่ายเวทอำพรางตัวทันที
เมื่องูไฟอสูรพุ่งพ้นถ้ำและเห็นหวังหมิงเฟิงอยู่ไม่ไกล พวกมันไม่ได้ไล่ตามต่อ แต่กลับพ่นลูกไฟยักษ์สองลูกเข้าใส่แทน
หวังเย่าฮวน ที่ซุ่มอยู่ไกลๆ ตะโกนเตือนด้วยความตกใจ "ระวัง หมิงเฟิง!"
หวังหมิงเฟิงสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากเบื้องหลัง เขาจึงรีบพุ่งตัวล้มลงกับพื้นแล้วกลิ้งตัวไปทางขวาอย่างรวดเร็ว เสียงระเบิดดังสนั่น พื้นดินที่เขาเคยยืนอยู่กลายเป็นหลุมลึกขนาด 1 เมตร สองหลุม เวทมนตร์จากสัตว์อสูรระดับสองนั้นรุนแรงจนม่านคุ้มกันบนตัวเขาไม่อาจต้านทานได้
เมื่อโจมตีพลาด งูไฟอสูรเตรียมจะพ่นลูกไฟอีกครั้ง แต่ทว่าแท่งน้ำแข็งสีขาวหลายแท่งพุ่งเข้าใส่ร่างของพวกมัน แม้จะไม่สร้างบาดแผล แต่ก็เบี่ยงเบนความสนใจได้มากพอให้หวังหมิงเฟิงหนีไปได้สำเร็จ
หวังฉางเซิงและคนอื่นๆ ถอยร่นลงจากเขาไปได้สิบห้านาทีก่อนจะหยุดดู
งูไฟอสูรทั้งสองเลื้อยกลับเข้าถ้ำไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงหลุมน้ำขนาดใหญ่ที่ปากถ้ำ เห็นได้ชัดว่าแผนการของหวังฉางเซิงล้มเหลว
"ท่านอาสิบสอง ข้าเคยซื้อผงเหมันต์โลหิตจากศิษย์สำนักโอสถราชามาขวดหนึ่ง มันปรุงจากดอกโลหิตร้อยปี พิษร้ายแรงถึงขั้นปลิดชีพทันทีเมื่อเข้าสู่กระแสเลือด พวกเราควรใช้ควันล่อพวกมันออกมา แล้วร่วมมือกันโจมตีที่ส่วนหางให้เกิดแผล จากนั้นใช้ผงเหมันต์โลหิตซ้ำเข้าไปก่อนจะปลิดชีพพวกมัน" หวังเย่าฮวนเสนอแผนเสริมและเริ่มดำเนินการทันที
พวกเขากลบหลุมที่ปากถ้ำด้วยดิน นำกิ่งไม้แห้งมากองรวมกันแล้วจุดไฟ จากนั้นช่วยกันพัดควันหนาทึบเข้าไปในถ้ำ ไม่นานนักก็มีเสียงระเบิดดังออกมาจากข้างใน หวังฉางเซิงทั้งหกคนแอบซุ่มอยู่หลังหินยักษ์สีเหลืองห่างออกไปสิบกว่าเมตร เตรียมพร้อมโจมตี
เมื่องูไฟอสูรพุ่งออกมา หวังฉางเซิงบังคับหุ่นเชิดสุนัขสี่ตัวเข้าจู่โจมจากคนละทิศทาง แต่อสรพิษทั้งสองไม่ได้สนใจหุ่นเชิดเหล่านั้น พวกมันพ่นไฟสีแดงฉานเผาทำลายหุ่นเชิดจนละเอียด
ในจังหวะนั้นเองหวังหมิงเซียว ใช้เวทพลังยักษ์ สร้างมือดินสีเหลืองขนาดใหญ่สองข้างพุ่งขึ้นจากพื้นดินเข้าตรึงร่างอสรพิษทั้งสองไว้
พวกมันตกใจพยายามดิ้นรนและพ่นไฟใส่แต่มือดินก็ถูกทำลายเพียงครู่เดียว ทว่าหวังเย่าฮวนได้โยนยันต์สีเหลืองทองขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนืองูไฟอสูรแล้ว ยันต์นั้นกลายเป็นหินยักษ์นับสิบก้อนตกลงมากดทับพวกมันจนขยับไม่ได้และเริ่มมีเลือดไหลซึม หวังหมิงจ้านโยนขวดกระเบื้องสีขาวออกไปพร้อมกับลูกศรลมเข้าตัดขวดให้แตก ผงสีแดงเลือดฟุ้งกระจายไปทั่วร่างของงูไฟอสูร
สัตว์อสูรร้ายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและพ่นลูกไฟยักษ์เข้าใส่จุดที่พวกหวังฉางเซิงซุ่มอยู่ "เวทกำแพงดิน!" หวังหมิงเซียวตะโกนก้อง กำแพงดินสีเหลืองพุ่งขึ้นมาขวางหน้าไว้ ขณะที่ใต้เท้าของหวังฉางเซิงปรากฏเมฆสีขาวพัดพาเขาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
แรงระเบิดทำให้กำแพงดินและหินยักษ์ที่ใช้ซ่อนตัวแตกละเอียด งูไฟอสูรทั้งสองส่งเสียงร้องโหยหวน ร่างกายบิดเร้าด้วยความทรมานจากทั้งหินที่กดทับและพิษจากผงเหมันต์โลหิต พวกมันพ่นไฟไปมาทั่วจนพื้นดินเป็นรูพรุน แต่ลมหายใจก็ค่อยๆ อ่อนลงเรื่อยๆ
ผ่านไปสิบห้านาทีหวังเย่าฮวนและพวกก็ลงมือสังหารด้วยการตัดหัวอสรพิษที่อ่อนแอทั้งสองตัว ความตายของพวกมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการวางแผนอย่างรัดกุมของทั้งหกคน ประกอบกับยันต์ระดับสองยันต์อุกกาบาตตกที่มีราคาสูงกว่า 1,000 หินวิญญาณ และผงเหมันต์โลหิตราคา 300 หินวิญญาณ
ศึกนี้แลกมาด้วยหุ่นเชิดระดับหนึ่งขั้นต่ำ 6 ตัวที่พังทลาย และความเสี่ยงถึงชีวิตของหวังหมิงเฟิง หากไม่ใช่เพราะซากสัตว์อสูรสามารถนำไปแลกแต้มผลงานได้ หวังเย่าฮวนคงไม่กล้าเสี่ยงเช่นนี้ โดยเฉพาะหากคู่ต่อสู้ไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลานแต่เป็นเสือหรือหมาป่าอสูร
หวังหมิงจ้านสวมถุงมือและกินยาถอนพิษ ก่อนจะใช้มีดสั้นลอกหนังงูไฟอสูรและเก็บวัสดุที่มีค่าไว้ ส่วนเนื้อของมันนั้นมีพิษร้ายแรงจึงไม่สามารถนำมากินได้ หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ทั้งหกคนก็มุ่งหน้าเดินทางต่อไป