- หน้าแรก
- เกมเหนือมิติ ทะลวงบั๊กสยบเทพ
- บทที่ 11 - รางวัลของผู้ชนะ
บทที่ 11 - รางวัลของผู้ชนะ
บทที่ 11 - รางวัลของผู้ชนะ
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด
จี้อี้สามารถมองเห็นคำว่ามึนงงบนใบหน้าที่พร่ามัวของเงาดำได้อย่างชัดเจน
"ฮ่า"
ครู่ต่อมา เงาดำก็เอ่ยปากขึ้น
"ฮ่าๆๆๆๆ! สุดยอด!!"
กลิ่นอายแห่งความมืดที่ลอยวนอยู่รอบตัวมันก็เริ่มพลุ่งพล่านตามไปด้วย
"ฉันประเมินแกต่ำไป ฉันขอถอนคำพูดก่อนหน้านี้ แกเก่งและก็ฉลาดมาก ต่อให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบขนาดนี้ก็ยังพลิกกลับมาชนะได้แบบคาดไม่ถึง คนที่สามารถเอาชนะฉันในเกมไพ่ได้มีไม่มากนัก แกคือคนที่สอง"
จี้อี้ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาแบบนี้
"ฉันใช้สกิลเอาชนะแก แกไม่โกรธเลยเหรอ"
"แน่นอนสิ นั่นมันก็คือส่วนหนึ่งของความสามารถของแกนี่นา อีกอย่างถ้าไม่มีการคำนวณที่แม่นยำ ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันคนธรรมดาไม่มีทางพลิกเกมได้หรอก"
เงาดำดูอารมณ์ดีมาก
"ไม่แน่หรอกมั้ง ถ้าเกิดยอมใช้มีดทำครัวเล่มนั้นล่ะก็ ... "
"นั่นมันคือกับดัก"
เงาดำพูดแทรกขึ้นมา
"ถ้าเกิดทำแบบนั้นจริงๆ ก็มีแต่จะถูกฉันกินจนไม่เหลือซาก แกรู้ไหมล่ะ สิ่งที่เรียกว่านักพนันก็แค่พวกหน้ามืดตามัว พอเริ่มสังเวยครั้งแรกไปแล้ว พวกมันก็จะยินยอมพร้อมใจอุทิศทั้งร่างกายและจิตวิญญาณให้กับฉัน"
น่ากลัวชะมัด ...
จี้อี้รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
ข้อมูลพวกนี้ไม่ได้มีบอกไว้ในกติกา แต่มันคือพลังของเงาดำ
ในเมื่อจี้อี้ใช้สกิลได้ เงาดำก็ย่อมใช้ได้เหมือนกัน
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ได้รับอนุญาตให้อยู่นอกเหนือจากกติกาของเกม
จี้อี้เชื่อว่าความแข็งแกร่งของเงาดำคงไม่ได้มีแค่นี้แน่ๆ
เกมนี้สำหรับเงาดำแล้ว มันก็คงเป็นแค่เกมฆ่าเวลาจริงๆ แม้แต่ผลแพ้ชนะก็ไม่คุ้มค่าพอให้ต้องมาจริงจังด้วยซ้ำ
"ผู้ชนะสมควรได้รับรางวัล"
เงาดำสะบัดมือ กองไพ่บนโต๊ะก็ถูกกวาดออกไปจนเกลี้ยง เหลือเพียงไพ่ห้าใบที่หงายหน้าอยู่
เขาก้มหน้าลงไปมอง
[มือที่มองไม่เห็น] [ผีจมน้ำ] [เหรียญห้าร้อยขึ้นรา] [รูปถ่ายวิญญาณ] [ผีหั่นศพ]
ยังคงเป็นไพ่ที่คุ้นเคย สิ่งเดียวที่ต่างออกไปคือตัวเลขจำนวนเครื่องสังเวยบนไพ่แสดงผลเป็นศูนย์
"หมายความว่าไง"
"แกลองหยิบขึ้นมาดูสิ"
จี้อี้หยิบไพ่ใบแรกขึ้นมา
[ชื่อไอเทม วิชาอัญเชิญ มือที่มองไม่เห็น]
[คุณสมบัติการ์ดสกิล สกิลเรียกใช้ หายไปหลังจากใช้งานสองครั้ง]
[ผลลัพธ์ สามารถอัญเชิญมือล่องหนจำนวนหนึ่งมาต่อสู้แทนคุณได้ (ขีดจำกัดสูงสุดห้าสิบข้าง) เป็นเวลาสามนาที ในช่วงเวลาแสดงผลสกิล มือที่มองไม่เห็นจะไม่หายไปจากการถูกทำลายในการต่อสู้]
[เงื่อนไขการใช้งาน เอียงคอไปทางซ้ายหรือขวามากกว่าเจ็ดสิบองศา แล้วพูดว่า สมองกำลังสั่นระริก]
[เงื่อนไขการเรียนรู้ ไม่มี]
[หมายเหตุ ฉันมักจะกลุ้มใจเรื่องความยาวที่ไม่ค่อยจะพอดี แต่ตอนนี้ชักจะจัดการอะไรๆ ได้ง่ายขึ้นเยอะเลย]
"อย่าประมาทของสิ่งนี้เชียวนะ การจะใช้งานมันไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานพลังวิญญาณด้วยซ้ำ ถือเป็นของล้ำค่าเลยล่ะ"
เงาดำอธิบาย
"แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกัน ความแข็งแกร่งส่วนบุคคลจะไม่มีผลต่อความรุนแรงของสกิล ดังนั้นมันจึงใช้เป็นสกิลสำหรับช่วงต้นเกมได้ แต่ถ้าจะเก็บไว้เป็นของรักของหวง ในอนาคตมันก็จะกลายเป็นของไร้ประโยชน์อยู่ดี"
จี้อี้พยักหน้า หลังจากอ่านการ์ดสกิลทั้งห้าใบจบก็เก็บรวบรวมทั้งหมดไว้
รางวัลพวกนี้ถือว่าให้มาเยอะมากจริงๆ
พอมีของพวกนี้ ความมั่นใจในการเคลียร์ดันเจี้ยนระดับฝันร้ายก็เพิ่มสูงขึ้นไปอีก
"ฉันสงสัยมาตลอดเลย พวกแกที่รู้จักคำว่า ผู้เล่น แท้จริงแล้วเป็นตัวตนแบบไหนกันแน่ ตอนนี้ช่วยให้คำตอบฉันหน่อยได้ไหม"
จี้อี้ถามขึ้น
"ตอนนี้แกยังไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นหรอก ... แต่ฉันบอกแกตามตรงได้เลยว่า ฉันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าสยองขวัญในดันเจี้ยนนี้ และตัวฉันที่แกเห็นอยู่ในตอนนี้ก็เป็นเพียงแค่ภาพสะท้อนในดันเจี้ยนเท่านั้น ... "
มันปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น "ขอแนะนำตัวหน่อยก็แล้วกัน แกเรียกฉันว่า เงา ก็ได้"
"อ้อ~ ได้เลยใต้เท้าเงา ที่แท้ก็เป็นสิ่งมีชีวิตในมิติที่สูงกว่านี่เอง เก่งกาจจริงๆ เลยนะ"
จี้อี้แสยะยิ้มฝืนๆ พลางเอ่ยปากชม
"หึๆ เก็บคำเยินยอจอมปลอมของแกไปเถอะ แล้วก็ไม่ต้องคิดจะมาหยั่งเชิงด้วย ยังไงในอนาคตพวกเราก็ต้องได้เจอกันอีกแน่"
รูปร่างของเงาเริ่มพร่ามัว
"เดี๋ยวก่อน เกี่ยวกับเรื่องเล่าสยองขวัญในดันเจี้ยนนี้ ฉันยังมีเรื่องที่ยังไม่ได้ถามอยู่นะ"
"ตอนอยู่ในช่วงดวลไพ่แกก็ถามไปตั้งเยอะแล้ว ในใจก็มีคำตอบอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ จะมาถามฉันทำไมอีก"
สีของเงาดำเริ่มจางลงเรื่อยๆ
"เกือบลืมไปเลย เอานี่ไปสิ"
ในชั่วพริบตาที่เงาหายตัวไป ไพ่ใบหนึ่งก็ลอยออกมาจากตำแหน่งของมัน
แปะ
ไพ่ตกลงบนโต๊ะ
ยังไม่ทันได้หยิบขึ้นมาดู ไพ่ใบนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
แสงสีขาวสว่างวาบ ท่อนขาที่เปื้อนคราบสกปรกก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะ
[ชื่อไอเทม ขาซ้ายของมิซากิ]
[ประเภท ไอเทมที่เกี่ยวข้องกับดันเจี้ยน]
[ระดับคุณภาพ ชำรุดทรุดโทรม]
[ผลลัพธ์ อาจจะพอกินได้ แต่ไม่แนะนำ]
[สามารถนำออกจากดันเจี้ยนได้หรือไม่ ไม่]
[หมายเหตุ รอยขาดของต้นขาข้างนี้ถูกผ่าด้วยขวาน แถมยังโดนสับไปหลายทีซะด้วย]
เมื่อมองดูชิ้นส่วนร่างกายที่ขาดวิ่นอย่างน่าสยดสยอง จี้อี้ก็ถึงกับสูดหายใจเข้าลึก
เก็บของลงในช่องเก็บของก่อนก็แล้วกัน
เมื่อรวมกับส่วนที่คุณหนูแมวรวบรวมมา ศพของมิซากิก็น่าจะครบสมบูรณ์แล้ว
"หืม มีดทำครัวเล่มนี้ ... "
จี้อี้เห็นว่าเงาไม่ได้เก็บมีดบนโต๊ะไปด้วย ตอนนี้มันยังคงปักคาอยู่บนโต๊ะ
"ถือว่าเป็นของดีเหมือนกัน เก็บไว้ก็น่าจะมีประโยชน์"
เขาเก็บมีดลงไปในช่องเก็บของด้วย
การดวลไพ่ครั้งนี้ถึงจะเสี่ยงตายไปหน่อย แต่ผลตอบแทนที่ได้ก็ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ
"ฮัลโหล"
เสียงของคุณหนูแมวดังมาจากหูโทรศัพท์
"อ้อ ฉันเกือบลืมไปเลยว่ายังคุยโทรศัพท์อยู่ ตอนนี้คุณยังอยู่ที่ตู้โทรศัพท์สีแดงใช่ไหม ฉันกำลัง ... "
พูดไปได้ครึ่งประโยค จี้อี้ก็หยุดชะงักไปดื้อๆ
เกือบไปแล้ว
เกือบจะหลุดปากพูดคำนั้นออกไปแล้วเชียว
"ถึงฉันอยากจะไปฉลองชัยชนะกับคุณ แต่บางทีคุณอาจจะต้องรีบมาหาฉันเพื่อช่วยเก็บศพฉันแทนแล้วล่ะ"
"เกิดอะไรขึ้น"
"เมื่อกี้แมวดำตายไปอีกรอบแล้ว"
"?"
"จู่ๆ ก็มีผีหลายตัวโผล่มานอกตู้โทรศัพท์ แล้วก็เข้าปะทะกับแมวดำ ตั้งแต่ตอนที่ฉันเริ่มรวบรวมศพของมิซากิ พวกมันก็โผล่มาเยอะขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่า ... มันจะเกี่ยวข้องกับจำนวนชิ้นส่วนร่างกายที่ผู้เล่นถือครองอยู่นะ"
ในตอนนั้นจี้อี้กระโดดออกทางหน้าต่างและกำลังวิ่งมุ่งหน้าไปยังทิศทางของตู้โทรศัพท์แล้ว
"ขอเวลาห้านาที คุณช่วยบรรยายรูปร่างหน้าตาของผีพวกนั้นให้ฟังหน่อยสิ"
"พวกมันหน้าตาเหมือนกันหมดเลย ตัวเตี้ยๆ ในมือถือขวานด้วย"
จากคำบอกเล่า จี้อี้ก็เดาออกทันที
มันคือผีหั่นศพ
เป้าหมายในการเคลื่อนไหวของพวกมันคือการไล่ล่าผู้เล่นที่มีชิ้นส่วนร่างกายของมิซากิงั้นเหรอ ...
เรื่องราวเบื้องหลังของเรื่องเล่าสยองขวัญดูเหมือนจะเริ่มกระจ่างขึ้นมาทีละนิด
จี้อี้รู้สึกราวกับว่าจิ๊กซอว์หลายชิ้นในหัวเริ่มปะติดปะต่อเข้าด้วยกันเองแล้ว
บนถนนยามค่ำคืน
จี้อี้วิ่งสุดฝีเท้า
แต่เป็นเพราะหน้าต่างสถานะถูกล็อก วิ่งไปได้ไม่ถึงร้อยเมตรก็เหนื่อยหอบจนแทบขาดใจ
"ฮ่าๆ ... แม่งเอ๊ย ร่างกายนี้มันอ่อนแอกว่าตัวจริงของฉันในโลกความจริงซะอีก"
ภายใต้แสงไฟสลัวจากเสาไฟถนน
จี้อี้เงยหน้าขึ้นมองเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างของบ้านพักริมทาง
มันคือภาพลักษณ์ของโอตาคุชาวญี่ปุ่นหน้าตาแปลกๆ ที่ดูอมทุกข์แถมยังดูเหมือนคนไตเสื่อม
หน้าตาก็ไม่เอาไหน ดูขี้แพ้สุดๆ
"บัดซบเอ๊ย!"
จี้อี้ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา "ขอเวลาฉันอีกสักสองสามนาที คุณยังพอทนไหวใช่ไหม"
คุณหนูแมวตอบกลับมา "นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับแมวดำแล้วล่ะ ตามที่คุณบอกถ้ามันตายอีกสองครั้ง ฉันก็คงไม่รอดเหมือนกัน"
จี้อี้กัดฟัน "รอเดี๋ยวนะ ผมจะรีบไป!"
"อืม ฉัน ... "
คุณหนูแมวยังพูดไม่ทันจบ
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด ...
"ทำไมสายหลุดไปล่ะ"
จี้อี้ขมวดคิ้ว หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น
ยังไม่ทันได้ปรับลมหายใจให้เป็นปกติ เขาก็ก้าวเท้าออกวิ่งสุดแรงอีกครั้ง
ทว่าในตอนที่เขาวิ่งผ่านเสาไฟถนนต้นหนึ่ง
พรึ่บ!
ไฟดับลง ความมืดมิดอันเงียบสงัดก็เข้าปกคลุมรอบตัว
" ... "
จี้อี้เงียบไปชั่วขณะ
"ไอ้ผีแห่งความมืด แกนี่มันวอนโดนกระทืบจริงๆ นะ"
[จบแล้ว]