- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 12 : มิติเผ่าแมลงยกระดับ เริ่มต้นการเกณฑ์ทหารครั้งใหญ่!!
บทที่ 12 : มิติเผ่าแมลงยกระดับ เริ่มต้นการเกณฑ์ทหารครั้งใหญ่!!
บทที่ 12 : มิติเผ่าแมลงยกระดับ เริ่มต้นการเกณฑ์ทหารครั้งใหญ่!!
บทที่ 12 : มิติเผ่าแมลงยกระดับ เริ่มต้นการเกณฑ์ทหารครั้งใหญ่!!
หลังจากนั้น เวลาผ่านไปอีกกว่าหนึ่งชั่วโมงเต็ม ในที่สุดกู่เยว่ซีที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็ค่อยๆลืมตาขึ้น ก่อนจะพ่นลมหายใจขุ่นที่เจือด้วยกลิ่นคาวเลือดออกมาเฮือกใหญ่
ถึงแม้ว่าใบหน้าของนางจะยังคงซีดเซียวอยู่บ้าง แต่ทว่าแววตาของนางกลับดูสว่างสดใสขึ้นกว่าเดิมมาก
“ระดับหนึ่งขั้นกลางแล้ว...” นางสัมผัสถึงพลังโลหิตภายในร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นอีกหนึ่งส่วน ในใจก็พลันรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง
เพียงแค่เวลาสั้นๆแค่วันเดียว ก็สามารถทะลวงจากระดับหนึ่งขั้นต้นขึ้นสู่ระดับหนึ่งขั้นกลางได้แล้ว
หากความเร็วในการฝึกฝนเช่นนี้แพร่งพรายออกไป คงเพียงพอที่จะสร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งโรงเรียนมัธยมหลิงอู่แห่งเมืองเจียงเฉิงเป็นแน่!
เคล็ดวิชา《เตาหลอมหมื่นอสูร》นี้ ช่างทรงอานุภาพร้ายกาจสมคำร่ำลือจริงๆ!
อย่างไรก็ตาม นางก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนเช่นกันว่าเจตจำนงอันบ้าคลั่งที่แฝงอยู่ในเลือดแก่นแท้ของอสรพิษวิญญาณมรกตนั้น กำลังส่งผลกระทบต่อจิตใจของนางรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
หากไม่ใช่เพราะนางมีพลังใจจากชาติก่อนที่อยู่ในระดับจักรพรรดิช่วยกดข่มเอาไว้อย่างสุดกำลัง ป่านนี้นางคงถูก ‘สัญชาตญาณอสูร’ กลืนกินไปแล้ว
“ยังไงก็ต้องรีบหา ‘โอสถพิทักษ์ชีพจร’ มาให้ได้โดยเร็วที่สุด...”
กู่เยว่ซีคำนวณอยู่ในใจ พลางทอดสายตามองไปยังซากอสรพิษวิญญาณมรกตที่อยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง
ทว่า เพียงแค่มองปราดเดียว นางก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป
“หืม?”
คิ้วเรียวสวยของกู่เยว่ซีขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ในแววตาฉายแววแห่งความสงสัย
ทำไมถึงรู้สึกว่า...ซากงูตัวนี้ มันดูเหี่ยวแห้งลงไปนิดหน่อยจากเมื่อครู่นะ?
หรือว่าเป็นภาพลวงตาของข้าเอง?
หรือเป็นเพราะตอนฝึกฝนใช้สมาธิมากเกินไป จนทำให้การรับรู้เกิดความคลาดเคลื่อน?
กู่เยว่ซีคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ด้วยเหตุนี้นางจึงหันหน้าไปมองยุงที่อยู่บนโต๊ะโดยไม่รู้ตัว
ณ ตอนนั้น นางเห็นเพียงฉู่เซิงกำลังนอนแผ่อยู่นิ่งๆท้องของมันป่องราวกับลูกโป่ง ทั้งตัวเป็นสีแดงเข้ม ดูเหมือนกับว่ามันจะกินอิ่มจนหลับไปแล้ว
“...”
กู่เยว่ซีจ้องมองเขาอยู่หลายวินาที ก่อนที่ความคิดอันไร้สาระอย่างหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัว
ให้ตายเถอะ หรือว่าจะเป็นฝีมือของเจ้าบ้านี่ที่แอบกินเข้าไป?
แต่ทว่าความคิดนี้เพิ่งจะปรากฏขึ้นมา ก็ถูกนางปฏิเสธทิ้งไปในทันที
เป็นไปไม่ได้!
ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!
นั่นมันคือเลือดแก่นแท้ของอสูรสายเลือดชั้นสูงนะ!
พลังงานที่แฝงอยู่ข้างในนั้นมันบ้าคลั่งรุนแรงเพียงใดกัน?
อย่าว่าแต่ยุงตัวเล็กๆเลย ต่อให้เป็นอสูรระดับหนึ่งธรรมดาทั่วไป หากกล้าดูดเข้าไปตรงๆเช่นนั้น
ผลลัพธ์ก็มีเพียงหนึ่งเดียว…คือร่างระเบิดตายคาที่!
ถึงแม้ว่าเจ้ายุงตัวนี้จะเป็นอสูรพันธุ์พิเศษ แต่โดยเนื้อแท้แล้วมันก็ยังเป็นเพียงแมลงที่แสนจะเปราะบาง จะทนรับพลังงานขนาดนั้นได้อย่างไรกัน?
“เราคงจะคิดมากไปเอง...”
กู่เยว่ซีส่ายหัวเพื่อสลัดข้อสันนิษฐานที่ไม่น่าเป็นไปได้นี้ทิ้งไปจากสมอง พลางโยนความผิดให้กับการที่ตนเองฝึกฝนหนักจนเกินไปจนสภาพจิตใจอ่อนล้า
หลังจากนั้น นางก็ค่อยๆนำซากอสรพิษวิญญาณมรกตกลับไปใส่ถุงอย่างระมัดระวัง แล้วยัดกลับเข้าไปใต้เตียงดังเดิม
เพราะนี่คือความหวังทั้งหมดของนางในการทะลวงสู่ระดับนักรบขั้นสองในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า จะให้เกิดความเสียหายใดๆขึ้นอีกไม่ได้เด็ดขาด
ในขณะเดียวกัน ฉู่เซิงที่แกล้งตายนอนอยู่บนโต๊ะนั้น ได้ยินเสียงในใจของนางอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ จนแทบจะหลุดหัวเราะออกมา
“ยินดีด้วย เจ้าเดาถูกแล้ว แต่น่าเสียดายที่ไม่มีรางวัล!”
“ร่างระเบิดตายเหรอ? ดูถูกผู้ครอบครองระบบอย่างข้าเกินไปแล้ว!”
“นี่ถ้าไม่ใช่เพราะท้องข้ามีความจุจำกัดนะ วันนี้ข้าจะดูดให้กลายเป็นงูแห้งไปเลยคอยดู!”
ฉู่เซิงนึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เฝ้ารออย่างกระวนกระวาย
เลือดของอสูรสายเลือดชั้นสูงนี้มีพลังงานมหาศาลเกินไปจริงๆ
เวลาในการย่อยที่ระบบแจ้งเตือนนั้น ต้องใช้เวลานานถึงสามชั่วโมง!
ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงนอนแผ่หลาอยู่บนโต๊ะ แสร้งทำเป็น ‘หนังท้องตึงหนังตาหย่อน’ ไปพลาง พร้อมกับอดทนต่อความรู้สึกที่พลังงานกำลังวิ่งพล่านอยู่ในท้องของตนเองอย่างเงียบๆ
มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับได้ดื่มกาแฟเข้มข้นเข้าไปทั้งขวด ทำให้ยุงทั้งตัวของเขาตกอยู่ในสภาวะที่ทั้งตื่นตัวและทรมานในเวลาเดียวกัน
ส่วนกู่เยว่ซีหลังจากเก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาจริงๆนางจึงล้างหน้าล้างตาเล็กน้อย ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงไป
สำหรับนางแล้ว วันนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากเกินไป ทำให้สูญเสียพลังใจไปอย่างมหาศาล จึงจำเป็นต้องพักผ่อนอย่างเต็มที่เช่นกัน
ราตรี...ค่อยๆดำดิ่งสู่ความมืดมิด
ภายในห้องเช่าอันเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของหญิงสาวดังแผ่วเบา
และแล้วในที่สุด เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงตีสาม เสียงสวรรค์ที่ฉู่เซิงเฝ้ารอคอยมาเนิ่นนานก็ดังขึ้นตรงเวลาพอดี!
[ติ๊ง! การย่อยโลหิตเสร็จสิ้น, ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +2.1! อายุขัย +3 วัน!]
[อัปเดตสถานะ!]
[โฮสต์: ฉู่เซิง]
[เผ่าพันธุ์: ยุงโลหิตกลายพันธุ์ขั้นต้น]
[อายุขัย: 33 วัน]
[พลังโลหิต: 6.1]
[แต้มวิวัฒนาการ: 3.0]
[ระดับ: ไม่มี]
[ทักษะ: จะงอยปากยุงตัวเมีย lv2, แกะรอยโลหิต lv1, มิติเผ่าแมลง lv1]
[แจ้งเตือน: การวิวัฒนาการครั้งต่อไปต้องการค่าพลังชีวิต 10 หน่วย และใช้แต้มวิวัฒนาการ 1 แต้ม!]
….
มาแล้ว!
ฉู่เซิง ‘ลืมตา’ โพลงขึ้นมาทันที ดวงตาขนาดเท่าเม็ดถั่วดำของเขาสาดประกายเจิดจ้า!
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าท้องที่เคยป่องจนเกือบจะระเบิดนั้นพลันแฟบลงในพริบตา สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือพลังงานอันบริสุทธิ์และแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ซึ่งได้หลอมรวมเข้ากับทุกอณูในร่างกายของเขา!
ร่างกายของเขา แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้นแล้ว!
“แต้มวิวัฒนาการ 3 แต้ม!” ฉู่เซิงมองดูหน้าต่างสถานะของตนเอง ในใจรู้สึกเบิกบานอย่างที่สุด
“ระบบ อัปเกรด [มิติเผ่าแมลง] ให้ข้า!”
[ติ๊ง! ใช้ 2 แต้มวิวัฒนาการ, ‘มิติเผ่าแมลง lv1’ ยกระดับเป็น ‘มิติเผ่าแมลง lv2’ สำเร็จ!]
[มิติเผ่าแมลง lv2: โฮสต์สามารถนำแมลงใดๆที่มีระดับเท่ากันเข้ามาใน ‘มิติเผ่าแมลง’ ได้, แมลงที่ถูกนำเข้ามาในมิติจะยอมเชื่อฟังคำสั่งของโฮสต์โดยไม่มีเงื่อนไข! ปัจจุบันมิติเผ่าแมลงสามารถบรรจุแมลงได้ 500 ตัว! ภาระทางจิตใจของโฮสต์ลดลงอย่างมาก!]
ในชั่วพริบตาที่การอัปเกรดเสร็จสิ้น ฉู่เซิงรู้สึกว่าพื้นที่เล็กๆที่เคยดูแออัดในหัวของเขา พลันขยายใหญ่ขึ้นกว่าสิบเท่า!
อีกทั้งความรู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อยที่เคยเกิดขึ้นตอนควบคุมยุงลูกน้องทั้งห้าตัวก่อนหน้านี้ ก็ได้หายไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความรู้สึกที่สามารถควบคุมได้อย่างอิสระดั่งแขนขาของตนเอง!
“ยอดเยี่ยม! มันยอดเยี่ยมมาก!”
ฉู่เซิงกระพือปีกด้วยความตื่นเต้น จนอยากจะแหงนหน้าคำรามขึ้นฟ้า
“ได้เวลาแล้วสินะ ที่ข้าจะจัดตั้งกองทัพยุงหน่วยแรกของข้า!”
ฉู่เซิงเหลือบมองกู่เยว่ซีที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียง ก่อนจะค่อยๆบินไปยังริมหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ
หน้าต่างแบบเก่าที่ทั้งผุพังและมีรอยแยกเต็มไปหมดนี้ สำหรับเขาแล้วมันไม่ต่างอะไรกับทางด่วนที่เชื่อมต่อไปได้ทุกทิศทุกทาง
ดังนั้น เขาจึงสามารถมุดตัวออกไปได้อย่างง่ายดาย จนกระทั่งมาถึงทางเดินอันมืดมิดด้านนอก
ทันใดนั้น กลิ่นอับชื้น เน่าเปื่อย และกลิ่นที่ผสมปนเปกันจากขยะในชีวิตประจำวันสารพัดชนิดก็โชยปะทะเข้ามา
หากเป็นฉู่เซิงในชาติก่อน เมื่อได้กลิ่นเช่นนี้คงจะสิ้นใจตายคาที่ไปแล้ว
แต่ทว่าในตอนนี้ ในฐานะของยุงตัวหนึ่ง เขากลับมีภูมิต้านทานต่อกลิ่นเหล่านี้โดยสมบูรณ์ ถึงขนาดที่ว่ายังรู้สึกคุ้นเคยอยู่หน่อยๆด้วยซ้ำ?
“ที่นี่มันสวรรค์ของเหล่าแมลงชัดๆ!”
ฉู่เซิงใช้ขาหน้าถูกันไปมาด้วยความตื่นเต้น
ถึงแม้ว่าทักษะ [แกะรอยโลหิต] จะใช้สำหรับตามรอยเลือดเป็นหลัก แต่มันก็ยังพอจะใช้รับรู้ถึงสิ่งมีชีวิตได้อยู่บ้าง
เขาจึงสามารถ ‘มองเห็น’ ได้อย่างชัดเจนว่าภายในอาคารที่พักอาศัยอันเก่าโทรมหลังนี้ มี ‘แหล่งกำลังพลที่ซ่อนเร้น’ อยู่มากมายนับไม่ถ้วน!
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะไปเกณฑ์พรรคพวกยุงด้วยกันก่อน เพราะถึงแม้ว่ายุงจะมีจำนวนมาก แต่พลังต่อสู้ของพวกมันแทบจะเป็นศูนย์ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเป้าสายตาได้ง่าย แถมเสียงหึ่งๆยังทำให้ถูกพบตัวได้ง่ายอีกด้วย
“หาพวกหนังหนาๆมาเป็นโล่มนุษย์ก่อนดีกว่า!”
เมื่อคิดแผนการในใจได้แล้ว ฉู่เซิงจึงบินเลียบไปตามมุมกำแพง ลงไปยังกองขยะที่อยู่ชั้นล่างของอาคาร
ที่นั่น...เรียกได้ว่าเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์สุดยิ่งใหญ่ของเหล่ามวลแมลงเลยทีเดียว!
ในทันที สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับฝูง แมลงสาบที่กำลังแทะกินเศษผักเน่าอยู่!
[แมลงสาบธรรมดา, ไม่มีระดับ, มีพลังชีวิตที่แข็งแกร่ง, เชี่ยวชาญในการมุดตามซอกหลืบ...]
“ถึงจะน่าขยะแขยงไปหน่อย แต่เจ้าพวกนี้พลังชีวิตมันสูงจริงๆ สมกับฉายาแมลงสาบฆ่าไม่ตาย…ไว้ใช้เป็นโล่เนื้อและหน่วยสอดแนมนี่เหมาะสมที่สุดแล้ว!”
ฉู่เซิงคำนวณอยู่ในใจ ก่อนจะส่งจิตของตนเองเล็งไปยังแมลงสาบตัวที่ดูใหญ่และอ้วนที่สุดในฝูง
พรึ่บ!
ในชั่วพริบตา แมลงสาบตัวนั้นก็หายวับไปจากตำแหน่งเดิม แล้วไปปรากฏตัวขึ้นใน [มิติเผ่าแมลง] ในหัวของเขาทันที
สำเร็จ!
ฉู่เซิงรู้สึกว่าตนเองได้สร้างสายใยแห่งจิตบางๆขึ้นกับแมลงสาบตัวนั้น เขาสามารถ ‘มองเห็น’ ยุงลูกน้องสองสามตัวที่กำลังตัวสั่นงันงกอยู่ในมิติ ผ่านมุมมองของแมลงสาบตัวนั้นได้
“ไม่เลวๆไปกันต่อ!”
ฉู่เซิงรู้สึกสนุกขึ้นมา และแล้ว แผนการ “เกณฑ์ทหารครั้งใหญ่” ของเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้น
…………….