- หน้าแรก
- ขันทีปลอม ข้านี่แหละเก้าพันปี
- 437 - ตำราลับแห่งต้าโจว เก้าฮ่องเต้กลั่นหนัง
437 - ตำราลับแห่งต้าโจว เก้าฮ่องเต้กลั่นหนัง
437 - ตำราลับแห่งต้าโจว เก้าฮ่องเต้กลั่นหนัง
437 - ตำราลับแห่งต้าโจว เก้าฮ่องเต้กลั่นหนัง
“อดีตฮ่องเต้ต้าหมิงหรือ?”
หยางฟ่านรู้สึกใจหวิวขึ้นมา มองหน้าพี่ชายจอมปลอมที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ตรงหน้า ตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ในร่างบุรุษสูงศักดิ์ ท่วงท่าเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจและความสูงส่ง
“ใช่แล้ว ไม่ต้องกังวล คราวนี้ข้ารับประกันว่าไม่มีปัญหาแน่นอน นอกจากนี้ เพื่อเป็นการชดเชยจากพี่ชาย ข้าจะถ่ายทอดสุดยอดตำราลับที่เจ้าใฝ่ฝันมานาน ‘เก้าฮ่องเต้กลั่นหนัง’ ให้กับเจ้า!”
“เก้าฮ่องเต้กลั่นหนัง?”
แค่ได้ยินชื่อ หยางฟ่านก็รู้ทันทีว่าต้องเป็นวิชาสายปีศาจหนังอย่างแน่นอน แถมยังมีคำว่าตำราลับแห่งต้าโจวกำกับอยู่ด้วย เกรงว่าจะไม่ใช่ของธรรมดาเช่นกัน
แต่พอได้ยินคำว่า “ใฝ่ฝันมานาน” หยางฟ่านก็ไม่กล้าถามอะไรต่อ ได้แต่แสร้งทำหน้าตื่นเต้น “เจ้าจะถ่ายทอดให้ข้าจริงๆ หรือ?”
“แน่นอน!”
บุรุษสำอางส่งต่อแท่งหยกสืบทอดให้หยางฟ่านทันที
หยางฟ่านนำแท่งหยกแนบกับหน้าผาก กระแสข้อมูลมหาศาลก็ไหลทะลักเข้าสู่สมอง
“ฮ่องเต้ คือผู้สูงสุดแห่งฟ้าและดิน ชะตาของฮ่องเต้หลอมรวมกับสวรรค์และพิภพ สะท้อนลิขิตฟ้า! ช่วงชิงหนังแท้แห่งฮ่องเต้ ชิงร่างแย่งชะตา นี่คือวิชาช่วงชิงชะตาฟ้า!”
เนื้อหาคำนำแม้มีเพียงพันอักษร แต่ใจความกลับบอกไว้อย่างชัดเจน ว่าฮ่องเต้เป็นจุดรวมของลิขิตฟ้าและโชคชะตา
หากชิงมาได้ ก็สามารถช่วงชิงโชคชะตาและอำนาจฟ้าดินมาเป็นของตน!
ยิ่งฝึกฝนไปถึงระดับสูงสุด ก็สามารถแปรเปลี่ยนเป็นอีกฝ่ายได้โดยสมบูรณ์ รับสืบทอดทุกสิ่งของเป้าหมาย
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ขีดสุดของ 'เก้าฮ่องเต้กลั่นหนัง'
ว่ากันว่า หากฝึกถึงจุดสูงสุด จะสามารถหลุดพ้นจากรูปลักษณ์ทั้งปวง บรรลุถึงขอบเขต 'ไร้รูป'
กล่าวคือ ไร้รูปแห่งตน ไร้รูปแห่งสรรพชีวิต ไร้รูปแห่งการดำรงอยู่
เนื้อหาหลังจากคำนำ เป็นเคล็ดลับการฝึกฝนโดยละเอียด ความซับซ้อนและพิถีพิถันของแต่ละขั้นตอน เหนือกว่าวิชาทั้งหมดที่หยางฟ่านเคยเห็น
โดยเฉพาะวิชากลั่นหนัง มีการลงลึกถึงขั้นการบ่มเพาะทุกเส้นหนังและรูขุมขน
เมื่อเทียบกับ 'วิชาจอมมารหนัง' ใน 'ภาพมหาสมบัติแห่งเทพมนุษย์' แล้ว 'เก้าฮ่องเต้กลั่นหนัง' นั้นเหนือกว่าราวฟ้ากับเหว
สมแล้วที่เป็นตำราลับแห่งต้าโจว!
ทางฝั่งบุรุษสำอาง ร่างแยกกลับหลอมรวมคืนเป็นหนึ่งเดียว รูปโฉมบุรุษสูงศักดิ์หายลับกลับคืนสู่ร่างจริง
เขาหันกลับมามองหยางฟ่านแล้วเอ่ยถาม “จำได้หรือไม่?”
“จำได้ทั้งหมดแล้ว”
หยางฟ่านพยักหน้า ครั้งนี้พี่ชายจำเป็นผู้นี้ มอบโอกาสยิ่งใหญ่ให้เขาจริงๆ
เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของบุรุษสูงศักดิ์หายไป หยางฟ่านก็พลันคิดถึง 'เก้าฮ่องเต้กลั่นหนัง' ที่กล่าวถึง 'เก้าร่างฮ่องเต้'
หรือว่า บุรุษสูงศักดิ์เมื่อครู่ จะเป็นหนึ่งในร่างหนังของฮ่องเต้?
ยิ่งมองใบหน้านั้น ยิ่งคล้ายคลึงกับจูเกาเลี่ยถึงหลายส่วน หรือว่า...จะเป็นพระวรกายของอดีตฮ่องเต้จูเกาเลี่ย?
หยางฟ่านขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดในใจ
“ดีมาก ไปเถอะ พี่จะพาเจ้าไปรับของชดเชยอีกอย่างหนึ่ง!”
กล่าวจบ บุรุษสำอางก็พุ่งเข้าหาหยางฟ่าน ห่อร่างเขาไว้ด้วยพลังปราณทั้งหมด ก่อนจะหายวับไปจากหน้าประตู
ในห้องที่เงียบสงัด เหลือเพียงหม้อไฟเนื้อหมาร้อนๆ ที่ยังส่งไอกรุ่น
ไม่นานนัก บุรุษสำอางก็ปรากฏตัวขึ้น ณ ชานเมืองด้านตะวันตกเฉียงเหนือของนครศักดิ์สิทธิ์
สถานที่แห่งนี้คือสุสานหลวงแห่งราชวงศ์หมิง ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง ล้อมรอบด้วยขุนเขา วางตัวตามหลักฮวงจุ้ย 'มังกรโอบล้อม'
ภายในนี้ฝังร่างฮ่องเต้ต้าหมิงนับสิบพระองค์ ผู้สูงศักดิ์ที่สุดย่อมหนีไม่พ้นปฐมฮ่องเต้!
เพื่อป้องกันการล่วงละเมิดสุสานหลวง จึงมีการจัดตั้ง 'องครักษ์สุสานหลวง' ที่ลึกลับคุ้มกันไว้
กองกำลังนี้มีมากกว่าหมื่นนาย!
นอกจากนี้ยังมี 'องครักษ์เงา' ที่ประกอบด้วยเหล่าขันทีชราลึกลับอีกกลุ่มหนึ่ง
ไม่มีใครเคยเห็นโฉมหน้าพวกเขา และไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามีอยู่จริงหรือไม่ มีเพียงข้อเท็จจริงเดียวคือ ตลอดพันปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครบุกรุกสุสานได้สำเร็จ
แม้หยางฟ่านจะไม่เคยมา แต่เพียงเห็นป้าย 'สุสานหลวง' ก็หน้าดำคล้ำลงทันที
พี่ชายจำเป็นพาเขามาถึงที่แบบนี้อีกแล้ว!
“เจ้าคิดจะส่งข้าไปตายอีกแล้วหรือ?”
แม้เขาจะไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่ก็รู้ว่า 'สุสานหลวง' คือสุสานฮ่องเต้
สถานที่เช่นนี้ จะไม่มีการวางกลไกหรือ?
แค่สุสานธรรมดายังเต็มไปด้วยกับดัก นับประสาอะไรกับสุสานหลวงในต้าหมิงที่เป็นยุคแห่งพลังเหนือธรรมชาติ ต่อให้ข้างในมีอสูรร้ายเฝ้าอยู่ เขาก็ไม่แปลกใจเลย
“อย่าได้กังวล! ในเมื่อพี่ชายพาเจ้ามา ย่อมมีทางเข้าอย่างปลอดภัย!”
บุรุษสำอางยิ้มบาง ก่อนที่ร่างกายจะเริ่มเปลี่ยนแปลง รูปลักษณ์ของบุรุษสูงศักดิ์กลับมาปรากฏอีกครั้ง
เพียงปรากฏตัว หยางฟ่านก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังประหลาดชนิดหนึ่ง คล้ายกับโชคชะตาของเขากำลังสอดประสานเข้ากับทั้งสุสานฮ่องเต้อย่างประหลาด
ราวกับว่า ที่แห่งนี้ คือสถานที่ที่เขาควรอยู่ตั้งแต่แรก
“ไปกันเถอะ!”
บุรุษสำอางไม่สนใจสายตาสงสัยของหยางฟ่าน เหลือบมองนิดหนึ่งแล้วเดินนำเข้าไปในสุสานอย่างตรงไปตรงมา
สีหน้าหยางฟ่านเปลี่ยนวูบ!
เดินเข้าไปตรงๆ แบบนี้ ไม่กลัวตายหรืออย่างไร!?
ทว่าความจริงก็คือ บุรุษสำอางเดินผ่านเข้าไปได้อย่างราบรื่น ราวกับเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
ไม่มีสิ่งใดถูกกระตุ้น ไม่มีกลไกใดทำงาน ไม่มีแม้แต่เงาของผู้คุ้มกันปรากฏ
ราวกับเป็นสถานที่ไร้เจ้าของ!
“มาเถอะ! ถือว่าเป็นบ้านของเราเอง เดินให้กล้าๆ หน่อย!”
บุรุษสำอางกวักมือเรียก หยางฟ่านพยักหน้ารับอย่างกล้าๆ กลัวๆ เหลือบมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะรีบพุ่งไปอยู่ข้างพี่ชายตัวดี หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
นี่มันสุสานฮ่องเต้!
ภายในนี้ สมบัติล้ำค่าไม่รู้จะมีสักเท่าไร!
ขณะที่หยางฟ่านกำลังครุ่นคิดว่าจะถือโอกาส 'ขุดค้นทางโบราณคดี' หรือไม่ บุรุษสำอางก็ยื่นมือคว้าคอเสื้อเขากลับมา
“เดินเลยไปแล้ว ทางนั้นเข้าไม่ได้นะ!”
“ทำไมล่ะ?”
หยางฟ่านงง
“เจ้าคิดว่าที่นี่เป็นบ้านเจ้าเองหรืออย่างไร?”
บุรุษสำอางถลึงตาใส่ ก่อนจะอธิบาย “ร่างหนังที่ข้าใช้ได้ผลเฉพาะส่วนนี้ ถ้าไปอีกทาง จะใช้ไม่ได้”
“...”
หยางฟ่านทำได้เพียงกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ ตามอีกฝ่ายไปยังสุสานฝั่งนอกที่มีขนาดเล็กที่สุด
เมื่อเทียบกับสุสานใหญ่ด้านในแล้ว สุสานแห่งนี้ดูเรียบง่ายกว่ามาก แต่ก็ยังอัดแน่นไปด้วยเครื่องสังเวยและของล้ำค่า
แต่ตามคำของพี่ชายตัวดี “อยากตายก็ลองหยิบดู”
หยางฟ่านทำได้เพียงถอนมือกลับ เดินตามไปเงียบๆ
ในที่สุด ทั้งสองก็มาถึงห้องสุสานหลัก ซึ่งเป็นที่บรรจุพระศพของอดีตฮ่องเต้...จูหวน
สิ่งที่ทำให้หยางฟ่านประหลาดใจคือ ภายในกลับมีโลงศพถึงสามโลง
และหนึ่งในนั้นถูกเปิดออกแล้ว บนฝาโลงยังหลงเหลือรอยคราบโลหิตสีทอง
“ข้าเปิดไว้หนึ่งโลง เหลืออีกสอง เจ้าเลือกเอาเลย!”
บุรุษสำอางชี้ไปที่โลงศพสองฝั่งด้วยท่าทีสบายๆ “นี่คือ 'โลงสามภพ' แทนอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ข้ากลั่นหนังร่างปัจจุบันไปแล้ว เหลือร่างอดีตกับร่างอนาคต เจ้าอยากได้อันไหน เลือกเอา”
แม้จะรู้ว่านี่คือหนังของฮ่องเต้ แต่ท่าทีที่เหมือนกำลังเลือกผักในตลาดสดของพี่ชายตัวดี ก็ทำเอาหยางฟ่านอดรู้สึกแปลกไม่ได้
“จะไม่มีปัญหาแน่นะ?”
หยางฟ่านอดถามไม่ได้
บุรุษสำอางยักไหล่ “จะมีอะไรได้ล่ะ ไอ้แก่นี่ตายไปตั้งนานแล้ว ต่อให้มีปัญหา มันจะลุกขึ้นมาหาเจ้าได้หรืออย่างไร?”
หยางฟ่านคิดแล้วก็เห็นด้วย กวาดตามองโลงสองใบ สุดท้ายก็เลือกโลงที่แทนร่างอนาคต
“ข้าเอาอันนี้!”
…………