- หน้าแรก
- ขันทีปลอม ข้านี่แหละเก้าพันปี
- 234 - ความดุดันของเถาอิง
234 - ความดุดันของเถาอิง
234 - ความดุดันของเถาอิง
234 - ความดุดันของเถาอิง
ที่หน้าประตูทางเข้า
เถาอิงยืนอย่างสง่าด้วยท่าทางมั่นคง มือไขว้หลังไว้ ใบหน้าสงบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจ
ชุดเครื่องแบบของผู้ตรวจการยิ่งขับให้เขาดูทรงอำนาจ หากไม่รู้ว่าเขาเป็นขันที คงคิดว่าเป็นขุนนางผู้มีเกียรติในราชสำนัก
ที่เท้าของเถาอิง มีเกาเหนียนเฉิน ผู้บัญชาการกองพันของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรคุกเข่าอยู่ตลอดเวลา
เขาใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก แม้อากาศจะเย็นลงแล้ว แต่เหงื่อของเขากลับไหลไม่หยุด
"เจ้าร้อนหรือ?"
เสียงเย็นเยียบของเถาอิงดังลงมาจากเบื้องบน
เกาเหนียนเฉินยิ้มแห้ง "ไม่ขอรับ ข้าเพียงแต่ร่างกายอ่อนแอเล็กน้อยเท่านั้น..."
"หรือจะเป็นเพราะในใจไม่ซื่อ?"
เถาอิงแค่นเสียงหัวเราะ
เกาเหนียนเฉินหน้าซีดกว่าเดิม ความขมขื่นแทบไหลออกมาจากสีหน้า "ท่านผู้ตรวจการล้อเล่นแล้วขอรับ"
"ฮึ ไม่ใช่ก็ดีแล้ว"
เสียงของเถาอิงดังก้องในอากาศ ทำให้ใจของเกาเหนียนเฉินสั่นคลอน กลัวว่าเถาอิงจะเปลี่ยนสีหน้าในทันที
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากระยะไกล พร้อมกับเสียงลมกระทบชายเสื้อ
ชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบองค์รักษ์เสื้อแพร เดินเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ มีผู้ติดตามเป็นทหารกลุ่มใหญ่
เมื่อเขาเห็นฉากเบื้องหน้าที่หน้าประตูหน่วยองค์รักษ์เสื้อแพร ดวงตาของเขาถึงกับกระตุก
ที่นั่น เกาเหนียนเฉินคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ด้านหลังคือเหล่าทหารองค์รักษ์เสื้อแพรที่คุกเข่าเช่นกัน ขณะที่โดยรอบถูกล้อมด้วยขันทีที่มีสีหน้าเย้ยหยัน
ภาพนี้ช่างสะเทือนใจยิ่งนัก
เสียงรองเท้าหนังที่เดินบนพื้นดังขึ้นอย่างหนักหน่วงก่อนจะเงียบลง
บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
จางหลินเต้าเดินเข้ามาด้านหลังเถาอิงด้วยสีหน้ามืดมน ก่อนจะก้มศีรษะคำนับอย่างมีมารยาท และพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ท่านผู้ตรวจการ การที่ท่านมาที่หน่วยองค์รักษ์เสื้อแพรของข้ายามดึก แล้วพังประตูเช่นนี้ ท่านไม่คิดว่ามันเกินไปหน่อยหรือ?"
แม้ว่าตำแหน่งของผู้ตรวจการจะสูงกว่า แต่เขาจำต้องพูดออกมา
เพราะนี่เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีขององค์รักษ์เสื้อแพร หากถึงขนาดถูกพังบ้านแล้วไม่กล้าตอบโต้ เมื่อผู้บัญชาการใหญ่รู้เข้า เขาอาจถูกจัดการเสียเอง
"เกินไปหรือ?"
เถาอิงที่รู้ตั้งแต่แรกว่าผู้มาเป็นใคร หัวเราะเบาๆ ก่อนพูดโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง "ข้ากลับคิดว่ายังเบาไป"
"เจ้า!"
จางหลินเต้ากำด้ามดาบที่เอวแน่น ความโกรธทำให้เส้นโลหิตบริเวณหางตาโป่งพอง
เถาอิงหันกลับมาอย่างช้าๆ สายตาของเขาจับจ้องที่ดาบของจางหลินเต้า "อะไร? เจ้าคิดจะชักดาบใส่ข้าหรือ? กล้าก่อกบฏเช่นนี้หรือ?"
"เถาอิง!"
จางหลินเต้าชะงัก ก่อนจะสังเกตเห็นเครื่องแบบของเถาอิง
ตอนแรกเขาคิดว่าผู้มาเป็นหนึ่งในสามผู้ตรวจการของตงฉ่าง แต่กลับกลายเป็นว่าเป็นเพียงเถาอิง!
ต้องเข้าใจว่า เถาอิงเป็นเพียงหัวหน้าผู้ดูแลธรรมดาเท่านั้น!
ตามกฎแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์สวมชุดนี้
สิ่งนี้ทำให้จางหลินเต้ารู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาในทันที น้ำเสียงของเขาเย็นชาลง
"เถาอิง เจ้าเป็นผู้ตรวจการตั้งแต่เมื่อใด? กล้าสวมเครื่องแบบนี้ ถือเป็นการลบหลู่อย่างยิ่ง! วันนี้เจ้าต้องให้คำอธิบายกับข้า มิฉะนั้น ข้าจะรายงานต่อทางตงฉ่าง เพื่อให้เจ้ารับโทษ!"
หากผู้มาเป็นผู้ตรวจการ เขายังต้องเกรงใจอยู่บ้าง แต่สำหรับเจ้าหน้าที่ธรรมดา เขาคิดว่าตนสามารถจัดการได้
โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายกล้าทำสิ่งที่ผิดกฎเช่นนี้!
"อะไรนะ? เจ้าคิดว่าข้าไม่สมควรสวมชุดนี้หรือ?"
ไม่คาดคิดว่าเถาอิงกลับหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะนั้นทำให้จางหลินเต้ารู้สึกไม่สบายตัวอย่างประหลาด
แต่จางหลินเต้าเพิ่งได้เข้าพบผู้ตรวจการเจี่ยซื่ออันของตงฉ่างในช่วงกลางวัน และเขามั่นใจว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญในตงฉ่างอย่างแน่นอน
หากมีการแต่งตั้งหรือถอดถอนผู้ตรวจการ จะต้องมีข่าวแพร่กระจายไปทั่ว ไม่ใช่เงียบหายไปเช่นนี้
ดังนั้น น้ำเสียงของเขาจึงแข็งกร้าวขึ้น "ไม่ว่าจะอย่างไร การที่เจ้าสวมชุดนี้ถือเป็นการล่วงละเมิด เถาอิง ข้าขอแนะนำให้เจ้า..."
เพียะ!
คำพูดของจางหลินเต้าถูกขัดด้วยฝ่ามือของเถาอิงที่ฟาดลงมาบนใบหน้าของเขา
มันเร็วและหนักหน่วงจนเขาไม่มีเวลาตอบสนอง
เสียงฟาดดังชัดเจน
ใบหน้าของจางหลินเต้ารู้สึกถึงความเจ็บแสบร้อน แต่ก่อนที่เขาจะทันได้โกรธ เถาอิงกลับตวาดใส่ด้วยเสียงดัง
"จางหลินเต้า! เรื่องของตงฉ่างอนุญาตให้เจ้าสอดวาจาตั้งแต่เมื่อใด? ว่าข้ามีสิทธิ์หรือไม่ที่จะสวมชุดนี้ ย่อมเป็นหน้าที่ของท่านผู้บัญชาการใหญ่เป็นคนตัดสิน! เจ้าเป็นใครถึงกล้าทำตัวอวดดีต่อหน้าข้า!"
"หรือว่าเจ้าต้องการให้ข้านำคำสั่งจากท่านผู้บัญชาการใหญ่มาแสดงให้เจ้าดูก่อน?"
น้ำเสียงของเถาอิงเย็นเยียบขึ้นเรื่อยๆ
คำพูดที่เหมือนกระแทกใจนี้ทำให้ผู้คนรอบข้างถึงกับหน้าถอดสี โดยเฉพาะเหล่าองค์รักษ์เสื้อแพรที่พากันก้มศีรษะจนแทบซุกเข้าไปในเสื้อ
"ข้าไม่กล้าขอรับ!"
จางหลินเต้าหน้าซีดเผือด ความเย็นยะเยือกวิ่งผ่านกระดูกสันหลัง เขาคุกเข่าลงทันที
"ข้าน้อยอารมณ์เสียและพลั้งปากไป ขอท่านโปรดยกโทษให้!"
ในขณะนั้นเอง
หยางฟ่านเดินออกมาจากด้านในพร้อมกับเจ้าหน้าที่ห้องเก็บเอกสารที่ถูกลากมา ด้านหลังมีนายทหารที่ดูเหมือนไก่แพ้ศึกติดตามมา
เมื่อหยางฟ่านเห็นภาพคนคุกเข่ากันอยู่ และเถาอิงที่ยืนอย่างทรงอำนาจ เขาก็อดยิ้มในใจไม่ได้
"ดูเหมือนว่าข้าจะพลาดเรื่องสนุกไปแล้ว!"
หยางฟ่านมองภาพตรงหน้าพร้อมยิ้มเยาะในใจ เขายิ่งชื่นชมการตัดสินใจที่เลือกสนับสนุนเถาอิง
เขาโยนเจ้าหน้าที่ห้องเก็บเอกสารลงกับพื้น และรายงานสถานการณ์
"เอกสารหายไป บันทึกการเบิกก็ไม่มี หรือว่าผลการสอบสวนขององค์รักษ์เสื้อแพรมีเพียงสองหน้ากระดาษนี้?"
เถาอิงหยิบกระดาษสองแผ่นขึ้นมา แล้วฟาดใส่หน้าของจางหลินเต้า
"หรือไม่ใช่?"
จางหลินเต้ารู้สึกแสบร้อนบนใบหน้า แต่ไม่กล้าโต้แย้ง
"ถ้าไม่ใช่ แล้วเอกสารล่ะ?"
เถาอิงตวาด
จางหลินเต้ารู้สึกจนมุม เขาหันไปจ้องเจ้าหน้าที่ห้องเก็บเอกสาร "บันทึกไม่มี เจ้าจำไม่ได้หรือว่าใครเป็นคนเบิกไป?"
เจ้าหน้าที่สะดุ้งเฮือก
"ข้า...ข้า..."
"พูด!"
จางหลินเต้ากระชากเสียงใส่
เจ้าหน้าที่อ้ำอึ้ง ก่อนจะพ่นชื่อออกมา "คือ...ท่านเอี้ยน"
"เอี้ยนหาน รองผู้บัญชาการองค์รักษ์เสื้อแพรอีกคนหนึ่ง"
จางหลินเต้าอึ้งไป ใบหน้าแข็งทื่อ "อาจจะ...อาจจะเป็นเพราะท่านเอี้ยนต้องการสืบสวนเพิ่มเติม เลยนำเอกสารไป..."
เถาอิงยิ้มเยาะ มุมปากแฝงรอยยิ้มเย็น "เช่นนั้น ไปนำเอกสารมาคืนให้ครบทุกหน้า"
"ไปเดี๋ยวนี้"
เถาอิงมองจางหลินเต้าด้วยสายตาเย็นชา "ถ้าขาดแม้แต่หน้าเดียว ข้าจะเอาชีวิตขององค์รักษ์เสื้อแพรทุกคนที่นี่ โดยเริ่มจากเจ้า!"
จางหลินเต้ารู้สึกถึงแรงกดดันจากสายตาของเถาอิง เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ข้าน้อย...จะรีบไปเดี๋ยวนี้ขอรับ"
…………..
(องครักษ์เสื้อแพรกับตงฉ่างแม้ในฐานะองค์กรจะทัดเทียมกัน แต่ตงฉ่างเป็นขันทีอยู่ไกล้ฮ่องเต้มากกว่า ตงฉ่างจึงมีอำนาจเหนือกว่าอย่างชัดเจน ในยุคหลังเพื่อคานอำนาจตงฉ่าง ฮ่องเต้ได้ตั้ง ซีฉ่าง(สำนักตะวันตก) เน่ยฉ่าง(สำนักกลาง) ขึ้นมา แต่สุดท้ายทั้งองครักษ์เสื้อแพร ซีฉ่าง เน่ยฉ่าง ก็ล้วนแล้วแต่กลายเป็นบริวารของตงฉ่างทั้งสิ้น)