เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

356 - เปิดเส้นทางใหม่ในโลกนี้

356 - เปิดเส้นทางใหม่ในโลกนี้

356 - เปิดเส้นทางใหม่ในโลกนี้


356 - เปิดเส้นทางใหม่ในโลกนี้

ดังคำกล่าวที่ว่า "เมื่อคนมีเรื่องน่ายินดี ย่อมมีจิตใจแจ่มใส"

หยางฟ่านได้รับเงินหนึ่งแสนตำลึง อีกทั้งยังสามารถดึงตัวเจียงสงมาเป็นพวกของตนได้สำเร็จ พอคิดว่าเขาสามารถดูแลลูกน้องผู้นี้ได้ตลอดเวลา ก็รู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง

"เจ้านายที่ใส่ใจลูกน้องขนาดนี้ กลัวว่าลูกน้องจะถือเงินมากเกินไปจนไม่ปลอดภัย ช่างหาได้ยากจริงๆ"

หยางฟ่านถอนหายใจด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนก้าวเท้าเข้าไปในตำหนักฉางชิง

ขณะนั้น ฟ้ายังมืดสนิท

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาวุ่นวายกับเรื่องอื่นจนละเลยเฉินเฟยอย่างเห็นได้ชัด

หยางฟ่านย่องเข้าไปในห้องบรรทมของตำหนักอย่างเงียบเชียบ แต่กลับต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเฉินเฟยยังไม่เข้านอน นางกำลังมองไปยังทิศทางหนึ่งด้วยแววตาตื่นตะลึง

"พระสนม เหตุใดถึงยังไม่นอนอีก?"

หยางฟ่านแลบลิ้นเล็กน้อย รู้สึกเสียดายนิดๆ

เพราะแบบนี้ ความสนุกก็น้อยลงไปหลายส่วน

เฉินเฟยปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ "เจ้ากลับมาได้หรือ? หายไปไหนมาสองวันแล้ว? แม้แต่เงาก็ไม่เห็นในวัง"

ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้ว แต่เจ้าคนสารเลวนี้ยังวิ่งวุ่นไปทั่ว!

ไม่รู้บ้างหรือว่า ข้าอยากให้เขาอยู่กับข้ามากกว่านี้!

หยางฟ่านหัวเราะแห้งๆ ก่อนเดินเข้าไปใกล้เฉินเฟย พลางถูมือไปมา "พระสนม ท่านเข้าใจข้าผิดแล้ว! ข้ายุ่งอยู่กับงานที่ตงฉ่างต่างหาก ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้ว เรื่องต่างๆ มากมายเหลือเกิน! อีกอย่าง ข้าพึ่งได้รับตำแหน่งเป็นผู้ดูแล จะให้หายตัวไปทั้งวันทั้งคืนได้อย่างไร?"

"หึ ผู้ดูแลเช่นนั้นรึ? ดูท่าจะเป็นตำแหน่งใหญ่น่าดูเลยนะ!"

"เช่นนั้น ข้าคงสั่งเจ้าไม่ได้อีกแล้วใช่หรือไม่?"

เฉินเฟยยกนิ้วเรียวขาวสะอาดขึ้นมา จิ้มไปที่หน้าผากของหยางฟ่านโดยแรง ทว่ายังไม่ทันที่นางจะถอนมือออก หยางฟ่านก็จับมือข้างนั้นไว้โดยสัญชาตญาณ มือนางทั้งนุ่ม ทั้งอ่อนโยน

ใบหน้าของเฉินเฟยพลันขึ้นสี

สายตาร้อนแรงของหยางฟ่านทำให้นางรู้สึกอ่อนแรงไปทั้งร่าง

หยางฟ่านขยับเข้าใกล้

ร่างอันอ่อนนุ่มของสตรีงามเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา

หยางฟ่านถามขึ้นด้วยความสงสัย "ว่าแต่เมื่อครู่พระสนมกำลังดูอะไรอยู่หรือ?"

เฉินเฟยพิงร่างไปบนตัวเขา ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน "มีคนหนึ่งทะลวงผ่านระดับโลหิตศักดิ์สิทธิ์แล้ว"

"ทะลวงผ่านระดับโลหิตศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ?"

"ใช่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ทว่าการทะลวงผ่านเช่นนี้ที่มิได้ปกปิดร่องรอยใดๆ แถมยังเหมือนกำลังประกาศตัวตนให้โลกรู้ คาดว่าน่าจะเป็นองค์ชายคนหนึ่ง คงต้องการเข้าร่วมศึกชิงบัลลังก์แล้ว"

คำตัดสินของเฉินเฟยโดยรวมไม่ผิด แต่มีจุดหนึ่งที่ผิดไป

เพราะอีกฝ่ายหาใช่องค์ชายไม่ แต่เป็นองค์หญิงต่างหาก!

ทว่านับตั้งแต่ก่อตั้งต้าหมิงมากว่าพันปี การที่องค์หญิงจะเข้าร่วมศึกชิงบัลลังก์นั้นน้อยครั้งยิ่งนัก อีกทั้งยังใช้การทะลวงผ่านระดับพลังเป็นใบเบิกทางเข้าแข่งขัน ยิ่งหาได้ยากยิ่งกว่า

ดังนั้น ที่เฉินเฟยคาดผิดก็ไม่แปลก

"ศึกชิงบัลลังก์อย่างนั้นหรือ?"

สายตาของหยางฟ่านหดแคบลง

นับแต่โบราณมา การช่วงชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชายย่อมเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันสงบสุข มันต้องเป็นศึกที่เต็มไปด้วยเลือดและคมกระบี่อย่างแน่นอน เขาหวังว่าเรื่องนี้จะไม่ดึงเขาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

เขามิได้ต้องการพัวพันกับเรื่องเช่นนี้เลย

"พระสนม เรื่องชิงบัลลังก์หรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรานี่นา…"

ไม่ทันที่หยางฟ่านจะพูดจบ เฉินเฟยกลับหัวเราะเบาๆ ก่อนกล่าวว่า "เหตุใดถึงไม่เกี่ยวเล่า? หรือว่าข้าจะเข้าร่วมแข่งขันบ้างไม่ได้?"

หยางฟ่านชะงักไป "แต่ว่าท่านไม่ใช่องค์ชาย…"

"แต่เจ้าเป็น"

เฉินเฟยหันดวงตาคู่งามไปมองหยางฟ่านพลางยิ้มหวาน

หยางฟ่านหัวเราะแห้งๆ ออกมา "พระสนม ท่านพูดเล่นแล้ว… ข้ามีเชื้อสายราชวงศ์ก็จริง แต่จะไปช่วงชิงราชบัลลังก์อะไรได้…"

ตั้งแต่โบราณกาลมา ผู้ที่ต้องการเป็นฮ่องเต้มีมากมายเหลือคณานับ แต่จะมีสักกี่คนที่ลงเอยด้วยจุดจบที่ดี?

ท้ายที่สุด ฮ่องเต้มีได้เพียงหนึ่งเดียว!

ผู้ที่เหลือ แม้จะมากมายเพียงใด ก็เป็นเพียงกองกระดูกใต้บัลลังก์มังกรเท่านั้น!

หยางฟ่านรู้ตัวดีว่าตนเองมีความสามารถเพียงใด เป้าหมายสูงสุดของเขาในตอนนี้คือฝ่าทะลวงสู่ระดับเทียนกวน และหาโอกาสพาเฉินเฟยออกจากวังให้เร็วที่สุด

ส่วนเรื่องการเป็นฮ่องเต้ เขาไม่เคยคิดแม้แต่น้อย

แต่ใครจะไปคิดว่าเฉินเฟยจะยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ไปชิงบัลลังก์มาให้ข้าเถอะ ข้าอยากรู้ว่าการเป็นฮ่องเต้มันรู้สึกอย่างไร..."

ตำแหน่งสูงสุดที่อยู่เหนือคนนับหมื่น!

แววตาของเฉินเฟยเป็นประกายใส ใครบ้างจะไม่ปรารถนาอำนาจเช่นนั้น?

"ฮ่องเต้สตรีพระองค์แรกของต้าหมิง..."

หยางฟ่านมองรูปร่างอรชรของเฉินเฟย สีหน้าของนางสง่างามและเต็มไปด้วยอำนาจอย่างไม่ต้องสงสัย ทันใดนั้นเขาก็เกิดภาพในหัวว่านางสวมฉลองพระองค์มังกร คงดูดีไม่น้อย!

ช่างน่าตื่นเต้นอะไรเช่นนี้!

ดวงตาของหยางฟ่านเป็นประกาย ก่อนจะกระแอมเบาๆ แล้วกล่าวขึ้น "พระสนม หากเป็นเช่นนั้น เช่นนั้นให้ข้าดูก่อนได้หรือไม่ว่า ท่านสวมฉลองพระองค์มังกรแล้วจะเหมาะสมหรือเปล่า..."

"..."

ค่ำคืนมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ

เพียงชั่วพริบตา หนึ่งคืนก็ผ่านพ้นไป

หยางฟ่านมอบทรัพย์สินบางส่วนให้แด่พระสนมสุดที่รักของเขา จากนั้นเมื่อไม่มีใครสังเกต เขาก็ลอบกลับไปยังตำหนักส่วนตัวของตน ล้มตัวลงนอนบนเตียง และในที่สุดก็รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย

"อยู่ในวัง ใช้กำลังกายไม่ได้ แม้แต่จิตวิญญาณก็แทบจะรับไม่ไหว! แผนผังแห่งเต๋านี้ ช่างฝึกฝนยากเหลือเกิน!"

ด้วยความช่วยเหลือของสองสุดยอดปรมาจารย์ ระดับพลังของหยางฟ่านพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ เขายังสามารถเข้าสู่เส้นทางปรมาจารย์เต๋าได้สำเร็จแล้ว ทว่าแม้จะสามารถเข้าประตูได้ การจะสร้างแผนผังแห่งเต๋าของตนเองนั้นหาใช่เรื่องที่จะทำให้สำเร็จในวันสองวันไม่

"ไม่แปลกใจเลยที่มีคนมากมายเลือกเดินเส้นทางร่างแยก เมื่อเทียบกับการแกะสลักแผนผังแห่งเต๋าแล้ว การสร้างร่างแยกนั้นง่ายกว่ามาก"

หยางฟ่านถอนหายใจเฮือกหนึ่ง

แต่ปัญหาคือ การสร้างร่างแยกต้องใช้เงิน!

ไม่ใช่แค่เงินธรรมดา แต่เป็นจำนวนเงินที่สามารถล้างผลาญนิกายขนาดเล็ก หรือแม้แต่ตระกูลผู้บ่มเพาะไปจนสิ้นซาก!

เมื่อเทียบกับตัวเลขเงินตราที่น่าสะพรึงกลัวนี้ แม้ว่าเขาจะหาเงินได้เร็วเพียงใด ก็มิใช่เงินที่ลอยมาตามสายลม จะสะสมให้มากพอได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

อีกทั้ง ร่างแยกของอสูรยักษ์ราตรีและร่างแยกห้าพิษที่เขาได้รับมาก่อนหน้านี้ ไม่เข้ากันกับวิถีที่เขาฝึกฝน จะใช้เพียงชั่วคราวยังพอได้ แต่ให้ถือเป็นร่างแยกประจำตัวนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้

แนวทางของเต๋า หากไม่สอดคล้องกัน ย่อมเกิดโทษมหันต์!

"ดูเหมือนว่า ข้าจะต้องตั้งใจวาดแผนผังแห่งเต๋าด้วยตัวเองเท่านั้น!"

ตามคำกล่าวของเฉินเฟย เส้นทางแห่งการฝึกฝนเต๋ามีอยู่หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเครื่องรางหรือการปรุงยา หรือแม้กระทั่งการฝึกฝนกระบี่

"เดี๋ยวก่อน!"

หยางฟ่านขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักถึงบางสิ่ง

เขาหวนคิดถึงความรู้ที่ได้รับจากเฉินเฟยและหานเชี่ยนอวิ๋น แล้วจู่ๆ ก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ "โลกนี้ ไม่มี ‘เต๋าเต๋อจิง’ อย่างนั้นหรือ!"

ในโลกนี้มีสามสำนักหลักของเต๋า แต่ละสำนักล้วนมีบรรพบุรุษของตนเอง เช่น สำนักอิงเทียนเต๋า มีบรรพบุรุษคือ ‘อิงเทียนเต๋าจู่’ และคัมภีร์หลักของพวกเขาคือ 《อิงเทียนเต๋าจู่ อู่ซ่างอิงจิง》

คัมภีร์นี้เป็นบันทึกของอิงเทียนเต๋าจู่เกี่ยวกับเต๋า และแผนผังแห่งเต๋าของพวกเขาก็เป็นภาพที่อธิบายถึงมหาเต๋าเพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวคิดของ "ฟ้าดินเป็นหนึ่งเดียว ปรับตนให้เข้ากับสวรรค์"

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จิตใจของหยางฟ่านก็เต้นระรัว หากเขาใช้ 《เต๋าเต๋อจิง》 เป็นพื้นฐานของแผนผังแห่งเต๋าของตนเอง จะเป็นเช่นไร? (*เต๋าเต๋อจิงคือคัมภีร์เต๋าที่ว่ากันว่าถูกเขียนขึ้นมาโดยเล่าจื๊อบรรพบุรุษแห่งเต๋าของจีน)

ในอดีตชาติของเขา ‘เล่าจื๊อ’ ได้รับการยกย่องให้เป็นปฐมบรรพชนของเต๋า

《เต๋าเต๋อจิง》 ยังได้รับสมญาว่าเป็น "ราชาแห่งคัมภีร์ทั้งปวง"!

หากเขานำ 《เต๋าเต๋อจิง》 มาเผยแพร่ในโลกนี้ จะสามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้หรือไม่?

ริมฝีปากของหยางฟ่านแห้งผากขึ้นเล็กน้อย เขารู้สึกถึงแรงกระตุ้นอย่างรุนแรง ในที่สุดเขาก็ทนต่อความยั่วยวนนี้ไม่ไหว

เขาหลับตาลง ต้นไม้แห่งเต๋าสั่นไหว รากแก้วอันแข็งแกร่งแผ่ซ่านลงไปในห้วงแห่งความลึกลับและไร้ที่สิ้นสุด

บนต้นไม้แห่งเต๋า ค่อยๆ ปรากฏแผนผังแห่งเต๋าเปล่าเปลี่ยวขึ้นมาแผ่นหนึ่ง

จิตใจของเขานิ่งสงบ เขาเริ่มใช้พลังแห่งจิตวิญญาณจารึกอักษรลงไป

"เต๋า พึงกล่าวได้..."

เพียงสามตัวอักษร พลังจิตวิญญาณของเขากลับถูกดูดกลืนไปจนหมดสิ้น

แต่ในลมหายใจถัดมา ทั่วทั้งโลกพลันสั่นสะเทือน แสงสว่างมหึมาพุ่งทะลุฟ้าประดุจม่านสวรรค์ถูกฉีกกระชาก พลังแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขตส่องสว่างไปทั่วหล้า!

ในวันนั้น ผู้คนมากมายทั่วหล้าต่างได้ยินเสียงกระซิบแห่งเต๋า

"เต๋า พึงกล่าวได้..."

………..

จบบทที่ 356 - เปิดเส้นทางใหม่ในโลกนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว