- หน้าแรก
- มีลูกมากมายย่อมได้รับพรมากมายดีเลยฉันคือแวมไพร์
- บทที่ 2 งานรายได้งามความกดดันจากการแข่งขัน
บทที่ 2 งานรายได้งามความกดดันจากการแข่งขัน
บทที่ 2 งานรายได้งามความกดดันจากการแข่งขัน
คฤหาสน์แอนนา
ภายในห้องโถงคนรับใช้พ่อบ้านชราไขว้มือไว้ข้างหลังเดินตรงมาหาหลี่เซียวอย่างช้าๆ
สายตาของเขาเต็มไปด้วยการพินิจพิเคราะห์ขณะสำรวจหลี่เซียวอย่างละเอียดจากนั้นจึงยื่นมือออกไปจัดระเบียบผ้าเช็ดหน้าไหมที่ผูกอยู่บนมือขวาของหลี่เซียวให้ปลายทั้งสองข้างเสมอกัน
"หลี่เซียวคนรับใช้ที่มีคุณสมบัติควรใส่ใจในรายละเอียด"
หลี่เซียวพยักหน้าพลางยืดหลังตรง"ผมจะจำไว้ครับพ่อบ้านไมคาห์"
"คุณทำได้ดีมากผมจะเพิ่มชื่อของคุณลงในรายชื่อคนรับใช้สำหรับงานเลี้ยงคืนนี้"
พ่อบ้านไมคาห์ยิ้มผมสีขาวของเขาถูกหวีอย่างพิถีพิถันนัยน์ตาสีเลือดบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี
เขาคือแวมไพร์ตัวจริงเสียงจริงแต่ไม่แน่ชัดว่าเป็นสายเลือดบริสุทธิ์หรือลูกผสม
แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์คือทายาทที่เกิดตามธรรมชาติจากแวมไพร์ต่างเพศสองตนแต่มีเงื่อนไขคือพ่อแม่ต้องเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ทั้งคู่ลูกที่เกิดมาจึงจะเป็นสายเลือดบริสุทธิ์
แวมไพร์ที่เกิดมาด้วยวิธีอื่นล้วนถูกเรียกว่าลูกผสม
ในหมู่แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์มีความได้เปรียบทางธรรมชาติเหนือกว่าลูกผสมมาก
หลังจากพ่อบ้านจากไปหลี่เซียวก็ยังคงยืนตัวตรงอยู่อย่างนั้น
สิบวันผ่านไปตั้งแต่อยู่ในนครนิรันดร์...ถังไหลพี่ชายใจดีที่เดินทางมาพร้อมกับเขาไม่สามารถเข้าคฤหาสน์แอนนาในฐานะผู้สมัครคนรับใช้ได้เพราะอายุเกินสามสิบและหน้าตาไม่ได้โดดเด่นนัก
แม้จะแยกทางกันแต่หลี่เซียวก็ไม่ลืมมิตรภาพและยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ
เมื่อไม่กี่วันก่อนถังไหลส่งข่าวมาว่าเขาได้งานในบริษัทของแวมไพร์แห่งหนึ่งและได้ค่าตอบแทนค่อนข้างดีทีเดียว
ในห้องโถงมีผู้สมัครคนรับใช้นับร้อยชีวิต
หลี่เซียวต้องจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยเพื่อให้โดดเด่นออกมาภายในสิบวัน
ไมคาห์พ่อบ้านแวมไพร์ชราดูภายนอกเหมือนผู้ทรงเกียรติแต่ในความเป็นจริงเขาก็ไม่ได้ขาวสะอาดนัก
ในช่วงสิบวันนี้หลี่เซียวติดสินบนพ่อบ้านด้วยเลือด500ซีซีถึงสองครั้งเพื่อขอเข้าทางลัด
เลือดของมนุษย์ที่ปราศจากโรคทางพันธุกรรมและมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในงานเลี้ยงและชีวิตประจำวันของแวมไพร์และเป็นที่ต้องการอย่างมาก
แน่นอนว่า...พ่อบ้านไม่กล้าพอที่จะกัดโดยตรง
ผู้สมัครคนรับใช้นับร้อยแม้จะยังไม่ได้แต่งตั้งอย่างเป็นทางการแต่ก็ถือเป็นสมบัติของตระกูลเจ้านายจนกว่าจะออกไป
วิธีการติดสินบนของหลี่เซียวก็แค่กรีดต้นขาด้านในแล้วรองเลือดใส่ขวดให้เต็ม
บาดแผลไม่ใช่ปัญหาสำหรับพ่อบ้านเวทมนตร์เพียงเล็กน้อยก็รักษาให้หายได้แล้ว
พ่อบ้านไมคาห์ไม่ได้รับสินบนจากทุกคนร่างกายที่แข็งแรงและรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาเป็นเพียงข้อกำหนดขั้นต่ำเท่านั้น
เฉพาะคนอย่างหลี่เซียวที่สามารถรักษาอันดับหนึ่งในห้าจากผู้สมัครชั้นยอดนับร้อยคนได้อย่างต่อเนื่องเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ใช้เส้นสายของไมคาห์
ส่วนใครคือที่หนึ่ง...หลี่เซียวเหลือบมองสาวงามผมดำยาวเหยียดที่อยู่ตรงหน้าเขาเงียบๆ
หลี่เซียวไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอมากนักรู้เพียงชื่อของเธอคือหวงชิวสุ่ยมาจากเมืองอวิ๋นซานเช่นกัน
หลี่เซียวจ้องมองเส้นผมยาวถึงเอวตรงหน้าไม่แน่ใจว่าหวงชิวสุ่ยไม่ได้ติดสินบนพ่อบ้านหรืออย่างไรเพราะชื่อของเธอไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ช่วยงานคืนนี้
————
ยามค่ำคืน...
ขบวนรถหรูจอดลงหน้าคฤหาสน์
แต่ละคนที่ก้าวลงมาล้วนมีนัยน์ตาสีแดงฉานชวนขนลุกบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นแวมไพร์...
ภายในคฤหาสน์อันหรูหราหลี่เที่ยวยืนอยู่หน้าห้องโถงจัดเลี้ยงใบหน้าของเขาซีดเซียวและขาสั่นพั่บๆ
"ทำงานวันแรกก็โดนเอาเลือดไปอีก500ซีซี"
หลี่เซียวที่ยืนตัวตรงเป๊ะอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำกับตัวเอง"งานเลี้ยงแวมไพร์นี่มันสุดยอดจริงๆการเอาเลือดคนรับใช้มาดื่มเนี่ยมันเหมือนฝันร้ายชัดๆ..."
อย่างไรก็ตามเมื่อนึกถึงเงินหนึ่งหมื่นเครดิตสหพันธรัฐที่เพิ่งเข้าบัญชีธนาคารหลี่เซียวก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่า
ถ้าเขาเลือกไปทำงานโรงงานขันน็อตเขาคงได้แค่เดือนละห้าหกพันและต้องทำงานจนตัวตายซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับที่นี่
พวกเจ้านายแวมไพร์ถึงจะเอาเลือดไปบ้างเป็นครั้งคราวแต่อย่างน้อยก็ได้ค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ...
เมื่อฟังเสียงอื้ออึงในห้องโถงจัดเลี้ยงหลี่เซียวก็รู้สึกเบื่อหน่ายมากแต่ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว
เนื่องจากเป็นวันแรกของการทำงานหน้าที่ในวันนี้จึงค่อนข้างเรียบง่าย
เขาแค่ต้องยืนเฝ้าหน้าห้องโถงและถ้ามีแขกคนไหนเมาจนกลับบ้านไม่ไหวเขาก็ต้องช่วยพยุงไปพักที่ห้องรับรองที่เจ้าบ้านจัดเตรียมไว้
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมแวมไพร์ถึงเมาจากการดื่มเลือดหลี่เซียวเองก็ไม่รู้ว่าหลักการมันคืออะไร
เวลาผ่านไปหลี่เซียวเริ่มเบื่อมากขึ้นเรื่อยๆขาของเขาเริ่มชาจากการยืนนานๆเขาจึงหันไปหาพนักงานชายที่ยืนอยู่ข้างๆ
หลี่เซียวอดใจไม่ไหวอีกต่อไปเขาลดเสียงลงและแสร้งยิ้มอย่างสุภาพ"เอ่อ...คุณชื่ออะไรครับ?"
พนักงานคนนั้นหันมองรอยยิ้มของเขาดูเป็นทางการสุดๆ"หวังซิง"
"ผมหลี่เซียวมาจากเมืองอวิ๋นซานที่อยู่ข้างๆครับ"
เมื่อได้ยินว่าหลี่เซียวมาจากอวิ๋นซานสีหน้าของหวังซิงก็ยังคงไม่เปลี่ยน"ผมเกิดในนครนิรันดร์และอยู่ที่คฤหาสน์นี้มาเกือบสามปีแล้วหน้าคุณดูไม่คุ้นเลยนะ"
หลี่เซียวฉีกยิ้มพลางลองหยั่งเชิง"ผมเพิ่งได้รับการโปรโมตวันนี้เองครับอาจจะยังเรียนรู้ไม่พอพ่อบ้านไมคาห์เลยมอบหมายงานเฝ้าประตูให้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของหวังซิงก็เปล่งประกายประหลาดและอดไม่ได้ที่จะพิเคราะห์หลี่เซียวอย่างละเอียด"คุณกับพ่อบ้านไมคาห์...มีความสัมพันธ์อะไรกันหรือเปล่า?"
หลี่เซียวรู้สึกว่าน้ำเสียงของหวังซิงแปลกๆเหมือนกำลังลองเชิงเขาอยู่เขาก็เลยค่อนข้างงง
หมายความว่ายังไง...?หรืองานนี้จะเป็นงานที่มีรายได้งาม?คำถามผุดขึ้นในใจของหลี่เซียว
ในขณะที่เขากำลังคิดว่าจะตอบยังไงให้ไร้ที่ติประตูห้องโถงข้างหลังก็ถูกผลักเปิดออก
แวมไพร์ชายคนหนึ่งที่มีคราบเลือดติดอยู่ที่มุมปากและดูท่าทางมึนเมาเดินโซเซออกมา
เขามองหลี่เซียวแวบหนึ่งแล้วกวักมือเรียก"แก...มานี่มาช่วยพยุงข้าไปพักที่ห้องหน่อย"
ก่อนที่หลี่เซียวจะทันได้ตอบสนองหวังซิงก็ก้าวพรวดเข้าไปข้างหน้า"นายท่านท่านดูจะเมานิดหน่อยนะครับให้ผมพยุงท่านขึ้นไปพักชั้นบนเถอะครับ"
หลี่เซียวเพ่งมองดูคุณพระช่วยหวังซิงปลดกระดุมคอเสื้อออกตอนไหนไม่รู้เผยให้เห็นเส้นเลือดที่คออย่างชัดเจนราวกับจะเห็นเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดแดง
ไม่ว่าจะเป็นจินตนาการไปเองหรือไม่หลี่เซียวก็ได้กลิ่น...กลิ่นคาวเลือดจางๆ
แวมไพร์ชายที่ถูกพยุงเปิดปากออกเผยให้เห็นเขี้ยวสี่ซี่ที่ยาวออกมาเขาโน้มศีรษะลงไปที่ลำคอของหวังซิงแล้วสูดดม"ดี...ดีมาก...แกก็ได้"
เมื่อมองดูแผ่นหลังของทั้งคู่ที่เดินจากไปในที่สุดหลี่เซียวก็เข้าใจแผนการของหวังซิง
หลี่เซียวพยักหน้าพลางลูบคางแล้วพึมพำ"มิน่าล่ะหมอนี่ถึงคิดว่าผมมีอะไรกับพ่อบ้านที่แท้การเป็นคนเฝ้าประตูก็เป็นงานที่ทำเงินได้ดีนี่เองแวมไพร์ขี้เมาพวกนี้ก็เหมือนสาวเมาในชาติก่อนของผมเลย...สามารถทำอะไรๆได้ตอนที่กำลังเบลออยู่
แน่นอนว่าการทำแบบนั้นกับผู้หญิงในชาติก่อนมันผิดกฎหมายมีโทษปรับและจำคุกอย่างน้อยสามปี
อย่างไรก็ตามกฎหมายในชาติก่อนของผมไม่ได้คุ้มครองพวกแวมไพร์ต่างโลก"
เมื่อเข้าใจจุดนี้แล้วสมองของหลี่เซียวก็เริ่มทำงาน
แวมไพร์มีสองวิธีในการเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นแวมไพร์นั่นคือ'การโอบกอด'และ'การดัดแปลง'
เฉพาะสายเลือดบริสุทธิ์เท่านั้นที่สามารถใช้วิธีการโอบกอดได้ทว่าด้วยความขาดแคลนของพวกสายเลือดบริสุทธิ์จึงมีคนน้อยมากที่จะได้เป็นแวมไพร์ด้วยวิธีนี้
แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือการเป็นแวมไพร์ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามจะส่งผลให้กลายเป็นลูกผสม
คนส่วนใหญ่กลายเป็นแวมไพร์ด้วยวิธีการดัดแปลง
แวมไพร์ที่ถูกดัดแปลงจะมีศักยภาพและพละกำลังน้อยกว่าพวกที่ผ่านการโอบกอดอย่างไรก็ตามความสัมพันธ์แบบข้ารับใช้ระหว่างแวมไพร์เหล่านี้กับแวมไพร์ผู้เปลี่ยนพวกเขานั้นอ่อนแอมาก
ไม่มีสถานการณ์ที่แวมไพร์จะตายตามเจ้านายไป
เมื่อเทียบกับการโอบกอดการดัดแปลงนั้นง่ายกว่ามากในระหว่างกระบวนการดื่มเลือดแวมไพร์จะแบ่งเลือดของตัวเองส่วนหนึ่งฉีดเข้าไปในร่างกายของเป้าหมาย
การดัดแปลงสามารถเกิดขึ้นได้แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
เมื่อเข้าใจเรื่องนี้แล้วหลี่เซียวก็รู้สึกอยากจะลองดูบ้าง
แต่ก่อนที่เขาจะได้ดีใจกับความคิดที่ว่าไม่มีคู่แข่งคนรับใช้คนอื่นก็ก้าวเข้ามาแทนที่
“...”
หลี่เซียวจ้องมองเพื่อนร่วมงานคนใหม่อย่างว่างเปล่าซึ่งเข้ามาเสียบตำแหน่งที่หวังซิงเพิ่งลุกไป
“ให้ตายเถอะ...มิน่าล่ะถึงได้ไม่เลือกหน้าพุ่งเข้าใส่แวมไพร์ชายทุกคนที่เจอที่แท้มันก็มีการแข่งขันกันนี่เอง”
หลี่เซียวรู้สึกผิดหวังชั่วครู่จากนั้นเขาก็ตั้งสติและพยายามฝืนยิ้มหันไปหาคนรับใช้คนใหม่
คนรับใช้คนนั้นส่งยิ้มตอบกลับอย่างมีมารยาทแต่ดวงตาของเขาเผยให้เห็นถึงความตั้งใจเขาน่าจะไม่มีการออมมือให้แน่นอน…