- หน้าแรก
- ขันทีปลอม ข้านี่แหละเก้าพันปี
- 452 - ไม่ได้ขี้เหนียว ก็แค่คิดเพื่ออนาคต
452 - ไม่ได้ขี้เหนียว ก็แค่คิดเพื่ออนาคต
452 - ไม่ได้ขี้เหนียว ก็แค่คิดเพื่ออนาคต
452 - ไม่ได้ขี้เหนียว ก็แค่คิดเพื่ออนาคต
ชายหนุ่มหัวเราะลั่น "เจ้าคิดว่าของวิเศษระดับนี้จะหาได้ง่ายๆ หรือ ปมร้อยพรที่ข้าให้ไปนั่น มันเป็นของวิเศษระดับถึงขั้นค้ำชูแผ่นดินได้เลยนะ ถ้าเจ้าไม่ใช่น้องชายข้า ข้าคงไม่ยอมยกให้แน่"
"แต่คราวก่อน พี่ชายให้ข้าแค่วิชาฝึกหนังกากๆ แม้แต่เคล็ดลับฝึกปราณยังไม่มีให้ ข้าฝึกต่อไม่ได้เลย! คราวนี้ข้านำข่าวสำคัญมาให้ขนาดนี้ พี่ชายไม่คิดจะให้รางวัลหน่อยหรือ"
หยางฟ่านเลิกแสร้งทำดี หันมาแสดงตัวชัดเจนว่า ‘ข้ามาเอาของดี’
ชายหนุ่มถึงกับชะงักไปชั่วครู่ คิดไม่ถึงเลยว่าน้องชายที่เคยซื่อๆ หลังจากใช้ชีวิตในวังหลวงมาระยะหนึ่ง กลับกลายเป็นเจ้าเล่ห์ขนาดนี้
นี่ตำแหน่งขันทีในวังมันทำให้คนกลายเป็นคนชั่วได้ขนาดนี้เลยหรือ
หรือว่า…จะส่งพี่น้องคนอื่นเข้าไปฝึกบ้างดี?
แต่พวกนั้นก็เป็นชายแท้ทั้งสิ้น จะให้ตอนหรือ…
คิดไปคิดมา จะตอนก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะท่านพ่อยังแข็งแรงดี และผลิตลูกได้ไวอยู่แล้ว…
คิดได้ดังนั้น เขาจึงกล่าวขึ้น "ของวิเศษไม่มี แต่ข้าให้ของดีอย่างอื่นได้ ข้าจำได้ว่าเจ้ามีง้าวฟางเทียนใช่ไหม"
"ใช่…"
"เอามาให้ข้าดูหน่อย"
ชายหนุ่มยื่นมือออกมา หยางฟ่านลังเลเล็กน้อย ก่อนจะยอมส่งง้าวคู่ใจให้
ชายหนุ่มรับง้าวมา สีหน้าคล้ายรู้สึกอะไรบางอย่าง
"ง้าวเล่มนี้ ไม่ด้อยไปกว่าของวิเศษชั้นยอดเลย"
ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ก่อนกล่าว "ตอนนี้มันแค่ปลดปล่อยพลังเล็กน้อย เจ้าจึงกดมันไว้ได้ด้วยสายเลือดต้าโจว แต่หากมันถูกปลดผนึกทั้งหมด ข้ากลัวว่าเจ้าจะควบคุมมันไม่อยู่"
ตามคำบอกเล่าของชายหนุ่ม ง้าวฟางเทียนเล่มนี้สร้างขึ้นจากกระดูกสันหลังของมังกรดำ ผสานกับเหล็กดาวตกจากนอกฟ้า
และว่ากันว่า เหล็กดาวตกนี้มาจากดาวอิงฮั่ว(ดาวอังคาร) ดาวแห่งหายนะ ตัวเหล็กจึงแฝงพลังแห่งความตายและสงคราม ซึ่งประจวบเหมาะกับพลังอาฆาตของมังกรดำ
หากปราศจากพลังขอบเขตนักรบโลหิตศักดิ์สิทธิ์ ก็ยากจะควบคุมพลังอาถรรพ์ของมันได้
ถึงตอนนั้น จะเป็นจ้าวแห่งอาวุธ หรือทาสของอาวุธ ก็สุดแท้แต่โชคชะตา!
"ข้าอยากลองดู!"
ทว่า เมื่อเห็นชายหนุ่มลังเล หยางฟ่านกลับแสดงท่าทีแน่วแน่!
ชายหนุ่มท่าทางสง่างามจ้องหยางฟ่านลึกๆ หนึ่งที "ถ้าเช่นนั้น พี่ก็จะสนับสนุนเจ้าให้ถึงที่สุด หากเจ้าควบคุมมันไม่ได้ ข้าจะปิดผนึกมันอีกครั้ง รอให้เจ้าแข็งแกร่งพอแล้วค่อยกลับมาใช้"
"ตกลง!"
หยางฟ่านตอบรับหนักแน่น
ชายหนุ่มนำหยางฟ่านไปยังห้องลับใต้ดินของเทียนหยวนฟาง ทางเดินใต้ดินซับซ้อนสลับซับซ้อน ไม่รู้เชื่อมต่อไปที่ใด
ไม่นานนัก ทั้งสองก็เดินมาถึงตำหนักใต้ดินแห่งหนึ่ง
ชายหนุ่มเปิดทางเข้า หิ้วง้าวฟางเทียนเดินเข้าไป กวาดตามองรอบๆ "เอาตรงนี้แหละ"
หยางฟ่านพยักหน้า
เขาเองก็อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะปลดผนึกอาวุธร้ายกาจนี้ได้อย่างไร
"จะปลดผนึกอาวุธร้าย ย่อมต้องใช้เลือดปลดผนึก ง้าวเล่มนี้เป็นของที่ท่านพ่อทิ้งไว้ ดื่มเลือดของท่านพ่อไปแล้ว ดังนั้นต้องใช้เลือดของท่านพ่อปลดผนึก"
"แต่ นี่เป็นแค่ชั้นแรกของผนึกเท่านั้น"
"ถ้าเจ้าอยากให้มันเผยพลังร้ายกาจอย่างแท้จริง ต้องหาโลหิตมังกรดำแท้จริงมาเปิดผนึกชั้นที่สอง"
"ส่วนชั้นที่สาม ต้องใช้ดวงจิตแห่งดาวอิงฮั่วเพื่อปลดผนึก!"
ชายหนุ่มเห็นหยางฟ่านทำหน้าอยากรู้อยากเห็น ก็อธิบายพร้อมรอยยิ้ม "แต่พวกนั้นยังอีกไกลสำหรับเจ้า ตอนนี้แค่ปลดผนึกชั้นแรกไปก่อนก็พอ"
"ท่านพ่อ? ไท่จื่อองค์สุดท้ายแห่งต้าโจว ฉีหยวนหง?"
หัวใจหยางฟ่านถึงกับกระตุกวูบ!
ฉีหยวนหง บุคคลเมื่อพันปีก่อน บัดนี้ยังมีชีวิตอยู่?!
แต่เดิมเขาคิดว่าพวกเขาเป็นเพียงสาขาหนึ่งของราชวงศ์ต้าโจวที่สืบทอดสายเลือดต่อกันมา ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว พวกเขาห่างจากไท่จื่อองค์สุดท้ายเพียงรุ่นเดียว!
อายุยืนยาวเกินพันปี!
หยางฟ่านกลืนน้ำลายลงคอ
ชายหนุ่มกลับไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของหยางฟ่าน หยิบขวดหยกออกมาเอง ข้างในบรรจุหยดเลือดหนึ่งหยด
หยดโลหิตใสนั้นราวกับหยกใส เพียงเปิดฝาขวด กลิ่นหอมล้ำลึกก็ลอยออกมา
แค่ได้กลิ่น ก็ให้ความรู้สึกเบาหวิวล่องลอย ราวกับจะหลุดพ้นจากโลกีย์ กลืนลงไปได้คงไม่ต่างจากบินขึ้นสวรรค์
"ท่านพ่อเรานี่โชคดีจริงๆ"
ชายหนุ่มส่ายศีรษะ "หากได้ขึ้นครองราชย์ ป่านนี้คงไม่มีโอกาสอายุยืนถึงเพียงนี้ แต่เพราะต้าหมิงผงาดขึ้นแทนที่ ท่านพ่อจึงเสียบัลลังก์ แต่กลับได้โชควาสนาอายุยืนพันปีมาแทน จะว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ก็ไม่รู้"
ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะหยดเลือดลงบนง้าวฟางเทียน
ตูม! ตูม! ตูม!
เลือดหยดลงไป ลวดลายมังกรดำบนง้าวก็คลุ้มคลั่งพลุ่งพล่าน มังกรดำตัวหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นจากง้าว
ทั้งง้าวเหมือนมีชีวิต ศีรษะมังกรแหงนสูง แววตาดุร้ายโหดเหี้ยม ส่งเสียงคำรามต่ำ สังหารปราณรุนแรงแทบระเบิดตำหนักใต้ดิน
อานุภาพร้ายกาจจนทำให้ผู้คนขวัญหนีดีฝ่อ
ชายหนุ่มเพียงมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสงบ ก่อนปรายตามองหยางฟ่าน พลางยิ้มบางๆ "น้องชาย รีบไปรับง้าวของเจ้าสิ"
หยางฟ่านหันมามองเขา รู้สึกได้ว่าคำพูดของพี่ชายไม่ค่อยจริงใจเท่าไร
แต่เขาก็ไม่มีทางถอย
และไม่มีเหตุผลให้ถอย
เขาก้าวยาวๆ เข้าไปคว้าด้ามง้าวทันที
ง้าวทั้งเล่มสั่นสะเทือนรุนแรงทันทีที่ถูกคว้าไว้ ราวกับมังกรสะบัดหาง
ตูม!
ด้ามง้าวฟาดย้อนกลับฟาดมาใส่หยางฟ่าน
แรงปะทะนั้นมหาศาลถึงขั้นสะเทือนขุนเขาได้!
มือของหยางฟ่านชาไปหมด ความรู้สึกเหมือนง้าวกำลังจะหลุดจากมือ ต้องเร่งระดมพลังทั้งหมดออกมาต้าน
"เปิด!"
กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!
กระดูกทั่วร่างหยางฟ่านลั่นสนั่น ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นทันตา ช่องพลังปราณทั่วร่างเปิดออกพร้อมกัน เลือดลมเดือดพล่านจนความร้อนพวยพุ่งไปทั่ว
ทั่วร่างส่องแสงดั่งมีดาวใหญ่หนึ่งร้อยแปดสิบดวงสว่างไสว พลังโลหิตเดือดพล่านราวกับแม่น้ำสายใหญ่!
ทั่วร่างถูกโอบล้อมด้วยพลังเลือดลม ลุกไหม้ประหนึ่งเปลวเพลิง มือข้างเดียวกำง้าวฟางเทียนไว้แน่น ง้าวดำราวกับมังกรดำคำรามลั่น หยางฟ่านดูราวกับเทพอสูรที่ผงาดจากขุมนรก!
ดวงตาชายหนุ่มเป็นประกายวาววับ
เขาเองก็ไม่คิดว่า ฐานการบ่มเพาะของหยางฟ่านจะล้ำลึกถึงเพียงนี้!
"เปิดช่องพลังปราณครบหนึ่งร้อยแปดสิบช่องแล้ว แถมยังสร้างร่างกายดุจเทพอสูรได้อีก…ไม่แปลกใจเลยที่บอกว่าขาดเงิน"
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง คล้ายเข้าใจอะไรบางอย่าง
ภายในใจชายหนุ่มท่าทางสง่างาม เริ่มเกิดความลังเลอยู่ไม่น้อย กับคลังสมบัติลับขนาดย่อมที่ท่านพ่อทิ้งไว้ให้ จะควักแบ่งออกมาสักหน่อยเพื่อช่วยน้องชายสุดที่รักดีหรือไม่
คิดไปคิดมา ก็ยังรู้สึกว่าคลังสมบัตินี้มันเล็กเกินไป
เงินสดแค่ไม่กี่สิบล้านตำลึง แถมเขายังต้องเลี้ยงดูครอบครัวของตัวเองอีก จึงไม่อาจใช้สุรุ่ยสุร่ายกับน้องชายที่วันดีคืนดีอาจจะล้มตายลงตอนไหนก็ได้
ยิ่งไปกว่านั้น หยางฟ่านก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ควรเรียนรู้การหาเลี้ยงตัวเอง จะพึ่งพาทรัพย์สมบัติที่ตกทอดมาของตระกูลก็ใช่เรื่อง
เมื่อคิดเช่นนี้ ชายหนุ่มก็ปล่อยวางความลังเลในใจได้ในที่สุด นี่ไม่ได้เรียกว่าขี้เหนียว แต่มันคือการคิดเผื่ออนาคตของน้องๆ คนอื่นต่างหาก
………..