- หน้าแรก
- โอ้ไม่นะ! พระเอกยันเดเระที่ฉันเลี้ยงในเกม กลายเป็นคนจริงซะแล้ว
- ตอนที่ 23: คุณจะยอมติดกับฉันไหม?
ตอนที่ 23: คุณจะยอมติดกับฉันไหม?
ตอนที่ 23: คุณจะยอมติดกับฉันไหม?
กลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ พ่อบ้านสั่งให้คนเตรียมมื้อดึกไว้รอแล้ว ซือหวนเพิ่งรู้ตัวว่าเขากำลังปวดท้องเพราะความหิว
ลู่จือจือกินอาหารบนเครื่องมาเรียบร้อยแล้ว แต่ระหว่างที่เขากิน เธอก็จ้องมองเขาเขม็งแล้วพูดว่า "คุณป้าบอกว่าหลายวันมานี้คุณกินข้าวไม่ตรงเวลา ดูผอมลงไปนะ เมื่อกี้มาถึงแล้วก็ยังไม่ยอมกินอะไรอีกเหรอ?"
ซือหวนมองดูอาหารที่ถูกจัดสัดส่วนอย่างสมดุลทั้งเนื้อและผัก ในขณะที่ตรงหน้าลู่จือจือมีเพียงรังนกถ้วยเดียว เขารู้ดีว่านี่คือสิ่งที่เธอจัดเตรียมไว้ให้ เวลาที่เธอดีกับเขา เธอช่างใส่ใจไปเสียทุกรายละเอียด แต่เวลาที่เธอจะทิ้งเขาไป เธอก็ไปได้หน้าตาเฉยโดยไม่พูดจาหรือใยดี
เธอมองเขาเป็นแค่ภารกิจจริง ๆ สินะ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งปวดท้องมากขึ้น เขาจิบซุปไปเพียงไม่กี่คำก่อนจะผลักจานอาหารออก "ฉันไม่อยากกินแล้ว จะกลับห้อง" เขาไม่ได้แค่กำลังประชด แต่เขารู้สึกว่าถ้าปล่อยให้เธอรุกคืบฝ่ายเดียวแบบนี้ เขาจะไม่มีวันเป็นฝ่ายคุมเกมได้เลย
ในเรื่องการเดท เขาเป็นผู้ชาย เขาควรจะเป็นฝ่ายนำ...
"เป็นอะไรไปคะเบบี๋?" หญิงสาวลุกขึ้นเร็วพรวดพราดมาแตะหน้าผากเขา "ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?"
โต๊ะอาหารค่อนข้างกว้าง เธอใช้มือข้างหนึ่งยันโต๊ะโน้มตัวมาหาเขา ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาแตะหน้าผาก คอเสื้อยืดของเธอที่หย่อนลงเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าภายใต้ร่มผ้าต่อสายตาซือหวน...
"..." เขาผุดลุกขึ้นยืนทันที "เปล่า"
แต่หญิงสาวยืนยันด้วยความมั่นใจ "หน้าผากคุณเหงื่อซึมขนาดนี้ ต้องไม่สบายที่ไหนสักแห่งแน่ ๆ" เธอสั่งให้แม่บ้านตามหมอมาทันที และไม่นานผลวินิจฉัยก็ออกมาว่าเป็นโรคกระเพาะอักเสบเฉียบพลัน หมอเตือนเรื่องการกินอาหารไม่ตรงเวลา ลู่จือจือตั้งใจฟังและจดบันทึกทุกคำแนะนำอย่างละเอียด
"คุณไปอาบน้ำอุ่นก่อนดีไหม เผื่อจะช่วยให้ดีขึ้น" เธอเสนอ พลางนั่งลงบนโซฟาในห้องเขาโดยไม่มีท่าทีว่าจะออกไปเลยสักนิด
ซือหวนเดาไม่ออกว่านี่คือความซือบื้อของเธอ หรือเธอมีแผนอะไรอีก เขาหยิบชุดผลัดเปลี่ยนเข้าไปในห้องน้ำ ระหว่างที่สายน้ำอุ่นรดตัว ภาพที่เธอโน้มตัวมาหาเขาก็แวบเข้ามาในหัว... ความร้อนรุ่มพลุ่งพล่านจนเขาต้องรีบปรับน้ำเป็นน้ำเย็นจัด
บ้าชะมัด ทำไมกัน? เหมือนมีพลังบางอย่างบีบบังคับให้เขาต้องสนใจและใส่ใจเธอ ทั้งที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้! หรือเธอแอบใส่อะไรลงไปในซุป? เขาพยายามดับไฟในใจด้วยน้ำเย็น
เมื่อเขาออกมา อาหารจานใหม่ที่ร้อนกรุ่นก็วางรออยู่บนโต๊ะ แต่หญิงสาวหายไปแล้ว ซือหวนถอนหายใจอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกหนักอึ้งในใจคลายลงเล็กน้อย เขาลงมือกินโจ๊กที่ดูน่าทานนั่นจนหมด และพบว่าอาการปวดท้องดีขึ้นมากเมื่อเธอปรากฏตัว
เขาเอาชามไปเก็บและกลับเข้าห้องมาอีกครั้ง ทว่ากลับพบ "เถียนซินเสี่ยวลู่" ในชุดสายเดี่ยวนั่งก้มหน้าเล่นมือถืออยู่บนโซฟา ผมของเธอที่เพิ่งสระยังเปียกชื้นและยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะยังไม่ได้หวี ชุดที่เธอใส่ทำให้ใบหน้าที่ดูธรรมดานั้นกลับดูมีเสน่ห์ขึ้นมาอย่างประหลาด...
"มีธุระอะไรอีกหรือเปล่าครับคุณหนู?" เพราะคืนนี้ทุกอย่างมันผิดจังหวะที่เขาคาดการณ์ไว้ไปหมด ซือหวนจึงยืนนิ่งอยู่ที่ประตูไม่ยอมเดินเข้าไป
ลู่จือจือเงยหน้าขึ้นเห็นท่าทางลังเลของเขา เธอวางมือถือแล้วเดินเข้าไปหา "เรามาคุยกันหน่อยเถอะซือหวน"
ตอนอาบน้ำ ลู่จือจือเช็กค่าความชอบอีกรอบ มันกลับมาเป็นบวกแล้ว แม้จะแค่ 1 คะแนน แต่มันก็ดีกว่า -30 เธออยากคุยกับเขาให้รู้เรื่องว่าเขาไม่ชอบอะไรในตัวเธอ เธอจะได้หลีกเลี่ยงในครั้งหน้า
ซือหวนหลบสายตาและเดินเข้าห้อง "จะคุยเรื่องอะไร?"
ลู่จือจือปิดประตูตามหลัง "ไปนั่งที่โซฟาสิ ฉันอยากคุยแบบเห็นหน้ากันชัด ๆ" เป้าหมายของเธอคือการเปิดแผงภารกิจตรงหน้าเขา เพื่อสังเกตสีหน้าว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร จะได้ไม่พลาดอีก
ซือหวนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะไปนั่งที่ปลายโซฟาด้านหนึ่ง หลังตรงแน่วแถมยังเบียดตัวติดพนักพิง "มีอะไรก็พูดมา"
ลู่จือจือเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทั้งที่รู้จักกันมาพักใหญ่ แต่ซือหวนในตอนนี้กลับดูเหินห่างยิ่งกว่าตอนเจอกันครั้งแรกเสียอีก เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด "คุณ..." พอจะพูด เธอก็นึกได้ว่าค่าความชอบครั้งก่อนมันเพิ่มเพราะคำพูดรุกหนัก ๆ ของเธอ เธอจึงหยิบสคริปต์ในหัวมาใช้ทันที "เบบี๋ ทำไมคุณไม่ยอมประนีประนอมบ้างเลยล่ะ?"
"อะไรนะ?"
"ก็... ยอมติดกับดักรัก ของฉันหน่อยไม่ได้เหรอ?"
"..." ซือหวนไม่คิดว่าเธอจะกล้าพูดแบบนี้ออกมาทันทีที่เปิดปาก คำพูดดูไม่จริงจัง แต่โทนเสียงกลับดูเป็นงานเป็นการเหลือเกิน มันดูขัดแย้งกันไปหมดเหมือนตัวตนของเธอ
เขาจะยอมตกเป็นฝ่ายตั้งรับต่อไปไม่ได้แล้ว เขาต้องทดสอบขีดจำกัดของเธอ ซือหวนโน้มตัวเข้าไปใกล้จนระยะห่างลดลง "ฉันเคยถามไปแล้วครั้งหนึ่ง ว่าเธอไปเรียนรู้คำพูดพวกนี้มาจากไหน?"
ลู่จือจือเพิ่งนึกได้ว่าคำพูดพวกนี้มันเหมือนบทละครเกินไปจนอาจจะถูกสงสัย เธอจึงแกล้งไอแล้วบอกว่า "เปล่า! ฉันพูดเรื่องจริงนะ"
เมื่อเห็นเธอหลบตา ซือหวนรู้สึกเหมือนเขาเริ่มจะจับจุดอะไรบางอย่างได้ เธอชอบใช้แผนนี้งั้นเหรอ? บังเอิญว่าฉันก็ทำได้เหมือนกัน
"เธอบอกว่าจริงใจกับฉัน แล้วทำไมถึงชอบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ฉันล่ะ?" ซือหวนชันเข่าขึ้นมาบนโซฟา ท่าทางเหมือนสัตว์ร้ายที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อ แต่เหยื่อตรงหน้ากลับไม่รู้ตัวแถมยังยิ้มแป้น "ฉันไม่ได้ทิ้งขว้างคุณนะเบบี๋"
คำพูดของเธอมันช่างแห้งแล้งและดูปลอมเหลือเกิน เธอปลอบคนไม่เป็นแต่ดันอยากจะมีแฟน ซือหวนค่อยๆ รุกคืบ "หายไปตั้งเป็นอาทิตย์ นั่นไม่เรียกว่าทิ้งขว้างเหรอ?"
ลู่จือจือมัวแต่มองตัวเลขที่เด้งไปมาบนแผงภารกิจ: 5, 10, 8, 12... เธอจึงตอบปัดไปเหมือนเวลาที่เธอออเซาะคุณพ่อ "เปล่านะ ฉันจะทิ้งใครก็ได้แต่ไม่มีวันทิ้งคุณเด็ดขาด..." โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เธอได้เข้ามาอยู่ในระยะโจมตีของซือหวนเรียบร้อยแล้ว
"หืม?" ซือหวนยิ้ม
เมื่อเธอละสายตาจากแผงควบคุมมาเจอรอยยิ้มในระยะประชิด ลู่จือจือก็ถึงกับเหม่อลอยไปชั่วขณะ สมองของเธอขาวโพลนไปด้วยความงามตรงหน้า มันเหมือนทะเลดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ เหมือนคืนดาวพราวในฤดูร้อน เหมือนป่าเมเปิ้ลในฤดูใบไม้ร่วง และเหมือนหิมะยามโพล้เพล้ในฤดูหนาว...
ใบหน้าอะไรจะพระเจ้าสร้างขนาดนี้! จนอยากจะครอบครองไว้คนเดียวจริง ๆ ลู่จือจือเพิ่งเคยเจอการโมเดลลิ่งขั้นสุดยอดของบริษัทเกมแบบจัง ๆ เป็นครั้งแรกจนเริ่มจะถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณ
"เธอกำลังหลบฉันอยู่นะ" ซือหวนขยับเข้าใกล้ไปอีกก้าว
คราวนี้ไม่มีแผงควบคุมเกมมาคั่นกลางระหว่างพวกเขาแล้ว ลู่จือจือลอบกลืนน้ำลาย "ปละ... เปล่านะ..." เธอเอนตัวพิงโซฟาจนแทบจะราบไปกับเบาะ
ซือหวนใช้แขนทั้งสองข้างยันโซฟาคร่อมไหล่เธอไว้ กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนพลางจ้องลึกลงไปในดวงตาเพื่อสังเกตทุกการเคลื่อนไหว "บอกฉันมาสิ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน "ทำไมวันนี้เธอถึงจูบฉัน?"
///
แค่รู้สึกว่าบางช่วงน่าจะใช้คุณ บางช่วงน่าจะใช้เธอค่ะ เลยแปลไปตามอารมณ์