- หน้าแรก
- ผู้สวมรอยพระเจ้า
- บทที่ 20 - สองต่อสี่
บทที่ 20 - สองต่อสี่
บทที่ 20 - สองต่อสี่
บทที่ 20 - สองต่อสี่
"ทนายหลิน"
ฉินเหยาลุกขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหา
ส่วนเจียงเหอกลับขมวดคิ้ว และถามด้วยความไม่เข้าใจว่า "คุณ... ทำไมถึงเข้าไปอยู่ในนั้นตั้งนานล่ะ"
หลินซือจือมองเธอ แล้วตอบกลับไปด้วยท่าทีงุนงงเล็กน้อยว่า "ในกฎของเกมก็ไม่ได้บอกไว้นี่ครับว่าห้ามอยู่ในนั้นนานๆ น่ะ"
เจียงเหอถึงกับพูดไม่ออก เธออยากจะพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายก็ถอดใจและก้มหน้าเงียบไป
ฉินเหยารีบอธิบายขึ้นมาทันที "พี่เจียงเหอ ทนายหลิน พวกคุณไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งคู่แหละค่ะ ไม่เห็นจะต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องแบบนี้เลย"
"ขอโทษด้วยนะคะทนายหลิน พอดีเมื่อกี้พวกเราขาดคนไปคนนึง ก็เลยแพ้พนันให้กับคนของชุมชนที่ 3 ซะราบคาบเลย พี่เจียงเหอก็เลยอาจจะคิดว่าถ้ามีคนเพิ่มมาอีกสักคน โอกาสชนะก็น่าจะเพิ่มขึ้นน่ะค่ะ"
"แต่นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะคะ อย่าเก็บไปใส่ใจเลยค่ะ"
เจียงเหอถอนหายใจออกมาเงียบๆ "ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเป็นความผิดของเขาสักหน่อย"
หลินซือจือมองไปที่กฎบนหน้าจอขนาดใหญ่ ซึ่งมันก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากกฎที่เขาเป็นคนเขียนไว้ในเอกสารออกแบบเลย
"แพ้ได้ยังไงครับ"
...
ฉินเหยาเล่าเรื่องราวต้นสายปลายเหตุที่เกิดขึ้นบนโต๊ะพนันให้เขาฟังอย่างคร่าวๆ
หลินซือจือมองดูชิปในมือ แล้วตกอยู่ในห้วงความคิด
ฉินเหยาพูดต่อ "ทนายหลิน แล้วต่อไปคุณตั้งใจจะทำยังไงคะ"
"ฉันว่ายอมๆ ไปเถอะค่ะ ยังไงซะ จะขึ้นหรือไม่ขึ้นโต๊ะพนัน ก็ต้องเสียชิปหนึ่งหมื่นแต้มอยู่ดี"
หลินซือจือมองไปที่เวลานับถอยหลังบนหน้าจอขนาดใหญ่ "แต่เวลายังเหลืออีกตั้งเยอะ มานั่งเฉยๆ มันก็ไม่ค่อยมีอะไรทำเท่าไหร่นะครับ"
"สู้เอาเวลาไปเล่นกับพวกเขาสักสองสามกระดานดีกว่า"
พอได้ยินน้ำเสียงของหลินซือจือ ฉินเหยาก็ตกใจจนสะดุ้ง
"ทนายหลิน คุณคิดจะไปเล่นพนันกับพวกเขาแบบจริงๆ จังๆ อย่างนั้นเหรอคะ"
"อย่าคิดแบบนั้นเด็ดขาดเลยนะคะ พวกเขาร้ายกาจมาก แถมยัง..."
"พวกเขามีกันตั้งสี่คน มีชิปเยอะมาก แล้วก็ยังเล่นเข้าขากันสุดๆ คุณคนเดียวไปสู้กับพวกเขาสี่คน ไม่มีทางชนะได้หรอกค่ะ"
หลินซือจือผายมือออก "แต่พวกคุณเสียชิปไปตั้ง 26000 แต้มเลยนะ ไม่อยากได้คืนบ้างเหรอครับ"
ทั้งสามคนมองหน้ากัน
"ได้คืนเหรอ จะเอาคืนยังไงล่ะ จะไปฝากความหวังไว้กับดวงที่จู่ๆ ก็พุ่งกระฉูดขึ้นมางั้นเหรอ มันไม่เป็นความจริงเอาเสียเลย" เจียงเหอส่ายหน้ารัวๆ
เธอกับซูซิ่วเฉินคอตกกันไปหมดแล้ว ในตอนนี้พวกเธอแค่อยากจะอยู่ให้ห่างจากโต๊ะพนันนั้นให้มากที่สุด
ฉินเหยาลังเลอยู่เล็กน้อย "ฉันก็อยากได้คืนค่ะ แต่... จะทำยังไงล่ะคะ"
หลินซือจือล้วงชิปมูลค่า 2000 แต้มออกมาจากกระเป๋า แล้วควงเล่นในมือ "ถ้าคนเดียวน่ะไม่มีโอกาสชนะหรอกครับ แต่ถ้ามีสองคน ก็ยังมีหวังนะ"
ฉินเหยาก้มมองดูชิปที่เหลืออยู่น้อยนิดของตัวเอง "แต่ฉันเหลือชิปแค่ 7000 แต้มเองนะคะ"
หลินซือจือไม่ได้สนใจ "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมรอคุณสิบห้านาที ไปกดมาเพิ่มอีกสักหน่อยสิ"
ฉินเหยารู้สึกประหลาดใจ "กดมาเพิ่มเหรอคะ"
"ใช่ครับ" หลินซือจือชี้ไปที่โซนแลกชิปที่อยู่ด้านข้าง
เจียงเหอเริ่มทนดูไม่ได้ เธอจึงผุดลุกขึ้นยืนทันที "เหยาเหยา อย่าปล่อยให้ผีพนันเข้าสิงสิ"
"การไปเจาะเลือดเพื่อเอาชิปมาพลิกเกมเนี่ย มันอันตรายเกินไปแล้วนะ"
"ถ้าพวกเราออกไปตอนนี้ อย่างน้อยก็ยังเหลือเวลาวีซ่าอีกตั้งหลายพันนาที ก็ไม่ได้ถือว่ากลับไปมือเปล่าซะทีเดียว แต่ถ้าเสียเลือดมากเกินไป..."
หลินซือจือไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น
เจียงเหอยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม "ทนายหลิน นี่คุณเป็นเซียนพนันมาจากไหนหรือไง"
หลินซือจือส่ายหน้า "ผมไม่ใช่เซียนพนันหรอกครับ เอาจริงๆ ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเล่นการพนันเลยด้วยซ้ำ แต่การจะชนะเกมนี้ มันไม่ได้มีแค่วิธีการเล่นพนันอย่างเดียวนี่ครับ"
เจียงเหออยากจะพูดอะไรบางอย่างต่อ แต่ก็ถูกฉินเหยาห้ามเอาไว้เสียก่อน
"พี่เจียงเหอ ฉันเชื่อว่าทนายหลินต้องมีเหตุผลของเขาที่ให้ทำแบบนี้ค่ะ วางใจเถอะนะคะ ฉันจะไม่เจาะเลือดเยอะเกินไปหรอกค่ะ"
เจียงเหอกลับไปนั่งที่เดิมด้วยความขัดใจ เห็นได้ชัดว่า การเจาะเลือดเพื่อแลกชิปยังคงเป็นเรื่องที่เธอต่อต้านและรู้สึกรังเกียจโดยสัญชาตญาณ
"พอเข้าไปข้างในแล้ว ให้ทำตามที่ผมบอกนะ"
ก่อนที่ฉินเหยาจะเดินเข้าไปในห้องเดี่ยว หลินซือจือก็ลดเสียงลง และกระซิบสั่งการบางอย่างสั้นๆ
ฉินเหยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจทันที "หา ทำแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอคะ"
...
ลู่ซินอี๋กำลังโยนชิปขึ้นไปในอากาศ แล้วปล่อยให้มันตกลงมาอยู่ในกำมือของตัวเองเล่นๆ อย่างต่อเนื่อง
ส่วนหลวี่หมิงเซวียนก็นั่งพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีเบื่อหน่าย
เขาหันไปมองเวลาบนหน้าจอขนาดใหญ่อีกครั้ง
46:48
46:47
เวลาช่างผ่านไปเชื่องช้าเหลือเกิน
หลังจากที่พวกเขาสามารถเอาชนะเจียงเหอได้อย่างง่ายดาย ก็ผ่านไปสิบกว่านาทีแล้ว ในช่วงเวลานี้พวกเขาไม่มีอะไรให้ทำเลย จึงรู้สึกเบื่อหน่ายกับการรอคอยมาก
"คู่แข่งพวกนี้มันโง่เกินไปแล้ว ถ้าในโถงระเบียงมีแต่คู่แข่งระดับนี้ล่ะก็ งั้น..."
คำพูดของหลวี่หมิงเซวียนยังไม่ทันจบ ก็ถูกลู่ซินอี๋ขัดจังหวะเสียก่อน
"อย่าได้ประมาทคู่แข่งคนไหนเด็ดขาด"
ถึงแม้หลวี่หมิงเซวียนจะอายุมากกว่าลู่ซินอี๋มาก แต่ในเวลานี้เขาก็ทำได้เพียงก้มหน้ารับคำอย่างว่าง่าย "ครับ"
ถึงแม้พวกเขาจะเพิ่งเข้ามาอยู่ในชุมชนที่ 3 ได้เพียงวันเดียว แต่ทุกคนต่างก็นับถือลู่ซินอี๋จากใจจริง
ไม่ว่าจะเป็นในเกมหรือนอกเกม ลู่ซินอี๋ก็ได้สร้างอำนาจที่เด็ดขาดเอาไว้แล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะลู่ซินอี๋เป็นคนวางแผนอย่างรัดกุมตั้งแต่แรก จนสามารถปั่นหัวยัยโง่สามคนจากชุมชนฝั่งตรงข้ามได้อยู่หมัด พวกเขาก็คงไม่มีทางชนะได้ง่ายดายขนาดนี้หรอก
ทันใดนั้น หลวี่หมิงเซวียนก็สังเกตเห็นว่า สายตาของลู่ซินอี๋จับจ้องไปที่ชายหนุ่มจากชุมชนที่ 17 ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกมาจากห้องเดี่ยวอยู่ตลอดเวลา
"พี่ลู่"
"หืม"
"พี่ว่า... การที่เขาเข้าไปขลุกอยู่ในห้องเดี่ยวนานขนาดนั้น เขาเข้าไปทำอะไรอยู่เหรอครับ"
เห็นได้ชัดว่า ลู่ซินอี๋ก็กำลังสงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
หลวี่หมิงเซวียนลองเดาดู "จะทำอะไรได้ล่ะครับ ก็คงกำลังเล่นพนันกับเครื่องแลกชิปอยู่น่ะสิ"
คำตอบนี้เห็นได้ชัดว่าไม่สามารถทำให้ลู่ซินอี๋พอใจได้ "เกมที่มีโอกาสชนะน้อยนิดขนาดนั้น ยังจะมีคนหัวรั้นยอมเล่นตั้งหลายๆ ตากันอีกเหรอ"
หลวี่หมิงเซวียนเงียบไปครู่หนึ่ง "อืม... ก็ไม่แน่ว่าเขาจะเล่นหลายตาหรอกครับ บางทีเขาอาจจะใช้เวลาคิดนานไปหน่อยก็ได้ เพราะการเล่นพนันกับเครื่องแลกชิป มันไม่มีการจำกัดเวลาในการตัดสินใจนี่นา"
"แล้วอีกอย่าง ถ้าเขาดวงดีชนะขึ้นมาสักตา แล้วเกิดติดลมขึ้นมา มันก็เป็นแรงกระตุ้นให้เขายอมเสี่ยงดวงเล่นกับเครื่องแลกชิปต่อไปได้เหมือนกันนะครับ"
ลู่ซินอี๋ยังคงไม่ปักใจเชื่อ เธอหันไปมองโซนแลกชิปในฝั่งของตัวเอง แล้วก็ตกอยู่ในความครุ่นคิด
"ฉันอยากเข้าไปดูอีกรอบ" ลู่ซินอี๋พูดขึ้น
หลวี่หมิงเซวียนคิดตาม "ไม่จำเป็นมั้งครับ พี่ก็โดนเจาะเลือดไปตั้ง 400 มิลลิลิตรแล้ว ทางที่ดีอย่าเจาะเพิ่มเลยดีกว่านะครับ"
"ในชุมชนไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ไว้ใจได้หรอกนะครับ ถ้าเสียเลือดมากเกินไปมันจะไม่คุ้มเอานะ"
"ที่สำคัญที่สุดก็คือ โอกาสชนะในเกมนี้มันต่ำเกินไปจริงๆ"
สิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ก็คือ ลู่ซินอี๋ยอมโดนเจาะเลือดไป 400 มิลลิลิตรตั้งแต่ตอนแรก แล้วก็เอาไปเล่นพนันกับเครื่องแลกชิปถึงสี่กระดาน
เดิมทีเธอตั้งใจจะเล่นให้มากกว่านี้ แต่ผลปรากฏว่าเมื่อเปิดไพ่ออกมาทั้งสี่กระดาน เธอกลับแพ้รวด
นั่นทำให้เธอล้มเลิกความคิดที่จะเล่นต่อไป
ในขณะที่ลู่ซินอี๋กำลังลังเลอยู่นั้น เธอก็สังเกตเห็นว่าหลินซือจือกับฉินเหยากำลังเดินตรงเข้ามาหา
"สวัสดีครับ ผมชื่อหลินซือจือ"
"ขอเล่นเกมกับพวกคุณสักตาได้ไหมครับ"
ลู่ซินอี๋มองไปที่เวลานับถอยหลังบนหน้าจอขนาดใหญ่
46:13
"ไม่มีปัญหาค่ะ" หลังจากใช้เวลาคิดเพียงสั้นๆ ลู่ซินอี๋ก็ยิ้มรับและตอบตกลงทันที
ในช่วงเวลาที่เหลือของเกมนี้ ความจริงแล้วเธอมีทางเลือกอยู่สองทาง
ทางเลือกแรกคือเดินกลับไปเจาะเลือดเพื่อแลกชิป แล้วนำมาเล่นพนันกับเครื่องแลกชิปต่อ หรือทางเลือกที่สองคือเล่นพนันกับหลินซือจือและฉินเหยา
ถึงแม้ลู่ซินอี๋จะแอบสงสัยว่าทำไมหลินซือจือถึงสามารถอยู่ในห้องเดี่ยวนั้นได้นานนัก แต่ไม่ว่าจะคิดยังไง การเล่นพนันกับคนจริงๆ โอกาสชนะมันก็ย่อมมีมากกว่า และผลตอบแทนที่ได้ก็มากกว่าด้วย
ลู่ซินอี๋เล่นพนันกับเครื่องแลกชิปไปสี่กระดาน และแพ้รวดทั้งสี่กระดาน
แต่ถ้าต้องมาเล่นพนันกับหลินซือจือ มันก็จะเป็นการเล่นแบบสี่ต่อสอง โอกาสชนะมันเพิ่มขึ้นมหาศาลเลยล่ะ
แถมจากประสบการณ์ในเกมตาที่แล้ว การเล่นสิบกระดานไม่ได้ใช้เวลามากมายอะไร ประมาณ 15 นาทีก็จบแล้ว
พอเล่นเกมตานี้จบ ก็ยังเหลือเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งถือว่ามีเวลาเหลือเฟือมากๆ
เมื่อถึงเวลานั้น ค่อยกลับไปศึกษาวิธีการทำงานของเครื่องแลกชิปก็ยังไม่สาย
เมื่อเทียบกันแล้ว การคว้าชิปที่ได้มาง่ายๆ แบบนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
ทุกคนกลับไปนั่งประจำที่ที่โต๊ะพนันอีกครั้ง
ลู่ซินอี๋มองสำรวจหลินซือจือตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะถามด้วยความไม่เข้าใจว่า "คุณดูมั่นใจมากเลยนะคะ แต่ตอนนี้คุณต้องสู้แบบสองต่อสี่ คุณน่าจะรู้ดีนะคะว่าโอกาสชนะมันมีอยู่เท่าไหร่"
หลินซือจือผายมือออก "จะทำไงได้ล่ะครับ ไม่ว่าผมจะหว่านล้อมยังไง อีกสองท่านก็ไม่ยอมกลับมาเล่นด้วยแล้ว"
"แล้วอีกอย่าง เรื่องความน่าจะเป็นบนโต๊ะพนันมันก็เป็นแค่เรื่องลวงตานั่นแหละครับ"
"พูดไปพูดมา สุดท้ายมันก็ต้องพึ่งดวงอยู่ดี"
"ผมค่อนข้างมั่นใจในดวงของตัวเองนะ เมื่อกี้ก็สะสมแต้มบุญมาตั้งเยอะแล้ว ตอนนี้ก็น่าจะถึงเวลาดวงขึ้นบ้างแล้วล่ะครับ"
[จบแล้ว]