- หน้าแรก
- ขันทีปลอม ข้านี่แหละเก้าพันปี
- 542 - ความสุขถูกขัดจังหวะ
542 - ความสุขถูกขัดจังหวะ
542 - ความสุขถูกขัดจังหวะ
542 - ความสุขถูกขัดจังหวะ
ทั้งสามหยุดอยู่หน้าห้องเรียนแห่งหนึ่ง เวลานี้ด้านในดูเหมือนกำลังมีการสอบ อาจารย์วัยราวห้าสิบปีเดินออกมา พลางส่งเสียงกรุกกรักขณะก้าวเดิน
เมื่อเห็นทั้งสามคน เขารีบโค้งคำนับ "คำนับท่านป้าจารย์ใหญ่ทั้งสาม"
"เด็กๆ เรียนกันเป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้?"
หยางฟ่านเหลือบมองเข้าไปในห้องเรียนก่อนจะเอ่ยถาม
อาจารย์รีบตอบกลับทันที "เรียนอาจารย์ใหญ่ เด็กๆ ขยันกันมาก! แม้พื้นฐานจะอ่อน แต่ความพากเพียรย่อมชดเชยข้อบกพร่องได้ ผลการเรียนของแต่ละคนล้วนพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว"
เฉินเจ๋อที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้ายินดี รีบถามตรงๆ ว่า "เจ้าคิดว่ามีใครสามารถผ่านการสอบระดับเด็กหนุ่มได้บ้างหรือไม่?"
"เรื่องนี้..."
อาจารย์ไม่กล้าตอบทันที
แม้เด็กเหล่านี้จะขยันเรียน และการฝึกทำโจทย์มากๆ ก็ช่วยให้พวกเขาพัฒนาได้เร็ว แต่สุดท้ายแล้วการสอบจริงกับการซ้อมย่อมแตกต่างกันมาก อะไรก็เกิดขึ้นได้ในสนามสอบ
"พอเถอะ"
หยางฟ่านตัดบท ไม่ปล่อยให้เฉินเจ๋อซักถามต่อ พลางโบกมือบอกอาจารย์ว่า "เจ้าไปทำหน้าที่ของเจ้าเถอะ"
เฉินเจ่อเริ่มรู้สึกกังวล ถามขึ้นว่า "หยางหลิน เจ้าคิดว่าพวกเขามีหวังหรือไม่?"
หยางฟ่านยิ้มบางๆ กล่าวว่า "เราให้โอกาสพวกเขาแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับตัวพวกเขาเองว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนได้หรือไม่ เหตุใดเราต้องกังวลให้มากด้วย?"
"ก็จริง"
เฉินเจ๋อส่ายหน้าและหัวเราะแห้งๆ "เพียงแต่ยิ่งใกล้วันสอบ ข้าก็ยิ่งรู้สึกกังวล"
"นั่นสินะ"
เฉินจิ้งก็พยักหน้าเห็นด้วย "นี่เป็นสำนักที่พวกเราสร้างขึ้นกับมือ หากแม้แต่การสอบระดับเด็กหนุ่มยังไม่มีใครผ่านได้ เช่นนั้นหน้าพวกเราคงไม่เหลือแล้ว"
แต่หยางฟ่านกลับส่ายหน้า "พวกเราแค่เสียหน้า แต่พวกเขาอาจต้องเผชิญกับชีวิตที่ไร้หนทาง ข้าเชื่อว่า แม้พวกเขาจะยังเยาว์วัย แต่ก็คงเข้าใจเรื่องนี้ดี"
"ความรู้เปลี่ยนแปลงโชคชะตา นี่คือเส้นทางเดียวของพวกเขา"
เขาไม่ลดเสียงลง กล่าวออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นดังไปถึงในห้องเรียน
ภายในห้องเรียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงขีดเขียนกลับมาอีกครั้ง เพียงแต่เด็กหลายคนเม้มปากแน่น ขณะจรดปากกาบนกระดาษ สีหน้าดูมุ่งมั่นมากขึ้น
ใช่แล้ว พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น
"ไปเถอะ ข้าจะเลี้ยงพวกเจ้าที่โรงเตี๊ยมเหยียนฮวาสักหน่อย"
หยางฟ่านเดินสำรวจสำนักอีกเล็กน้อย ก่อนจะพาเฉินเจ๋อและเฉินจิ้งออกไป
หอคณิกาเหยียนฮวา
ทันทีที่ก้าวเข้ามา เสียงหัวเราะคิกคักของหญิงงามก็ดังขึ้นราวกับเสียงขับขานของนกน้อย
เฉินเจ๋อและเฉินจิ้งตัดสินใจโยนเรื่องราวเกี่ยวกับสำนักทิ้งไปชั่วคราว
ทั้งสามคนเลือกห้องส่วนตัว
หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่ดูเป็นผู้ดูแลสถานที่เดินเข้ามาต้อนรับด้วยท่าทีอบอุ่น "โอ้! นี่ไม่ใช่ท่านโหวน้อยทั้งสองหรอกหรือ? ช่างนานนักที่ไม่ได้พบกัน หรือว่าเลิกคิดถึงสาวๆ ในหอแห่งนี้ไปแล้ว?"
"เป็นไปได้อย่างไร! ต่อให้ลืมพวกนางไป ข้าก็ไม่มีวันลืมท่านซานเหนียงหรอก!"
เฉินจิ้งตบสะโพกของซานเหนียงเบาๆ ทำให้นางสั่นสะท้าน รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นกว่าเดิม ขณะที่นางสะบัดผ้าเช็ดหน้าพลางหัวเราะเสียงใส
"ท่านโหวน้อยช่างรู้วิธีทำให้คนมีความสุขเสียจริง"
ซานเหนียงที่ยังคงความมีเสน่ห์ในวัยกลางคนหัวเราะจนตาหยี
"ข้าไม่ได้พูดเอาใจเจ้าเสียหน่อย"
เฉินจิ้งกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ "ชื่อเสียงของซานเหนียงนั้นโด่งดังไปทั่ว นางคณิกาสาวๆ ทั้งหลายจะมาเทียบได้อย่างไร? ถ้าเช่นนั้น คืนนี้เรามาลองประลองกันสักตั้งดีหรือไม่?"
"อย่าเลยเถอะ! ข้านั้นแก่แล้ว ร่างกายก็อ่อนแอ คงไม่อาจต้านทานความบ้าคลั่งของท่านโหวน้อยได้ หากเป็นเมื่อสิบกว่าปีก่อนก็คงจะพอไหว แต่ว่าตอนนี้ไม่ไหวจริงๆ"
ใบหน้าของซานเหนียงซีดเผือด นางรีบโบกมือปฏิเสธทันที
เฉินเจ๋อและเฉินจิ้งเป็นแขกประจำของหอคณิกาชั้นสูงของเมืองหลวง และชื่อเสียงของพวกเขาก็เลื่องลือไปไกล
แม้ว่าซานเหนียงจะเป็นหญิงที่เจนจัดและแข็งแกร่งเพียงใด แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกเขา นางก็ยังต้องยอมศิโรราบ
หากพลาดท่าทำเรื่องน่าอับอายต่อหน้าหญิงสาวของนาง นางคงไม่มีหน้าไปพบใครได้อีก
ดังนั้น แม้จะต้องตาย นางก็ไม่ยอมรับคำท้านี้
"ฮ่าๆๆ!"
เฉินเจ๋อและเฉินจิ้งสบตากันก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง
เห็นได้ชัดว่าทั้งสองพึงพอใจกับอิทธิพลของตนเองเป็นอย่างมาก
หยางฟ่านที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็รับรู้ถึงรสนิยมของสองพี่น้องคู่นี้ แม้ว่าซานเหนียงจะยังมีเสน่ห์ แต่สุดท้ายก็อายุเกือบสี่สิบปีเข้าไปแล้ว
ยังดีที่เฉินจิ้งยังกล้าลงมือ
"แค่ก แค่ก"
เฉินจิ้งดูเหมือนจะรู้สึกถึงสายตาประหลาดใจของหยางฟ่าน จึงไอแห้งๆ สองครั้งและรีบเปลี่ยนเรื่องสนทนา
"ซานเหนียง ข้าได้ยินมาว่าหอเหยียนฮวาของพวกท่านเพิ่งมีสาวงามชุดใหม่เข้ามาสินะ?"
ซานเหนียงยิ้มพลางกล่าวว่า "ก็รู้อยู่แล้วว่าท่านโหวน้อยต้องมาด้วยเรื่องนี้ ไม่ต้องกังวล ข้าเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว! พวกนางล้วนมาจากแดนตะวันออก(ญี่ปุ่นหรือไต้หวัน) ไดัรับการฝึกฝนมาอย่างดี รับรองว่าพวกท่านต้องพึงพอใจแน่นอน!"
พูดจบ นางก็หันไปสั่งให้คนจัดการเรียกตัวพวกนางมา
ไม่นานนัก หญิงสาวกลุ่มหนึ่งก็ก้าวเข้ามาในห้อง
หยางฟ่านมองสำรวจอย่างสนใจ ก็พบว่าพวกนางล้วนรูปร่างเล็กกระทัดรัด ใบหน้าสวยงาม และมีท่าทีอ่อนน้อมเชื่อฟัง
"คนนี้ชื่อซินหยวน คนนี้ชื่อเซินเถียน คนนี้ชื่อต้าเฉียว... นี่คือเฉียวเปิ่น ซานชาง เสี่ยวชวน หลิงชุน อ้ายเหม่ย เถาอู่..."
ซานเหนียงแนะนำพวกนางทีละคน
นางยังเอ่ยถึงความสามารถพิเศษของพวกนางอีกด้วย
"พอแล้ว ไม่ต้องแนะนำแล้ว เอาแค่นี้แหละ เรื่องความสามารถ เดี๋ยวเราค่อยค้นหาด้วยตัวเองก็พอ!"
เฉินเจ๋อเอ่ยขัดคำพูดของหลี่ซานเหนียงอย่างรวดเร็ว
"เช่นนั้นก็ขอฝากพวกนางไว้กับท่านโหวน้อยแล้ว!"
หลี่ซานเหนียงยิ้มพลางถอยออกไป
กลุ่มหญิงสาวเดินเข้ามาหา ทั้งเฉินเจ๋อและเฉินจิ้งย่อมไม่ปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นหยางฟ่านที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ พวกเขาก็อดแปลกใจไม่ได้
"พี่หยาง นี่คือ?"
พวกเขานึกว่าหยางฟ่านไม่พอใจเหล่าหญิงสาว จึงชะงักไปเล็กน้อย
"ไม่มีอะไร พวกเจ้าสนุกกันไปก่อน ข้าขอดื่มหมดไหนี้ก่อน"
หยางฟ่านโบกมือ เป็นสัญญาณว่าไม่มีอะไรผิดปกติ
"พวกเรามากันตั้งเยอะ อย่างไรพี่หยางก็ควรเลือกสักคนสิ!"
หยางฟ่านกวาดตามองไปทั่วกลุ่ม แล้วชี้ไปที่หญิงสาวคนหนึ่ง "เจ้ามานี่ มานั่งดื่มกับข้าก่อน"
"เจ้าค่ะ"
หญิงสาวที่ถูกเรียกคือ "เถาอู่" นางมีรูปร่างเพรียวระหง ใบหน้าหวานละมุน สวมชุดกระโปรงสีอ่อน ดูราวกับเด็กสาวบ้านข้างๆ
เฉินเจ๋อและเฉินจิ้งสบตากัน แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ยังไงทุกคนก็มาหาความสำราญกัน วิธีสนุกของแต่ละคนก็แตกต่างกัน ขอแค่มีความสุขก็พอ
พวกเขาจึงพาหญิงสาวที่เลือกไว้ลงไป ทิ้งให้หยางฟ่านนั่งดื่มอยู่ในห้องโถงของห้องรับรอง พร้อมกับเถาอู่ที่อยู่ข้างกาย
เถาอู่พูดเสียงอ่อนหวาน "นายท่าน หากข้าเทเหล้าให้ท่านดีหรือไม่?"
"อืม"
หยางฟ่านพยักหน้าโดยไม่คิดอะไรมาก เถาอู่จึงก้าวขึ้นมาเทเหล้าให้
หยางฟ่านสังเกตเห็นว่านางมีฝีมือในการเทเหล้าที่ไม่ธรรมดา นางยกไหเหล้าสูงแล้วรินให้ไหลเป็นเส้นโค้งลงสู่จอกโดยไม่หกแม้แต่น้อย
"เชิญท่านดื่ม..."
เถาอู่เพิ่งจะพูดขึ้น ทว่าทันใดนั้นเอง หยางฟ่านก็เหลือบมองไปที่หน้าต่าง
ทันใดนั้นเอง เศษหนังมนุษย์แผ่นหนึ่งก็พุ่งเข้ามาในห้อง
เถาอู่ยังไม่ทันได้เห็นสิ่งใดชัดเจน ก็เป็นลมหมดสติไปเสียก่อน
……….