- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 20 : ยุงประสานงานกับจักรพรรดินี! คว้าไปสิบห้าสังหาร!
บทที่ 20 : ยุงประสานงานกับจักรพรรดินี! คว้าไปสิบห้าสังหาร!
บทที่ 20 : ยุงประสานงานกับจักรพรรดินี! คว้าไปสิบห้าสังหาร!
บทที่ 20 : ยุงประสานงานกับจักรพรรดินี! คว้าไปสิบห้าสังหาร!
แต่ทว่า สถานการณ์ตรงหน้าไม่เปิดโอกาสให้นางได้คิดอะไรมากไปกว่านี้แล้ว
“โอกาส!”
ในแววตาของนางสาดประกายคมกล้าขึ้นมาวูบหนึ่ง พลางกดความตกตะลึงและความสงสัยทั้งหมดในใจลงไปในทันที
ไม่ว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่โอกาสทองเช่นนี้ จะปล่อยให้หลุดลอยไปไม่ได้เด็ดขาด!
นางหันไปมองฉู่เซิงด้วยสายตาที่เจือไปด้วยคำถาม
ฉู่เซิงนั้นฉลาดเป็นกรด แค่เห็นสายตาของนางก็เข้าใจได้ในทันที ก่อนจะส่งผ่านความคิดอันลำพองใจกลับไปว่า
“วางใจได้เลย! เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง!”
เขาเพียงแค่ส่งจิตสั่งการ ในทันใดนั้น ฝูง ‘ลูกน้อง’ ที่กำลังไล่ตามหมูอยู่นั้นก็พลันหายวับไป ถูกเรียกคืนกลับเข้าสู่มิติในทันที เพื่อเปิดเส้นทางโจมตีที่สมบูรณ์แบบให้แก่กู่เยว่ซี
และในวินาทีต่อมา กู่เยว่ซีก็เคลื่อนไหว!
ร่างของนางนั้นพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรที่หลุดออกจากแหล่ง มุ่งตรงไปยังหมูเกราะเหล็กที่แตกฝูงออกมาตัวนั้นอย่างเงียบเชียบ!
หมูเกราะเหล็กตัวนั้นเพิ่งจะวิ่งไปถึงริมบ่อน้ำ และยังไม่ทันที่จะได้ทันลงไปในน้ำ มันก็รู้สึกถึงลมกรรโชกแรงพัดมาจากด้านหลัง!
มันหันขวับกลับไปทันที ก็ได้เห็นเพียงแค่แสงเย็นเยียบสายหนึ่งสาดวาบผ่านไปต่อหน้าต่อตา!
ฉึก!
กริชในมือของกู่เยว่ซี อาศัยสายตาอันเฉียบแหลมและการออกแรงอย่างแม่นยำในฐานะจักรพรรดินี เจาะทะลุเบ้าตาอันเป็นจุดอ่อนที่สุดของหมูเกราะเหล็กเข้าไปได้อย่างง่ายดาย ทะลวงลึกเข้าไปถึงสมอง!
“อู๊ด—!”
หมูเกราะเหล็กถึงกับไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยซ้ำ ร่างกายมหึมาของมันสั่นสะท้านอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะล้มโครมลงกับพื้น สิ้นใจตายในทันที
สังหารในดาบเดียว!
ช่างเฉียบคมและเด็ดขาดยิ่ง!
กู่เยว่ซีรีบลากซากหมูไปซ่อนไว้ในพงหญ้าที่รกทึบแห่งหนึ่ง เมื่อเสร็จสิ้นนางจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พลางเตรียมที่จะนำหมูตัวนี้ไปส่งมอบภารกิจก่อน
สำหรับอสูรธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีสายเลือดเช่นนี้ นางไม่มีทางใช้เคล็ดวิชา《เตาหลอมหมื่นอสูร》เพื่อดูดซับพลังเด็ดขาด
เพราะว่าเลือดแก่นแท้ของอสูรประเภทนี้มีสิ่งเจือปนมากเกินไป สัญชาตญาณอสูรก็ยิ่งสับสนและบ้าคลั่งยิ่งกว่า หากดูดเข้าไปแล้วไม่เพียงแต่จะไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่ แต่ยังมีโอกาสสูงที่จะธาตุไฟเข้าแทรกอีกด้วย นับว่าไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
แต่ว่า...นางไม่ดูด ก็ไม่ได้หมายความว่ายุงบางตัวจะไม่ดูดเสียหน่อย!
“เหะๆ…จักรพรรดินี ถ้าเจ้าไม่กิน ข้าไม่เกรงใจแล้วนะ!”
ฉู่เซิงอดใจรอไม่ไหวมานานแล้ว เขาบินลงมาจากไหล่ของนาง ก่อนจะร่อนลงบนซากหมู แล้วใช้ [หนามแหลมทะลวงเกราะ] ที่ทั้งใหญ่และแข็งของตนเอง แทงเข้าไปอย่างสุดแรง!
[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังโลหิตได้ 5.8 หน่วย!]
[คำเตือน! คุณภาพของโลหิตเป้าหมายต่ำเกินไป มีสิ่งเจือปนจำนวนมาก ประสิทธิภาพในการแปรสภาพลดลงอย่างมาก! คาดว่าหลังจากการย่อยโลหิตในครั้งนี้ จะได้รับแต้มวิวัฒนาการ 1.2 แต้ม!]
เสียงแจ้งเตือนของระบบทำให้ฉู่เซิงถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
“ให้ตายเถอะ เจ้าหมูหนักสี่ร้อยกว่าชั่งนี่ ให้ค่าพลังมาไม่ถึงหกหน่วยด้วยซ้ำ? อัตราการแปรสภาพมันจะต่ำเกินไปแล้วมั้ง?”
เขาเข้าใจได้ในทันที ดูท่าว่าสายเลือดของอสูร จะเป็นตัวกำหนด ‘ความคุ้มค่า’ ในการดูดเลือดของเขาโดยตรง!
เจ้าหมูเกราะเหล็กนี่ ก็คือ ‘เนื้อหมูฉีดน้ำ’ ดีๆนี่เอง ดูเหมือนจะมีปริมาณเยอะ แต่ที่จริงแล้วมีแต่ขยะทั้งนั้น สารอาหารแทบจะไม่มีเลย
“ช่างมันเถอะ ยุงตัวเล็กก็ถือว่าเป็นเนื้อเหมือนกัน ไม่เลือกมากแล้ว!”
ฉู่เซิงบินกลับไปเกาะบนไหล่ของกู่เยว่ซีอย่างเชื่องช้า พลางเรอออกมาอย่างพึงพอใจ
หลังจากนั้น กู่เยว่ซีจึงกลับไปยังบริเวณลานโล่งที่ฝูงหมูรวมตัวกันอยู่อีกครั้ง พลางจ้องมองหมูเกราะเหล็กอีกสิบสี่ตัวที่เหลืออยู่ แล้วตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิดอีกครั้ง
ภารกิจยังต้องการอีกสองตัว...จะทำอย่างไรดีนะ?
“ดูข้า!”
ฉู่เซิงอ่านความคิดของนางออก จึงได้ปลดปล่อยกองทัพแมลงของตนเองออกมาอีกครั้ง ก่อนจะใช้วิธีเดิม โจมตีด้วย ‘มลภาวะทางจิต’ เข้าใส่เจ้าหมูโชคร้ายอีกตัวหนึ่งที่อยู่ริมฝูง
ภาพเหตุการณ์ที่คุ้นเคยนั้น ได้ฉายซ้ำขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ กู่เยว่ซีมองดูเมฆแมลงที่ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าและเข้าโจมตีอย่างแม่นยำนั้น จนถึงกับโง่งมไปโดยสมบูรณ์
บนใบหน้าที่งดงามประณีตของนาง ตอนนี้ได้ถูกฉาบทาไว้ด้วยความสับสนมึนงง
และในวินาทีนี้เอง นางแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว!
แมลงพวกนี้ ต้องเป็นฝีมือของเจ้ายุงตัวนี้อย่างแน่นอน!
แต่...ทำไมกัน?!
มันทำได้อย่างไร?
แมลงพวกนี้มาจากไหน? หรือว่ามันจะมีมิติที่สามารถเก็บสิ่งมีชีวิตติดตัวมาด้วยจริงๆ?
นี่...นี่มันขัดต่อหลักการของผู้ฝึกสัตว์อสูรอย่างสิ้นเชิง!
กู่เยว่ซีรู้สึกราวกับว่าสมองของตนเองใกล้จะรวนเต็มที ความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดที่นางสั่งสมมาตลอดทั้งสองชาติภพ ตอนนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้ายุงตัวนี้ กลับกลายเป็นเรื่องตลกไปเสียสิ้น
มุมมองที่นางมีต่อฉู่เซิงในวินาทีนี้ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดที่พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
ความตกตะลึง ความอยากรู้อยากเห็น ความไม่เข้าใจ ความสับสนมึนงง...อารมณ์นานัปการได้ถักทอเข้าด้วยกัน จนทำให้นางถึงกับลืมไปชั่วขณะว่าตนเองควรจะทำอะไรต่อไป
จนกระทั่งฉู่เซิงล่อหมูตัวที่สองออกมาได้สำเร็จ นางจึงได้สติกลับคืนมาราวกับเพิ่งตื่นจากฝัน ก่อนจะฉวยโอกาสเข้าสังหารมันอย่างเฉียบคมและเด็ดขาดอีกครั้ง
และแล้ว ด้วยการ ‘สนับสนุน’ ของฉู่เซิง หมูตัวที่สามก็ถูกจัดการลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
เมื่อมองดูซากหมูสามตัวที่ซ่อนอยู่ในพงหญ้า กู่เยว่ซีก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในที่สุด ภารกิจก็ถือว่าสำเร็จลุล่วงแล้ว
แต่...
นางเหลือบมองไปยังหมูเกราะเหล็กอีกสิบสองตัวที่เหลือซึ่งกำลังใช้จมูกดุนดินอย่างสบายอารมณ์อยู่ไม่ไกล ก่อนจะหันไปมอง ‘อสูรกาย’ ที่กำลังเกาะอยู่บนไหล่ของตนเองพลางย่อยเลือด ซึ่งดูไปแล้วก็ไม่มีพิษมีภัยอะไร
ทันใดนั้น ความคิดอันอาจหาญอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจ
ในเมื่อ...มันง่ายดายขนาดนี้...
แล้วทำไม...เราไม่จัดการพวกมันให้หมดเลยล่ะ?
นี่มันเงินทั้งนั้นเลยนะ!
หมูหนึ่งตัวขายได้หนึ่งหมื่นเหรียญ สิบกว่าตัวก็เป็นเงินแสนกว่าเหรียญ!
ถ้าหากมีเงินก้อนนี้ นางก็จะสามารถซื้อทรัพยากรในการฝึกฝนที่ดีกว่านี้ได้แล้ว!
พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา ก็ไม่อาจจะหยุดยั้งมันได้อีกต่อไป!
“จัดการมัน!”
ในแววตาของกู่เยว่ซี สาดประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวและอำมหิตอันเป็นเอกลักษณ์ของจักรพรรดินีออกมา!
และแล้ว ตลอดหนึ่งชั่วโมงต่อจากนั้น ณ ผืนป่าทมิฬแห่งนี้ ก็ได้เกิดฉากการสังหารหมู่ที่เรียกได้ว่าแปลกประหลาดอย่างยิ่งขึ้น
หมูเกราะเหล็กตัวแล้วตัวเล่า ถูกฝูงแมลงที่มาไร้ร่องรอยไปไร้เงาเข้าก่อกวนจนต้องแตกฝูงออกมา จากนั้นก็ถูกหญิงสาวที่ปรากฏตัวราวกับภูตผีปีศาจสังหารลงในดาบเดียว
แม้กระทั่งราชันหมูระดับหนึ่งขั้นปลายที่แข็งแกร่งที่สุด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ ‘กลยุทธ์ทะเลแมลง’ และการโจมตีอันเฉียบแหลมอำมหิตของกู่เยว่ซี ก็ยังสามารถดิ้นรนได้อีกเพียงไม่กี่นาที ก่อนจะล้มลงในกองเลือดอย่างไม่เต็มใจ
ในท้ายที่สุด ฝูงหมูเกราะเหล็กทั้งฝูง ก็ถูกคนหนึ่งคนกับยุงหนึ่งตัว กวาดล้างจนสิ้นซาก ด้วยวิธีการที่เรียกได้ว่าเป็นการ ‘ลดระดับมิติเพื่อเข้าโจมตี’ โดยสมบูรณ์!
….
เมื่อมองดูซากหมูที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น กู่เยว่ซีก็เช็ดคราบเลือดบนกริชของตนเอง บนใบหน้าที่เย็นชาของนาง ก็อดไม่ได้ที่จะปรากฏรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจขึ้นมาจางๆ
ซากหมูมากมายขนาดนี้ ย่อมไม่สามารถขนกลับไปได้ในครั้งเดียวอย่างแน่นอน
ดังนั้น นางจึงเลือกลากหมูสามตัวที่มีขนาดเล็กที่สุดออกมา ก่อนจะใช้เถาวัลย์มัดไว้ แล้วเตรียมที่จะแบกกลับไปส่งภารกิจก่อน
ส่วนที่เหลือ นางได้ใช้กิ่งไม้และใบไม้จำนวนมากปกคลุมเอาไว้ พร้อมกับทำเครื่องหมายไว้เป็นอย่างดี แล้วเตรียมที่จะกลับมาขนไปเป็นรอบๆในภายหลัง
และแน่นอนว่า ฉู่เซิงก็ได้ไล่ดูดซากหมูสิบกว่าตัวบนพื้นทีละตัวจนเกลี้ยง และในท้ายที่สุดก็ได้นอนแผ่หลาอยู่บนซากมหึมาของราชันหมูอย่างพึงพอใจ พลางดูดหยาดหยดแห่งแก่นแท้สุดท้ายจนหมดสิ้น
[ติ๊ง! โฮสต์ดูดซับพลังโลหิตได้ 6.5 หน่วย! ค่าพลังโลหิตปัจจุบันคือ 86.9!]
[แจ้งเตือน: เนื่องจากดูดซับโลหิตคุณภาพต่ำจำนวนมาก คาดว่าหลังจากการย่อยโลหิตในครั้งนี้ จะได้รับแต้มวิวัฒนาการ 5.3 แต้ม! แต้มวิวัฒนาการรวมปัจจุบัน 22.8 (ต้องการอัปเกรดทักษะหรือไม่?)]
“ใกล้แล้วๆ! ขาดอีกแค่สิบกว่าหน่วยก็จะถึง 100 แล้ว!”
ฉู่เซิงมองดูหน้าต่างสถานะของตนเองด้วยความตื่นเต้น
ขาดอีกเพียง 13.1 หน่วยเท่านั้น เขาก็จะสามารถรวบรวมค่าพลังโลหิตให้ครบหนึ่งร้อยหน่วย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการวิวัฒนาการครั้งที่สามได้แล้ว!
น่าเสียดายที่หมูสิบกว่าตัวนี้ถูกเขาดูดจนแห้งเหือดไปหมดแล้ว แม้แต่น้ำมันในไขกระดูกก็แทบจะถูกเขาดูดออกมาจนเกลี้ยง
“ช่างมันเถอะ ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้น ระหว่างทางกลับอาจจะได้เจอเจ้าโชคร้ายเข้าก็ได้!”
….
แต่แล้ว หลังจากที่กู่เยว่ซีและฉู่เซิงแบกหมูสามตัวออกจาก ‘โรงฆ่าสัตว์’ แห่งนี้ไปได้ไม่นานนัก
เฉินฮ่าวและเพื่อนร่วมชั้นอีกสองสามคนของเขาก็กำลังมุดตัวออกมาจากป่าอีกด้านหนึ่งด้วยสภาพที่ทุลักทุเลอย่างยิ่ง
แต่ละคนล้วนมีบาดแผลตามตัว เสื้อผ้าถูกฉีกจนขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าก็เต็มไปด้วยดินโคลน ดูไปแล้วช่างน่าสมเพชอย่างที่สุด
“ให้ตายเถอะ! โคตรซวยเลย! ทำไมหมูเกราะเหล็กในป่าทมิฬมันถึงไม่ได้มีแค่ฝูงเดียววะ!”
เพื่อนร่วมชั้นร่างผอมสูงตบอกของตนเองด้วยความรู้สึกที่ยังไม่หายขวัญเสีย
“ไอ้ฝูงที่พวกเราเจอ มันโหดกว่าที่เขียนไว้ในข้อมูลภารกิจเสียอีก เกือบจะล้อมพวกเราไว้ได้แล้ว!”
“ใช่เลย ถ้าไม่ใช่เพราะหมาปาวายุทมิฬของพี่ฮ่าวสู้ตายคอยถ่วงเวลาให้ วันนี้พวกเราคงได้นอนตายกันอยู่ที่นั่นแล้ว!”
สีหน้าของเฉินฮ่าวเองก็ดูย่ำแย่ไม่แพ้กัน
หมาปาวายุทมิฬของเขาในตอนนี้กำลังนอนหมอบอยู่บนพื้น บนตัวของมันมีบาดแผลหลายแห่งที่ถูกเขี้ยวหมูข่วนจนเป็นรอยลึก ลมหายใจก็อ่อนระโหยโรยแรง เห็นได้ชัดว่าได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
อย่าว่าแต่จะทำภารกิจให้สำเร็จเลย แค่ไม่ถูกกวาดล้างยกทีมก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว
“ให้ตายสิ…ขนาดพวกเรายังทุลักทุเลขนาดนี้...”
เฉินฮ่าวหอบหายใจอย่างหนัก แต่ในขณะเดียวกัน ในใจกลับพลันผุดความรู้สึกสะใจในความโชคร้ายของผู้อื่นขึ้นมาวูบหนึ่ง
“แล้วยัยกู่เยว่ซีที่เป็นแค่นักรบระดับหนึ่งขั้นต้นนั่น ถ้าเกิดไปเจอฝูงหมูเข้า ตอนนี้คงไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูกแล้วกระมัง?”
เมื่อเพื่อนร่วมชั้นอีกสองสามคนได้ยินดังนั้น ก็พากันมีสีหน้าที่แสดงถึงความเห็นด้วย ความหงุดหงิดในใจก่อนหน้านี้พลันมลายหายไปไม่น้อย
………………