เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 - ตำนานการเคลียร์ด่านที่ไวที่สุด!

บทที่ 2 - ตำนานการเคลียร์ด่านที่ไวที่สุด!

บทที่ 2 - ตำนานการเคลียร์ด่านที่ไวที่สุด!


กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวนี้กลับไม่ด้อยไปกว่าฝูงสัตว์อสูรที่มืดฟ้ามัวดินอยู่ไกลๆ เลย

เขาต้องตายแน่!

จี้อี้หัวใจเต้นรัวเร็ว เลือดกำเดาสองสายไหลซึมออกมาจากจมูก

ความห่างชั้นมันช่างมหาศาลขนาดนี้เชียว!

ต่อให้เขาจะใช้ช่องโหว่แลกกับความแข็งแกร่งช่วงเริ่มต้นที่ไม่เลวมาได้ แต่ไอดีเลเวลหนึ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าชายวัยกลางคนคนนี้กลับไร้ค่าไปเลย!

การที่เอ็นพีซีในดันเจี้ยนระดับนรกแตกจะสามารถฆ่าผู้เล่นได้ตามใจชอบนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

แต่การที่สามารถเข้าใจสถานะของผู้เล่นแถมยังสามารถเรียกผู้เล่นใหม่มาเองได้ นี่มันบ่งบอกถึงระดับมิติที่อยู่สูงเกินไปแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรู้ความเข้าใจหรือความแข็งแกร่ง จี้อี้ในโลกใบนี้ช่างต่ำต้อยเสียเหลือเกิน

เขามั่นใจว่าต่อให้เอาเวลาเก้าสิบวันนี้ไปตีมอนสเตอร์อัปเลเวลแบบไม่พัก ก็ยากที่จะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าชายวัยกลางคนตรงหน้าได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องกอบกู้โลกเลย

นี่มันใช่ระดับที่ไอดีเลเวลหนึ่งควรจะมาเล่นเหรอ

แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว จะมายอมแพ้รอความตายเฉยๆ ก็ไม่ได้ ยังไงก็ต้องขอลองดูสักตั้ง

"ลูกพี่ ไว้ชีวิตด้วย ผมใช่ว่าจะไม่มีวิธีนะ แต่พี่ต้องเล่าสถานการณ์ให้ผมฟังก่อน"

ราวกับไปกระตุ้นกฎเกณฑ์บางอย่างเข้า ชายวัยกลางคนเก็บซ่อนกลิ่นอายคุกคามกลับไปแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"โลกใบนี้มีนักสู้ที่แข็งแกร่งและมีสัตว์อสูรที่ดุร้าย แม้นักสู้จะเก่งกาจแต่จำนวนกลับสู้พวกสัตว์อสูรเหล่านี้ไม่ได้เลย"

"พวกสัตว์อสูรเหล่านี้มาจากรอยแยกมิติ บางครั้งพวกมันจะรวมตัวกันเป็นคลื่นฝูงสัตว์อสูร ถึงแม้สถานการณ์แบบนี้จะพบเจอได้ยาก แต่ถ้าคลื่นสัตว์อสูรปรากฏขึ้นเมื่อไหร่นั่นหมายถึงความพินาศของเมืองมนุษย์หนึ่งเมือง ที่นี่คือเขตเมืองชั้นในของเมืองหลวง นายดูตรงที่กำลังค่อยๆ กลายเป็นซากปรักหักพังนั่นสิ นั่นแหละเขตเมืองชั้นนอกของเมืองหลวง"

"เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคลื่นสัตว์อสูรที่ไม่อาจต้านทาน สิ่งที่เราทำได้ก็มีเพียงแค่อพยพคนท้องและนักเรียนเข้ามาหลบภัยในเขตเมืองชั้นในชั่วคราว ส่วนคนที่เหลือจำเป็นต้องกลายเป็นอาหารของสัตว์อสูรไป"

"ต้องรอให้พวกมันกินจนอิ่มเท่านั้นแหละ พวกมันถึงจะหายไปหรือแยกย้ายกันไปเอง ... "

" ... นอกจากการเสียสละแล้ว พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้เลย"

ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงหนักอึ้งพร้อมกับสูบบุหรี่ในมือจนหมดมวน

"ผมเข้าใจแล้ว"

จี้อี้พยักหน้า

"แต่ขอพูดหน่อยเถอะ สัดส่วนเนื้อของมนุษย์มันต่ำเกินไป ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจเลย แถมยังไร้ความคุ้มทุนสุดๆ"

"?!"

ชายวัยกลางคนเบิกตากว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวทันที พลังปราณอันแข็งแกร่งขุมหนึ่งระเบิดออกมาจากร่าง!

ตู้ม!

จี้อี้ถูกคลื่นพลังอัดกระเด็นลอยละลิ่วไปไกลหลายสิบเมตร ก่อนจะพุ่งชนรั้วเหล็กอีกฝั่งของดาดฟ้าอย่างจัง

รั้วเหล็กด้านหลังคุณภาพดีอย่างไม่น่าเชื่อ ร่างของจี้อี้ฝังเข้าไปในนั้นจนรั้วบิดเบี้ยวผิดรูปอย่างรุนแรงแต่เขาก็ไม่ได้ตกลงไปข้างล่าง

เจ็บชะมัด!

นี่คือปฏิกิริยาแรกของจี้อี้

วินาทีต่อมา

ชายวัยกลางคนที่แผ่กลิ่นอายกดดันอย่างหนักหน่วงก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง

"ยังไม่ตายอีกเหรอเนี่ย"

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับเงื้อมือเตรียมจะซ้ำให้ตาย

"เดี๋ยวก่อน! ผมมีวิธีช่วยพวกคุณนะ!"

ชายวัยกลางคนแค่นหัวเราะเยาะอย่างไม่หยี่หระ ทว่ามือที่เงื้อค้างไว้กลับแข็งทื่อและฟาดลงไปไม่ได้

ในที่สุดจี้อี้ก็มั่นใจในสิ่งหนึ่ง

"ว่าแล้วเชียว ขอแค่ผมแสดงเจตนาและการกระทำว่าจะช่วยเหลือพวกคุณ คุณก็ทำร้ายผมไม่ได้"

"อวดฉลาด ถ้าแกคิดวิธีไม่ออก ฉันก็ยังฆ่าแกได้อยู่ดี"

ชายวัยกลางคนตีหน้าขรึมลดแขนลงแล้วตะคอกเร่งเร้า "เอาล่ะ รีบพูดมาสักที"

"คุณคิดว่าผมแค่ขู่เหรอ"

จี้อี้แค่นหัวเราะเย็น

"ขอร้องคนอื่นก็ควรจะมีท่าทีของการขอร้องสิ ไม่งั้นถ้าคุณฆ่าผม คุณก็จะไม่ได้วิธีแก้ปัญหา แถมคุณยังทำให้ผมบาดเจ็บ ผมจะขอค่าทำขวัญหน่อยก็สมเหตุสมผลดีนะ"

ชายวัยกลางคนหน้าดำคร่ำเครียด

"คุณเป็นคนผิวสีเหรอ ทำไมหน้าดำจัง"

ชายวัยกลางคนไม่ต่อล้อต่อเถียง ดวงตาของเขาดูลึกล้ำราวกับต้องการจะมองจี้อี้ให้ทะลุปรุโปร่ง

"ตาคุณถูกคนเอาสว่านเจาะมาเหรอ"

" ... "

ครู่ต่อมา

จี้อี้ก็ถูกดึงออกมาจากรั้วเหล็กแถมยังได้รับของมาอย่างหนึ่ง

[ชื่อไอเทม สารประกอบวี ชนิดถาวร]

[ประเภท ไอเทมใช้แล้วทิ้ง]

[ระดับคุณภาพ ตำนาน]

[ผลลัพธ์ ได้รับพลังพิเศษ ผลลัพธ์ที่แน่ชัดขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล]

[สามารถนำออกจากดันเจี้ยนได้หรือไม่ ใช่]

[หมายเหตุ ยาที่บริษัทวอทสร้างขึ้นอย่างลับๆ หรือเรียกอีกอย่างว่าสารประกอบหมายเลขห้า สามารถกระตุ้นยีนแฝงในร่างกายมนุษย์ได้ ฉันอยากทำอะไรก็จะทำ!]

"คุณพ่อนี่ช่างกตัญญูต่อลูกจริงๆ"

เรื่องขุ่นข้องหมองใจเมื่อครู่ราวกับไม่เคยเกิดขึ้น จี้อี้ยิ้มหน้าระรื่นอย่างกับคนถูกหวย

"อย่ามาเที่ยวเรียกคนอื่นว่าพ่อสุ่มสี่สุ่มห้า แกไม่มีพ่อเป็นของตัวเองหรือไง"

พอคิดถึงลูกสาวที่น่ารักแสนดีของตัวเอง ชายวัยกลางคนก็รู้สึกขยะแขยงกับคำพูดล้อเล่นของจี้อี้ขึ้นมาทันที

"ไม่มี พ่อผมหนีตามเมียน้อยไปแล้ว"

" ... "

ชายวัยกลางคนเริ่มหมดความอดทนอีกครั้ง

"ฉันเอาของสิ่งนี้ออกมาก็มากพอที่จะแสดงความจริงใจแล้ว ต่อให้อยู่ที่นี่ มูลค่าของสิ่งนี้ก็สูงลิบลิ่ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ามันมีค่ากับแกมากแค่ไหน มีวิธีอะไรก็รีบๆ พูดมา"

จี้อี้เก็บสารประกอบหมายเลขห้าเข้าช่องเก็บของไปก่อน

แค่ได้ของชิ้นนี้มาก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวแล้ว

"เรื่องกล้วยๆ ... ก่อนอื่นผมดูแล้วเทคโนโลยีที่นี่ก้าวหน้ามากเลยนะ กำลังการผลิตก็น่าจะพัฒนาไปไกลมาก"

ชายวัยกลางคนตามความคิดของเขาไม่ทัน จึงถามด้วยความสงสัย

"แกอยากจะพูดถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่เหรอ ไม่มีประโยชน์หรอก ไม่ว่าจะเป็นระเบิดนิวเคลียร์หรือปืนใหญ่พลาสม่า อาวุธเทคโนโลยีขั้นสูงล้ำยุคทุกชนิด หากอยู่ในรัศมีโจมตีแล้วมีสัตว์อสูรอยู่ด้วยล่ะก็ แทบจะขัดข้องใช้งานไม่ได้ทั้งหมด"

ไอ้เด็กนี่มันพึ่งพาได้จริงไหมเนี่ย

"ผมรู้อยู่แล้วน่า เซตติ้งยอดฮิตในนิยายต่อสู้ยุคไฮเทคนี่นา!"

จี้อี้ไม่ใส่ใจและถามต่อ "ไม่เกี่ยวกับอาวุธ ผมขอถามหน่อยว่าระดับการปศุสัตว์ของพวกคุณเป็นยังไงบ้าง สามารถผลิตเนื้อให้คนกินได้ทุกวันไหม"

ชายวัยกลางคนพูดไม่ออก "ไร้สาระ แกคิดว่าตอนนี้มันยุคไหนแล้ว ห่วงโซ่อุตสาหกรรมระดับต่ำแบบนี้มันพัฒนาจนสมบูรณ์แบบมาตั้งนานแล้ว"

"งั้นก็ดี ผมขอเสนอให้เร่งพัฒนาปศุสัตว์ ขยายขนาดอุตสาหกรรมให้ใหญ่ขึ้นไปอีก"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการหยุดยั้งการรุกรานของสัตว์อสูรล่ะ"

จี้อี้ไม่คิดเลยว่าพูดมาถึงขนาดนี้แล้วอีกฝ่ายจะยังไม่เข้าใจอีก

"เมื่อกี้ผมก็บอกไปแล้วไงว่าสัดส่วนเนื้อของมนุษย์มันต่ำเกินไป ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ในเมื่อป้อนอาหารให้พวกสัตว์อสูรจนอิ่มก็หมดเรื่อง แล้วทำไมไม่เอาเนื้อสัตว์ให้พวกมันกินล่ะ ผมขอเสนอให้พื้นที่รอบนอกกำแพงเมืองทุกแห่งจัดตั้งฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่ จะวัว แกะ ไก่ หรือเป็ดก็ได้ทั้งนั้น ส่วนพื้นที่ที่ไม่มีความพร้อม อย่างเช่นพื้นที่หนาวเย็นทางตอนเหนือ ก็ใช้วิธีขนส่งหญ้าแห้งไปให้ หรือแม้กระทั่งติดตั้งระบบทำความร้อนให้สัตว์พวกนั้นในช่วงฤดูหนาวก็ได้"

"ถึงแม้การทำแบบนี้จะเรียกได้ว่าเป็นการทำฟาร์มแบบขาดทุนย่อยยับ แต่ถ้าเทียบกับการถูกสัตว์อสูรบุกมาทำลายทั้งเมือง ต้นทุนการบำรุงรักษาแค่นี้มันก็แค่ขนร่วงเส้นเดียวจากวัวเก้าตัวไม่ใช่เหรอ"

ชายวัยกลางคนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงและกระจ่างแจ้งในทันที

นั่นสิ

เหตุผลง่ายๆ แค่นี้ ทำไมคนที่นี่ถึงไม่มีใครคิดออกมาก่อนเลย

"ซี๊ด!"

เขารู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง ราวกับมีเจตจำนงบางอย่างกำลังจะลบเลือนคำพูดที่เขาเพิ่งได้ยินไปเมื่อครู่

"ไม่ได้การแล้ว ... ฉันต้องรีบเอาวิธีนี้ไปแจ้งให้ทุกคนรู้"

"สมมติว่าเมืองหนึ่งมีประชากรสามล้านคน แค่เลี้ยงวัวไว้นอกเมืองสักสามแสนตัวก็พอแล้ว คุณคงจะไม่บอกหรอกนะว่ากำลังการผลิตของคนสิบคนเลี้ยงวัวตัวเดียวไม่ได้ ถ้าเป็นงั้นที่นี่ก็ถือว่าล้าหลังพอดู ผมให้คะแนนว่าสู้โลกมนุษย์ไม่ได้เลย"

"อย่างน้อยบนโลกมนุษย์ คนเราก็กินวัวไปประมาณหกสิบล้านตัวต่อปี ปริมาณเนื้อก็เทียบเท่ากับมนุษย์ถึงหกร้อยล้านคน นี่แค่วัวนะ ไก่ เป็ด แกะ พวกนี้ผมยังไม่ได้นับเลย ... "

จี้อี้พูดฉอดๆ อย่างออกรส โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าชายวัยกลางคนตรงหน้าหายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ภาพตรงหน้าก็ค่อยๆ มืดมิดลงไปอย่างไม่รู้ตัวเช่นกัน

[ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นที่ผ่านดันเจี้ยนเล่นคนเดียวระดับนรกแตก ฝูงสัตว์อสูรปิดล้อมเมือง]

[กำลังสรุปรางวัล ... ]

"หา แค่นี้ก็เคลียร์ด่านแล้วเหรอ"

จี้อี้ทำหน้าเหวอ

"เกมของพวกแกมีบั๊กชัวร์เลย"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 2 - ตำนานการเคลียร์ด่านที่ไวที่สุด!

คัดลอกลิงก์แล้ว