เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

29 - ล้มป่วย

29 - ล้มป่วย

29 - ล้มป่วย


29 - ล้มป่วย

เมื่อเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนก่อนจะถึงการคัดเลือกนักรบแห่งอาณาจักรเทพไท่อา บรรดาชายฉกรรจ์ที่กลั่นกระดูกร้างร่วมกับอี้อวิ๋นก็ล้มป่วยลง

แม้ว่าอี้อวิ๋นจะพยายามดูดซับพลังงานสีน้ำเงินที่มีพิษเหล่านั้นอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ท้ายที่สุดก็ยังมีจุดแสงพลังงานจำนวนไม่น้อยแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของคนเหล่านี้ ทำให้พวกเขาเป็นโรคที่เรียกกันว่า "ไข้หวัด"

หลังจากคนแรกป่วยลง อี้อวิ๋นก็ "ป่วย" ตามไปติดๆ ทั้งยัง "ป่วย" หนักหนายิ่งนัก

อี้อวิ๋นไม่อาจมาเคี่ยวกลั่นกระดูกร้างได้ ตามที่เจียงเสี่ยวโหรวกล่าว อี้อวิ๋นมีอาการถ่ายท้องและอาเจียน ใบหน้าซีดเผือด ร่างกายอ่อนแอถึงขีดสุดจนไม่อาจลุกจากเตียงได้ ดังนั้นการลางานจึงต้องให้เจียงเสี่ยวโหรวมาดำเนินการแทน

จ้าวเถี่ยจู้แคะหูพลางฟังคำบอกเล่าของเจียงเสี่ยวโหรว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "โอ้โห ทั้งถ่ายทั้งอ้วกเลยหรือ? หน้าซีดด้วยรึ? ร่างกายอ่อนแอสินะ? จุ๊ๆๆ ชีวิตเขาไม่ใช่หนังเหนียวหรอกหรือ? ไฉนคราวนี้ถึงขั้นลุกจากเตียงไม่ได้เสียแล้ว?"

น้ำเสียงของจ้าวเถี่ยจู้ฟังดูประชดประชัน ใบหน้าของเจียงเสี่ยวโหรวเย็นชาลง ดูราวกับโกรธจัด ทว่าในความเป็นจริง นางเพียงแค่แสร้งทำเท่านั้น นางย่อมรู้ดีว่าอี้อวิ๋นไม่ได้เป็นอันใดเลย เพียงแค่แสร้งป่วยเท่านั้น

"เดิมทีน้องชายของเจ้าก็เป็นแค่คนขี้ขลาด อันที่จริงตายไปเสียก็สิ้นเรื่อง แต่ใครจะไปรู้ว่าคุณชายเหลียนมีใจเมตตา คุณชายเหลียนได้ประทานยาทิพย์ลงมาให้แล้ว!"

จ้าวเถี่ยจู้กล่าวพลางหยิบเม็ดยาสีแดงสดออกมาจากด้านหลังอย่างไม่เต็มใจ

ตามความคิดของจ้าวเถี่ยจู้ เขาไม่อยากมอบยาทิพย์ให้อี้อวิ๋นเลยแม้แต่น้อย เขาอยากให้อี้อวิ๋นป่วยตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่จ้าวเถี่ยจู้ไม่รู้ว่าไฉนเหลียนเฉิงอวี้จึงให้ความสำคัญกับอี้อวิ๋นถึงเพียงนี้ ถึงกับกำชับเขาเป็นพิเศษว่าต้องมอบยาทิพย์ให้อี้อวิ๋นหนึ่งเม็ด และต้องยืนยันว่าเขาได้กินมันเข้าไปแล้วด้วย

หรือว่าคุณชายเหลียนจะชื่นชมเจ้าเด็กคนนี้จริงๆ?

เมื่อคิดถึงตรงนี้ จ้าวเถี่ยจู้ก็รู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง

"คุณชายเหลียนช่างเป็นคนดีนัก!"

"คุณชายเหลียนช่างมีเมตตาเหลือเกิน!"

ในยามนี้ เนื่องจากเหล่าชายฉกรรจ์ที่เคี่ยวกลั่นกระดูกร้างทยอยล้มป่วยลง ผู้คนมากมายจึงมารวมตัวกันเพื่อรับยา เมื่อเห็นจ้าวเถี่ยจู้นำยาทิพย์ในตำนานที่กล่าวกันว่าสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนได้ออกมาเตรียมจะมอบให้อี้อวิ๋น พวกเขาจึงพากันกล่าวเยินยอเหลียนเฉิงอวี้ทันที

ก่อนหน้านี้คนเหล่านี้ยังกังวลว่าเหลียนเฉิงอวี้จะไม่เหลียวแลพวกเขา แต่เมื่อเห็นว่าแม้แต่อี้อวิ๋นเจ้าเด็กอ่อนแอนั่นยังมียา เหล่าบุรุษร่างกายกำยำในครอบครัวของพวกเขาก็คงจะมียาด้วยเช่นกัน

โดยเฉพาะเมื่อเห็นจ้าวเถี่ยจู้ถือห่อผ้าที่ดูพองโตในมืออีกข้าง ซึ่งดูเหมือนจะบรรจุเนื้อเค็มไว้ ผู้คนเหล่านั้นก็ยิ่งตื่นเต้น จนสถานการณ์เริ่มจะควบคุมไม่อยู่

"ท่านจ้าว คนในบ้านของข้าก็ป่วยนะขอรับ!"

"ท่านจ้าว พ่อของลูกข้าป่วยหนักกว่าอีกนะเจ้าคะ อาเจียนมาสามวันแล้ว!"

กลุ่มคนพากันรุมล้อม หวังเพียงจะได้รับยาทิพย์สักเม็ดและเนื้อเค็มสักชิ้น สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวัง แทบจะก้มกราบจ้าวเถี่ยจู้อยู่แล้ว

จ้าวเถี่ยจู้รู้สึกอิ่มเอมใจกับการถูกผู้คนห้อมล้อมประจบประแจงเช่นนี้ ต้องบอกว่าคุณชายเหลียนช่างใจอ่อนนัก ยาทิพย์ล้ำค่าเช่นนี้รวมถึงเนื้อเค็มเหล่านี้ กลับมอบให้พวกไพร่เหล่านี้ช่างสิ้นเปลืองเสียจริง!

เดิมทีจ้าวเถี่ยจู้อยากจะลอบกินยาทิพย์สักเม็ด แต่ถูกเหลียนเฉิงอวี้เตือนไว้ก่อน จึงต้องล้มเลิกความคิด โดยเฉพาะเมื่อต้องมอบยาทิพย์นี้ให้แก่อี้อวิ๋นเจ้าเด็กวานรนั่น ยิ่งทำให้จ้าวเถี่ยจู้รู้สึกไม่สบอารมณ์

"หนวกหูจริง! ใครที่ป่วยจริงย่อมมีส่วนกันทุกคน!"

จ้าวเถี่ยจู้เปิดห่อผ้า ตรวจนับจำนวนคน แล้วแจกจ่ายยาและเนื้อเค็มลงไป

ทุกคนที่ได้รับยาทิพย์และเนื้อเค็มต่างพากันขอบพระคุณไม่ขาดปาก "ขอบคุณท่านจ้าว! ขอบคุณท่านจ้าว!"

"จะขอบคุณข้าทำไม ต้องขอบคุณคุณชายเหลียนสิ คุณชายเหลียนจะจดจำความดีที่พวกเจ้ามีต่อเผ่า ขอเพียงพวกเจ้าตั้งใจเคี่ยวกลั่นกระดูกร้าง ทำหน้าที่ของตนให้ดี คุณชายเหลียนและเผ่าจะไม่ทอดทิ้งพวกเจ้าแน่นอน"

จ้าวเถี่ยจู้กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ ราวกับว่าตนเองเป็นตัวแทนระดับสูงของเผ่าเหลียน ในชั่วขณะนั้นเขาถึงกับรู้สึกไปเองว่าเขาคือผู้นำระดับสูงของเผ่าเหลียนเสียแล้ว

"ขอรับๆ ขอบคุณคุณชายเหลียน" ผู้คนที่ทุกข์ยากบางส่วนคุกเข่าลง โขกศีรษะไปทางทิศของจวนผู้อาวุโสของตระกูล

จ้าวเถี่ยจู้พอใจกับผลลัพธ์เช่นนี้มาก เขาแจกเนื้อเค็มและยาทิพย์ไปจนเกือบหมด เหลืออยู่เพียงสองชิ้น ชิ้นหนึ่งใหญ่ที่สุด อีกชิ้นหนึ่งเล็กที่สุด

เนื้อเค็มชิ้นใหญ่ที่สุดนั้น จ้าวเถี่ยจู้เก็บไว้ให้ตนเอง เมื่อตอนที่เหลียนเฉิงอวี้สั่งให้เขาแจกเนื้อเค็ม เขาได้เลือกชิ้นที่ใหญ่ที่สุดนี้ไว้

เนื้อเค็มมีจำนวนจำกัด หากหายไปชิ้นหนึ่งจะทำอย่างไร? นั่นง่ายมาก เพียงแค่ตัดชิ้นเล็กๆ ออกมาจากเนื้อเค็มชิ้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองเท่านั้น

แน่นอนว่าชิ้นเล็กๆ ที่ตัดออกมานี้ย่อมเป็นเนื้อเค็มที่ชิ้นเล็กที่สุดในบรรดาทั้งหมด เขาจึงมอบเนื้อเค็มชิ้นที่เล็กที่สุดนี้ให้แก่เจียงเสี่ยวโหรว

"นี่ส่วนของเจ้า"

จ้าวเถี่ยจู้กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"เจ้า..."

เจียงเสี่ยวโหรวเห็นเนื้อเค็มของตนชิ้นเล็กเพียงนี้ ก็นางรู้ดีว่าจ้าวเถี่ยจู้จงใจกลั่นแกล้งนาง นางรู้สึกโกรธเคืองยิ่งนัก แต่ก็รู้ว่าโต้เถียงไปก็ไร้ประโยชน์ จึงเก็บเนื้อเค็มนั้นไว้

อวิ๋นเอ๋อไม่ได้กินเนื้อมานานมากแล้วจริงๆ

"น้องชายของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?" จ้าวเถี่ยจู้ซุกเนื้อเค็มชิ้นใหญ่ที่สุดไว้ในอกเสื้อ พลางถามด้วยท่าทีเกียจคร้าน

"เมื่อครู่ก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรือ!" เจียงเสี่ยวโหรวตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์

"เหอะๆ ข้าจะตามไปดูเสียหน่อย ใครสั่งให้ข้าใจดีและเป็นห่วงราษฎรเช่นนี้เล่า" จ้าวเถี่ยจู้แยกแยะตนเองออกจากชาวบ้านทั่วไปอย่างแนบเนียน โดยเรียกอี้อวิ๋นว่า "ราษฎร" ด้วยน้ำเสียงที่น่ารำคาญยิ่งนัก

ส่วนเหตุผลที่เขาต้องไปดูอี้อวิ๋นนั้น ย่อมเป็นเพราะคำสั่งกำชับจากเหลียนเฉิงอวี้ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่เสียเวลาไป จ้าวเถี่ยจู้ไม่เข้าใจว่าไฉนเหลียนเฉิงอวี้ถึงต้องใส่ใจเจ้าเด็กวานรนี่นัก

อันที่จริงเหลียนเฉิงอวี้เพียงแค่สั่งกำชับจ้าวเถี่ยจู้ไปตามเรื่อง ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก ใจของเขาสูงส่งเทียมฟ้า ปรารถนาจะเป็นใหญ่เหนือผู้คน เสวยสุขในความมั่งคั่งไม่รู้จบ แล้วจะมาสนใจตัวตนเล็กๆ อย่างอี้อวิ๋นได้อย่างไร?

เขาเพียงแต่แปลกใจว่า ไฉนอี้อวิ๋นจึงไม่ตายเสียทีทั้งที่ผ่านเหตุการณ์อันตรายมาหลายครั้ง

ครั้งแรกเขาตกหน้าผาขณะเก็บยา ร่างถูกฝังอยู่ในหลุมศพแล้วแท้ๆ แต่เขายังสามารถคลานออกมาได้

ครั้งที่สองเขาแอบลงมือเอง ส่งพลังหยวนทำลายชีวิตเข้าไปในร่างกายของอี้อวิ๋น กลับไม่ตามสามารถดับสิ้นลมหายใจของอี้อวิ๋นได้

ครั้งนี้ในการเคี่ยวกลั่นกระดูกร้าง พิษเย็นที่แฝงอยู่ในกระดูกร้าง ผสมกับพิษของยาสลายโลหิต เหลียนเฉิงอวี้อยากจะรู้นักว่า คราวนี้อี้อวิ๋นจะยังรอดตายได้อีกหรือไม่?

ในสายตาของเหลียนเฉิงอวี้ อี้อวิ๋นเป็นเสมือนแมลงสาบ แมลงสาบนั้นอ่อนแอแต่มีชีวิตที่ทนทานยิ่งนัก แม้จะถูกเหยียบจนแบน อวัยวะภายในทะลักออกมาจนสิ้นความสามารถในการเคลื่อนไหว แต่มันก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องกินน้ำหรืออาหารเป็นวันหรือสองวัน

อี้อวิ๋นดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น พลังอ่อนแอจนมองข้ามได้ แต่กลับรอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่า

"ปัง!"

ประตูรั้วถูกเตะเปิดออก เสียงใสที่เจือความโกรธของเจียงเสี่ยวโหรวดังขึ้น "เจ้าจะทำอะไร!!"

"ฮ่าๆ มาดูน้องชายของเจ้าไง"

จ้าวเถี่ยจู้เดินวางท่าเข้ามา แล้วเห็นอี้อวิ๋นนอนอยู่บนเตียงในทันที

………..

จบบทที่ 29 - ล้มป่วย

คัดลอกลิงก์แล้ว