เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 : หมาปาวายุทมิฬ

บทที่ 13 : หมาปาวายุทมิฬ

บทที่ 13 : หมาปาวายุทมิฬ


บทที่ 13 : หมาปาวายุทมิฬ

หนึ่งตัว...สองตัว...สิบตัว...ห้าสิบตัว...

ณ เวลานี้ เขาไม่ต่างอะไรกับคนเลี้ยงผึ้งที่กำลังเก็บน้ำผึ้งอย่างขยันขันแข็ง

เขาเริ่มไล่จับตั้งแต่แมลงสาบ แมลงวัน ผีเสื้อกลางคืน หรือแม้กระทั่งตัวเรือดสองสามตัวที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณกองขยะนั้น เข้าไปไว้ในมิติของตนเองทีละตัว

ทักษะ [มิติเผ่าแมลง lv2] นั้นทรงประสิทธิภาพสมคำร่ำลือจริงๆ

ถึงแม้ว่าเขาจะจับแมลงรวดเดียวไปกว่าร้อยตัว แต่ทว่าสภาพจิตใจของเขากลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย ยังคงสามารถควบคุมได้อย่างสบายๆ

“น่าเสียดาย ที่ทักษะนี้สามารถใช้ได้กับแมลงเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับสัตว์ขาปล้องอย่างแมงมุมหรือตะขาบได้...”

ฉู่เซิงลองพยายามจับแมงมุมที่อยู่ตรงมุมกำแพงดู แต่กลับไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆขึ้น

แต่ถึงกระนั้น กองทัพ ‘ทหารจับฉ่าย’ ที่ประกอบด้วยแมลงกว่าร้อยตัวนี้ ก็เพียงพอให้เขาใช้งานได้แล้ว!

“ได้เวลาทดสอบประสิทธิภาพในการปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพแล้ว!”

คิดได้ดังนั้น ฉู่เซิงจึงบินขึ้นไปกลางอากาศ ก่อนจะส่งคำสั่งง่ายๆผ่านสายใยแห่งจิตไปยังแมลงทุกตัวที่อยู่ในมิติ

“ทั้งหมดฟังคำสั่ง! ตั้งแถวเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้านหน้าข้า!”

พรึ่บ—!

ในวินาทีต่อมา บนพื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าของเขา ก็ปรากฏฝูงแมลงสีดำทะมึนขึ้นมาจากความว่างเปล่า!

เหล่าแมลงที่เมื่อครู่นี้ยังคงต่างตัวต่างอยู่ บัดนี้กลับเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบราวกับถูกป้อนโปรแกรมเดียวกันไว้!

ฝูงแมลงวันและผีเสื้อกลางคืนบินวนอยู่บนท้องฟ้า ในขณะที่ฝูงแมลงสาบและตัวเรือดก็คลานอยู่บนพื้น

ในเวลาไม่นาน ‘กระบวนทัพเผ่าแมลง’ ที่มีรูปร่างบิดๆเบี้ยวๆแต่ก็ยังพอมองออกว่าเป็นรูปสี่เหลี่ยม ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของฉู่เซิง

“ให้ตายเถอะ...นี่มัน...”

ฉู่เซิงมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่ง จนตัวเขาเองก็ยังตกตะลึง

ความรู้สึกนี้...มันยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!

มันเหมือนกับกำลังเล่นเกมวางแผนการรบแบบเรียลไทม์ และตัวเขา ก็คือผู้บัญชาการที่คอยวางแผนอยู่เบื้องหลัง!

เมื่อความขี้เล่นในใจถูกจุดประกายขึ้น เขาก็เริ่มสั่งการให้ฝูงแมลงแปรขบวนทัพเป็นรูปแบบต่างๆตั้งแต่รูปตัว ‘S’ ไปจนถึงรูปตัว ‘B’ อย่างสนุกสนาน

ถึงแม้ว่าแมลงพวกนี้จะไม่มีพลังต่อสู้เลยก็ตาม แต่แค่จำนวนและกระบวนทัพที่มืดฟ้ามัวดินขนาดนี้ ก็เพียงพอที่จะเอาไปข่มขวัญคนได้แล้ว!

“เหอะๆ…เฉินฮ่าวสินะ? หมาปาวายุทมิฬสินะ?”

ฉู่เซิงนึกถึงเจ้าคนที่มาวางท่าอวดดีต่อหน้าจักรพรรดินีของเขาเมื่อตอนกลางวันขึ้นมาได้ ในบัดดลนั้น ความคิดอันอาจหาญอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจ

“พรุ่งนี้ที่โรงเรียน ข้าจะขอยืมเจ้าฮัสกี้ติดปีกของเจ้ามาประเดิมคมเขี้ยวเสียหน่อยแล้วกัน!”

“ข้าจะทำให้เจ้ารู้ซึ้งเอง…ว่าวิถีแห่ง ‘ผู้ฝึกสัตว์อสูร’ ที่แท้จริงน่ะ มันเป็นอย่างไร!”

……

เช้าวันรุ่งขึ้น

เมื่อกู่เยว่ซีตื่นขึ้นมา นางก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างบอกไม่ถูก

ด้วยระดับพลังที่อยู่ในขั้นกลางของระดับหนึ่ง ทำให้ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังกายหรือพลังใจของนาง ล้วนแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเทียบกันไม่ติด

นางเหลือบมองบนโต๊ะ ก็เห็นว่าเจ้ายุงตัวนั้นยังคงนอนแผ่อยู่ที่เดิม แต่ท้องของมันแฟบลงไปแล้ว และดูไม่มีอะไรผิดปกติ

ครั้งนี้นางก็ยังคงไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่แค่นเสียงเย็นชาอยู่ในใจ พลางมองฉู่เซิงเป็นเพียงแค่ตัวถ่วงที่ต้องคอย ‘ป้อนอาหาร’ ให้เป็นเวลาเท่านั้น

หลังจากนั้น นางก็นำฉู่เซิงกลับไปขังไว้ในกล่องพลาสติกสำหรับใส่อาหารดังเดิม สะพายกระเป๋า แล้วรีบรุดหน้าไปยังโรงเรียน

การสอบร่วมใกล้เข้ามาทุกที นางจึงต้องใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่าที่สุดเพื่อฝึกฝน และไปยังห้องสมุดเพื่อค้นหาข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเคล็ดวิชา《เตาหลอมหมื่นอสูร》และ ‘โอสถพิทักษ์ชีพจร’

ถึงแม้ว่าความทรงจำในชาติก่อนจะยังคงชัดเจน แต่ทว่ารายละเอียดบางอย่าง ก็ยังจำเป็นต้องตรวจสอบยืนยันอีกครั้ง

และในขณะเดียวกัน ฉู่เซิงที่ถูกขังอยู่ในกล่องนั้น กลับไม่ได้อยู่นิ่งๆเลยแม้แต่น้อย

เพราะใน [มิติเผ่าแมลง] ของเขา บัดนี้ได้อัดแน่นไปด้วย ‘ลูกน้อง’ กว่าสองร้อยตัวที่กำลังเตรียมพร้อม รอคอยที่จะสร้างเรื่องครั้งใหญ่ในโรงเรียน!

เมื่อเดินทางมาถึงโรงเรียน บรรยากาศภายในห้องแปดของสาขาอสูรพันธสัญญาก็ดูจะตึงเครียดยิ่งกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด

เนื่องด้วยเหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งเดือนก็จะถึงการสอบร่วมของนักเรียนมัธยมปลายปีที่สามแล้ว

ดังนั้นทุกคนจึงกำลังใช้ช่วงเวลาสุดท้ายนี้อย่างเต็มที่เพื่อฝึกซ้อมและปรับความเข้าใจกับอสูรพันธสัญญาของตนเอง โดยหวังว่าจะสามารถทำคะแนนได้ดีในการสอบครั้งสำคัญ

การปรากฏตัวของกู่เยว่ซี ยังคงทำให้เกิดความวุ่นวายเล็กๆขึ้นเช่นเคย

ณ ที่นั่งของเฉินฮ่าว หมาปาวายุทมิฬตัวนั้นกำลังนอนหมอบอยู่บนพื้นพลางหาวหวอดด้วยความเบื่อหน่าย

พอเฉินฮ่าวเห็นกู่เยว่ซีเดินเข้ามาในห้องเรียนแล้วไปนั่งลงที่แถวหลังสุด ในแววตาของเขาก็พลันฉายแววซับซ้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง

เมื่อวานนี้เขาอุตส่าห์หวังดีเข้าไปชวนคุยเพื่อสานสัมพันธ์ แต่ผลสุดท้ายกลับถูกนางสวนกลับมา…จนทำให้เขาต้องเสียหน้าต่อหน้าธารกำนัล ในใจจึงยังคงอัดอั้นไปด้วยความโมโหอยู่

“เหอะ…ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”

“ยังคิดว่าตัวเองเป็นดาวโรงเรียนผู้สูงส่งคนเดิมอยู่อีกรึไง?”

“ตอนนี้ก็เป็นได้แค่ยัยไร้ค่าที่ทำพันธสัญญากับยุงเท่านั้นแหละ วิถียุทธ์ก็ไปไม่รอด! ชาตินี้คงได้แค่นี้แหละ! มีอะไรให้ต้องหยิ่งยโสนักหนา?”

“รอถึงตอนสอบร่วมเมื่อไหร่ล่ะก็ ถึงตอนนั้นเจ้าได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่!”

ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์ จึงตัดสินใจว่าวันนี้จะต้องหาทางเอาคืนให้ได้ เพื่อให้นางได้รู้ว่าตัวเองพลาดอะไรไป

ในขณะเดียวกัน สายตาของเพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่หลังจากที่จับจ้องไปยังกู่เยว่ซีอยู่ครู่หนึ่ง ก็พากันเบือนหน้าหนีไป

เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่ทำพันธสัญญากับยุง ในสายตาของเหล่าผู้ที่จะเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรในอนาคตอย่างพวกเขานั้น ก็เปรียบเสมือนคนที่อยู่กันคนละโลกไปแล้ว จึงไม่มีอะไรที่ควรค่าแก่การให้ความสนใจ

ส่วนกู่เยว่ซีเองก็ดีใจที่ได้อยู่อย่างสงบ นางหยิบตำราขึ้นมาแล้วเริ่มอ่านด้วยตนเองอย่างไม่สนใจใคร

แต่ทว่า ภายในกล่องพลาสติกนั้น ฉู่เซิงได้เริ่มการปลุกระดมพลก่อนการรบของเขาแล้ว

“สหายทั้งหลาย! เห็นเจ้าฮัสกี้ติดปีกที่อยู่ข้างนอกนั่นไหม?”

“วันนี้เป้าหมายของเรา ก็คือมันนั่นแหละ!”

“รหัสปฏิบัติการ: บุฟเฟ่ต์!”

“แผนขั้นที่หนึ่ง กองบินที่หนึ่งซึ่งประกอบด้วยแมลงวันและผีเสื้อกลางคืน จะรับหน้าที่ก่อกวนจากเบื้องสูง เพื่อดึงดูดความสนใจของเป้าหมายหลักและเจ้านายของมัน!”

“แผนขั้นที่สอง หน่วยจู่โจมภาคพื้นดินซึ่งประกอบด้วยแมลงสาบและตัวเรือด จะรับหน้าที่สร้างความโกลาหล โดยจะวิ่งพล่านไปทั่วทั้งพื้นและโต๊ะเรียนอย่างไร้ทิศทาง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูให้มากขึ้นไปอีก!”

“และข้า ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดและ ‘แขกผู้มีเกียรติ’ เพียงหนึ่งเดียวของปฏิบัติการในครั้งนี้ จะอาศัยจังหวะชุลมุนเข้าจู่โจมตรงไปยังเป้าหมาย เพื่อทำภารกิจ ‘รับประทานอาหาร’ ในครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วง!”

“ทั้งหมดเข้าใจแล้วใช่ไหม?!”

ฉู่เซิงถ่ายทอดแผนการรบของตนเองผ่านสายใยแห่งจิตไปยังสมาชิกทุกคนใน [มิติเผ่าแมลง] อย่างชัดเจน

ถึงแม้ว่าลูกน้องพวกนี้จะไม่ได้ฉลาดหลักแหลมอะไรนัก แต่การปฏิบัติตามคำสั่งง่ายๆเช่นนี้ ก็ยังนับว่าเกินพอ

จากนั้น เขาก็เริ่มรอคอยจังหวะที่เหมาะสม

…..

ในที่สุด เสียงกริ่งพักระหว่างคาบก็ดังขึ้น

พอคุณครูเดินออกไป บรรยากาศในห้องเรียนก็พลันคึกคักขึ้นมาทันที

เหล่านักเรียนเริ่มจับกลุ่มกันสองสามคนเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับทักษะของอสูรพันธสัญญาและกลยุทธ์ในการสอบร่วม

โอกาสที่เฉินฮ่าวรอคอยมาถึงแล้ว เขาแสร้งกระแอมในลำคอ ก่อนจะพูดกับเพื่อนร่วมชั้นสองสามคนที่อยู่รอบๆด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ดังเป็นพิเศษว่า

“เฮ้ พวกเจ้า หมาปาวายุทมิฬของข้าเพิ่งจะเรียนรู้ทักษะใหม่ได้เมื่อวานนี้เอง เดี๋ยวจะแสดงให้พวกเจ้าดูเป็นขวัญตา!”

ขณะที่พูด เขาก็แอบใช้หางตาเหลือบมองไปยังกู่เยว่ซีที่อยู่แถวหลังสุด แต่เมื่อเห็นว่านางไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆในใจก็พลันแค่นเสียงเย็นชาขึ้นมา

“แกล้งทำเป็นไม่สนใจไปเถอะ! เชิญเจ้าแกล้งต่อไปได้เลย!”

ทันใดนั้น เขาก็ส่งจิตสั่งการออกไป

หมาปาวายุทมิฬที่อยู่ข้างกายก็คำรามเสียงต่ำ ก่อนจะอ้าปากพ่นคมดาบรูปพระจันทร์เสี้ยวสีฟ้าอ่อนที่เกิดจากการควบแน่นของธาตุลมออกมาสายหนึ่ง คมดาบนั้นพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและตัดปลายชอล์กที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างแม่นยำ!

“ว้าว! สุดยอด!”

“เชี่ย! แม่นกว่าข้ายิงอีก!”

“สมกับที่เป็นอสูรสายเลือดขั้นกลางจริงๆ! เฉินฮ่าว คราวนี้เจ้าสอบผ่านฉลุยแน่! ข้าว่าอย่างน้อยต้องติดท็อปยี่สิบแล้วล่ะ!”

………….

จบบทที่ บทที่ 13 : หมาปาวายุทมิฬ

คัดลอกลิงก์แล้ว