เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

420 - นกพันตัวในป่ามิสู้หนึ่งตัวในมือ

420 - นกพันตัวในป่ามิสู้หนึ่งตัวในมือ

420 - นกพันตัวในป่ามิสู้หนึ่งตัวในมือ


420 - นกพันตัวในป่ามิสู้หนึ่งตัวในมือ

โถงกลางของฝ่ายอาญา

จินสุ่ยนั่งอยู่บนที่นั่งหลัก มองดูรายงานที่ถูกนำมาเสนอ ก่อนจะปัดทิ้งไปด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ

ความวุ่นวายในคุกดำถูกบดขยี้ลงอย่างง่ายดาย แต่จำนวนคนที่ตาย และห้องขังที่เสียหายนั้นไม่น้อยเลย คนตายน่ะไม่เป็นไร แต่การสร้างคุกใหม่ นั่นต้องใช้เงินจำนวนมาก

"พี่ใหญ่สุนัข ตื่นแล้วก็อย่ามาแกล้งหลับ"

จินสุ่ยโบกพัดผ้าไหมในมือ เสียงแหลมเล็กของเขาดั่งมืออันวาบไหวลูบผ่านร่างพี่ใหญ่สุนัข

พี่ใหญ่สุนัขที่หมอบอยู่บนพื้นโถงกลางแสยะยิ้มแห้งก่อนจะลืมตาขึ้นมา

"ขอบคุณกงกงที่ไว้ชีวิต"

ร่างสุนัขสวรรค์นี้แข็งแกร่งยิ่ง แม้พิษพรากจิตวิญญาณจะทำให้สติเลอะเลือน แต่หลังจากเขาพุ่งออกจากคุกดำได้ไม่นาน ฤทธิ์ยาก็จางหายไป

เขาจึงย้อนกลับมาร่วมมือกับฝ่ายอาญากำจัดพวกนักโทษจนหมดสิ้น

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังโดนจินสุ่ยอัดเละจนสลบไปทั้งเป็นอยู่ดี

จินสุ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม "แน่นอนว่าต้องไว้ชีวิต ถ้าไม่ไว้ชีวิต แล้วความเสียหายครั้งใหญ่ขนาดนี้ ข้าจะไปเรียกค่าเสียหายจากใครได้ล่ะ พี่ใหญ่สุนัข ว่าแต่เรื่องเงินสร้างคุกใหม่นี่…"

"ข้าออกเอง!"

พี่ใหญ่สุนัขกัดฟันทนความเจ็บในใจ ตบหน้าอกรับปากทันที

"อย่างนี้สิถึงจะถูก"

จินสุ่ยพยักหน้าด้วยความพอใจ

พี่ใหญ่สุนัขกลั้นความเจ็บใจไว้ กล่าว "กงกง ครั้งนี้ข้าถูกวางยา จึงก่อเรื่องใหญ่ขึ้นมา ขอกงกงอนุญาตให้ข้าสืบหาความจริงด้วยเถอะ!"

จินสุ่ยหัวเราะด่า "เจ้าคิดว่าข้ามองไม่ออกหรือว่าเจ้าฉวยโอกาสในความวุ่นวายกัดจางจิ่วตายไปแล้ว?"

พี่ใหญ่สุนัขสะดุ้งวาบ รีบกล่าว "กงกง ข้าถูกใส่ร้าย! ตอนนั้นข้าโดนวางยา แยกไม่ออกว่าใครเป็นใครจริงๆ …"

"เช่นนั้นข้าก็จะเชื่อเจ้าชั่วคราวก็แล้วกัน ข้ารู้สึกเหนื่อยแล้ว เจ้ากลับไปได้"

จินสุ่ยโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ แล้วปล่อยพี่ใหญ่สุนัขไปอย่างง่ายดาย

พี่ใหญ่สุนัขเองก็ประหลาดใจไม่น้อย ครึ่งเชื่อครึ่งสงสัย แต่เมื่อเห็นว่าจินสุ่ยไม่ขัดขวาง ก็รีบวิ่งออกไปไกลเหมือนหมาบ้าหลุดโซ่

ขันทีน้อยที่รับใช้จินสุ่ยกระซิบถาม "กงกง ปล่อยไปง่ายๆ อย่างนี้หรือ แล้วเรื่องการตายของจางกงกงและหม่ากงกง…"

"จางกงกงก็แค่คนโง่คนหนึ่ง ตายก็ช่างมัน ส่วนหม่าเฟิงหลิน ตายได้อย่างน่าสนใจทีเดียว บางทีอาจเป็นฝีมือพี่ใหญ่สุนัขก็เป็นได้"

จินสุ่ยยักไหล่ เผยสีหน้ารอชมเรื่องสนุกพลางกล่าว "ไม่ได้เห็นละครดีๆ แบบนี้มานานแล้ว ที่น่าสนใจคือดูเหมือนพี่ใหญ่สุนัขจะไม่รู้เลยว่าท่านหม่าคนนี้เป็นคนของเผิงอัน!"

"ท่านหม่าเป็นคนของท่านผู้บัญชาการใหญ่?"

ขันทีน้อยถึงกับอึ้ง

ต้องรู้ไว้ว่า หม่ากงกงมักแกล้งทำเป็นเชื่อฟังแต่ไม่ทำตามคำสั่งของตงฉ่างอยู่เป็นประจำ ในฝ่ายอาญาเองก็ชอบตั้งพวกพ้องกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย เป็นแบบนี้จะเป็นคนของเผิงอันได้อย่างไร?

"แน่นอน ถ้าเขาไม่ใช่คนของเผิงอัน ป่านนี้คงถูกเก็บไปนานแล้ว! อีกอย่าง ด้วยพรสวรรค์ระดับนั้นของหม่าเฟิงหลิน จะบรรลุถึงสองประตูสวรรค์ได้อย่างไร ถึงแม้จะเป็นแค่ประตูสวรรค์จอมปลอม แต่ก็นับเป็นสองประตูสวรรค์เหมือนกัน"

จินสุ่ยยิ้มกว้าง "ท่านผู้บัญชาการใหญ่ของพวกเรา คงต้องลงทุนไปไม่น้อยทีเดียว"

"แล้วทำไมพี่ใหญ่สุนัขถึงได้ฆ่าหม่ากงกง?"

ขันทีน้อยยิ่งงงเข้าไปใหญ่

ดูเหมือนหม่ากงกงเป็นหมากที่เผิงอันวางไว้ในคุกดำ ควรจะมีประโยชน์ไม่น้อย และพี่ใหญ่สุนัขก็เป็นผู้สนับสนุนเผิงอันอย่างแข็งขัน พวกเขาสองคนไม่น่าจะมีความขัดแย้งอะไรไม่ใช่หรือ?

จินสุ่ยกล่าวด้วยสีหน้าไม่แยแส "ใครจะไปรู้! เข้าสู่ประตูสวรรค์จอมปลอม ความเป็นอสูรย่อมกลืนกินความเป็นมนุษย์ ใครจะไปรู้ว่าควบคุมตัวเองไม่ได้หรือเปล่า ตายแล้วก็ตายไป ข้าน่ะ ขอแค่ได้ดูเรื่องสนุกก็พอ"

กล่าวจบ เขาก็คว้ามือเล็กๆ ของขันทีน้อยไว้ "พวกเขาน่ะ จะไปเข้าใจได้อย่างไร ว่าบนโลกนี้ ยังมีสิ่งที่น่าลิ้มลองมากกว่าการช่วงชิงอำนาจ"

"กงกง…"

เสียงของขันทีน้อยสั่นสะท้านเล็กน้อย

แล้วไม่นาน ร่างของทั้งสองก็หายไปจากโถงกลาง

ส่วนกลุ่มขันทีน้อยที่เหลืออยู่ ก็เผยสีหน้าชื่นชมอิจฉาออกมาอย่างพร้อมเพรียง

อีกด้านหนึ่ง

พี่ใหญ่สุนัขจ่ายเงินค่าปรับให้จินสุ่ยด้วยสีหน้าเหยเก

ถูกปรับหนักจนแทบจะขูดเอาทรัพย์สมบัติที่สะสมมาหลายปีไปจนเกือบหมดสิ้น

สายตาของพี่ใหญ่สุนัขถึงกับเปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความโกรธ "หม่าเฟิงหลิน จางจิ่ว พวกเจ้าเจ้าสองตัวช่างสมควรตาย! ตายไปแล้วยังไม่ให้ข้าได้อยู่อย่างสงบอีก!"

เมื่อฝ่ายผู้เสียหายตายหมด คดีก็จบลงไปโดยปริยาย

พี่ใหญ่สุนัขได้อิสรภาพกลับคืนมา แน่นอนว่าโยงมาถึงหยางฟ่านก็หลุดพ้นไปด้วย

แน่นอนว่า ตอนนี้พี่ใหญ่สุนัขยังไม่รู้เลยว่ากลับไปจะเจอกับอะไร เขาพาหยางฟ่านออกจากคุกดำตรงกลับสู่เสิ่นตู

เมื่อเข้าวัง ทั้งสองก็แยกจากกัน

"กงกง ในที่สุดท่านก็กลับมา!"

เหยียนเล่ยเห็นหยางฟ่านกลับมา ก็ถอนหายใจโล่งอก

หยางฟ่านถาม "หรือว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก?"

"ก็ไม่เชิง เพียงแต่ผู้ตรวจการเถาส่งคนมาตามหาท่านหลายครั้ง ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด" เหยียนเล่ยกล่าว

"เถากงกงตามหาข้าหรือ?"

หยางฟ่านพยักหน้า แล้วให้เหยียนเล่ยกลับไป จากนั้นก็ตรงไปหาเถาอิงทันที

หลังผ่านการแจ้งเข้าพบ ไม่นานหยางฟ่านก็ได้พบเถาอิง

"คำนับท่านผู้ตรวจการ"

"ลุกขึ้นเถอะ หากเจ้ายังไม่กลับมาอีก ข้าเกรงว่าคงต้องไปลากตัวเจ้าจากคุกดำเองแล้ว!"

เถาอิงวางตำราที่อยู่ในมือลง

หยางฟ่านจับความห่วงใยในน้ำเสียงนั้นได้ รีบกล่าวขอบคุณ "ขอบคุณท่านผู้ตรวจการที่เมตตา เดิมข้าตั้งใจไปพักที่ฝ่ายอาญาสักหน่อย คาดไม่ถึงจะเจอเรื่องเช่นนี้เข้า"

"หึๆ"

เถาอิงส่ายหน้าเล็กน้อย มองเขาพร้อมถามว่า "คนที่ฆ่าตายนั่น พี่ใหญ่สุนัขเป็นคนลงมือจริงหรือ?"

หยางฟ่านกล่าว "ข้าน้อยไม่ทราบ"

"ช่างเถอะ เรื่องนี้เจ้าก็พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่ต้องพูดถึงแล้ว"

เถาอิงข้ามเรื่องนั้นไปทันที จากนั้นกล่าวถึงเรื่องก่อนหน้าเกี่ยวกับภารกิจทำลายลัทธิชิงทารก สายตาเต็มไปด้วยความพินิจ พร้อมกล่าวถามว่า "เพราะราษฎรธรรมดา เจ้าถึงกับฆ่าขุนนางและชนชั้นสูงไปตั้งมากมาย เจ้าเสียใจหรือไม่?"

"หากเสียใจ ข้าคงไม่ลงมือทำตั้งแต่แรก"

หยางฟ่านกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

"ไม่กลัวว่าจะล่วงเกินไท่จื่อหรือ?"

เถาอิงมองลึกลงในดวงตาของหยางฟ่าน

หยางฟ่านรู้ว่าเถาอิงหมายถึงเรื่องของตู้ซินเทียน จึงตอบกลับไปอย่างหนักแน่น "ไท่จื่อไม่ใช่ฝ่าบาท"

"เจ้าคิดได้เช่นนี้ ก็ดีมาก"

เถาอิงพยักหน้า สีหน้ายิ้มแย้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนกล่าวเตือน "เพียงแต่ ต่อจากนี้ เจ้าควรรอบคอบระวังตัวให้มากขึ้น ที่ตงฉ่างมีบางคนไม่พอใจการกระทำของเจ้าไม่น้อย แม้พวกเขาจะไม่กล้าหาเรื่องเจ้าโดยตรง แต่พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะเล่นงานเจ้าในที่ลับ"

"ข้าน้อยจะจดจำไว้"

หยางฟ่านกล่าว

เถาอิงโบกมือเบาๆ "แต่เจ้าก็ไม่ต้องกังวลมากเกินไป หลังจากครั้งนี้ เจ้าทำให้ท่านผู้บัญชาการใหญ่พอใจอย่างมาก ถึงขั้นมอบตำแหน่งว่าที่แม่ทัพมังกรให้เลยทีเดียว คนพวกนั้นหากฉลาดก็คงไม่กล้าทำอะไรโง่ๆ แน่นอน"

"ว่าที่แม่ทัพมังกร!"

ในใจหยางฟ่านพลันตื่นเต้น ถามต่อว่า "ข้าน้อยไม่ทราบว่าตำแหน่งนี้ข้าน้อยจะได้รับเมื่อใด?"

เถาอิงกล่าว "ตำแหน่งนี้เกี่ยวข้องกับพลังแม่ทัพมังกร หากเจ้าปลดปล่อยพลังออกมา จะทำให้พลังของเจ้าพุ่งสูงขึ้นในเวลาอันสั้น ข้าแนะนำให้เจ้ารอจนผ่านการเปลี่ยนโลหิตครั้งที่แปดก่อนจะดีกว่า"

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ สีหน้าของเถาอิงดูลังเลเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ "เพียงแต่ ประกาศราชโองการใหญ่กำลังจะถูกประกาศในเร็วๆ นี้ อนาคตไม่อาจคาดเดาได้ เจ้าจะเลือกใช้ตอนนี้เลยก็ได้"

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าน้อยขอเลือกใช้ตอนนี้เลย!"

หยางฟ่านกล่าวโดยไม่ลังเล

ดังคำที่ว่า นกพันตัวในป่ามิสู้หนึ่งตัวในมือ มีผลประโยชน์ก็ต้องรีบคว้าไว้ก่อน

"เช่นนั้นก็ดี เจ้าจงเตรียมตัวให้พร้อม คืนนี้ข้าจะพาเจ้าลงสู่สระมังกร!"

เถาอิงกล่าวอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน

"ขอบพระคุณท่านผู้ตรวจการ!"

หยางฟ่านประสานมือโค้งตัวลงเล็กน้อย

………..

จบบทที่ 420 - นกพันตัวในป่ามิสู้หนึ่งตัวในมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว