- หน้าแรก
- เกมเหนือมิติ ทะลวงบั๊กสยบเทพ
- บทที่ 37 - ค่าเล่าเรียน
บทที่ 37 - ค่าเล่าเรียน
บทที่ 37 - ค่าเล่าเรียน
อาหลัวทำเหมือนไม่ได้ยิน เขาเอาแต่จ้องมองโทรศัพท์มือถืออย่างตั้งใจ
ด้วยความอยากรู้ จี้อี้จึงชะโงกหน้าเข้าไปดู
"นี่มันหนังของอาจารย์โอคิตะนี่นา ถ่ายทำได้คลาสสิกมาก ผมชอบนะ แหวะ ... หนัง แหวะ ของเธอน่ะ"
กลิ่นเหม็นเน่าลอยมาเตะจมูกอย่างจัง
จี้อี้แทบจะกลั้นอ้วกไว้ไม่อยู่จนเกือบจะพ่นใส่อาหลัวอยู่แล้ว
ตอนนั้นเองอาหลัวถึงได้เก็บโทรศัพท์แล้วหันมามองจี้อี้
"นายก็รู้จักเธอด้วยเหรอ เธอเป็นแฟนคลับฉันเองแหละ"
" ?"
จี้อี้พยายามกลั้นความอยากจะด่าเอาไว้
สมกับเป็นอาหลัวจริงๆ จะเอาสามัญสำนึกคนปกติมาใช้ด้วยไม่ได้เลย
ดูเหมือนอาหลัวจะไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อ เขาเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋า
"พวกนายสองคนมาทำอะไรที่นี่"
ช้างก้าวออกมายืนข้างหน้า "อาหลัว หมอนี่ชื่อจี้อี้ ต่อไปนี้เขาจะมาเป็นเทรนเนอร์ที่นี่เหมือนกับฉัน"
อาหลัวลุกขึ้นยืนแล้วมองจี้อี้ที่ตัวสูงกว่าเขาเกือบครึ่งหัว
"ผอมแห้งแรงน้อยแบบนี้ ช้าง นี่นายโดนหลอกมาหรือเปล่า หมอนี่ดูตัวเล็กจังนะ"
พูดจบอาหลัวก็ถลกแขนเสื้อขึ้นแล้วเบ่งกล้ามโชว์ไบเซป
" ... "
นี่แกจะบอกว่าไอ้ตัวตลกนี่คือตัวตนที่อันตรายสูงสุดเนี่ยนะ
ถ้าไม่มีดวงตาข้อมูล จี้อี้อาจจะประมาทไอ้บื้อนี่ไปจริงๆ ก็ได้
"เขาเป็นสายวิ่งน่ะ วิ่งเร็วมาก รูปร่างหน้าตาก็พอใช้ได้ ต่อไปจะให้เขาพาพวกสมาชิกผู้หญิงไปคาร์ดิโอ" ช้างช่วยอธิบาย
"อ้อ ได้สิ เข้าใจแล้ว" อาหลัวพยักหน้าแต่สีหน้ากลับดูมืดมนลง
กลิ่นอายความเย็นเยียบแผ่ออกมาจากตัวเขา
[5. ห้ามทำให้อาหลัวรู้สึกว่านายฉลาดหรือเก่งกว่าเขาเด็ดขาด]
วินาทีนี้จี้อี้ถึงได้สัมผัสกับกฎเหล็กข้อห้ามอย่างแท้จริง
ตอนนั้นเองช้างก็รีบเปลี่ยนเรื่องคุย "เทพหลัว เหมือนกล้ามจะใหญ่ขึ้นอีกแล้วนะเนี่ย เปอร์เซ็นต์ไขมันก็ลดลงด้วย ใกล้จะถึง 10% แล้วมั้ง"
กลิ่นอายความเย็นเยียบสลายหายไปทันที
เทพหลัวเลิกเสื้อกล้ามขึ้นมาโชว์พุงกลมๆ ที่ใหญ่เท่าลูกบาสเกตบอล "ใช่ไหมล่ะ ฉันก็รู้สึกว่าไขมันลดลงเหมือนกัน แต่ไม่ถึง 10% หรอก น่าจะสัก 12% หรือ 9% นี่แหละ"
[4. เมื่ออาหลัวมีอารมณ์ไม่มั่นคง ต้องเปลี่ยนเรื่องคุยทันที]
นี่คือสิ่งที่ช้างเพิ่งจะทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
จี้อี้เข้าใจแล้ว
แต่ไม่ทันไรเทพหลัวก็หันกลับมามองจี้อี้อีก
"นายน่ะ ดูผอมไปหน่อยแต่ก็หน้าตาหล่อดี เหมาะจะไปเป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกิน ไม่เหมือนฉันหรอก ฉันมาสายหล่อเถื่อน เข้าใจไหม นายรู้ไหมว่าหล่อเถื่อนคืออะไร"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการแขวะแบบคนปัญญาอ่อนของเทพหลัว
จี้อี้ก็หัวเราะหึๆ "ผู้ชายสไตล์เทพหลัวนี่แหละหล่อของจริง ดูแมนสุดๆ เปอร์เซ็นต์ไขมันก็น้อย กล้ามก็ใหญ่ ผู้หญิงที่ไหนจะไม่ชอบบ้างล่ะ"
พอได้ยินแบบนั้นเทพหลัวก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น
[ระดับความอันตราย: อันตรายสูง]
เป็นครั้งแรกที่ข้อมูลในดวงตาข้อมูลเกิดการเปลี่ยนแปลง
"อ่า นายนี่ก็เป็นคนดีเหมือนกันนะ ต่อไปนี้มาเป็นลูกน้องฉันเถอะ ฉันจะดูแลนายเหมือนเป็นพ่อฉันเลย"
จี้อี้ " ?"
ไม่นานนักจี้อี้กับอาหลัวก็เริ่มสนิทสนมกัน
อาจจะเป็นเพราะผลลัพธ์ของ [ผ้าผูกคอของมาเอดะ มิซากิ] ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง อาหลัวก็เรียกจี้อี้เป็นพี่เป็นน้อง แถมยังใจป้ำสอนสกิลให้จี้อี้ถึงสองอย่าง
[ชื่อไอเทม เทคนิคการขัดข้อต่อ]
[คุณสมบัติการ์ดสกิล สกิลเรียกใช้ ครอบครองถาวร]
[ผลลัพธ์ อาศัยการขยับข้อต่อช่วงสั้นๆ ด้วยความถี่สูงเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อเฉพาะส่วนชั่วคราว ระยะเวลาแสดงผลสามนาที]
[เงื่อนไขการเรียนรู้ ไม่มี]
[หมายเหตุ หนึ่งในท่าไม้ตายที่อาหลัวคิดค้นขึ้นเอง คนธรรมดายากที่จะควบคุมได้]
เป็นสกิลสายเสริมพลัง
ต้องใช้เวลาในการชาร์จพลังระยะหนึ่ง ปกติแล้วมักจะนำมาใช้ในการต่อสู้จริงได้ยาก
แต่ด้วยความเร็วของจี้อี้ สกิลนี้กลับใช้ประโยชน์ได้ดีเกินคาด
[ชื่อไอเทม คาร์โบไฮเดรตข้าวสาร]
[คุณสมบัติการ์ดสกิล สกิลเรียกใช้ ครอบครองถาวร]
[ผลลัพธ์ ฟื้นฟูพละกำลังและพลังชีวิตจำนวนหนึ่งทันที]
[เงื่อนไขการใช้งาน ต้องสูญเสียข้าวสาร 100 กรัม]
[เงื่อนไขการเรียนรู้ ไม่มี]
[หมายเหตุ หนึ่งในท่าไม้ตายที่อาหลัวคิดค้นขึ้นเอง คนธรรมดายากที่จะควบคุมได้]
สกิลสายฟื้นฟูถือว่าเป็นความสามารถที่หายาก
เรียกได้ว่าผลตอบแทนจากการเป็น [ผู้ฝึกหลัว] เริ่มแสดงให้เห็นผลเร็วมาก
ในฐานะบอสประจำดันเจี้ยน อาหลัวมีท่าไม้ตายเยอะจนนับไม่ถ้วน เช่น [ไอศกรีมเตรียมแข่ง] [รับศิษย์แทนศพ] [เสริมพลังกล้ามเนื้อเดลตอยด์สี่แฉก] [เสริมพลังกล้ามเนื้อรอยพับรักแร้ทรงบาสเกตบอล] [วิชาอัญเชิญ รถบรรทุกสามคัน] [ฉันโกรธแล้วนะ] [เสริมพลังยอดแหลม] [คุกเข่าขอโทษ] [วิชาดัดหัวใจ] [หลัวผู้ยอมโอนอ่อน] และอื่นๆ อีกมากมาย
พวกนี้ถือว่าเป็นแค่สกิลพื้นฐานเท่านั้นด้วยซ้ำ
สกิลติดตัวก็มีตั้งแต่ [ต้านทานยา 1] ไปจนถึง [ต้านทานยา 10] รวมไปถึง [เก้ามังกรคุ้มกาย] [เครื่องยนต์จักรพรรดิ] และอีกมากมาย
พวกนี้เป็นสกิลเฉพาะตัวของอาหลัวที่จี้อี้อยากเรียนก็เรียนไม่ได้
ส่วนสกิลเรียกใช้อย่าง [สะท้อนกลับ] [เก้ามังกรลากโลง] [ปราณเก้ามังกร] และอื่นๆ ก็จัดอยู่ในระดับท่าไม้ตายขั้นสุดยอด
เมื่อมองดูรอยพับตรงท้ายทอยของอาหลัว
ดวงตาข้อมูลของจี้อี้ก็ยิ่งแสดงข้อมูลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
"ความแข็งแกร่งน่าจะเทียบเท่าบอสเลเวล 35 สินะ แต่จำนวนสกิลพวกนี้มันเวอร์เกินไปแล้ว ... ดูท่าคงอีกนานเลยกว่าฉันจะสามารถผ่านดันเจี้ยนนี้ด้วยการใช้กำลังต่อสู้ได้"
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น
จู่ๆ อาหลัวก็หันกลับมามองจี้อี้ "นี่น้องชาย ฉันดีกับนายหรือเปล่า ฉันเพิ่งสอนนายไปตั้งสองท่านะ"
จี้อี้ชะงักไป เขารู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆ
"ใช่ครับ สกิลที่เทพหลัวสอนมันมีประโยชน์มากเลย"
"ในเมื่อฉันสอนนายแล้ว ฉันก็คืออาจารย์ของนาย ฉันจะดูแลนายเหมือนเป็นพ่อฉันเลย เพราะงั้นนายต้องจ่ายค่าเล่าเรียนให้ฉันหน่อยสิ"
[จ่ายเงินในเกม 30000 หน่วย เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน]
ตัวเลือกปรากฏขึ้นตรงหน้า
" ?"
จี้อี้ขมวดคิ้ว เรียนแค่สกิลพื้นฐานกิ๊กก๊อกสองท่าถึงกับจะรีดไถเงินตั้งเยอะขนาดนี้เลยเหรอ
เขาลงดันเจี้ยนรอบนึงยังได้เงินไม่ถึงขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ
พอนึกถึงกฎข้อห้ามข้อแรก จี้อี้ก็ไม่กล้าชักช้า เขารีบใช้งาน [คิดเร็ว] ทันที
คิดออกแล้ว
"ได้สิครับเทพหลัว แต่ถ้าผมมีเงินเยอะขนาดนั้น ผมจะมาหางานทำที่นี่ทำไมล่ะครับ สู้ผมเอาของมาให้คุณแทนดีกว่าไหม"
เทพหลัวเริ่มสนใจ "ของอะไรล่ะ ขยะราคาถูกฉันไม่เอานะ"
"เทพหลัวครับ ผมได้ยินพี่ช้างบอกว่าคุณเก่งมาก โดยเฉพาะวิชาเก้ามังกรคุ้มกายนี่คือสุดยอด ฟันแทงไม่เข้า น้ำไฟทำอันตรายไม่ได้ แถมยังกันไวรัสได้ด้วย"
"ฮี่ฮี่" อาหลัวยิ้มกริ่ม ทำท่าทีถ่อมตัว
"ก็ไม่ได้เวอร์ขนาดนั้นหรอกน่า แต่ก็ใกล้เคียงแหละ ว่าแต่นายถามทำไมเหรอ"
จี้อี้ "ผมมีมีดวิเศษอยู่เล่มนึงครับ แข็งแกร่งมากแถมยังราคาแพงหูฉี่ ผมกะจะมอบให้เทพหลัวเป็นของขวัญแทนค่าเล่าเรียนครับ"
พูดจบเขาก็ยื่น [มีดทำครัวสำหรับบูชายัญ] ให้อาหลัวทันที
อาหลัวรับมาพิจารณาดูอยู่ครู่หนึ่ง
"นี่มันก็แค่มีดหั่นผักธรรมดาไม่ใช่หรือไง จะไปมีราคาอะไร"
จี้อี้พูดต่อ "คุณลองเอาไปกรีดนิ้วดูสิครับ แต่ระวังหน่อยนะ เดี๋ยวจะเผลอหั่นนิ้วตัวเองขาด"
อาหลัวยังคงกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
เขาลองเอาไปกรีดที่ปลายแขนเบาๆ
ปราณคุ้มกายอันแข็งแกร่งของเขากลับไร้ผล มันถูกกรีดขาดอย่างง่ายดาย
พลังเก้ามังกรกลับไม่มีประโยชน์เลยสักนิด!
แม้แต่กล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักจนสามารถกันกระสุนได้ก็ยังถูกเฉือนเป็นรอยแผลเรียบเนียนได้อย่างง่ายดาย
ของวิเศษ!
"นี่มันของดีนี่นา ราคาต้องเกินสามหมื่นแน่นอน"
จี้อี้ไม่เถียงและไม่ได้พูดอะไรต่อ
"ฉันจะไม่ยอมเอาเปรียบนายฟรีๆ หรอก เอานี่ไปสิ"
เขายื่นการ์ดใบหนึ่งมาให้
[ชื่อไอเทม วิชาอัญเชิญ อาหลัว]
[คุณสมบัติการ์ดสกิล สกิลเรียกใช้ หายไปหลังจากใช้งานหนึ่งครั้ง]
[ผลลัพธ์ อัญเชิญอาหลัวมาช่วยต่อสู้ได้]
[เงื่อนไขการเรียนรู้ อาชีพ "ผู้ฝึกหลัว"]
[หมายเหตุ ยินดีด้วยที่คุณได้รับการยอมรับจากอาหลัว และได้ขยับเข้าใกล้การถูกอาหลัวกลืนกินไปอีกก้าวหนึ่ง]
[จบแล้ว]