เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

7 - กระดูกร้าง

7 - กระดูกร้าง

7 - กระดูกร้าง


7 - กระดูกร้าง

"หนาวเหลือเกิน"

ผู้คนโดยรอบต่างพากันสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้ เห็นเพียงหมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งออกมาจากหีบไม้ เมื่อหมอกสีขาวจางลง ในที่สุดผู้คนก็มองเห็นสิ่งที่ทอดวางอยู่ในหีบไม้ชัดเจน มันคือท่อนกระดูกขนาดใหญ่และมันวาว

ไอเย็นที่กัดกินเข้าถึงกระดูกนั้นแผ่ออกมาจากท่อนกระดูกนี้นี่เอง!

"นี่คือสิ่งใดกัน?"

ผู้คนต่างพากันตกตะลึง พวกเขาเคยเห็นของแปลกประหลาดเช่นนี้ที่ไหนกัน แม้จะไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร แต่สัญชาตญาณกลับบอกว่า นี่ส่วนใหญ่น่าจะเป็นสมบัติล้ำค่าที่ไม่ธรรมดาเป็นแน่

"นี่คือกระดูกร้าง!" เหลียนเฉิงอวี้มองกระดูกขนาดใหญ่ท่อนนี้ พลางเผยสีหน้าพึงพอใจออกมา "อักขระแสงที่พวกเจ้าเห็นก่อนหน้านี้ ก็เพื่อผนึกไอเย็นของกระดูกร้างชิ้นนี้เอาไว้"

"กระดูกร้าง? นี่คือกระดูกร้างหรือ?"

ท่ามกลางฝูงชน คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินชื่อกระดูกร้างมาก่อน แต่อี้อวิ๋นเคยฟังเจียงเสี่ยวโหรวพรรณนาไว้อย่างละเอียด

ในดินแดนรกร้างอันกว้างใหญ่ของโลกใบนี้มีสัตว์ร้างที่แข็งแกร่ง สัตว์ร้างแต่ละตัวสามารถทำลายล้างชนเผ่าเล็กๆ อย่างเช่นชนเผ่าเหลียนได้อย่างง่ายดาย

สัตว์ร้างนั้นน่ากลัว ทว่าทั่วทั้งตัวกลับล้วนเป็นสมบัติ

เนื้อสัตว์ร้างเป็นยาบำรุงชั้นยอด ทว่าปริมาณการกินของมนุษย์นั้นมีจำกัด สัตว์ร้างขนาดยักษ์ตัวโตราวกับภูเขาเลูกย่อมๆ ต่อให้คนผู้หนึ่งจะกินจนท้องแตกตาย จะกินได้สักเท่าไรกัน?

แต่ยังโชคดีที่แก่นแท้ส่วนใหญ่ของสัตว์ร้างจะไปรวมตัวกันอยู่ที่กระดูก และสามารถใช้เคล็ดลับวิชาสกัดออกมาจนเหลือเพียงชิ้นเล็กๆ ได้

กระดูกของสัตว์ร้างเช่นนี้แหละ ถึงจะเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดบนตัวของสัตว์ร้าง!

กระดูกร้างในหีบไม้ตรงหน้านี้ ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของกระดูกซี่โครงสัตว์ร้าง แม้จะเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ ของสัตว์ร้างทั้งตัว แต่มันก็ล้ำค่ายิ่งนัก!

"สาเหตุที่วันนี้เสบียงมีน้อย ก็เป็นเพราะในขณะที่แลกเสบียงนั้น อาวุธจำนวนมากถูกนำไปแลกกระดูกร้างชิ้นนี้มา! ความจริงการจะแลกมันมาได้ ลำพังเพียงลูกธนูและเกราะอ่อนที่พวกเจ้าทำนั้นยังไม่เพียงพอ ที่แลกกระดูกร้างชิ้นนี้มาได้ เป็นเพราะเมื่อครั้งข้าออกไปฝึกฝนหาประสบการณ์ในวัยเยาว์ เคยพบเศษคัมภีร์เคล็ดวิชาที่นับว่าไม่เลวเล่มหนึ่ง เมื่อนำทุกอย่างมารวมกัน ถึงพอจะแลกมันออกมาได้!"

ในขณะที่เหลียนเฉิงอวี้กำลังพูด ชายชราท่าทางเหมือนราชเลขาที่อยู่ข้างกายเขาก็ได้บอกกล่าวถึงสรรพคุณและความล้ำค่าของกระดูกร้างให้ทุกคนได้รับรู้แล้ว

ราชเลขาผู้นั้นพูดจาได้เห็นภาพพจน์ยิ่งนัก ทว่าเมื่อทุกคนได้ฟังกลับยากที่จะยอมรับได้

กระดูกร้างนี้จะเก่งกาจเพียงใด แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขาเล่า?

ต่อให้เป็นคนที่โง่เขลาเพียงใดก็ย่อมรู้ดีว่า ต่อให้สกัดแก่นแท้ออกมาจากกระดูกร้างนี้ได้ ก็ไม่มีทางเอามาให้พวกเขากินแน่นอน

"ข้ารู้ว่าพวกเจ้าคิดอะไรอยู่ พวกเจ้ากังวลถึงชีวิตในภายภาคหน้า กังวลว่าจะอดตาย ข้าเข้าใจความลำบากของทุกคน แต่พวกเจ้าลองคิดดูเถิด วันเวลาเช่นนี้เมื่อไรจะสิ้นสุดลงเสียที! ชนเผ่าเล็กๆ บนดินแดนรกร้างแห่งนี้มีมากมายดุจเม็ดทรายในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ พวกเขาไม่มีกำลังในการปกป้องตนเอง พร้อมจะถูกทำลายล้างได้ทุกเมื่อ!"

"ชนเผ่าเหลียนของเรา ก็เป็นหนึ่งในนั้น!"

"พวกเจ้าอยากจะใช้ชีวิตที่เช้าไม่รู้อนาคตเช่นนี้ไปตลอดกาลหรือ? ต้องคอยกังวลว่ามื้อต่อไปจะมีกินหรือไม่ กังวลว่ายามนอนหลับตอนกลางคืนจะถูกสัตว์ป่ากัดตายหรือเปล่า!"

"ชีวิตเช่นนี้ พวกเจ้าต้องการหรือ?"

คำพูดของเหลียนเฉิงอวี้มีพลังปลุกใจอย่างยิ่ง สมาชิกชนเผ่าหลายคนอดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น ในใจพลันเกิดความรู้สึกฮึดสู้ขึ้นมา! ชีวิตเช่นนี้ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนจะพังทลาย สิ่งใดคือขุมนรก นี่แหละคือขุมนรก!

"ข้าทนไม่ไหวแล้ว!" ท่ามกลางฝูงชน มีคนตะโกนคำรามออกมา

"ดีมาก! ข้าเองก็ไม่อยากมีชีวิตเช่นนี้! ตอนนี้มีโอกาสหนึ่ง ในอีกสามเดือนข้างหน้า มหาอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ—อาณาจักรเทพไท่อา จะทำการคัดเลือกคนรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งเป็นวงกว้างในพื้นที่ภายใต้การปกครอง! หากสามารถผ่านการคัดเลือกแต่ละระดับของอาณาจักรเทพไท่อาไปได้ ก็จะได้เป็นนักรบแห่งอาณาจักรเทพไท่อา!"

"นี่คือเกียรติยศสูงสุด และยังเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่จากสวรรค์!"

เมื่อเหลียนเฉิงอวี้พูดถึงตรงนี้ ดวงตาของเขาดูเหมือนจะมีเปลวเพลิงที่แผดเผาลุกโชนขึ้นมา!

อี้อวิ๋นเข้าใจแววตาเช่นนี้ดี นี่คือความปรารถนาอย่างแรงกล้าและความทะเยอทะยานที่พองโต!

เหลียนเฉิงอวี้เป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน เขาไม่ต้องการถูกกักขังอยู่ในชนเผ่าเหลียนเล็กๆ แห่งนี้ไปตลอดชีวิต เขาต้องการออกไป ออกไปจากดินแดนรกร้าง เพื่อเป็นผู้ที่อยู่เหนือผู้อื่น!

"ไม่น่าเล่า ครั้งนี้เขาถึงยอมให้สมาชิกชนเผ่าจำนวนมากอดตาย เพื่อจะแลกกระดูกร้างชิ้นนี้มาให้ได้โดยไม่สนสิ่งใด... ที่แท้เขาก็ต้องการจะไปให้ทันการทดสอบของอาณาจักรเทพในอีกสามเดือนข้างหน้านี่เอง!"

ในใจของอี้อวิ๋นพลันกระจ่างแจ้ง ตามความคิดเดิมของอี้อวิ๋นนั้น เหลียนเฉิงอวี้สามารถค่อยเป็นค่อยไปได้ โดยการยักยอกเสบียงทีละนิดจากการแลกเปลี่ยนในแต่ละครั้ง แล้วค่อยๆ สะสมเสบียงเพื่อนำไปแลกกระดูกร้างชิ้นนี้มา

แต่ตอนนี้เขาใช้วิธีเชือดไก่เอาไข่เช่นนี้ คงหมายความว่า ในเร็วๆ นี้ ด้วยการพึ่งพากระดูกร้างชิ้นนี้ พละกำลังของเขาจวนจะก้าวกระโดดครั้งใหญ่แล้ว!

และคำพูดของเหลียนเฉิงอวี้ ก็พิสูจน์ข้อสันนิษฐานของอี้อวิ๋นทันที

"ข้า เหลียนเฉิงอวี้! เกิดในชนเผ่าเหลียน เติบโตในชนเผ่าเหลียน ข้าเป็นบุตรของชนเผ่าเหลียน ข้ายินดีทุ่มเททุกสิ่งเพื่อชนเผ่าเหลียน! โชคดีนักที่มีกระดูกร้างชิ้นนี้ ข้าจะสามารถบรรลุเป็นนักรบโลหิตม่วงได้ภายในสามเดือน! หลังจากเป็นนักรบโลหิตม่วงแล้ว ข้าจะผ่านการทดสอบของอาณาจักรเทพไท่อาได้อย่างง่ายดาย และได้เป็นนักรบอาณาจักรเทพ!"

"และเมื่อถึงเวลานั้น ข้าเพียงคนเดียวก็สามารถคุ้มครองชนเผ่าเหลียนได้ เพราะหลังจากเป็นนักรบอาณาจักรเทพแล้ว ข้าสามารถพาชนเผ่าเหลียนย้ายไปอยู่ในเมืองของอาณาจักรเทพไท่อาได้ หรือแม้แต่ในภายภาคหน้าหากข้าสร้างผลงานยิ่งใหญ่ ยังสามารถสร้างเมืองเป็นของตนเองได้อีกด้วย!! เมื่อถึงเวลานั้น ทุกคนย่อมสามารถเข้าไปอาศัยอยู่ในเมืองของข้าอย่างสงบสุขและอิ่มหนำสำราญ หากข้าสร้างเมือง พวกเจ้าทุกคนล้วนเป็นผู้อาวุโสรุ่นก่อตั้ง ฐานะย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน!"

"สามเดือน! ใช่แล้ว พวกเจ้าเพียงแค่อดทนอีกสามเดือนก็เพียงพอแล้ว เมื่อวันทดสอบผ่านพ้นไป ข้ารับรองว่าพวกเจ้าจะมีกินมีใช้ไม่อดอยาก! วันนี้ สิ่งที่พวกเจ้าสมาชิกชนเผ่ารัดเข็มขัดมอบให้แก่ข้า ข้าจะตอบแทนคืนเป็นร้อยเท่า พันเท่า!"

คำพูดของเหลียนเฉิงอวี้มีแรงดึงดูดใจอย่างยิ่ง ชาวบ้านผู้ยากไร้ที่ซื่อบริสุทธิ์มีหรือจะมองเห็นความทะเยอทะยานของเหลียนเฉิงอวี้ พวกเขาต่างลุ่มหลงอยู่ในอนาคตอันสวยงามที่เหลียนเฉิงอวี้วาดฝันไว้ ในใจเต็มไปด้วยความปรารถนา

สามเดือน เพียงแค่อดทนสามเดือน พวกเขาก็จะได้เข้าไปอยู่ในเมืองแล้วหรือ?

นี่เป็นเรื่องจริงหรือ?

"เจ้านี่ ถ้าอยู่บนโลกมนุษย์คงไปเป็นนักการเมืองได้เลย"

อี้อวิ๋นแอบค่อนขแคะอยู่ในใจ มาถึงตอนนี้เขารู้ดีแก่ใจว่า จะไม่มีใครสงสัยเรื่องที่แบ่งเสบียงน้อยเกินไปในครั้งนี้อีกแล้ว ภาพลวงตาที่เหลียนเฉิงอวี้ถักทอขึ้นมาจะทำให้ทุกคนหุบปาก หากใครยังคงสงสัยต่อไป ไม่ต้องถึงมือเหลียนเฉิงอวี้หรอก คนรอบข้างก็คงจะกระโดดออกมาจัดการเขาเองแล้ว

นี่คือความอับจนหนทางของยุคสมัยที่แร้นแค้น ชีวิตคนในที่แห่งนี้ไร้ค่าประดุจต้นหญ้า เสบียงเพียงหนึ่งกระสอบก็แลกได้หลายชีวิตแล้ว และความหวังอันสวยงามที่เหลียนเฉิงอวี้ถักทอขึ้นมา การที่จะมีคนตายเพื่อมันมากขึ้นไปอีกย่อมเป็นเรื่องปกติยิ่งนัก

คนในที่แห่งนี้เป็นเพราะใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและกดดันเกินไป ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการความหวัง ต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่จะช่วยให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แม้ความหวังนั้นจะเลือนลางเพียงใด แต่พวกเขาก็ยินดีที่จะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง หากใครกล้ายืนกรานบอกว่าเป็นเรื่องโกหก คนผู้นั้นอาจจะถูกกลุ่มคนที่สิ้นหวังเหล่านั้นรุมทุบตีจนตายก็เป็นได้

เมื่อเห็นว่าผู้คนยังดูสับสนอยู่บ้าง สมุนรับใช้ที่ดูฉลาดหลักแหลมคนหนึ่งก็พลันกระโดดขึ้นมาตะโกนว่า "คุณชายเหลียนเฉิงอวี้จงเจริญ!"

ผู้คนที่ทนทุกข์และกินไม่อิ่มท้องมาตลอดสามมื้อนั้นถูกปลุกปั่นได้ง่าย ความจริงแล้วสำหรับหลายๆ คนในหมู่พวกเขานั้น เพื่อให้เผ่าพันธุ์ดำรงอยู่ต่อไปได้ เพื่อให้ลูกหลานของพวกเขามีกินมีใช้ แม้ต้องตายพวกเขาก็ยินดี

"คุณชายเหลียนเฉิงอวี้จงเจริญ..."

มีคนเพียงไม่กี่คนตะโกนตามเบาๆ ให้ความรู้สึกเหมือนคนไม่ได้กินข้าวอิ่ม

แต่เมื่อมีคนเริ่มตะโกนแล้ว คนที่ตะโกนตามก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังมีอีกหลายคนที่กังวลเรื่องเสบียงของวันพรุ่งนี้ แต่ก็ได้แต่ต้องไหลตามน้ำไป

นี่คือความเศร้าโศกของผู้อ่อนแอ พวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือก

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของชาวบ้าน เหลียนเฉิงอวี้ก็รู้สึกพอใจยิ่งนัก

นี่คือสิ่งที่เขาต้องการ ชนเผ่าเหลียนจะเป็นบันไดให้เขาเหยียบขึ้นไป เขาจะเหยียบก้อนหินก้อนนี้ เพื่อสร้างตำนานของตนเอง!

"เฉิงอวี้ ทำได้ไม่เลว"

ชายชราชุดเหลืองเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังเหลียนเฉิงอวี้แล้วกล่าวขึ้น

"ท่านปู่ใหญ่ไม่ต้องชมข้าหรอก นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร หากไม่สามารถกระตุ้นอารมณ์ของพวกชาวบ้านเหล่านี้ได้ เรื่องหลังจากนี้ก็คงทำต่อไปไม่ได้ การจะหลอมกระดูกชิ้นนี้ จะต้องมีคนตายไม่น้อยเลยทีเดียว"

"อืม..." ชายชราชุดเหลืองทอดถอนใจเบาๆ ในใจ เขารู้อยู่แล้วว่าการหลอมกระดูกจะมีคนตาย ทว่าต่อให้ต้องตายอีกกี่คน โอกาสนี้ก็ไม่อาจละทิ้งได้

"ความสำเร็จของแม่ทัพผู้หนึ่งแลกมาด้วยหมื่นซากศพ ท่านปู่ใหญ่ เหตุใดต้องทอดถอนใจยาวเช่นนั้น คนเหล่านี้สามารถตายเพื่อชนเผ่าได้ ชนเผ่าก็จะจดจำพวกเขาเอง และอีกอย่าง... เมื่อคนตายไปบ้าง เสบียงที่เหลืออยู่ก็จะมากขึ้น ด้วยเหตุนี้การจะประคองให้ถึงสามเดือนก็จะไม่เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อย"

เหลียนเฉิงอวี้กล่าวออกมาอย่างราบเรียบ ในใจของเขาไม่นำพาต่อการเสียสละเหล่านี้เลยแม้แต่นิดเดียว ทั่วทั้งดินแดนรกร้างในแต่ละวันมีคนตายไปตั้งเท่าไร?

ตายมดปลวกไปบ้าง เพื่อสร้างวีรบุรุษขึ้นมาหนึ่งคน ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว เพราะวีรบุรุษหนึ่งคนสามารถช่วยชีวิตมดปลวกได้มากกว่านี้

ยิ่งไปกว่านั้น วีรบุรุษผู้นั้นยังเป็นตัวเขาเองอีกด้วย!

คำพูดของเหลียนเฉิงอวี้ นอกจากชายชราชุดเหลืองแล้ว ก็ไม่มีใครคนที่สองได้ยินอีกเลย

"อวิ๋นเอ๋อ เจ้าเป็นอะไรไป?" เจียงเสี่ยวโหรวสังเกตเห็นอี้อวิ๋นที่อยู่ข้างกายมีท่าทีใจลอย จึงอดไม่ได้ที่จะสะกิดเขา "เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่?"

"เปล่า..."

อี้อวิ๋นส่ายหน้า เมื่อครู่เขาใจลอยไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะการปราศรัยของเหลียนเฉิงอวี้ และไม่ใช่การทอดถอนใจต่อชะตากรรมที่ยากลำบากของชาวบ้านชนเผ่าเหลียน แต่เป็นเพราะเมื่อครู่อยู่ๆ ก็มีจุดแสงที่เลือนลางไม่กี่จุดบินตรงมา ราวกับหิ่งห้อยในยามค่ำคืน

จุดแสงเหล่านี้บินเข้าสู่หน้าอกของเขาแล้วหายลับไป

จากนั้น ความรู้สึกเย็นสบายจากผลึกม่วงก็แผ่ซ่านออกมา ชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

เห็นได้ชัดว่า จุดแสงเหล่านี้ล้วนถูกผลึกม่วงดูดซับไปแล้ว เหมือนกับที่ผลึกม่วงดูดซับแสงดาวในคืนนั้นไม่มีผิด!

และเมื่อมองดูที่มาของจุดแสงเหล่านี้ มันกลับมาจาก...

หัวใจของอี้อวิ๋นพลันกระตุกวูบ คงไม่ใช่หรอกนะ!

---

จบบทที่ 7 - กระดูกร้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว