เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - การรวมตัวของทั้งห้าคน

บทที่ 17 - การรวมตัวของทั้งห้าคน

บทที่ 17 - การรวมตัวของทั้งห้าคน


น่องไก่เห็นดังนั้นก็เกาหัวอย่างเก้อเขิน

"ในฐานะนักเขียน จำเป็นต้องรีบจดไอเดียให้ทันเวลา ก็เลยติดนิสัยเขียนหนังสือหวัดๆ ไปหน่อย ขออภัยด้วย"

นี่มันไม่ใช่แค่หวัดแล้ว ลายมือหมอยังอ่านง่ายกว่าของนายอีก

"นายเป็นนักเขียนเหรอ เคยเขียนหนังสืออะไรมาบ้างล่ะ"

จี้อี้ถาม

"ผู้น้อยไร้ความสามารถ ลงนิยายเรื่องใหม่หวังยอดวิวหลักหมื่น พิมพ์คีย์บอร์ดรัวด้วยความเริงร่า อัปเดตวันละหมื่นคำก็ไม่หวั่น กลัวเพียงนักอ่านจะหนีหาย ยอดคลิกพุ่งกระฉูดจนหน้าชื่น ยอดเก็บเข้าชั้นทะลุพันก็ยิ้มแฉ่ง อนิจจายอดตามอ่านกลับไม่เข้าเป้า แค่ลงสนามทดสอบรอบแรกก็พ่ายแพ้เสียแล้ว"

"ไอ้เวร นี่มันนักเขียนนิยายแป้กชัดๆ ไม่ใช่เหรอ"

" ... "

จี้อี้รู้สึกเหมือนสมองถูกยัดเยียดด้วยก้อนอุจจาระ "ถือซะว่าฉันไม่ได้ถามก็แล้วกัน นายช่วยอธิบายข้อสันนิษฐานของนายมาเลยดีกว่า"

"เรื่องมันยาวน่ะ ... "

"งั้นก็สรุปมาสั้นๆ"

"แต่ว่า เรื่องนี้มันยาวจริงๆ นะ ... "

"ก็บอกให้สรุปสั้นๆ ไงเล่า!"

น่องไก่ปรับสีหน้าให้จริงจัง "เฮ้อ ... เรื่องมันต้องเล่าตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนอยู่มัธยมต้น ... "

" ... "

พอจะรู้แล้วล่ะว่าทำไมหมอนี่ถึงเขียนนิยายแป้ก

ขณะที่จี้อี้กำลังจะด่าเจ้าตัวตลกนี่สักสองสามประโยค เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

มีคนกำลังเคาะประตูอยู่หน้าห้อง

"อยู่กันครบเลยนี่ ... ดีมาก จี้อี้ก็อยู่ด้วย"

ชายหนุ่มสวมแว่นตากรอบทองท่าทางสุขุมเดินเข้ามาจากประตู

ทั้งสามคนในห้องเรียนหันไปมองตามเสียง

"จูเก่อเติงเพ่าเหรอ"

จี้อี้ไม่คิดเลยว่าผู้เล่นทุกคนจะใจตรงกันมารวมตัวที่ห้องเรียนของมิซากิ

"จี้อี้ พวกเรามีบัญชีต้องสะสางกันหน่อยไหม"

เมื่อเห็นจูเก่อเติงเพ่ามองมาที่ตัวเองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

จี้อี้ก็เกาหัวด้วยความงุนงง

"พวกเราเพิ่งจะเคยเจอกันครั้งแรกไม่ใช่เหรอ หรือว่านายเป็นพวกแก๊งทวงหนี้นอกระบบ จำเป็นต้องกัดไม่ปล่อยขนาดนี้ไหม ตามทวงหนี้ฉันถึงในเกมเนี่ยนะ ขยันเกินไปหรือเปล่า แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเงินหรอกนะ ต่อให้นายเอาฉันไปขายฉันก็ไม่มีเงินมาใช้หนี้นายหรอก"

จูเก่อเติงเพ่า " ... "

"เขาหมายถึงเรื่องนี้ต่างหาก"

คุณหนูแมวหยิบไมโครโฟนสีม่วงรูปร่างประหลาดออกมา

เธอกดปุ่มสองสามที

เสียงที่ปนมากับกระแสไฟฟ้าก็ดังออกมาจากไมโครโฟน

"โอเคพวกเรา ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉัน ดูฉัน ดูฉันนี่ ฉันมันไอ้ ... "

"พอได้แล้ว!" จูเก่อเติงเพ่าตวาดลั่น เสียงดังกลบเสียงจากไมโครโฟน "นี่ยังอัดเสียงฉันไว้อีกเหรอ"

อาจเป็นเพราะเห็นว่าคุณหนูแมวเป็นผู้หญิง จูเก่อเติงเพ่าจึงแค่แค่นเสียงเย็นชาและไม่ได้พูดอะไรต่อ

"เป็นมุกตลกที่ต่ำตมและน่าเบื่อจริงๆ"

เขาขยับแว่นตาแล้วเดินตรงเข้ามาในห้องเรียน

"ในดันเจี้ยนระดับฝันร้ายยังต้องพึ่งพาความร่วมมือกันอยู่ ฉันจะยังไม่เอาเรื่องนายในตอนนี้ แต่อย่าให้มีครั้งหน้าอีก ฉันไม่ได้สนิทกับนาย"

จูเก่อเติงเพ่าถลึงตาใส่จี้อี้อย่างเอาเรื่อง

ส่วนคนโดนถลึงตาใส่กลับเกาหัวแกรกๆ

ดูท่าทางสติปัญญาดีแต่กลับอารมณ์ร้ายใช่เล่นแฮะ

จี้อี้ยักไหล่อย่างจนใจ เขาไม่ได้เก็บความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ นี้มาใส่ใจ การเคลียร์ดันเจี้ยนต่างหากคือเรื่องสำคัญที่สุด

"ฉันเจอที่อยู่ของมาเอดะ มิซากิแล้ว"

เมื่อเข้ามาในห้องเรียน จูเก่อเติงเพ่าก็เข้าประเด็นทันที

ในฐานะผู้เล่นสายใช้สมองเลเวล 11 เขามีคุณสมบัติพื้นฐานในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

"แถมยังเจอสมุดบันทึกของเธอด้วย"

จูเก่อหยิบสมุดบันทึกปกสีแดงออกมาจากช่องเก็บของ

"เนื้อหาในบันทึกดูแปลกมาก มองเผินๆ เหมือนเป็นไดอารี่ของเด็กประถมทั่วไป แต่ความจริงแล้วมันสามารถตีความได้สองแบบ หลังจากถอดรหัสแล้วก็พบว่าเธอกำลังพยายามจะเปิดโปงอะไรบางอย่าง ... แต่เนื้อหาช่วงหลังถูกรอยเลือดบังไว้จนมองไม่เห็นแล้ว"

เขากางสมุดบันทึกออกแล้ววางลงบนโต๊ะเรียน

คุณหนูแมวก้มลงไปดู

"ตีความได้สองแบบเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะนายคิดมากไปเอง มาเอดะ มิซากิก็คงจะไม่ธรรมดาแน่ๆ"

จี้อี้ก็ชะโงกหน้าเข้าไปดูเหมือนกัน

"เด็กฉลาดระดับอัจฉริยะ ถึงจะหายากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี" น่องไก่พูดเสริม "พอดีเลย ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานของฉันได้ สิ่งที่เธอต้องการจะเปิดโปงก็คือความมืดมิดที่ซ่อนอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ ... ไม่สิ ในเมืองแห่งนี้ต่างหาก"

"หมายความว่ายังไง"

เมื่อเห็นว่าน่องไก่น่าจะมีข้อมูลเด็ด จูเก่อเติงเพ่าก็ตาลุกวาว

"เรื่องมันยาวน่ะ ... "

"เล่ามาได้เลย"

"เรื่องมันต้องเล่าตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนอยู่มัธยมต้น ... ตอนนั้นฉันเริ่มมีความคิดอยากจะเป็นนักเขียน ... "

"?"

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"มีใครอยู่ไหมครับ"

ถังหูลู่เคาะประตูอย่างมีมารยาท

เขาดูตื่นตัวผิดปกติแถมขอบตายังดำคล้ำ

ถึงแม้เขาจะทำเควสต์รองในดันเจี้ยนสำเร็จไปแล้วหนึ่งเควสต์ ซึ่งมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพร่างกายในโลกความเป็นจริงของเขา

แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

อายุยังน้อย พักผ่อนสักสองสามวันก็หายแล้ว

ถ้ามีโอกาสให้เลือกอีกครั้ง

เขาก็ยังยินดีที่จะทำตามความปรารถนาของเรื่องเล่าสยองขวัญที่น่าสงสารตนนั้นอย่างไม่ลังเล

ต่อให้ต้องจ่ายค่าตอบแทนก็ตาม

"เข้ามาสิ"

จูเก่อพูด

ถังหูลู่เดินเข้ามาในห้องเรียนแล้วก็เห็นคนสี่คนกำลังนั่งล้อมวงกันอยู่

"ว้าว อยู่กันครบเลยเหรอเนี่ย ขอโทษทีๆ ฉันหลงฝูงไปนานเลยใช่ไหม เฮ้อ ... เสียเวลาไปตั้งสองชั่วโมงเพื่อทำเควสต์รอง กว่าจะคลำทางมาถึงที่นี่ได้ก็แทบแย่ เป็นตัวถ่วงของทุกคนเลย"

"ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องคิดมาก" จี้อี้เอ่ยปากปลอบใจ "พวกเราก็เพิ่งจะมารวมตัวกันเหมือนกัน กำลังจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันพอดี นายมาได้จังหวะเลย"

"แต่ว่า ... "

จี้อี้เปลี่ยนเรื่อง

"ตอนนี้ฉันเริ่มสงสัยแล้วสิว่าการรวมตัวของพวกเราอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ"

"หา"

ถังหูลู่ทำหน้าเหวอ

คุณหนูแมวหันหน้าไปมองจี้อี้โดยไม่ได้พูดอะไร

จูเก่อเติงเพ่าขมวดคิ้ว

น่องไก่แคะขี้มูก

"หมายความว่าไง นายกำลังจะบอกว่ามีเรื่องเล่าสยองขวัญอยู่เบื้องหลังงั้นเหรอ" จูเก่อเติงเพ่าถาม

"อืม"

จูเก่อทำหน้าสงสัย "ไม่มีหลักฐานอะไรเลย อย่าพูดให้คนอื่นตื่นตระหนกสิ"

"ฉันยังไม่ได้ทะลึ่งสักหน่อย"

จี้อี้ลุกขึ้นยืน "ฉันเป็นผู้ชายที่มองโลกในแง่บวกและใฝ่ดีนะ"

คุณหนูแมวเหลือบมองท่อนล่างของเขาแวบหนึ่ง

จูเก่อเติงเพ่ากุมขมับ "ทำไมฉันต้องมาร่วมทีมกับคนอย่างนายด้วยเนี่ย ... การที่นายรอดมาได้จนถึงตอนนี้ถือเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ"

เผชิญกับการดูถูก จี้อี้กลับไม่สนใจไยดี

อยากได้หลักฐานใช่ไหม

ง่ายนิดเดียว

"ถังหูลู่ แถวตรง!"

ขวับ

หนุ่มหน้าซีดไตเสื่อมยืนตัวตรงแหน่วทันที

"กลับหลัง ... หัน!"

ฟุ่บ ตึก!

"เดินหน้า ... เดิน!"

"ซ้าย ขวา ซ้าย ซ้าย ขวา ซ้าย"

ในจังหวะที่ถังหูลู่กำลังจะเดินพ้นประตูห้องเรียนไปนั้น

ปัง!

ประตูห้อง 306

ก็ถูกปิดลงอย่างน่าประหลาด

พร้อมกันนั้น หน้าต่างทุกบานก็ปิดลงเองโดยไม่มีลมพัด

ปัง ปัง ปัง!

ทั้งห้องเรียนถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นห้องปิดตายไปในพริบตา

มันดูราวกับโลงศพขนาดใหญ่ เป็นสัญญาณบอกเหตุว่าที่นี่จะเป็นหลุมฝังศพของพวกเขาทั้งห้าคน

ภายในห้องเรียนที่มืดมิดและปิดตาย

มีเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะหนึ่งดวงกับไฟฉายหนึ่งกระบอกเท่านั้นที่คอยสาดแสงส่องกระทบใบหน้าที่ดำคล้ำลงของทุกคน

ชั่วขณะนั้น ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด

ขาทั้งสองข้างของถังหูลู่สั่นระริกไม่หยุด พั่บๆๆ

จี้อี้กลัวว่าวินาทีต่อมาหมอนี่จะฉี่ราดกางเกง จึงรีบพูดขึ้นว่า

"พี่ถังอย่าเพิ่งกลัวไป ไม่ต้องตื่นเต้น ไม่ต้องเสียใจ มันก็แค่ผีหลอกเท่านั้นแหละ ไม่ใช่ว่าประตูอัตโนมัติมันไม่เห็นนายเป็นคนหรอกนะ"

ถังหูลู่หันหลังกลับมา สองมือจับเข่าตัวเองพลางค่อยๆ เดินกลับมา

"ฉันไม่ได้กลัวนะ แค่ก่อนหน้านี้ทำเควสต์รองจนเหนื่อยเกินไป บางทีขามันก็เลยสั่นแบบนี้นั่นแหละ เดี๋ยวก็หาย เดี๋ยวก็หาย"

เห็นถังหูลู่ปากแข็ง จี้อี้ก็ไม่ได้เปิดโปง

น้อยคนนักที่จะกล้ายอมรับความขี้ขลาดและน่าสมเพชของตัวเอง

มันเป็นเรื่องปกติ

อย่างเช่นเมื่อกี้ที่เขาตกใจจนฉี่เล็ดออกมาสองหยด เขาจะเอาไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ไหมล่ะ

"กลับไปนั่งที่ของตัวเองให้เรียบร้อย"

ทันใดนั้น

เสียงแหลมปรี๊ดของผู้หญิงก็ดังเข้าหูทุกคน

ทุกคนหันไปมองตามเสียง

ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ผู้หญิงหน้าซีดเผือดคนหนึ่ง

ได้มายืนอยู่บนแท่นยืนหน้าชั้นเรียนแล้ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 17 - การรวมตัวของทั้งห้าคน

คัดลอกลิงก์แล้ว