- หน้าแรก
- ย้อนอดีต พร้อมมิติลับกู้ชีพนายทหารหน่วยรบพิเศษ
- บทที่ 30 อย่าเป็นแม่พระงี่เง่า
บทที่ 30 อย่าเป็นแม่พระงี่เง่า
บทที่ 30 อย่าเป็นแม่พระงี่เง่า
หลี่หว่านโหรวมองเธอ รอให้เธอเป็นคนตัดสินใจ
กัวโย่วหนิงอดขำไม่ได้ หลี่หว่านโหรวอายุมากกว่าเธอตั้งหนึ่งปี แต่ดูจากพฤติกรรมแล้ว กลับทำตัวเหมือนมองกัวโย่วหนิงเป็นพี่สาวไปเสียอย่างนั้น
พวกเธอเพิ่งมาถึง ยังไม่รู้ทิศทางลมอะไรเลย ดังนั้นคงต้องกินข้าวหม้อเดียวกันไปก่อน แต่เธอไม่ได้กะจะกินข้าวหม้อรวมแบบนี้ไปตลอดหรอกนะ
ร้อยพ่อพันแม่ก็ร้อยรสชาติ อาหารการกินย่อมขัดแย้งกันได้ง่าย แถมยังมีเรื่องใครกินมากกินน้อยให้ปวดหัวอีก ยิ่งไปกว่านั้น เธอมีเสบียงตุนไว้เพียบ จะให้มานั่งกินแกลบกินหญ้ากับพวกเขาก็ใช่ที่
เธอแย้มยิ้มพลางเอ่ย "พวกเราเพิ่งมาถึง ยังไม่มีข้าวของอะไรเลย คงต้องขอรบกวนร่วมโต๊ะด้วยสักพักนะคะ รับรองว่าพวกเราจะจ่ายส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรมแน่นอนค่ะ รบกวนด้วยนะคะ!"
พูดจบ เธอก็เริ่มรื้อกระเป๋าสัมภาระหาปิ่นโตอะลูมิเนียม ล้วงข้าวฟ่างและข้าวโพดบดอย่างละกำมือจากถุงเสบียงใส่ลงไป
หลี่หว่านโหรวคร้านจะคิดอะไรมาก จึงทำตามทุกระเบียบนิ้ว
หวงกุ้ยฮว๋าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พยักพเยิดหน้าไปทางเผิงฮว๋าที่กำลังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียง "แล้วแม่นั่นที่หลับเป็นตายอยู่นั่นล่ะ... จะช่วยเอาข้าวไปนึ่งเผื่อด้วยไหม"
กัวโย่วหนิงส่ายหน้า "ฉันไม่มีปิ่นโตเหลือแล้วล่ะค่ะ แถมยังไม่รู้ด้วยว่าหล่อนชอบกินอะไร ปลุกขึ้นมาถามเองดีกว่าค่ะ"
ด้วยเหตุนี้ เผิงฮว๋าที่เพิ่งจะผล็อยหลับไปจึงถูกเขย่าตัวจนตื่น หล่อนบ่นงึมงำทั้งที่ตายังหลับสนิท "ป้าหลี่ อย่ามากวนน่า ขอหนูนอนต่ออีกนิดเถอะ"
ให้ตายเถอะ คุณหนูคนนี้ยังคิดว่าตัวเองนอนอยู่บ้านหรือไงเนี่ย
หลิวชิงชิงเอ่ยเสียงเรียบ "ไม่ใช่ป้าหลี่หรอกจ้ะ ยุวชนแดงเผิง รีบเอาปิ่นโตกับธัญพืชของเธอออกมาเร็วเข้า พวกเรากำลังจะหุงข้าวเย็นกันแล้ว"
เผิงฮว๋าดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปง แล้วงัวเงียตอบ "ไม่กิน น่ารำคาญจริง! ออกไปไกล ๆ เลย!"
สีหน้าของสองยุวชนแดงรุ่นพี่ทะมึนตึงขึ้นมาทันที พวกเธอคว้าปิ่นโตของกัวโย่วหนิงและหลี่หว่านโหรวเดินสะบัดหน้าออกไปอย่างไม่สบอารมณ์
เอาเถอะ ถือว่าเตือนแล้วนะ ทำตัวสะลึมสะลือเอง ช่วยไม่ได้ ถ้าเดี๋ยวไม่มีอะไรตกถึงท้องจะมาโทษกันไม่ได้นะ
กัวโย่วหนิงคิดว่าในเมื่อนี่เป็นมื้อแรกที่ยุวชนแดงหน้าใหม่และหน้าเก่าจะได้ร่วมโต๊ะกัน ในฐานะผู้มาใหม่ พวกเธอก็ควรจะมีของติดไม้ติดมือไปร่วมวงสักหน่อย
ในมิติของเธอมีวัตถุดิบมากมายก่ายกอง จะหยิบอะไรออกมาดีนะถึงจะเหมาะ
ในยุคนี้ เนื้อติดมันถือเป็นของล้ำค่าที่สุด แต่การจะงัดเนื้อสด ๆ ออกมามันดูไม่สมจริงเอาเสียเลย ถ้าอย่างนั้น... เอาเป็นเนื้อหมักเค็มสูตรโฮมเมดจากครัวในฟาร์มก็แล้วกัน
เธอทำทีเป็นรื้อค้นกระเป๋าสัมภาระ แล้วดึงเนื้อหมักเค็มชิ้นย่อม ๆ น้ำหนักราวร้อยห้าสิบกรัมออกมา ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องครัว
หลี่หว่านโหรวรีบคว้าแขนเธอไว้ "เดี๋ยวสิหนิงหนิง เนื้อนี่เอาไปกินรวมกันเหรอ งั้นฉันก็ต้องเอาอะไรไปสมทบด้วยสิ"
เธอรื้อค้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบไส้กรอกขนาดครึ่งชั่งออกมาสองอัน เธอหัวเราะคิกคักพลางเอ่ย "แม่ฉันนี่มองการณ์ไกลจริง ๆ อุตส่าห์เตรียมเจ้านี่มาให้ด้วย"
กัวโย่วหนิงปรายตามอง "อันเดียวก็พอแล้วน่า อย่าเป็นแม่พระงี่เง่าไปหน่อยเลย"
หลี่หว่านโหรวทำตามอย่างว่าง่าย รีบเก็บไส้กรอกกลับไปหนึ่งอันทันที
เธอมองดูกองสัมภาระที่วางระเกะระกะแล้วขมวดคิ้ว "เราต้องหาตู้มาเก็บของแล้วล่ะ ขืนปล่อยทิ้งไว้ในกระเป๋าแบบนี้ลำบากแย่"
กัวโย่วหนิงพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ เดี๋ยวลองถามดูว่าในหมู่บ้านมีช่างไม้ไหม เราน่าจะสั่งทำตู้เก็บของบนเตียงเตากับตู้ลิ้นชักสักหน่อย"
หลี่หว่านโหรวเสริม "อ่างอาบน้ำด้วยนะ"
สองสาวพูดคุยกันกระหนุงกระหนิงขณะหอบหิ้วของกินมุ่งหน้าไปที่ครัว
เมื่อก้าวพ้นประตูหอพัก พวกเธอก็เห็นกู้เว่ยกั๋วกำลังผ่าฟืนอยู่กลางลาน ส่วนหวังหลินกำลังหาบน้ำ เหลียวฮั่นเจี๋ยหายหัวไปไหนก็ไม่รู้... สงสัยจะนอนอุตุอยู่เหมือนเผิงฮว๋าล่ะมั้ง
พอเดินมาถึงหน้าประตูครัว พวกเธอก็ได้ยินเสียงบ่นกระปอดกระแปดของหวงกุ้ยฮว๋า "ยุวชนแดงหญิงหน้าใหม่สามคนนี้นี่ไม่รู้จักความเอาซะเลย โดยเฉพาะยายคนที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงนั่นน่ะพิลึกคนสุด ๆ ดูสิ พวกผู้ชายมาใหม่ยังรู้จักมาช่วยหยิบจับทำงานบ้าน แต่พวกหล่อนกลับนั่งรอเก้อรอกินอย่างเดียว"
หลิวชิงชิงปลอบใจ "พวกหล่อนเพิ่งมาถึง เหนื่อย ๆ ก็คงอยากพักผ่อนบ้างแหละจ้ะเป็นธรรมดา แต่จะว่าไป ตอนที่เธอมาถึงแรก ๆ เธอก็ขยันขันแข็งกว่าพวกหล่อนจริงๆ แถมยังเอาปลาทอดรมควันจากบ้านเกิดมาฝากด้วย ฉันยังไม่ลืมรสชาตินั้นเลยนะ อร่อยสุด ๆ"
กัวโย่วหนิงคิดในใจ 'นี่หล่อนปลอบประโลมประสาอะไรเนี่ย นี่มันสุมไฟชัด ๆ หลิวชิงชิงคนนี้นิสัยใช้ไม่ได้เลย'
บทสนทนาในครัวยังคงดำเนินต่อไป หวงกุ้ยฮว๋าพูดด้วยน้ำเสียงโอ้อวด "ก็ใช่น่ะสิ พวกหล่อนนี่แล้งน้ำใจจริง ๆ ไม่เห็นจะเอาอะไรมาแบ่งปันเลยสักอย่าง"
"ถึงเวลาแบ่งเวรแบ่งงาน เราต้องเอาให้เด็ดขาด ยุติธรรม อย่าไปยอมอ่อนข้อให้พวกหล่อนเชียว แต่ตอนนี้มีผู้ชายหก ผู้หญิงห้า... สงสัยจะแบ่งเวรกันยากแฮะ"
"ไม่ต้องห่วงหรอก พี่เซียวไม่มีทางปล่อยให้พวกเราเสียเปรียบหรอกน่า"
...กัวโย่วหนิงและหลี่หว่านโหรวแทบอยากจะหันหลังกลับเสียเดี๋ยวนี้ ดูเหมือนเพื่อนร่วมห้องสองคนนี้จะมีอคติกับพวกเธอไม่น้อย และคงจะรับมือยากพอดู
จังหวะที่พวกเธอกำลังจะถอยทัพ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น "สหายสองคนมายืนทำอะไรอยู่หน้าประตูครับ เข้ามาสิ!"
กัวโย่วหนิงเห็นหัวหน้ายุวชนแดงชายกำลังถือตะกร้าผักเดินตรงมาทางพวกเธอ
กัวโย่วหนิงเอ่ยด้วยความขวยเขิน "พวกเราเพิ่งมาถึงน่ะค่ะ กำลังจะเข้าไปพอดีเลย"
เสียงสนทนาในครัวเงียบกริบลงทันควัน ทั้งสองหันขวับมามองผู้มาเยือนทั้งสามคนที่ยืนอยู่หน้าประตู
การจับได้คาหนังคาเขาว่ามีคนนินทาลับหลังไม่ใช่สถานการณ์ที่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย
ช่างเถอะ ทำเป็นหูทวนลมไปก็แล้วกัน ในเมื่อรู้ไส้รู้พุงพวกหล่อนแล้ว ก็แค่ระวังตัวและรักษาระยะห่างไว้ก็พอ
กัวโย่วหนิงก้าวเข้าไปในครัวพร้อมกับรอยยิ้มการค้า "ยุวชนแดงหลิว ยุวชนแดงหวง ขอบคุณที่เหนื่อยทำกับข้าวนะคะ! พวกเราเพิ่งมาใหม่ มีอะไรขาดตกบกพร่องก็ชี้แนะได้เลยนะคะ นี่เนื้อหมักเค็มฝีมือแม่ฉันเองค่ะ เอามาสมทบเพิ่มกับข้าวให้มื้อนี้สักหน่อย"
พูดจบ เธอก็วางเนื้อหมักเค็มลงบนเคาน์เตอร์เตา
หลี่หว่านโหรวก็พูดทำนองเดียวกันแล้ววางไส้กรอกลงไป
ดวงตาของทุกคนลุกวาวเมื่อเห็นเนื้อ พวกเขาไม่ได้ลิ้มรสเนื้อสัตว์มาครึ่งค่อนเดือนแล้ว
หัวหน้ายุวชนแดงชายฉีกยิ้มกว้าง "ว้าว คืนนี้พวกเรามีลาภปากแล้ว! กุ้ยฮว๋า เธอต้องโชว์ฝีมือหน่อยแล้วล่ะ ในบรรดาพวกเรา เธอทำอาหารอร่อยที่สุดเลยนะ"
ความขุ่นเคืองบนใบหน้าของหวงกุ้ยฮว๋ามลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยรอยยิ้มกว้าง "พี่เซียวไม่ต้องห่วงค่ะ รอชิมฝีมือฉันได้เลย"
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนไม่มีทีท่าขุ่นเคือง หลิวชิงชิงก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก จะได้ยินหรือไม่ได้ยินก็ช่างเถอะ ตราบใดที่ยังไม่ฉีกหน้ากันก็พอแล้ว
เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "พวกเธอสองคนนี่เกรงใจไปได้ คืนนี้พวกเราคงได้เกาะใบบุญกินของอร่อย ๆ แล้วล่ะ เดินทางมาเหนื่อย ๆ ไปพักผ่อนเถอะจ้ะ กับข้าวเสร็จเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันไปเรียกเอง"
จุ๊ ๆ ปากหวานจริง ๆ นะแม่คุณ แต่ขืนพวกเธอเดินออกไปจริง ๆ ก็คงโดนนินทาลับหลังอีกตามเคยนั่นแหละ
กัวโย่วหนิงนอนเต็มอิ่มแล้ว แถมยังมีแรงเหลือเฟือ เธออยากหาใครสักคนคุยด้วยเพื่อสืบข่าวคราวในหมู่บ้านหลิวหว่าน โดยเฉพาะไอ้อันธพาลสองตัวนั้น
เธอรับตะกร้าผักมาจากมือของยุวชนแดงเซียว แล้วเอ่ยด้วยท่าทีใสซื่อ "พวกเราจะมานั่งรอเก้อรอกินอย่างเดียวได้ยังไงล่ะคะ ฉันกับยุวชนแดงหลี่ถนัดเรื่องเตรียมผักค่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกเราเอง"
ความกระอักกระอ่วนฉายวาบขึ้นบนใบหน้าของหลิวชิงชิงและหวงกุ้ยฮว๋า ทว่าก็จางหายไปในพริบตา
ยุวชนแดงเซียวรับคำอย่างว่าง่าย "ตกลงครับ งั้นผมฝากด้วยนะ มีอะไรให้ช่วยก็เรียกได้เลย"
กัวโย่วหนิงแย้มยิ้ม "ฉันมีเรื่องอยากจะถามพี่พอดีเลยค่ะ เราไปคุยกันที่ลานบ้านระหว่างเด็ดผักได้ไหมคะ ตรงนั้นสว่างแล้วก็กว้างขวางกว่าด้วย"
ยุวชนแดงเซียวคว้าเก้าอี้ซักผ้าตัวเล็กมาสามตัวแล้วเดินนำออกไป เมื่อนั่งลงเรียบร้อย เขาก็เอ่ยอย่างกระตือรือร้น "อยากรู้อะไรถามมาได้เลย ไม่มีเรื่องไหนในหมู่บ้านนี้ที่ผมไม่รู้หรอก ก็ผมอยู่ที่นี่มาตั้งสี่ปีแล้วนี่นา"
ระหว่างที่กำลังเด็ดถั่วแขก กัวโย่วหนิงก็เอ่ยถาม "ในหมู่บ้านมีช่างไม้ไหมคะ พวกเราอยากจะสั่งทำตู้สักหน่อย"
"มีสิ ฝีมือช่างไม้ของลุงต้าจู้เลื่องลือไปไกลเลยล่ะ ตู้ของพวกเราก็สั่งทำจากแกทั้งนั้น ราคาก็เป็นกันเองด้วย พวกเธอน่าจะต้องใช้เสื่อปูเตียงเตาด้วยนะ ป้าซู่เฟินแกสานเสื่อได้ดีที่สุดในหมู่บ้านเลยล่ะ... แกเป็นภรรยาของผู้ใหญ่บ้านน่ะ"
ตอนที่กัวโย่วหนิงปูที่นอนเมื่อช่วงบ่าย เธอรู้สึกว่ามันขาดอะไรไปบางอย่าง ที่แท้ก็ขาดเสื่อปูรองเตียงเตานี่เอง
เสื่อกกพวกนี้ทั้งสะอาด นั่งสบาย แถมยังกันชื้นได้ด้วย ซ้ำยังช่วยกักเก็บความร้อนตอนที่จุดไฟใต้เตียงเตาในฤดูหนาวได้อีก พรุ่งนี้เธอต้องเอาของไปแลกมาสักหน่อยแล้ว
หลังจากเอ่ยขอบคุณ กัวโย่วหนิงก็ซักไซ้ต่อ "แล้วผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าหน่วยผลิต กับนักบัญชีของหน่วยผลิตเราเป็นคนยังไงเหรอคะ"
"พวกเขาแบ่งหน้าที่กันชัดเจนและทำงานเข้าขากันได้ดีมากเลยล่ะ ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้อาวุโสของตระกูลซุน แกจะคอยจัดการเรื่องข้อพิพาทในครอบครัวของชาวบ้านเป็นหลัก ส่วนหัวหน้าหน่วยผลิตแกเป็นทหารผ่านศึก เป็นคนซื่อตรงและยุติธรรมมาก สำหรับนักบัญชีซุนป๋อนั้น แกเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เรียนจบมัธยมปลายในหมู่บ้านนี้ ฝีมือการทำบัญชีของแกนี่เฉียบขาดมาก"
หลี่หว่านโหรวถอนหายใจโล่งอกขณะเด็ดใบขึ้นฉ่าย "ถ้าอย่างนั้นเราก็มาถูกที่แล้วล่ะ การมีหัวหน้าหน่วยผลิตที่ซื่อตรงและยุติธรรมเนี่ย สำคัญมากเลยนะ"
"ใช่ ก็ถือว่าดีทีเดียวล่ะ แต่เพราะเรื่องราวบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ชาวบ้านก็เลยยังมีอคติกับพวกเรายุวชนแดงอยู่บ้าง แต่ตราบใดที่พวกเธอตั้งใจทำงาน เขาก็ปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันนะ อ้อ... ในหมู่บ้านมีพวกคนว่างงานไม่ยอมทำการทำงานอยู่สามสี่คน ถ้าบังเอิญเจอพวกมันล่ะก็ ทางที่ดีควรจะเดินเลี่ยงไปซะ"